วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555

รำลึกการจากไปของศิลปินในดวงใจ

R.I.P.  for Artist in my Heart

แอนดี้ วิลเลียมส์ นักร้องอเมริกันชื่อดังแห่งยุค 50 และ 60 เสียชีวิตลงแล้วในวัย 84 ปี หลังต่อสู้กับมะเร็งร้ายมาตลอดระยะเวลา 1 ปี

แอนดี้ วิลเลียมส์ เป็นที่รู้จักจากเพลง "มูนริเวอร์" เพลงเจ้าของรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง "เบรคฟาสต์ แอท ทิฟฟานีส์" เขาก่อตั้งรายการ The Andy Williams Show ที่แพร่ภาพไปทั่วโลก และเป็นเจ้าของรางวัลเอ็มมี ถึง 3 รางวัล และเปิดโรงละคร Andy Williams Moon River Theater ที่เมืองบ้านเกิดของเขานับตั้งแต่ช่วงปี 1990

ครอบครัวของแอนดี้ วิลเลียมส์ เปิดเผยว่า แอนดี้ วิลเลียม เสียชีวิตลงแล้วที่บ้านพักในเมืองแบรนสัน รัฐมิสซูรี่ เมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมา เขาต่อสู้กับมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมา 1 ปีเต็ม ก่อนจะเสียชีวิตลงด้วยวัย 84 ปี

วิลเลียมถือเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงอย่างมากในช่วงยุค 1960-1970 น้ำเสียงที่ทุ้มลึกของวิลเลียมส์ เป็นเสน่ห์ที่มัดใจแฟนเพลง กระทั่งอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนเรียกเขาว่า "สมบัติของชาติ"

เพลงดังๆของวิลเลียมส์ มีมากมาย อาทิ Moon River ซึ่งเขากล่าวว่า เป็นเพลงประจำของเขา ที่มีท่วงทำนองที่ไพเราะและเนื้อเพลง"ไร้กาลเวลา" เพลงดังอื่นๆของเขา อาทิ Can’t Take My Eyes Off You, Speak Softly Love, Raindrops Keep Fallin’ on My Head, Born Free, Hawaiian Wedding Song และอีกหลายเพลง


วิลเลียมส์มีเพลงฮิตระดับแผ่นเสียงทองคำและทองคำขาวถึง 21 เพลงด้วยกันในยุคที่เขารุ่งโรจน์ เมื่อปี 1962 เขาสมรสกับคลอดีน ลงเกต์ นักแสดงและนักร้องชาวฝรั่งเศส และมีลูกด้วยกัน 3 คน ก่อนที่จะหย่าจากกันเมื่อปี 1975 โดยเมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่กระเพาะปัสสาวะ แต่ก็ยังเดินหน้าเปิดการแสดงที่โรงละครที่บ้านเกิดต่อไป เขาออกจากโรงพยาบาลเมื่อเดือนก.ค. และกลับมาใช้เลาช่วงสุดท้ายของชีวิตร่วมกับครอบครัว

มะเร็งคร่า โรบิน กิบบ์ นักร้องดังบีจีส์

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า วงการเพลงโลกต้องพบความความสูญเสียอีกครั้ง หลังการเสียชีวิตของโรบิน กิบบ์ นักร้องดังวงบีจีส์ของอังกฤษด้วยวัย 62 ปี แถลงการณ์ของครอบครัวโรบินระบุว่า โรบินซึ่งต่อสู้กับโรคมะเร็งมาเป็นเวลานาน ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวานนี้

ทั้งนี้อาการของโรบินอยู่ในขั้นวิกฤติเมื่อเดือนที่แล้วก่อนจะฟื้นขึ้นมาราวปฏิหาริย์แต่สุดท้ายเขาก็จบชีวิตลงเป็นการปิดตำนานวงดนตรีเพลงป๊อประดับโลก

ก่อนหน้านี้แพทย์ระบุว่า อาการป่วยโรคมะเร็งของกิบบ์อยู่ในระยะที่ 2 และเคยเข้ารับการผ่าตัดลำไส้เมื่อ 18 เดือนก่อน ต่อมาจึงมีการตรวจพบก้อนเนื้อร้าย และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้และมะเร็งตับในภายหลัง โดยนับตั้งแต่รู้ว่าตัวเองป่วยด้วยโรคร้าย กิบบ์ก็มีกำลังใจดีและเข้ารับการรักษาอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด



สำหรับวงดนตรีพี่น้องบีจีส์ประกอบด้วย โรบิน, มอริส และ แบร์รี กิบบ์ โด่งดังในยุคดิสโกปี 1970 โดยมีเพลงฮิตคือ "Stayin′ Alive" "How Deep Is Your Love" และ"Massachusetts" โดยอัลบั้มซาวน์แทร็กจากภาพยนตร์เรื่อง Saturday Night Fever กลายเป็นหนึ่งอัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดในยุค 1970 และทำให้วงได้รับรางวัลแกรมมีถึง 7 ตัว

สุดอาลัย! “อังคาร กัลยาณพงศ์” ศิลปินแห่งชาติ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 86 ปี จากโรคเบาหวานเรื้อรัง โดยจะมีพิธีอาบน้ำศพ 17.00 น.เย็นวันนี้ วัดตรีทศเทพ

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. มีรายงานว่า อังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ ด้านกวีนิพนธ์ วัย 86 ปี เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ เมื่อเวลา 01.30 น.หลังจากป่วยเป็นเป็นโรคหัวใจและโรคเบาหวานเรื้อรัง โดยจะมีพิธีอาบน้ำศพเย็นวันนี้ เวลา 17.00 น.วัดตรีทศเทพ และจะมีการสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 7 วัน

ทั้งนี้ อังคาร กัลยาณพงศ์ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2469 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของกำนันเข็ม และ นางขุ้ม กัลยาณพงศ์ ในวัยเด็กร่างกายเคยเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวไม่ได้ มีหมอมารักษาด้วยสมุนไพรจนหาย

เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดใหญ่และโรงเรียนวัดจันทาราม เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนพระพุทธเจ้าหลวงอุปถัมภ์และโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนครศรีธรรมราช ศึกษาจากโรงเรียนเพาะช่าง มหาวิทยาลัยศิลปากร แล้วไปเรียนที่คณะจิตรกรรมและประติมากรรมมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นศิษย์ของศิลปินใหญ่อย่างเช่น ศ.ศิลป พีระศรี, อ.เฟื้อ หริพิทักษ์,จึงได้ติดตามและร่วมมือกับอาจารย์ในด้านศิลปกรรม โบราณคดี และประวัติศาสตร์

ความเป็นกวีนั้นเป็นพรสวรรค์ที่อังคารเชื่อมั่นและฝึกฝนมาตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยม เมื่อออกจากมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้ว ได้ร่อนเร่เรียนรู้และสร้างสรรค์การวาดภาพและเขียนบทกวี ได้มีโอกาสคุ้นเคยกับศิลปินและกวีร่วมยุคสมัยหลายคน มีผลงานบทกวีปรากฏในหนังสือ “อนุสรณ์น้องใหม่” มหาวิทยาลัยศิลปากร กระทั่งได้พบกับ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ผู้ก่อตั้งและเป็นบรรณาธิการคนแรกของ “สังคมศาสตร์ปริทัศน์” บทกวีของ อังคาร กัลยาณพงศ์ จึงได้พิมพ์เผยแพร่อย่างกว้างขวาง มีผลงานที่จัดพิมพ์สร้างความตื่นตัวตื่นใจให้กับวรรณกรรมไทยมาเนิ่นนาน เช่น กวีนิพนธ์ (2507), ลำนำภูกระดึง (2512), สวนแก้ว (2515), บางกอกแก้วกำสรวลหรือนิราศนครศรีธรรมราช (2512) อันเป็นเล่ม

ในปี 2532 ได้รับคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ด้านกวีนิพนธ์ ซึ่งเป็นกวีร่วมสมัยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น จินตกวี ผู้ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในด้านวรรณศิลป์และทัศนศิลป์

อังคาร กัลยาณพงศ์ ได้สมรสกับคุณอุ่นเรือน มีบุตรชาย 1 คน บุตรสาว 2 คน คือ ภูหลวง อ้อมแก้ว และ วิสาขา กัลยาณพงศ์ โดยสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมและงานประพันธ์ทั้งร้องกรองและร้อยแก้วเป็นอาชีพ

อังคาร กัลยาณพงศ์ ถือศิลปินที่ได้รับการยอมรับทั้งในฐานะจิตรกรและกวี เป็นศิลปินที่ได้รับการยกย่องเรื่องการรักษาความเป็นไทยทั้งในด้านความคิดและรูปแบบ อีกทั้งยังเป็นกวีที่มีความคิดเป็นอิสระ ไม่ถูกร้อยรัดด้วยรูปแบบที่ตายตัว จึงนับเป็นกวีผู้บุกเบิกกวีนิพนธ์ยุคใหม่ นอกจากนี้ยังเป็นศิลปินที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปินนักต่อสู้เพื่อความถูกต้อง

“กวีไม่ใช่หมานี่นะ ที่ใครขุนนิดเดียวก็จะยอมเขา บทกวีมันเป็นอิสระในตัวเอง รู้ผิดถูกชั่วดีตามพระพุทธเจ้าตรัสสอน เราเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า รับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์ คือรักเพื่อนมนุษย์ และยินดีจะนำกำลังสติปัญญาไปเผยแพร่ แม้แต่ต้นหญ้ายังให้คุณกับเพื่อนมนุษย์ ข้าวน่ะเป็นหญ้าชนิดหนึ่งนะ อย่าคิดว่า มนุษย์ไม่กินหญ้า และทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นหญ้า ข้าวก็ยังทำให้มนุษย์อิ่มหนำและมีชีวิตอยู่ได้ ศิลปินก็แบบนั้นแหละ เป็นข้าวให้มนุษย์กิน เป็นออกซิเจน เป็นอากาศให้มนุษย์หายใจ เป็นน้ำให้ดื่ม ถ้าศิลปินเป็นฝนได้ก็จะเป็น เป็นพระอาทิตย์ได้ก็จะเป็น ผมคิดว่าเป็นอุดมคติของทุกคน ไม่ใช่แค่ศิลปิน

“บทกวีมีพลังที่จะเปลี่ยนสังคม ทำไมจะเปลี่ยนไม่ได้ เปลี่ยนมาเยอะแล้ว แต่เราไม่ได้คิดจะเปลี่ยนแปลงสังคมเพียงลำพัง เพราะความเป็นไปของมนุษย์มันเหมือนคลื่นในมหาสมุทร เราแข็งแรงเท่าไหร่ เราก็เอาบ่าเข้ารับ กระแสคลื่นจะมาสาดบ่าเราเปื่อยจนกระทั่งเห็นกระดูกเราขาวโพลนก็ยังไม่สิ้นกระแสคลื่นในทะเล ดังนั้นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ก็ต้องช่วยกันหลายทาง ตั้งแต่พระศาสดา และใครต่อใคร ศิลปินก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง”

“พลังของบทกวีก็เหมือนแสงอาทิตย์ หรือถ้าเปรียบเป็นเมฆ มนุษย์ก็ต้องได้รับฝน ถ้าเป็นดอกไม้ก็ต้องหอมอบอวล ถ้าเป็นน้ำหวานก็ต้องเป็นน้ำหวานจากผึ้งที่มอบความหวานหอมให้ชีวิต ผมถึงเป็นกวี รับผิดชอบต่อจากเจ้าฟ้ากุ้ง (เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศรฯ) ผมหายใจเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน” อังคารเคยให้สัมภาษณ์กับ ASTVผู้จัดการเมื่อกลางปี 2555 นอกจากนี้ ในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชาเพื่อประชาธิปไตย ทั้งในช่วงการชุมนุม 193 วันในปี 2551 และการชุมนุม 158 วัน ในปี 2554 อังคาร กัลยณพงศ์ ยังได้เคยขึ้นเวทีอ่านบทกวีและขับเสภาเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ร่วมชุมนุมอยู่หลายครั้ง

บทกวีชุดล่าสุดของ “อังคาร กัลยาณพงศ์”  เมตตา กรุณา ช่วยกู้โลกมนุษย์

๑ โอ้เวรกรรมชี้นำดีระงับได้ ด้วยการไม่จองเวรกรรมซ้ำ

เมตตา กรุณาแท้กระทำนำ ดอกไม้หอมน้อมให้ทุกหัวใจ ฯ

๒ อกุศลผลกลขยะปฏิกูล มิควรสูญจากใจมนุษย์หรือไฉน

สุคันธไมตรีจิตรกายสิทธิชัย อย่าแล้งหายไปจากใจคน ฯ

๓ อำมหิตจิตรสมัยคือไฟทุกข์ จะเกษมสุขโลกไซร้สุดสับสน

สติปัญญาแห่งหล้าอย่าอับจน พึงเพ่งผลเลอเลิศเถิดโลกเอย ฯ

๔ สงครามห่ามร้ายวิบัติคือมัจจุราช พึงเลิกเด็ดขาดเถอะโลกเหวย

เพลิงนิวเคลียร์ฤทธิ์ร้ายฤาเคย เสวยดั่งน้ำใสชื่นใจเย็น ฯ

๕ ขอมบุราณชาติปราชญ์เก่งศาสตร์ศิลป์ เรียนแตกฉานสิ้นลึกซึ่งจึ่งจะเห็น

ค่ามนุษย์อย่าผิดคิดตรงประเด็น เป็นใหญ่อย่างดินฟ้ามหาสมุทรไท ฯ

๖ ทางช้างเผือกถ้าเล็กเล่ห์กะลา จะอุ้มเดือนดาวทั่วฟ้าได้ไฉน

โพธิสัตว์ประเสริฐเลิศดวงใจ ให้แบบอย่างสร้างผลึกเพชรวิญญาณ ฯ

๗ เกียรติยศมนุษย์แท้สถิตย์ดวงจิตร คิดนฤมิตเพื่อโลกสุขเกษมศานต์

เมตตา กรุณากันทั่วจักรวาล ให้ยุคมนุษย์นานกว่าดิรัจฉานเทอญ ฯ

อังคาร กัลยาณพงศ์
ศุกร์ที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ แรม ๑๔ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเมีย

ยอดผู้กำกับชาวอังกฤษเสียชีวิตลงด้วยวัย 68 ปี โดยเชื่อว่าเป็นการจบชีวิตจากการตัดสินใจฆ่าตัวตาย ด้วยการกระโดดลงมาจากสะพานสูงที่แคลิฟอร์เนีย

เจ้าหน้าที่ชันสูตรของลอสแองเจลิส ได้ยืนยันกับสื่อว่า มีการพบร่างที่ไร้วิญญาณของผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง โทนี สก็อต น้องชายของ ริดลีย์ สก๊อต และค่อนข้างจะชัดเจนว่า การเสียชีวิตครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจฆ่าตัวตาย ด้วยการกระโดดลงมาจากสะพาน วินเซนต์ โธมัส บริดจ์ บริเวณใกล้เคียงกับ ลอง บีช ในขณะที่เขามีอายุได้ 68 ปี

โดยเจ้าหน้านี้ได้ให้ข่าวกับ The Daily Breeze ว่า มีการพบจดหมายลาตายอยู่ในรถยนต์โตโยต้า พรีอุส สีดำของ สก็อต ที่จอดอยู่บนถนนด้านตะวันออกของสะพาน นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อีกว่า ผู้กำกับรุ่นใหญ่ได้ปีนข้ามรั้วออกไป และกระโดดลงไปโดยไม่มีการแสดงท่าทีลังเลใจอะไรเลย ในช่วงเวลาประมาณ 12.30 น.ของวันที่ 19 ส.ค.ตามเวลาท้องถิ่น

โทนี สก็อต เป็นเจ้าของผลงานมากมายรวมถึงหนังแอกชันสุดดัง Top Gun ที่มี ทอม ครูซ แสดงนำ โดยผลงานลำดับท้ายๆ ของเขาก็รวมถึง Unstoppable และ The Taking of Pelham 1 2 3 ที่มี เดนเซล วอชิงตัน รับบทนำ



สก็อต ยังร่วมกับพี่ชาย รีดลีย์ สก็อต ที่อายุมากกว่า 6 ปี ตั้งบริษัท Scott Free Productions สร้างงานทั้งสำหรับฉายในโรงภาพยนตร์ และงานทางโทรทัศน์หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น The Good Wife และ The Grey ที่มี เลียม นีสัน แสดงนำ และเมื่อเร็วๆ นี้ เขายังร่วมอำนวยการสร้าง Prometheus ที่พี่ชายเป็นคนกำกับด้วย

สก็อตต์ เกิดที่อังกฤษ เมื่อปี 2487 และมีผลงานที่เป็นรู้จักไปทั่วโลกในยุคทศวรรษที่ 1980 ตอนที่เขากำกับภาพยนตร์เรื่อง ท็อป กัน ซึ่งเป็นภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับนักบินของกองทัพเรือ สวมบทโดยทอม ครูซ ซึ่งขณะนั้นกำลังเป็นดาวรุ่ง และสามารถทำลายถล่มบ็อกซ์ออฟฟิซ เมื่อปี 2529 กว่า 176 ล้านดอลล่าร์ และกลายเป็นเครื่องหมายการค้าติดตัวสก็อตต์และครูซนับแต่นั้น

สก็อตต์ ได้ร่วมงานกับครูซอีกครั้ง ในภาพยนตร์เรื่อง " เดย์ ออฟ ธันเดอร์ " เมื่อปี 2533 เพราะเขาศรัทธาในเสน่ห์แห่งความเยาวัย การมองโลกในแง่ดีและพลังงานที่ไม่มีวันสิ้นสุด ว่าจะเป็นหลักประกันในความเร็จของครูซ ซึ่งเขาก็คิดไม่ผิดแต่อย่างใด

สก็อตต์ เป็นน้องชายแท้ ๆ ของ ริดลีย์ สก็อตต์ ผู้กำกับมือทองเจ้าของรางวัลออสการ์ ที่คว้าออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง แกลดิเอเตอร์ เมื่อปี 2553 ซึ่งนอกจากท็อป กัน แล้ว โทนี่ สก็อตต์ยังมีผลงานที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ เอนเนมี่ ออฟ เดอะ สเตท , เบเวอร์ลีย์ ฮิลส์ คอร์ป ภาค 2 ,สปาย เกม , อันสต็อปเพเบิล และคริมสัน ไทด์ ซึ่งเรื่องหลังนี้เป็นการประชันบทบาทระหว่างสองนักแสดงยอดฝีมือ ยีน แฮ้คแมน และแดนเซล วอชิงตัน ก่อนคิดสั้น สก็อตต์อยู่กินกับภรรยาคนที่สาม ดอนน่า สก็อตต์ และมีลูกชายฝาแฝด


วงการบันเทิงช็อก ภาวนา ชนะจิต อดีตนางเอกรุ่นเก่าชื่อดัง ฉายา ไข่มุกแห่งเอเชีย ตกบ่อน้ำดับปริศนา คาบ้านพัก ตำรวจส่งศพตรวจพิสูจน์แล้ว

เมื่อเวลา 03.00 วันที่ 10 ก.ย. พ.ต.ท.ภิญโญ มุสิกสาร พนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตในบ้านเลขที่ 44/42 หมู่ 1 ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ สกุลวิวรรธน์ ผกก. ชุดสืบสวนและมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ ที่เกิดเหตุเปิดเป็นร้านขายส้มโอหน้าบ้าน ริมถนนริมถนนปิ่นเกล้า – นครชัยศรี ขาเข้า กทม. ใกล้พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ด้านในเป็นบ้านพักชั้นเดียว กระจกรอบด้าน ปลูกอยู่ในเนื้อที่ 16 ไร่ ข้างบ้านมีบ่อน้ำพุ ( คล้ายบ่อเลี้ยงปลา ) ลึกประมาณ 1.5 เมตร 2 บ่อ พนักงานสอบสวนพบผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณขอบบ่อ ใกล้กันพบรองเท้าแตะของผู้ตายและขันตักน้ำพลาสติก 1 ใบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ทราบต่อมาผู้เสียชีวิตชื่อ อรัญญาภรณ์ เหล่าแสงทอง หรือ ภาวนา ชนะจิต ชื่อเล่น หยิน อายุ 69 ปี นางเอกชื่อดัง ฉายา ไข่มุกแห่งเอเชีย สวมเสื้อเชิดลายสก๊อตแขนสั้น กางเกงขาสั้นลายพราง เปียกชุ่มน้ำทั้งตัว

จากการสอบสวน นายอภิชา เหล่าแสงทอง อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะบริหารการตลาด มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 4 ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมผู้ตาย ให้การว่า ปกติคุณแม่จะอยู่กินกับ นายณัฐพงษ์ หลวงศิริกุล นานเกือบ 10 ปีแล้ว ช่วยกันขายส้มโอ มีคนงานในบ้านอีก 2 คน ส่วนตนพักอยู่ที่หอ มีเวลาว่างก็จะมาหาแม่ เมื่อช่วงเย็นเวลาประมาณ 18.00 น. คนงานโทรศัพท์บอกไม่รู้แม่หายไปไหน จึงได้แจ้งญาติมาช่วยหา แต่เมื่อมาถึงนายณัฐพงษ์ กลับไม่พอใจ ดุด่าคนในบ้านใครเป็นคนโทรศัพท์บอก และไล่ทุกคนให้กลับบ้านไป อ้างตัวเองเป็นเจ้าของบ้าน คนอื่นห้ามเข้า ทุกคนก็เดินหารอบบ้านแต่ก็ไม่พบ ช่วยกันออกไปตามหา เมื่อประมาณ 3 นาฬิกา นายณัฐพงษ์ แม่ก็บอกว่าพบผู้เสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำข้างบ้าน

ด้านนายณัฐพงษ์ ให้การว่า ปกติผู้ตายชอบเดินไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณบ่อน้ำดังกล่าว ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่า เป็นลมหมดสติ ก่อนตกลงบ่อน้ำและจมเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ส่ง ศพไปสถาบันนิติเวชผ่าศพพิสูจน์ และสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

พ.ต.ท.หญิง ศิริกุล เจียรนัยขจร รองโฆษก รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยาได้รับศพนางอรัญญาภรณ์ วันนี้( 10 ก.ย.) เวลาประมาณ 11.00 น. โดยแพทย์จะชันสูตรศพในวันพรุ่งนี้ (11ก.ย.) ตามลำดับของศพที่รับมา อย่างไรก็ตาม การชันสูตรศพจะทราบสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นแล้ว จะสามารถทราบได้ว่า เสียชีวิตก่อนตกน้ำหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลให้พงส. สืบสวนการเสียชีวิตต่อไป.

สำหรับประวัติ ภาวนา ชนะจิต เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2485 เริ่มแสดงภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก แสงสูรย์ เมื่อ พ.ศ.2503 จากการชักนำของ ศรินทิพย์ ศิริวรรณ และจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้เธอได้รับรางวัล ตุ๊กตาทอง ดาราสมทบหญิงยอดเยี่ยม แสดงภาพยนตร์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 ถึง 2522 เป็นนางเอกที่มีพระเอกคู่แสดง มากมาย อาทิ มิตร ชัยบัญชา , ไชยา สุริยัน , สมบัติ เมทะนี , ยอดชาย เมฆสุวรรณ , ลือชัย นฤนาท , อุเทน บุญยงค์ , กรุง ศรีวิไล , สรพงศ์ ชาตรี และภาพยนตร์จีน คู่กับ เดวิด เจียง พระเอกชาวฮ่องกง.

(10 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ภาวนา ชนะจิต" นางเอกไข่มุกแห่งเอเชีย อดีตนางเอกภาพยนตร์ชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว โดยพบศพที่บ่อน้ำบริเวณบ้านพัก จังหวัดนครปฐม ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุการตายอยู่ในระหว่างการชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวช

ภาวนา ชนะจิต เริ่มแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ เรื่อง แสงสูรย์ ซึ่งมี มิตร ชัยบัญชา และ อมรา อัศวนนท์ แสดงนำ จากนั้นมาเธอได้แสดงภาพยนตร์เป็นเวลาเกือบ ๒๐ ปี และเรื่องสุดท้ายที่แสดง คือ นรกสาว เมือ พ.ศ. ๒๕๒๓ หลังจากทิ้งวงการบันเทิง แม้ว่าจะมีผู้กำกับละคร ภาพยนตร์ รวมทั้งโฆษณา ติดต่อให้ไปร่วมแสดงอีกครั้ง แต่ก็ปฏิเสธไปทุกราย โดยเธอให้เหตุผลว่า "ต้องการให้คนจดจำแต่ภาพนางเอกในวัยสาวของเธอเท่านั้น"

พัชรา แวงวรรณ (ชื่อเล่น: เอ๋) อดีตนักร้องหญิงที่มีชื่อเสียงชาวไทย เจ้าของฉายา "นักร้องหวานใสปนแหบเสน่ห์" เคยเป็นนักร้องนำของวง "โอเวชั่น" (Ovation) วงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นช่วงยุค 1980 ซึ่งวงโอเวชั่น เคยมีผลงานในช่วง พ.ศ. 2525 - 2532 กับสังกัด นิธิทัศน์ โปรโมชั่น

พัชรา แวงวรรณ เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2507 ที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรสาวคนเล็กในบรรดาบุตรทั้งหมด 4 คน ของ นายโกศล แวงวรรณ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดร้อยเอ็ด 2 สมัย กับนางศรีสุดารัตน์ แวงวรรณ ก่อนจะย้ายครอบครัวมาอาศัยอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด พัชรา แวงวรรณ ได้เข้าสู่วงการบันเทิง ด้วยการเป็นนักร้องนำของวงโอเวชั่น ในปี พ.ศ. 2525
ซึ่งสมาชิกของวงโอเวชั่น ประกอบด้วย
พัชรา แวงวรรณ : ร้องนำ
ชรินทร์ สุวรรณรักษ์ : เปียโน (หัวหน้าวง)
วิสูตร แย้มเอิบสิน : กีต้าร์
วิสุทธิ์ ลิมปินันทน์ : กีต้าร์
ประเสริฐ ฉิมท้วม : แซ็กโซโฟน ฟลุ๊ท คีย์บอร์ด
อนันต์ อักษรพินิจ : เบสกีตาร์
สุเมธ พิกุลแย้ม : กลอง

ดิ โอเวชั่น ในยุคของ พัชรา แวงวรรณ อัลบั้มแรกของวงได้ออกวางแผงเมื่อปี พ.ศ. 2525 ในชื่อว่า "รักและคิดถึง" ต่อมาในปี พ.ศ. 2528 ทางวงก็ได้รับ ไวยวุฒิ สกุลทรัพย์ไพศาล พี่ชายแท้ๆ ของ วิรุฬ สกุลทรัพย์ไพศาล หรือ "ดำ ฟอร์เอฟเวอร์" ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักร้องนำคนใหม่ของวงคู่กับ เอ๋ พัชรา นักร้องประจำวง เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับวง โดยในปีนั้น ทางวงได้ออกอัลบั้มชุดที่ 4 ในชื่อว่า "รักข้ามขอบฟ้า" มีเพลงดังคือ รักข้ามขอบฟ้า นอกจากนั้นแล้ว เอ๋ พัชรา ยังได้ออกอัลบั้มเดี่ยวกับสังกัด นิธิทัศน์ โปรโมชั่น ด้วยในปีเดียวกัน มีเพลงดังคือ เพลงรัก เพลงคิดถึง และแอบช้ำ ในปี พ.ศ. 2529 ดิ โอเวชั่น ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 5 ในชื่อว่า "รักไม่รู้จบ" โดยถือเป็นอัลบั้มชุดสุดท้ายของ เอ๋ พัชรา กับ โอเวชั่น เพราะหลังจากการโปรโมตอัลบั้มนี้ได้ซาลงไป ทางต้นสังกัด คือ นิธิทัศน์ ก็เห็นว่าพัชรานั้นไม่เหมาะกับเพลงเร็ว เพราะแนวเสียงของเธอนั้นเหมาะกับเพลงช้ามากกว่า ทางนิธิทัศน์จึงได้ให้เธอแยกออกมาทำอัลบั้มเดี่ยว และต่อมาก็เป็นนักร้องอิสระไม่สังกัดค่ายใด ทางวงจึงต้องหานักร้องหญิงคนใหม่มาแทน เอ๋ พัชรา นั่นคือ พรพิมล ธรรมสาร (ก้อย) โดยก้อยได้มาเป็นนักร้องนำของวงโอเวชั่น ในอัลบั้ม "เริ่มวัยรัก" (พ.ศ. 2530)  อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของ เอ๋ พัชรา ได้ออกวางแผงในปี พ.ศ. 2530 โดยใช้ชื่อชุดว่า "เพียงดวงตาและรอยยิ้ม" ซึ่งในอัลบั้มนี้มีเพลงเด่นหลายเพลงเช่น ทุยใจดำ , ลืมเสียเถิด , เพรียกหารัก , หนี้รัก , เหลือเพียงฝัน เป็นต้น ซึ่งอัลบั้มชุดนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทางนิธิทัศน์จึงเร่งทำชุด 2 ตามออกมา หลังจากเร่งผลิตงานเพลงมา 1 ปี อัลบั้มชุดที่ 2 จึงได้ฤกษ์ออกวางแผงในปี พ.ศ. 2531 โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า "ไม่รักไม่เจ็บ" โดยในชุดนี้มีเพลงเด่นอย่าง ไม่รักไม่เจ็บ , หนาวลมขมรัก และ สิ้นเยื่อขาดใย

พัชรา แวงวรรณ เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ที่เมืองริเวอร์ไซด์ ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นด้วยการร้องเพลงตามร้านอาหาร และเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ ได้ราว 20 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ พบศพในลักษณะแขวนคอในโรงจอดรถ ที่บ้านพักซึ่งเช่าอยู่ตามลำพัง ขณะที่บางสำนักข่าวรายงานเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์

อัลบั้มที่ออกในนามวงโอเวชั่น
รักและคิดถึง (พ.ศ. 2525)
ที่เก่าเวลาเดิม (พ.ศ. 2526)
รักเธอเสมอ (พ.ศ. 2527)
รักข้ามขอบฟ้า (พ.ศ. 2528)
รักไม่รู้จบ (พ.ศ. 2529) เป็นอัลบั้มสุดท้ายที่ เอ๋ พัชรา เป็นนักร้องนำของวงโอเวชั่น

อัลบั้มที่ทำในนามรวมศิลปินกับค่ายนิธิทัศน์
18 กะรัต (พ.ศ. 2528)
ชุดที่ 1,2 ร้องคู่กับ อรรถพล ประเสริฐยิ่ง จากวงแมคอินทอช (ชุดที่ 1 เพลง จอมใจคนยาก,เพลงรักดอกไม้ป่า ,ชุดที่ 2 เพลง สำคัญที่ใจ,ม่านประเพณี) และ ชุดที่ 3 ร้องคู่กับ ตวงสิทธิ์ เรียมจินดา จากวงเพื่อน (เพลง หัวใจกุ๊กกิ๊ก,แรงรัก) และเพลงที่ร้องหมู่ (เพลง ใจประสานใจ)

อัลบั้มเดี่ยว
เพียงดวงตาและรอยยิ้ม (พ.ศ. 2530)
ไม่รักไม่เจ็บ (พ.ศ. 2531)
เพราะเรามาทีหลัง
กล้ำกลืน (พ.ศ. 2535)
แอบช้ำ
ขื่นขม
คลื่นซัดใจ

อัลบั้มพิเศษ และ อัลบั้มรวมฮิต
โอเวชั่น & พัชรา แวงวรรณ Legend
วันวานยังหวานซึ้ง
อมตะตลับทอง เพลงอมตะนิรันดร์กาล
อมตะตราตรึงใจ
รักและคิดถึง
16 เพลงอมตะ ยอดนิยมเงินล้าน
18 เพลง ยอดนิยมเงินล้าน
เพลงฮิตเมื่อวันวาน
แอบช้ำ กล้ำกลืน
แอบช้ำ กล้ำกลืน ขื่นขม
ที่สุดความทรงจำ
ขอเป็นเพื่อนใจ
พรายพราว








1 ความคิดเห็น:

Patchara Wangwan MUSIC กล่าวว่า...

"แม้ตัวตาย แต่ผลงานยังคงอยู่"

ขอไว้อาลัยแก่ศิลปินทั้งหลายที่จากไปแล้ว ด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น