วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559

โลก 360 องศา - (สะพานทางด่วนที่อินเดียพังถล่มทับคนตาย,น้ำทะเลสูงขึ้น 2 ม.สาเหตุน้ำแข็งขั้วโลกละลาย,เบลเยี่ยมส่งตัวผู้ร้ายวางแผนวินาศกรรมส่งคืนฝรั่งเศส,ถิ่นจอเป็นผู้นำสูงสุดพม่าคนแรกที่มาจากพลเรือน)



เอเอฟพี - ทีมกู้ภัยหลายร้อยคนในอินเดียยังเดินหน้าให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ใต้ซากหักพังแม้เข้าสู่ช่วงค่ำ ตามหลังเกิดเหตุทางยกระดับพังถล่มลงมาใส่ถนนพลุกพล่านสายหนึ่งที่อยู่เบื้องล่างในวันพฤหัสบดี(31มี.ค.) ด้วยยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มเป็นอย่างน้อย 20 ศพและบาดเจ็บเกือบ 100 คน เผยทางยกระดับแห่งนี้ก่อสร้างมานานกว่า 7 ปีแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่มีระยะทางแค่ 2 กิโลเมตร สะพานแห่งนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างในตอนที่ท่อนหนึ่งของมัน ซึ่งมีความยาวราวๆ 100 เมตรเกิดพังครืนลงสู่ท้องถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนในเมืองโกลกาตา ทางตะวันออกของอินเดีย ณ เวลาประมาณเที่ยงวัน ฝังคนเดินถนน รถยนต์และยานพาหนะอื่นๆที่สัญจรผ่านไปมา ให้ติดอยู่ใต้ซากเหล็กและแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่  "จนถึงตอนนี้ยืนยันมีผู้เสียชีวิต 20 คน แต่ยอดที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้เนื่องจากมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก" จาเวด อาห์เมด คาน รัฐมนตรีบริหารจัดการภัยพิบัติของรัฐเบงกอลตะวันตกบอกกับเอเอฟพี ส่วนอานิล ชีคาวัต โฆษกของกองกำลังตอบสนองภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่าตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ที่ 92 โดยส่วนมากมีอาการแตกหักต่างๆนานาและอยู่ในภาวะวิกฤต พร้อมคาดหมายเช่นกันว่ายอดผู้เสียชีวิตจะสูงกว่านี้ ขณะที่ยังไม่ทราบจำนวนของผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากหักพัง ทีมกู้ภัยที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ พร้อมกับอุปกรณ์ตัดคอนกรีตและเหล็ก เครื่องเจาะ เซ็นเซอร์ค้นหาสิ่งมีชีวิตและสุนัขดมกลิ้น ถูกส่งมายังจุดเกิดเหตุ ด้วยโฆษกของสำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติบอกกับเอเอฟพีว่าคณะกู้ภัยหลายร้อยคนจะทำงานตลอดทั้งคืนเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่ติดอยู่ใต้ซากคอนกรีต "เจ้าหน้าที่จากสำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติ 300 คน ทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอินเดียอีก 300 คน กำลังให้ความช่วยเหลือ" อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจำนวนมากของพวกที่เข้ามามีส่วนร่วมในความพยายามกู้ภัยดูเหมือนจะเป็นชาวบ้านทั่วไป ที่พบเห็นคนเหล่านี้พยายามช่วยกันดึงแผนคอนกรีตออกด้วยมือเปล่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ประสบปัญหาในการทำเครนและเครื่องมือขนาดใหญ่อื่นๆฝ่าถนนแคบๆของย่านบูราบาซาร์ ท่ามกลางญาติๆที่เฝ้ารอฟังข่าวเกี่ยวกับบุคคลอันเป็นที่รักด้วยความสิ้นหวัง พบเห็นเครนกำลังยกรถยนต์คนหนึ่งที่อยู่ในสภาพพังบู้บี้ออกจากซากปูน และยังเห็นส่วนหนึ่งของรถบัสที่ถูกทับโผล่ออกมาจากคอนกรีต แต่ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าตอนที่เกิดเหตุ มันบรรทุกผู้โดยสารมาด้วยหรือไม่ หนึ่งในคนงานก่อสร้างที่ได้รับบาดเจ็บให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีจากจุดเกิดเหตุว่า เขากำลังทำงานอยู่ด้านบนก่อนที่มันพังถล่มลงมาและพบเห็นสลักหลายตัวกระเด็นออกจากคานเหล็ก "เรากำลังเชื่อมคานเหล็ก 2 อันสำหรับเสาค้ำ แต่คานไม่สามารถรับน้ำหนักของปูนซีเมนต์ได้" เขากล่าวก่อนถูกพาตัวไปโรงพยาบาล "พอสลักกระเด็นออกมา ทางยกระดับก็พังครืน" งานก่อสร้างทางยกระดับความยาว 2 กิโลเมตรเริ่มขึ้นในปี 2009 และคาดหมายว่าจะแล้วเสร็จภายในเวลา 18 เดือน ทว่ามันต้องประสบปัญหาหยุดนิ่งหลายต่อหลายรอบ IVRCL บริษัทก่อสร้างสัญชาติอินเดีย ที่ได้รับสัญญาในการก่อสร้างทางยกระดับแห่งนี้ มีเส้นตายที่ต้องดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือน ภายใต้งบประมาณเกือบ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หลังจากผ่านไป 7 ปี ปรากฎว่างานมีความคืบหน้าแค่ 55 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ในปี 2014 ทางบริษัทเคยเขียนหนังสือถึงหน่วยงานพัฒนาของเมือง โดยแจ้งว่าพวกเขาไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะดำเนินโครงการให้เสร็จสมบูรณ์  ทั้งนี้นายเค.พี.เรา ตัวแทนของบริษัท IVRCL ระบุว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็น "เหตุสุดวิสัย"  โศกนาฏกรรมคราวนี้ถือเป็นอุบัติเหตุเกี่ยวกับก่อการสร้างหนล่าสุดจากหลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้นในอินเดีย ประเทศที่การบังคับใช้กฎระเบียบด้านความปลอดภัยอ่อนแอและบ่อยครั้งใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน
       
เอเจนซีส์ / MGR online – ผลการศึกษาล่าสุดซึ่งมีการตีพิมพ์เผยแพร่โดยวารสาร “Nature” เกี่ยวกับทวีปแอนตาร์กติกาหรือขั้วโลกใต้ระบุ การละลายของน้ำแข็งในทวีปนี้ อาจส่งผลให้ระดับน้ำทะเลโลกเพิ่มสูงขึ้นอีก 2 เมตรภายในปี ค.ศ. 2100 หรือภายในช่วงสิ้นศตวรรษนี้ ผลการศึกษาซึ่งจัดทำขึ้น โดยทีมนักวิจัยภายใต้การนำของ เดวิด พอลลาร์ด แห่งมหาวิทยาลัยเพนน์สเตท และร็อบ เดคอนโต ระบุว่า อัตราการละลายของนำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกา อาจอยู่ในระดับที่เลวร้ายกว่าที่คณะทำงานระหว่างรัฐบาลว่าด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่มีองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นผู้สนับสนุน เคยคาดการณ์ไว้ ผลการศึกษาล่าสุดระบุว่า หากระดับของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนยังคงดำเนินอยู่ในระดับปัจจุบันต่อไป การละลายของน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกาอาจเพิ่มปริมาณมากขึ้น จนทำให้ระดับน้ำทะเลโลกสูงขึ้นถึง 2 เมตรภายในปี ค.ศ.2100 ซึ่งจะก่อให้เกิดหายนะใหญ่หลวงสำหรับเมืองที่ตั้งอยู่ติดชายฝั่งทะเลทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงฮ่องกง นิวยอร์ก และซิดนีย์ ตลอดจน ดินแดนที่เป็นเกาะแก่งต่างๆในมหาสมุทร  อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยย้ำว่า โลกของเรายังคงมีโอกาสหลีกเลี่ยงหายนะเลวร้ายนี้ได้ หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับการต่อสู้กับปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และภาวะโลกร้อนอย่างจริงจังกว่าที่เป็นอยู่ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการตีพิมพ์ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ระบุอัตราการเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ำทะเลโลกกำลังอยู่ในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่การก่อตั้งกรุงโรมเมื่อ 2,800 ปีก่อน จากผลพวงของการใช้พลังงานฟอสซิล โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ที่มีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้นต่อเนื่อง เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา ผู้นำทั่วโลกสามารถบรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส ในการลดระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยในที่ประชุมสมัชชารัฐภาคีฯ ครั้งที่ 21 (COP21) ณ กรุงปารีส ได้ให้การ รับรองต่อความตกลงปารีส (Paris Agreement) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม เพื่อนำไปเป็นระเบียบใช้บังคับกับทุกรัฐสมาชิก นับจากปี ค.ศ. 2020 เป็นต้นไป โดยความตกลงปารีสนี้ มีเป้าหมายหลัก เพื่อควบคุมระดับของการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยให้น้อยกว่า 2 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม และจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยให้อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส
       


เอเอฟพี - เจ้าหน้าที่เบลเยียมในวันพฤหัสบดี(31มี.ค.) ตัดสินใจส่งนายซาลาห์ อับเดลสลาม ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญของเหตุวินาศกรรมกรุงปารีสไปยังฝรั่งเศส เพื่อดำเนินคดีเกี่ยวเหตุโจมตีนองเลือดเข่นฆ่าชีวิตผู้คน 130 ศพเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยหนึ่งเดียวในเหตุก่อการร้ายโจมตีปารีส ที่มีชีวิตรอด ถูกรวบตัวได้ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม หลังหลบหนีมานานกว่า 4 เดือน ,4 วันหลังการจับกุมตัวเขา เมืองหลวงของเบลเยียมถูกมือระเบิดฆ่าตัวตายของพวกรัฐอิสลาม(ไอเอส) โจมตีพร้อมเพรียงกันถล่มสนามบินและสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในบรัสเซลส์ ซึ่งมือระเบิดฆ่าตัวตายเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับนายอับเดสลามและเครือข่ายโจมตีปารีส ก่อนหน้านี้ทนายความของนายอับเดลสลาม เผยว่าลูกความวัย 26ปีของเขาเห็นพ้องกับการโอนย้ายตัวไปยังฝรั่งเศสภายใต้หมายจับสหภาพยุโรป ซึ่งเปิดทางสำหรับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างรวดเร็ว "นายอับเดสลาม อยากให้รู้ว่าเขาต้องการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส นี่คือคำพูดที่เขาอยากบอกให้รู้" การจับกุมนายอับเดสลาม ถูกมองว่าเป็นความสำเร็จของความพยายามต่อต้านก่อการร้ายของเบลเยียมที่ไม่พบเห็นบ่อยนัก ทว่าเขาปฏิเสธให้ข้อมูลใดๆมาตั้งแต่เหตุระเบิดในบรัสเซลส์  "ในขณะที่นายซาลาห์ อับเดสลาม แจ้งความจำนงยินยอมถูกโอนย้ายไปยังฝรั่งเศส ซึ่งผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางได้รับทราบคำยืนยันของเขาแล้วในวันนี้ การโอนย้ายจึงมีความเป็นไปได้" สำนักงานอัยการระบุในถ้อยแถลง "นับจากนี้เจ้าหน้าที่เบลเยียมและฝรั่งเศสจะพิจารณาร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการเพิ่มเติมในการโอนย้ายผู้ต้องสงสัย ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศสแถลงตามหลังการจับกุมตัวนายอับเดสลามไม่นาน ว่าเขาต้องการให้นำผู้ต้องสงสัยรายนี้กลับมายังฝรั่งเศสเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อเผชิญกระบวนการยุติธรรมต่อเหตุโจมตี  เชื่อกันว่านายอับเดสลาม ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ประสานงานด้านส่งกำลังบำรุงสำหรับเหตุสังหารหมู่ปารีส และเขาเผยกับคณะสืบสวนด้วยว่าตนเองมีความตั้งใจจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีที่สนามสต๊าด เดดอ ฟรองซ์ แต่เปลี่ยนใจเสียก่อน อับเดสลาม พลเมืองฝรั่งเศสที่เกิดในเบลเยียม วัย 26 ปี ปฏิเสธตอบคำถามมาตั้งแต่วันที่เขาถูกจับกุม โดยก่อนหน้านี้เขาถูกสอบปากคำเกี่ยวกับเหตุโจมตีกรุงปารีสเพียวๆ 3 ชั่วโมง ไม่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของแผนโจมตีก่อการร้ายในอนาคต ผู้ต้องสงสัยรายนี้ มีความเกี่่ยวข้องกับมือระเบิดโจมตีบรัสเซลส์อย่างน้อยๆ 2 คน คือนายคาลิด เอล บากราวี ซึ่งระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และนายนาจิม ลาชราวี หนึ่งในมือระเบิดโจมตีสนามบิน  ทั้งนี้พบลายนิ้วมือของนายอับเดสลามในห้องเช่าในกรุงบรัสเซลส์ของนายบากราวี ส่วนความเกี่ยวข้องกับนายลาชราวีนั้น พบว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยขับรถไปยังฮังการีด้วยกัน เบลเยียมยังคงไล่ล่าผู้ต้องสงสัยมือโจมตีรายที่ 3 เป็นชายสวมหมวกที่ถูกกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ขณะอยู่กับ 2 มือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีสนามบิน

เอเอฟพี - หนุ่มฝรั่งเศสวัย 34 ปี ซึ่งถูกตำรวจรวบตัวได้ใกล้ๆ กรุงปารีสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังเกิดเหตุบึ้มสนามบินและรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ ถูกตั้งข้อหาวางแผนก่อวินาศกรรมวานนี้ (30 มี.ค.) โดยเจ้าหน้าที่พบหลักฐานทั้งอาวุธและวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านของเขา พนักงานสอบสวนฝรั่งเศสพยายามสืบหาเบาะแสเพื่อทลายเครือข่ายนักรบญิฮัดที่เชื่อมโยงกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ซึ่งได้อ้างความรับผิดชอบทั้งเหตุโจมตีกรุงปารีสเมื่อเดือน พ.ย. รวมถึงเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่สนามบินและรถไฟใต้ดินบรัสเซลส์เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไปถึง 32 คน  เรดา คริเกต์ (Reda Kriket) วัย 34 ปีซึ่งเป็นพลเมืองฝรั่งเศส ถูกจับกุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างที่ตำรวจเข้าจู่โจมอพาร์ตเมนต์ชานกรุงปารีสซึ่งเขาพักอยู่ โดยภายในห้องของเขามีทั้งปืนไรเฟิล ปืนพก รวมถึง ไตรอะซีโตน ไตรเพอร์ออกไซด์หรือ TATP ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดที่ไวต่อความร้อนและการสั่นสะเทือน และเป็นอาวุธแบบโฮมเมดที่นักรบไอเอสนิยมใช้ ฟรองซัวส์ โมแลงส์ อัยการกรุงปารีส แถลงเมื่อวันพุธ (30) ว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบเป้าหมายที่ชัดเจนของแผนโจมตีในครั้งนี้ แต่อาวุธจำนวนมากที่ถูกซุกซ่อนไว้ในบ้านของคริเกต์ บ่งชี้ชัดเจนว่าตำรวจสามารถป้องกันเหตุวินาศกรรมร้ายแรงเอาไว้ได้ การจับกุมผู้ต้องสงสัยรายนี้มีขึ้นหลังจากที่เมืองหลวงฝรั่งเศสเพิ่งจะเผชิญกับเหตุวินาศกรรมครั้งเลวร้ายที่สุด ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปมากถึง 130 รายเมื่อ 4 เดือนก่อน อัยการระบุว่า คริเกต์ได้ใช้บัตรประชาชนปลอมเช่าอพาร์ตเมนต์ในย่านอาร์ฌองเตย์ (Argenteuil) เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว  ผู้ต้องสงสัยชาวฝรั่งเศสอีกรายที่คาดว่ามีส่วนพัวพันกับแผนก่อการร้ายครั้งล่าสุดนี้ คือ อนีส บาห์รี วัย 32 ปี ซึ่งถูกรวบตัวได้ที่เมืองท่าร็อตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27) และพยายามต่อสู้คัดค้านการถูกส่งตัวไปยังฝรั่งเศส ทางการฝรั่งเศสเชื่อว่า คริเกต์ และ บาห์รี เคนเดินทางไปซีเรียเมื่อช่วงปลายปี 2014 ถึงต้นปี 2015 จากนั้นก็ได้เดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างฝรั่งเศส เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ สำหรับผู้ต้องสงสัยอีก 2 คน คือ อับเดราห์มาน อาเมรูด (Abderrahmane Ameroud) วัย 38 ปี และ ราบาห์ เอ็ม. วัย 34 ปี ซึ่งถูกจับกุมได้ที่เบลเยียม จะถูกทางการควบคุมตัวเอาไว้อีก 1 สัปดาห์ อัยการเบลเยียมแถลง เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว คริเกต์เคยถูกศาลเบลเยียมพิพากษาลับหลังจำเลยให้ต้องโทษจำคุก 10 ปี ฐานเป็นเครือข่ายจัดหาแนวร่วมให้พวกนักรบญิฮัด ผู้ที่เคยเดินทางไปสู้รบในซีเรียผ่านการชักจูงของเครือข่ายนักรบกลุ่มนี้ยังรวมถึง อับเดลฮามิด อาบาอูด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้บงการเหตุวินาศกรรมปารีสเมื่อเดือน พ.ย. รวมถึง ชากิบ อักรูห์ ซึ่งกดระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อตำรวจฝรั่งเศสบุกจู่โจมแฟลตในย่านแซงต์-เดอนีส์  จากการสอบสวนพบว่าคริเกต์มีบทบาทสำคัญในการจัดหาเงินทุนมาอุดหนุนเครือข่ายนักรบญิฮัด ทั้งโดยการปล้นชิงและขายทรัพย์สินที่ขโมยมา
 
เอเอฟพี - พรรคของอองซานซูจี จะยื่นเสนอต่อรัฐสภาในวันนี้ (31) ที่จะตั้งตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐให้แก่ซูจี ตามการเปิดเผยของสมาชิกสภานิติบัญญัติ ตำแหน่งที่จะทำให้ซูจีมีอำนาจในการประสานงานระหว่างประธานาธิบดี และรัฐสภา  พม่ากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่หลังอยู่ภายใต้การปกครองของทหารนานเกือบครึ่งศตวรรษ ที่เต็มไปด้วยความหวังว่า ฝ่ายบริหารของซูจี จะสามารถฟื้นการเมือง และเศรษฐกิจของประเทศ แต่ซูจีไม่สามารถทำหน้าที่เป็นประธานาธิบดีได้ตามรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นโดยทหาร แม้ว่าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ของซูจี จะชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อเดือน พ.ย.ก็ตาม ร่างข้อเสนอที่อ้างถึงชื่อซูจี ระบุจะมอบความรับผิดชอบต่อรัฐสภาเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา และมีอำนาจในการจัดการพบหารือใดๆ ก็ตามที่เห็นว่ามีความจำเป็น และงบประมาณตำแหน่งที่สะท้อนบทบาทของนายกรัฐมนตรีในระบบการเมืองอื่นๆ ที่จะมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนาน 5 ปี เช่นเดียวกับประธานาธิบดี และยังทำให้ซูจี เข้าถึงสภานิติบัญญัติ หลังซูจี ถูกบังคับให้สละที่นั่งในสภาเพื่อเข้าร่วมคณะรัฐมนตรี โดยร่างกฎหมายนี้จะยื่นเสนอต่อสภาสูงในวันพฤหัสบดี (31) “ร่างข้อเสนอดังกล่าวจะนำขึ้นอภิปราย และรับรองในอีกไม่กี่วันสมาชิกรัฐสภารายหนึ่ง กล่าว  อองซานซูจี ได้ให้คำมั่นว่า จะบริหารประเทศอยู่เหนือประธานาธิบดีถิ่น จอ ผู้ที่ซูจี ให้ความไว้วางใจที่เพิ่งเข้าสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันพุธ (30) และซูจี ยังมีตำแหน่งรัฐมนตรีใน 4 กระทรวง คือ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพลังงาน และสำนักงานประธานาธิบดีในการเลือกตั้งเดือน พ.ย. ที่เป็นการเลือกตั้งที่เสรีที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ทำให้พรรคของซูจีครองที่นั่งในสภามากถึง 80% และมีอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาล สมาชิกสภานิติบัญญัติหน้าใหม่มาจากหลากหลายภูมิหลัง ตั้งแต่นายแพทย์ ไปจนถึงนักกวี แต่คนเหล่านี้มีประสบการณ์ในการเป็นรัฐบาลไม่มาก และต้องการการชี้แนะจากซูจี พวกเขาได้รับมอบหมายให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และสังคมที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจากการปกครองของทหารตั้งแต่ปี 2505 และเริ่มปฏิรูปในปี 2554 ภายใต้รัฐบาลกึ่งพลเรือนของเต็งเส่ง ขณะที่กองทัพยังคงกุมอำนาจทางการเมืองไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยการครองที่นั่ง 1 ใน 4 ของสภา และตำแหน่งรัฐมนตรีใน 3 กระทรวงสำคัญของประเทศ. 


เอเอฟพี/รอยเตอร์ - ผู้ช่วยใกล้ชิดของอองซานซูจี เข้ากล่าวสาบานตนในฐานะประธานาธิบดีของพม่า และเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องต่อทหารในรอบมากกว่าครึ่งศตวรรษ ในวันนี้ (30) บทบาทที่จะได้เห็นเขาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตย และแบกความหวังของชาติที่เพิ่งหลุดพ้นจากการปกครองของทหาร  ถิ่น จอ เพื่อนสนิทและผู้ที่นางอองซานซูจี ไว้วางใจ ได้เข้าครองอำนาจต่อจากเต็งเส่ง อดีตนายพล ที่ดำเนินการปฏิรูปประเทศนับตั้งแต่ปี 2554 การมอบอำนาจที่อาคารรัฐสภาในกรุงเนปีดอ เป็นสัญลักษณ์ของขั้นตอนสุดท้ายของการเปลี่ยนผ่านอำนาจที่กินเวลายาวนานนับตั้งแต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของซูจี กวาดชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย.  พรรค NLD ครองเสียงข้างมากด้วยได้ที่นั่งในสภาถึง 80% และมีสิทธิในการปกครอง หลังอยู่ภายใต้การครอบครองของกองทัพมานาน ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพ และซูจี จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของการแยกตัวออกจากการปกครองของทหารนับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจในปี 2505 ในพิธี ถิ่น จอ และรองประธานาธิบดีใหม่ 2 คน ได้ถือรัฐธรรมนูญไว้ในมือ และกล่าวสาบานตนพร้อมกันตามประธานรัฐสภา มาน วิน คาย ตาน (Mahn Win Khaing Than) ว่าจะจงรักภักดีต่อสหภาพพม่า และจะไม่แบ่งแยกความเป็นสหภาพ ความสามัคคีของชาติ และการธํารงรักษาไว้ซึ่งอํานาจอธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญ  ถิ่นจอ ยังได้กล่าวให้คำมั่นว่า จะซื่อสัตย์ต่อประชาชนของสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า  ผมจะพิทักษ์รักษา และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จะปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบให้สำเร็จลุล่วงอย่างเที่ยงธรรม และสุดความสามารถถิ่น จอ อายุ 69 ปี เพื่อนร่วมชั้นเรียนของอองซานซูจี กล่าว  และในการกล่าวสุนทรพจน์สั้นๆ ต่อรัฐสภา หลังพิธีกล่าวสาบานตน ถิ่น จอ ยังย้ำจุดยืนของซูจีต่อความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 ที่ปกป้องอำนาจของกองทัพในการเมืองของประเทศ ที่ทำให้สมาชิก NLD บางส่วนมีน้ำตาคลอ  รัฐบาลใหม่ของเราจะดำเนินการสร้างความปรองดองในชาติ ความสงบสุขในประเทศ การเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญที่จะปูทางไปสู่สหภาพประชาธิปไตย และปรับปรุงมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชน เรามีหน้าที่ที่จะต้องทำงานเพื่อการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมต่อประเทศของเรา และสอดคล้องต่อมาตรฐานทางประชาธิปไตยถิ่น จอ กล่าว หลังจากนั้น คณะรัฐมนตรีได้กล่าวสาบานตนตามประธานรัฐสภา ที่รวมทั้งรัฐมนตรีจากเขตชาติพันธุ์ และซูจี ที่อยู่ในชุดสีฟ้าซึ่งครองตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทั้งทหารในชุดเครื่องแบบอีก 3 นาย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่กองทัพครอบครองอยู่ภายในรัฐบาลชุดใหม่ พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย ได้เข้าร่วมในพิธีเช่นกัน รวมทั้งนักการทูต และผู้แทนหน่วยงานนอกภาครัฐอีกหลายร้อยคน และจะมีการจัดงานที่ทำเนียบประธานาธิบดี และงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสนี้  สมาชิกสภาของพรรค NLD หลายคนรู้สึกตื้นตันต่อสิ่งที่เกิดขึ้น  ผมนอนไม่หลับทั้งคืน สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีถิ่น จอ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อนในประเทศนี้ เขาให้คำมั่นว่า เขาจะทำงานเพื่อชาติด้วยความเคารพต่ออองซานซูจีหัวหน้าพรรคของเรา มันเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ และสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นได้เพราะทุกคนร่วมกันผลักดันไปข้างหน้าสมาชิกสภาพรรค NLD กล่าวหลังพิธี

(เครดิตอ้างอิง คัดลอกจากคอลัมน์ข่างต่างประเทศ, MGR online)    

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559

โลกเหงาๆ ของเขาและเธอ 7










 

       30 ข้อคิด สร้างกำลังใจ ภายหลังผ่านมรสุมชีวิต หรือเรื่องผิดหวัง รักร้าว


1.    อุปสรรคที่เกินทนจะหลอมคนให้ทนทาน ความสบายที่ยาวนานจะรอนรานความเป็นคน  Credit : Muthita Max

2.    อย่าดูถูกตัวเองเด็ดขาด เมื่อเธอยังไม่พลาดหรือผิดตรงไหน ลองทำก่อนให้รู้ว่าเป็นอย่างไร จะยอมแพ้ตั้งแต่เริ่มได้ไง เดี๋ยวคนให้กำลังใจเหนื่อยฟรี  Cradit : Panu Pong

3.    อันไหนดีให้จดไว้ จะได้ใช้เป็นแนวทางต่อไป สิ่งไหนที่เป็นความล้มเหลว ก็ให้จดบันทึกไว้ เพื่อจะได้ไม่ทำอีก

4.    หากความท้าทายบางอย่างยังติดอยู่ในห้วงความคิด มันก็คุ้มค่าพอที่จะลองเสี่ยง

5.    คุณไม่มีวันเป็นผู้ชนะได้ หากไม่เรียนรู้ที่จะแพ้เสียก่อน

6.    จงแน่วแน่ในการตัดสินใจ แต่ให้ยืดหยุ่นกับการลงมือทำ

7.    จงนับถือตัวเองให้มาก เพื่อที่จะรู้ว่าตัวคุณคู่ควรกับสิ่งที่ดีที่สุด

8.    ความท้าทายเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตน่าสนใจแต่การเอาชนะมันให้ได้ เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย

9.    ความล้มเหลวคือโอกาสในการเริ่มต้นทำสิ่งเดิมอีกครั้งอย่างชาญฉลาดกว่าเดิม

10. อัจฉริยะ เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจเพียง 1% ส่วนอีก 99% นั้น คือการลงมือทำ

11. อนาคตของคุณขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณทำในวันนี้ ไม่ใช่วันพรุ่งนี้

12. ความมั่นใจไม่ได้มาจากการทำอะไรถูกต้องอยู่เสมอ แต่มาจากการไม่กลัวที่จะทำอะไรผิด

13. วิธีให้กำลังใจตัวเองที่ดีที่สุดคือการให้กำลังใจคนอื่น

14. อย่าเพิ่งยอมแพ้ จุดเริ่มต้นนั้นมักจะยากที่สุดเสมอ

15. สิ่งเดียวที่แน่นอนที่สุดในชีวิต คือความเปลี่ยนแปลง

16. บางครั้ง คุณก็ค้นพบตัวเองหลงทางอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่บางครั้ง ที่ที่คุณหลงทางอยู่นั้น คุณก็ได้ค้นพบตัวเองเช่นกัน

17. หากคุณอยากสร้างสันติ อย่ามัวแต่คุยกับมิตร แต่จงหันหน้าคุยกับศัตรูแทน

18. เดินกับมิตรในความมืดมิด ยังดีกว่าเดินลำพังในที่สว่าง

19. หากใครสักคนบอกว่าคุณเปลี่ยนไปนั่นหมายถึงว่า คุณไม่ได้ใช้ชีวิตตามแบบของพวกเขาแล้ว

20. ชีวิตคนเราสั้นเกินกว่าจะเสียเวลาเกลียดใคร

21. เมื่อไรที่อำนาจของความรัก ชนะความรักในอำนาจเมื่อนั้นโลกจะรู้จักความสงบสุข

22. จงอย่าสัญญาใด ๆ ในขณะที่คุณกำลังมีความสุข จงอย่าตอบโต้ในขณะที่คุณกำลังโกรธ และจงอย่าตัดสินใจในขณะที่คุณกำลังเศร้า

23. คนเราไม่ได้หยุดเล่น เพราะเติบโตขึ้น แต่คนเราเติบโตขึ้นเพราะหยุดเล่นต่างหาก

24. ประสบการณ์จะทำให้คุณรู้ว่าคุณควรทำอะไร แต่ความมั่นใจจะทำให้คุณกล้าลงมือทำ

25. อย่าทำให้วันของคุณสูญเปล่า จงมีความสุขกับสิ่งที่คุณมีในทุก ๆ วัน

26. คุณเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเองมีเพียงคุณเท่านั้น ที่จะทำให้ความฝันของตัวเองเป็นจริง

27. คุณอาจต้องทำความรู้จักกับผู้คนนับร้อย กว่าจะได้พบเพื่อนแท้เพียงไม่กี่คน

28. อย่าดูถูกความสามารถในการค้นหาความจริงของผู้อื่น

29. เรื่องเศร้าในชีวิตไม่ใช่การที่เราไปไม่ถึงฝัน แต่เป็นการที่เราอยู่โดยไม่มีความฝันต่างหาก

30. บางครั้งสิ่งดี ๆ ก็อาจมาจากที่ซึ่งคุณคาดไม่ถึง

  
  




วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2559

Super Hero งานโชว์ของสุดอลังของ D.C Comics



ซัมเมอร์นี้ พวกคุณเตรียมเงินในกระเป๋าไว้ต้อนรับผมหรือยัง พวกเรามาแล้วนะครับ



นี่ตัวเอง บอกเข๊ามาดีๆ ซิ ว่าไปกับชะนีมาใช่มั๊ย .....เอิ่ม นี่ กูร้อน กูใส่ชุดนาน ชะนีมันไม่รอ จบป่ะ

เราไม่ได้มาเล่นๆ ถ้าไม่มีตัวร้ายอย่างฉัน พวกซุปเปอร์ฮีโร่อย่างแกไม่ได้เกิดหรอกรู้มั๊ย



 
Strong ถึงเวลาได้เกิดของฉันแล้ว พวกนายหลบไป


เฮียๆ  พวกมันมากันทำไมวะ แล้วอย่างนี้ เราต้องแท็กทีมมาสู้กับพวกมันมั๊ยเฮีย....เอ่อ กูว่ามึงกับกูหลบไปซักพักดีกว่า พวกมันมานีทำให้เรากลายเป็นยอดมนุษย์ไก่กา อาราเร่ ไปเลย มึงว่ามั๊ย ผนึกกำลังอะไร รอพวกมันไป เราค่อยโผล่มาจะดีกว่า




 
 
 
 

Batman v Superman: Dawn of Justice แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน: แสงอรุณแห่งยุติธรรม เวอร์ชั่นพิเศษนี้ มาในแบบซีเรียสมืดหม่นสุดๆ และทำให้ผู้ชมถึงกับงงว่าทั้งสองมาเจอกันได้อย่างไร และวันนี้เรามีคำตอบมาให้ ด้วยประกาศจากเว็บไซต์ Collider ที่จะเผยถึงสาเหตุศึกมวยยักษ์ พร้อมการมาถึงของภัยคุกคามครั้งใหม่ด้วย โดยเรื่องราวใน Batman v Superman: Dawn of Justice นั้นเกิดขึ้นมาจากความกลัวว่า การกระทำของซูเปอร์ฮีโร่ที่เป็นดั่งเทพเจ้า จะไม่ได้รับการตรวจสอบ นักปราบอธรรมผู้ทรงอำนาจและน่ากลัวแห่งเมืองก็อทแธม จึงได้เผชิญหน้ากับพระเจ้าในยุคใหม่ที่น่าเคารพบูชาที่สุดของเมืองเมโทรโปลิส ขณะที่โลกก็กำลังถกเถียงกันว่าฮีโร่แบบไหนกันแน่ที่โลกกำลังต้องการจริงๆ และขณะที่แบทแมนกับซูเปอร์แมนกำลังรบกันเองอยู่นั้น ภัยคุกคามใหม่ก็ได้ผงาดขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่ทำให้มวลมนุษยชาติต้องตกอยู่ในอันตรายกว่าที่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งภัยคุกคามที่ว่านั้น คือวายร้ายบิ๊กเบิ้ม คู่ปรับตลอดกาลของซูเปอร์แมนอย่าง เล็กซ์ ลูธอร์ และคาดการณ์กันว่า อสูรกายอมตะ ดูมส์เดย์ ที่เกิดจากทดลองของชาวคริปโตเนียน จะมาร่วมศึกนำพาหายนะครั้งนี้ แต่จะจริงหรือไม่นั้น ต้องไปชมกันในโรงภาพยนตร์ เข้าวันที่ 24 มีนาคม 2559 ทุกโรงภาพยนตร์

โลก 360 องศา - (บรัสเซลส์อ่วมเผชิญเหตุก่อการร้าย,ภายหลังเพิ่งจับนายซาลาห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุวินาศกรรมปารีสได้ 4 วัน,โดนัลด์ ทรัมป์แรงฉุดไม่อยู่จนรูบิโอขอถอนตัวแล้ว)




 
เอเจนซีส์ - สนามบินซาเวนเทมในกรุงบรัสเซลส์ ถูกโจมตีล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ (22 มี.ค) ราว 8.00 น. บริเวณจุดเทอร์มินอลขาออกต่างประเทศใกล้จุดเช็กอินอเมริกันแอร์ไลน์ เชื่ออาจเป็นฝีมือระเบิดฆ่าตัวตายบุกโจมตี ซึ่งพบมีการระเบิด 2 ครั้ง และอีก 1 ครั้งที่สถานีมาลบีค (Maelbeek) ของรถไฟเมโทรใกล้สำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป สื่อท้องถิ่นรายงานยอดเสียชีวิตใน 2 เหตุการณ์ ไม่ต่ำกว่า 23 คน (ตัวเลขอาจยังไม่นิ่ง)  เดลีเทเลกราฟ รายงานล่าสุด ว่า ในเบื้องต้นพบว่า ในเหตุโจมตีท่าอากาศยานซาเวนเทมในกรุงบรัสเซลส์ อาจเป็นฝีมือของ มือระเบิดฆ่าตัวตายซึ่งมีรายงานบางกระแสระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายได้ตะโกนเป็นภาษาอารบิก และเปิดฉากยิงก่อนที่จะมีระเบิดเกิดขึ้น 2 ครั้งใกล้กับเคาน์เตอร์เช็กอินสายการบินสัญชาติสหรัฐฯ อเมริกันแอร์ไลน์ บริเวณจุดเทอร์มินอลอาคารผู้โดยสารขาออกต่างประเทศ ซึ่งพบมีความเสียหายหนัก และอีก 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น พบเกิดเหตุระเบิด 1 ครั้ง บริเวณสถานีมาลบีค (Maelbeek) ของระบบรถไฟเมโทร ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับที่ตั้งสำนักงานใหญ่องค์การสหภาพยุโรป โดยสื่ออังกฤษรายงานว่า เหมือนระเบิดจะมาจากส่วนหน้าของตัวรถไฟ โดยพยานในเหตุการณ์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น RTBF ว่า เราออกจากตัวสถานีมาลบีค และมุ่งหน้าไปยังเซนเตอร์ในเวลา 9.07 น. และในเวลา 9.10 น. เราได้ยินเสียงระเบิดครั้งใหญ่ ซึ่งดูเหมือนออกมาจาก**บริเวณด้านหน้าของตัวรถไฟ**  และกล่าวต่อว่า ไฟได้ดับลง และมีความตกใจจากความโกลาหลที่มาจากการเกิดระเบิดที่สนามบินซาเวนเทมพยานในเหตุการณ์ยังกล่าวต่อไปด้วยความตกใจว่า ประตูรถไฟถูกงัดให้เปิดออก เพื่อให้ผู้โดยสารหนีออกไปได้ และมีควันเต็มไปหมด ซึ่งเราผ่านตัวสถานีมาลบีค เห็นประตูกระจกแตกกระจายกลาดเกลื่อนเต็มพื้น ซึ่งคาดว่าแรงระเบิดต้องมีอานุภาพสูง  รายงานยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด สื่อท้องถิ่นเบลเยียมรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตในจุดสนามบินบรัสเซลส์ และสถานีรถไฟมาลบีคไม่ต่ำกว่า 23 คนแล้ว (ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจมีมากกว่านี้)

รอยเตอร์ - ผู้หลบหนีซึ่งเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดจากเหตุวินาศกรรมกรุงปารีสเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ถูกจับกุมตัวตามหลังยิงปะทะกับตำรวจในบรัสเซลส์ในวันศุกร์(18มี.ค.) จากการยืนยันของสำนักงานอัยการเบลเยียม ไม่นานหลังจากทีมสืบสวนพบลายนิ้วมือของเขา ณ ที่เกิดเหตุตำรวจปฏิบัติการจู่โจมอพาร์ทเมนต์หลังหนึ่งช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อมวลชนรายงานว่านายซาลาห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยชาวฝรั่งเศสวัย 26 ปี ได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการของตำรวจ ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่เหล่าผู้นำของอียูกำลังประชุมกันอยู่ที่อีกฟากฝั่งของเมืองเพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตผู้ลี้ภัย "เราได้ตัวเขาแล้ว" ธีโอ แฟรงค์เชน รัฐมนตรีลี้ภัยและการอพยพของเบลเยียมเผย รายงานข่าวระบุว่ามีการดวลปืนในเขตโมเลนบีค จุดที่เป็นเป้าการสืบสวนเหตุโจมตีปารีส และพบเห็นตำรวจปิดล้อมอพาร์ทเมนต์หลังหนึ่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่เผยว่าในเวลาเดียวกันนั้นประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ของฝรั่งเศสและนายกรัฐมนตีชาร์ลส์ มิเชล ของเบลเยียม ได้ลุกจากที่ประชุม ออกมาหารือเกี่ยวกับปฏิบัติการดังกล่าว ภาพจากสถานีโทรทัศน์เผยแพร่ภาพกองกำลังด้านความมั่นคงในชดสีดำกระจายกำลังคุ้มกันถนนสายหนึ่ง ส่วนผู้สื่อข่าว ณ จุดเกิดเหตุเล่าว่าพบเห็นกลุ่มควันลอยพวยพุ่งขึ้นจากหลังคาของอาคารและมีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งบินวนอยู่บนท้องฟ้า สื่อมวลชนระบุว่ามีผู้ถูกจับกุม 2 คนหรือ 3 คน และนาย อับเดสลามได้รับบาดเจ็บบริเวณขา อย่างไรก็ตามสำนักข่าวต่างๆยังให้ข้อมูลไม่ตรงกันเกี่ยวกับจำนวนผู้ต้องสงสัย การจับกุมครั้งนี้มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากตำรวจพบลายนิ้วมือของนายอับเดสลาไปปรากฏอยู่ภายในอพาร์ทเมนต์หลังหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกจู่โจมตรวจค้นเมื่อวันอังคาร(15มี.ค.) นอกจากนี้แล้วทางอัยการเบลเยียมยังเผยด้วยว่าชายชาวแอลจีเรียที่ถูกวิสามัญฆาตกรรมในปฏิบัติการดังกล่าว อาจเป็นหนึ่งในบุคคลที่คณะสืบสวนฝรั่งเศสและเบลเยียมกำลังตามล่าตัวในความเกี่ยวข้องกับเหตุนักรบรัฐอิสลาม(ไอเอส) โจมตีปารีสในวันที่ 13 พฤศจิกายนปีก่อน สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐ RTBF รายงานว่าพวกเขามีข้อมูลว่านายอับเดสลาม ซึ่งพี่ชายเป็นหนึ่งในมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีปารีส น่าจะเป็นหนึ่งในชาย 2 คนที่หลบหนีปฏิบัติการจู่โจมของตำรวจในกรุงบรัสเซลส์วันอังคาร(15มี.ค.) อย่างหวุดหวิด โดยในปฏิบัติการดังกล่าวพลซุ่มยิงของเจ้าหน้าที่ได้สังหารมือปืนอิสลามิสต์ไปหนึ่งราย ขณะที่คนร้ายรายนี้ใช้ปืนอาก้าเป็นอาวุธ กระนั้นก็ตามสื่ออื่นๆรายงานอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับความหมายโดยนัยของการค้นพบครั้งนี้ ด้วยระบุว่ามันอาจแค่แสดงว่าชายชาวฝรั่งเศสที่เกิดในบรัสเซลส์วัย 26 ปีรายนี้ เคยไปยังอพาร์ทเมนต์ดังกล่าว ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น  RTBF รายงานว่ามือปืนชาวแอลจีเรียที่ทางตำรวจระบุว่าชื่อนายโมฮาเหม็ด เบลคาอิด เคยใช้ชื่อปลอม ซามาร์ บูซิด ในแผนโจมตีกรุงปารีส "บูซิด อยู่ในบัญชีต้องการตัวของฝรั่งเศสและเบลเยียมมาตั้งแต่เดือนธันวาคม หลังพบหลักฐานว่าเขาโอนเงินสดจากบรัสเซลส์ไปให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกวิสามัญพร้อมกับผู้ต้องสงสัยคนอื่นๆในกรุงปารีส 5 วันหลังจากเกิดเหตุโจมตี" สถานีโทรทัศน์ BFM ของฝรั่งเศสรายงานว่าพบลายนิ้วมือบนแก้วน้ำในอพาร์เมนต์ จุดที่ตำรวจ 4 นาย ในนั้นรวมถึงตำรวจหญิงฝรั่งเศส ได้รับบาดเจ็บจากการถูกพวกผู้ต้องสงสัยสาดกระสุนปืนอัตโนมัติผ่านประตูออกมาตอนที่พวกเขาไปถึง ทั้งที่ตอนนั้นเจ้าหน้าที่แค่เดินทางไปตรวจพื้นที่ตามปกติเท่านั้น  พี่ชายของนายอับเดสลามเป็นหนึ่งในมือระเบิดฆ่าตัวตายที่จุดชนวนระเบิดในกรุงปารีส ระหว่างปฏิบัติการก่อวินาศกรรมที่คร่าชีวิตผู้คน 130 ศพ ขณะที่นายอับเดสลาม ขับรถจากเมืองหลวงของฝรั่งเศสกลับไปยังบรัสเซลส์ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทั้งนี้นับตั้งแต่นั้นเจ้าหน้าที่เบลเยียมได้ควบคุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเขาราว 10 คน แต่ยังไม่เคยมีรายงานการพบเห็นตัวเขามาก่อน และมันเป็นเวลานานเสียจนมีข่าวลือว่าเขาอาจหลบหนีไปยังซีเรียแล้ว

รอยเตอร์ - ตำรวจเบลเยียมภายใต้การสนับสนุนของฝรั่งเศส กำลังไล่ล่ามือปืนหนึ่งหรือสองคน ที่ยิงปะทะและทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ระหว่างปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันอังคาร (15 มี.ค.) ที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนเหตุอิสลามิสต์ก่อวินาศกรรมในกรุงปารีสเดือนพฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์รายงานจากจุดเกิดเหตุว่า พื้นที่ทางใต้ของเมืองถูกปิดกั้นโดยตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งให้ชาวบ้านอยู่แต่ภายในที่พักอาศัย ส่วนสถานศึกษาและโรงเรียนอนุบาลหลายแห่งที่อยู่ใกล้ๆ จุดที่มีการยิงปะทะกันนั้นถูกปิดการเข้าออก ขณะที่ด้านบนมีเฮลิคอปเตอร์คอยสอดส่องบินวนไปมา นายเทศมนตรีเขตเทศบาลฟอเรสต์ในบรัสเซลส์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นมีอย่างน้อย 1 คนหรือมากกว่านั้นที่ขังตัวเองอยู่ในอพาร์ตเมนต์หลังหนึ่งและไม่ชัดเจนว่ามีอีกจำนวนมากน้อยแค่ไหนที่กำลังหลบหนี  ในต่อเวลามา ดีเอช สื่อมวลชนเบลเยียมรายงานว่า หนึ่งในผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตระหว่างดวลปืนกับตำรวจ หลังถูกเฮลิคอปเตอร์ตำรวจพบว่าถือปืนกลซ่อนตัวอยู่ในสนามหญ้าใกล้กัน ส่วนสถานีโทรทัศน์ RTBF ระบุเช่นกันว่าหนึ่งในผู้ต้องสงสัยในปฏิบัติการจู่โจมบ้านหลังหนึ่งในบรัสเซลส์ ถูกลบล้าง แต่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ายังมีอีก 2 คนที่หลบหนีอยู่ กระนั้นรายงานข่าวไม่ได้เจาะจงคำว่าถูกลบล้างนั้นหมายความว่าเสียชีวิตใช่หรือไม่ ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์เผยว่า หน่วยคอมมานโดของตำรวจกระจายกำลังอยู่ทั่วถนนในจุดที่ปฏิบัติการจู่โจม และระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น นายแบร์นาร์ด กาเซเนิฟ รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส เผยว่าหน่วยตำรวจแดนน้ำหอมเข้าร่วมปฏิบัติการจู่โจมในเมืองหลวงของเบลเยียมด้วย ขณะที่คณะสืบสวนเชื่อกันว่ากรุงบรัสเซลส์ เป็นจุดที่ใช้วางแผนและเตรียมการสำหรับก่อเหตุโจมตีวันที่ 13 พฤศจิกายน ซึ่งลงมือโดยคนหนุ่มสาวฝรั่งเศสและเบลเยียม ที่บางส่วนเคยออกไปร่วมสู้รบเคียงข้างพวกอิสลามิสต์ในซีเรีย ปฏิบัติการนี้เกี่ยวข้องกับการโจมตีปารีสโฆษกอัยการเบลเยียมบอกกับรอยเตอร์ ขณะที่เบื้องต้นโฆษกตำรวจท้องถิ่นในเขตทางใต้ของบรัสเซลส์ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 นายระหว่างการดวลปืน อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐรายงานว่ามีตำรวจได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 4 นาย  กองกำลังความมั่นคงของเบลเยียมยังคงดำเนินการอย่างแข็งขันในการไล่ล่าผู้ต้องสงสัยหรือผู้เกี่ยวข้องกับพวกนักรบ ซึ่งพัวพันกับเหตุวินาศกรรมกรุงปารีส เข่นฆ่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ 130 คน ขณะที่ผู้ลงมือโจมตีบางส่วนมีถิ่นฐานอยู่ในบรัสเซลส์ หนึ่งในผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ คือ นายซาลาห์ อับเดซาลาม ชาวฝรั่งเศสวัย 26 ปีที่ยังคงหลบหนีอยู่ โดยเขาเดินทางออกจากกรุงปารีสไม่นานหลังจากพี่ชายของเขาลงมือจุดระเบิดฆ่าตัวตายระหว่างปฏิบัติการโจมตี ทั้งนี้นับตั้งแต่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่เบลเยียมได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 10 คนในช่วงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ถูกรวบตัวตามข้อกล่าวหาให้ความช่วยเหลือนายอับเดซาลาม อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์ RTBF ของเบลเยียม รายงานอ้างแหล่งข่าวตำรวจฝรังเศส ระบุว่านายอัลเดซาลามไม่ได้เป็นเป้าหมายของปฏิบัติการจู่โจมในวันอังคาร (14 มี.ค.)

รอยเตอร์ - แรงจนฉุดไม่อยู่สำหรับ โดนัลด์ ทรัมป์ เต็งหนึ่งของพรรครีพับลิกัน ซึ่งล่าสุดก็คว้าชัยชนะในการหยั่งเสียงไพรมารีที่รัฐฟลอริดาได้สำเร็จในศึก ซูเปอร์ทิวส์เดย์ 2” เมื่อวานนี้ (15 มี.ค.) จนทำให้คู่แข่งเจ้าบ้านอย่าง ส.ว. มาร์โก รูบิโอ ตัดสินใจ ถอนตัวออกจากการแข่งขันแล้ว ขณะที่ ฮิลลารี คลินตัน ก็ยังคงนำโด่งในสายเดโมแครตด้วยการกวาดชัยที่รัฐฟลอริดา และมีแนวโน้มจะชนะ ส.ว. เบอร์นี แซนเดอร์ส แบบขาดลอยที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา โอไฮโอ และอิลลินอยส์  การหยั่งเสียงพร้อมกันทั้ง 2 พรรคเมื่อวานนี้ (15) ถูกจัดขึ้นในทั้งหมด 5 รัฐ ได้แก่ ฟลอริดา นอร์ทแคโรไลนา โอไฮโอ อิลลินอยส์ และมิสซูรี ทรัมป์กวาดผู้แทนออกเสียงแบบ กินเรียบ” (winner-take-all) มาอีก 99 คนจากชัยชนะที่ฟลอริดา แต่ก็ไปพ่ายที่รัฐโอไฮโอให้แก่ จอห์น คาซิก ซึ่งเป็นผู้ว่าการรัฐเจ้าถิ่น อย่างไรก็ตาม มหาเศรษฐีปากไม่มีหูรูดยังเป็นฝ่ายมีคะแนนนำและคาดว่าจะกวาดผู้แทนพรรคในอีก 3 รัฐที่เหลือ ได้แก่ นอร์ทแคโรไลนา อิลลินอยส์ และมิสซูรี  คาซิกกวาดผู้แทนออกเสียงของรัฐโอไฮโอไปได้ทั้งหมด 66 คน ซึ่งทำให้รีพับลิกัน เอสแทบลิชเมนต์ เริ่มมีความหวังที่จะได้หน่วยสกัดดาวรุ่งใหม่มาช่วยเตะถ่วงทรัมป์ไม่ให้สะสมจำนวนผู้แทนออกเสียงได้ถึง 1,237 คน ซึ่งจะทำให้เขาคว้าตำแหน่งผู้แทนพรรคในการประชุมใหญ่ของรีพับลิกันในเดือน ก.ค.นี้ อย่างไม่มีโอกาสพลิกโผ ทางฝ่ายเดโมแครต อดีตรัฐมนตรี คลินตัน วัย 68 ปี ก็ชนะที่รัฐฟลอริดา คว้าผู้แทนออกเสียงมาได้เพิ่มอีก 122 คน ขณะที่ ส.ว. แซนเดอร์ส จากรัฐเวอร์มอนต์ได้ไป 60 คน คลินตันยังมีแนวโน้มกวาดชัยที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา โอไฮโอ และอิลลินอยส์ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนผู้แทนออกเสียงของเธอพุ่งติดจรวดจนแซนเดอร์ส วัย 74 ปีแทบไม่มีโอกาสตามทัน และยังสลัดภาพความพ่ายแพ้ของเธอที่รัฐมิชิแกนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชัยชนะในวันนี้ทำให้คลินตันเริ่มเผยความคิดออกมาอย่างชัดเจนว่า เธอเตรียมจะลงดวลกับทรัมป์ในศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ช่วงปลายปี  เราจะสูญเสียสิ่งที่ทำอเมริกายิ่งใหญ่ไปไม่ได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องโดนัลด์ ทรัมป์ เท่านั้นหรอก... เราไม่ควรพูดถึงเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องแก้ไขความไม่เท่าเทียมและการกีดกันทุกรูปแบบคลินตันกล่าว ทรัมป์ขู่จะเนรเทศผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย 11 ล้านคนออกจากสหรัฐฯ ใช้นโยบายการค้าระหว่างประเทศแบบกีดกัน และห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าอเมริกาชั่วคราว ซึ่งประเด็นทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผู้มีอำนาจในพรรครีพับลิกันรับไม่ได้ และพยายามทุกวิถีทางที่จะสกัดเขาไม่ให้ได้เป็นผู้แทนพรรค สำหรับ รูบิโอ วัย 44 ปี การพ่ายแพ้ที่รัฐฟลอริดาบ้านเกิดถือเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่พัดพาอดีตดาวรุ่งของพรรครีพับลิกันผู้นี้ให้ต้องหลุดออกจากการแข่งขันไปในที่สุด  แม้เราจะยืนอยู่ในฝ่ายที่ถูกต้องในปีนี้ แต่เราไม่อาจเป็นฝ่ายชนะรูบิโอ ซึ่งเป็น ส.ว.สมัยแรกและไม่คิดจะลงสมัครต่อ บอกกับผู้สนับสนุนที่เมืองไมอามี พร้อมประกาศถอนตัวออกจากการชิงตำแหน่งผู้แทนพรรค การถอนตัวของรูบิโอทำให้ในสายรีพับลิกันเหลือผู้ชิงชัยอยู่ทั้งหมด 3 ราย คือ ทรัมป์ คาซิก และ ส.ว.เท็ด ครูซ จากรัฐเทกซัส เวลานี้ผู้สมัครรีพับลิกันที่มีผู้แทนออกเสียงไล่หลังทรัมป์มาใกล้ที่สุดก็คือ ส.ว ครูซ วัย 45 ปี ซึ่งมีกลุ่มอนุรักษนิยม ที ปาร์ตี้ หนุนหลังอยู่

รอยเตอร์ ล่าสุดพบกลุ่มมือปืนอัลกออิดะห์แห่งอิสลามิกมาเกร็บ (Al-Qaeda in the Islamic Maghreb : AQIM) นั่งจิบเบียร์ในบริเวณบาร์ข้างชายหาดแกรนด์ บาสซัม (Grand Bassam) ก่อนลงมือกราดยิงในวันอาทิตย์(13 มี.ค) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน โดยกระทรวงมหาดไทยไอวอรีโคสต์แถลงล่าสุดเมื่อวานนี้(14 มี.ค)ว่า มีผู้บาดเจ็บอีก 26 คนยังคงต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังเกิดเหตุโจมตีบริเวณสถานตากอากาศชื่อดังของไอวอรีโคสต์ในวันอาทิตย์(13 มี.ค) ทำให้มีการตั้งคำถามถึงนโยบายรักษาความปลอดภัยของรัฐบาลไอวอรีโคสต์ว่า เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งล่าสุดรอยเตอร์รายงานว่า พบว่าสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์แห่งอิสลามิกมาเกร็บ (Al-Qaeda in the Islamic Maghreb : AQIM) เข้าบาร์จิบเบียร์อย่างใจเย็นบริเวณข้างชายหาดแกรนด์ บาสซัม (Grand Bassam)ชื่อดัง ก่อนเริ่มลงมือกราดยิง ทั้งนี้พยานในเหตุการณ์ คริสเตียน เอ็ดดี ( Christian Eddy) พนักงานประจำบาร์บริเวณหาดสุดหรูแห่งนี้ได้ให้ข้อมูลว่า ชาย 4 คนเดินทางมายังหาดแกรนด์ บาสซัมด้วยรถฟอร์ด ซาลูน ในช่วงบ่าย โดยพบว่า มีชาย 2 ตรงเข้ามาใช้บริการในบาร์ที่เอ็ดดีทำงานอยู่ ในขณะที่อีก 2 คนยังคงอยู่บริเวณด้านนอก โดยพบว่าชายแปลกหน้าทั้งสองนั่งพักอยู่ในบาร์ราวครึ่งชั่วโมงก่อนเดินทางออกไป และเริ่มลงมือกราดยิง นอกจากนี้เอ็ดดียังให้ข้อมูลต่อว่า คนพวกนี้ไม่พูดภาษาฝรั่งเศส พวกเขาใช้ภาษาอาหรับ พวกเราในร้านสนทนากับคนกลุ่มนี้ด้วยภาษาอังกฤษ….ทั้งนี้ชาย 2 คนที่รออยู่ด้านนอกเริ่มเปิดฉากกราดยิงก่อน ในขณะที่ชาย 2 คนในร้านได้ตะโกนออกมาเป็นภาษาอาหรับว่า พระเจ้ายิ่งใหญ่ที่สุด” ” ทั้งนี้จากข้อมูลของพนักงานบาร์บนชายหาดแกรนด์ บาสซัมพบว่า เหยื่อผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นเด็กชายพิการทางหูคนหนึ่งที่ถูกบังคับให้นั่งคุกเข่าก่อนถูกลงมือจ่อยิงเสียชีวิต โดยพบว่า มีคนจำนวนมากตะโกนสั่งให้หนูน้อยวิ่งหนีออกไป แต่เพราะเด็กชายผู้นี้พิการทางหูจึงไม่รับรู้อะไร และเดินหน้าลงทะเลเพื่อเล่นน้ำ และทำให้หนูน้อยถูกยิงเสียชีวิตในขณะอยู่ในทะเล และหลังจากนั้น กลุ่มมือปืนร้ายอัลกออิดะห์แห่งอิสลามิกมาเกร็บได้เดินกลับขึ้นมาบนชายหาดแล้วเริ่มลงมือกราดยิง รอยเตอร์รายงานว่า มีพลเรือน 15 ราย และเจ้าหน้าที่กองกำลังพิเศษ 3 นายต้องจบชีวิตและมีคนถึง 33 คนได้รับบาดเจ็บในเหตุโจมตีไอวอรีโคสต์ในวันอาทิตย์(13 มี.ค) ในแกรนด์ บาสซัม ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงอาบิดจาน(Abidjan)ทางตะวันออกไปราว 40 กม.) โดยมีรายงานว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรวมอยู่ในผู้เสียชีวิต ซึ่งเดินทางมาจากบูกินาฟาโซ คาเมรูน มาลี ฝรั่งเศส และเยอรมัน โดยในส่วนของพลเมืองเยอรมัน พบว่า เฮนริเก โกรฮ์ส (Henrike Grohs) วัย 51 ปี ผู้อำนวยการสถาบันภาษาเยอรมันเกอเธในกรุงอาบิดจานเสียชีวิต ด้านประธานาธิบดีฝรั่งเศส ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ออกแถลงการณ์ว่า มีพลเมืองแดนน้ำหอมถึง 4 คนที่ได้จบชีวิต จากแต่แรกที่ฝรั่งเศสประกาศว่า มีพลเมืองฝรั่งเศสเสียชีวิต 1 คน และมีรายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส และรัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศสจะเดินทางไปยังไอวอรีโคสต์ในวันนี้(15 มี.ค)เพื่อเสนอความช่วยเหลือด้านข่าวกรองในการต่อต้านก่อการร้ายกับรัฐบาลไอวอรีโคสต์ ด้านรัฐมนตรีมหาดไทยไอวอรีโคสต์ ฮาเหม็ด บาคาโยโก (Hamed Bakayoko) แถลงในวันจันทร์(14 มี.ค)ว่า ยังมีผู้บาดเจ็บที่ยังต้องรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 26 คน ในขณะที่ประธานาธิบดีไอวอรีโคสต์ อลาสซาน วัตตารา (Alassane Ouattar) ประกาศจัดไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งรอยเตอร์ชี้ว่า นี่เป็นครั้งแรกของไอวอรีโคสต์ที่ถูกกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์โจมตี
(เครดิตอ้างอิง คัดลอกจากคอลัมน์ข่าวต่างประเทศ MGR online , 22 มีนาคม 2559)

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

อากับหลานคุยกัน ตอนที่ 4



อากับหลานคุยกัน ตอนที่ 4  (วิกฤติศรัทธาในวงการศาสนาและวงการสื่อโทรทัศน์,ศัลยกรรมความงามไม่ช่วยอะไร,คุกมีไว้สำหรับคนจนกับคนโง่เท่านั้นกรณีเจนภพตีนผี,ร่างรัฐธรรมนวยเพื่อใคร,ละครไทยใยสู้เกาหลีไม่ได้)

หลาน  :  คุณอาครับ เรื่องของสมเด็จช่วง นี่มันจะจบลงอย่างไร แล้วก็เรื่องของคุณสรยุทธ์ด้วยครับ

คุณอา  :  ก็เป็นเรื่องของคดีที่จะดำเนินการกันต่อไป แต่ในแง่กระแสสังคมก็ถือว่าจบไปแล้วทั้ง 2 กรณีแล้วไม่ใช่เหรอ เรื่องการแต่งตั้งสังฆราชคนต่อไป ท่าน พณ.บิ๊กตู่ก็ออกมาพูดแล้วนี่ ว่าถ้ายังไม่สามารถเคลียร์ความบริสุทธิ์ของตัวท่าน (สมเด็จช่วง) ได้ ก็จะไม่ส่งชื่อท่านเป็นพระสังฆราช มันไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือเป็นวาระแห่งชาติอะไร รอให้ท่านเคลียร์ตัวเองได้จบก่อน แล้วค่อยมาว่ากัน ส่วนกรณีนายสรยุทธ์ ก็ถูกกระแสสังคมกดดันจนต้องยุติการทำหน้าที่บนหน้าจอสื่อโทรทัศน์ หลบฉากไปอยู่เบื้องหลังแทน

หลาน  :  ก็ทั้งสองท่านเป็นคนดัง และเป็นผู้มีอิทธิพลต่อสังคม กระแสสังคมก็ยังเห็นพูดถึงอยู่นี่ครับ

คุณอา  :  ก็รัฐบาลก็บอกแล้วว่าจะปราบกำหราบบรรดาผู้มีอิทธิพลทั้งหลายมิใช่หรือ

หลาน : คนที่บอกว่าจะปราบกำหราบผู้มีอิทธิพล ดูเหมือนท่านเองก็เป็นผู้มีอิทธิพลลำดับสูงสุดในประเทศไม่ใช่เหรอครับ

คุณอา  :  อาว่า เราเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่ามั๊ยนะ  

หลาน  :  คุณอาครับเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กรณีการทำศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าของคุณลุงสุรชัย สมบัติเจริญ ปรากฏออกมาว่าหน้าแกเปลี่ยนไปจริงๆ ครับ แต่ดูเหมือนไม่มีเสน่ห์เหมือนแต่ก่อน ดูแปลกๆ ไปเลยอ่ะครับ แล้วแฟนเพลงเขาภูมิใจในใบหน้าใหม่ของแก่มั๊ยครับคุณอา

คุณอา  :  แฟนเพลงเขาใช้หูฟังเพลง เขาไม่ได้ใช้ตาฟังเพลงที่ไหน ต่อให้ทำหน้าออกมาเหมือนเจมส์จิ หล่อราวเทพบุตรอย่างไร หากว่าเสียงแกไม่ไพเราะ ร้องเพลงไม่ได้แล้ว อันนั้นต่างหากที่แฟนเพลงจะรู้สึกผิดหวัง ส่วนเรื่องใบหน้าใหม่ของแก ก็ให้ถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ที่เราขอดูอยู่ห่างๆ ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์อะไรจะดีกว่า มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เป็นความพอใจส่วนบุคคล หากคิดว่าทำแล้วจะเสริมความมั่นใจให้ตนเอง ก็ทำไปเถิด คิดว่าแฟนเพลงส่วนใหญ่คงไม่ได้ไปติดใจอะไรหรอก

หลาน  :  แล้วคุณอาหล่ะ คิดจะทำศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้ากับเขามั๊ยครับ

คุณอา  :  คงไม่อ่ะ อาพอใจกับใบหน้าปัจจุบันของตัวเองแล้ว กลัวว่าวันหนึ่งตื่นนอนขึ้นมา จะจำหน้าตัวเองไม่ได้  นึกว่ามีตัวปลอมมาอยู่ในบ้าน พาลจะทะเลาะกับกระจกเงาไปเสียเปล่าๆ

หลาน  :  คุณอาครับ คนรวยนี่เขาสามารถทำอะไรก็ได้ ผิดกฎ หรือประมาทเลินเล่อ จนทำให้คนอื่นตาย ใช้เงินฟาดหัวตำรวจแล้วเป่าคดีให้จบได้จริงๆ เหรอครับ เหมือนที่ในกระแสโลกโซเชียลบอกว่า “คุกมีไว้สำหรับคนจนกับคนโง่เท่านั้น” จริงหรือเปล่าครับคุณอา

คุณอา  :  ไปฟังใครเขาว่ามาฮะ จะว่าไปมันก็จริงตามนั้นแหละ แต่ไม่ใช่เฉพาะที่เมืองไทยนะ กรณีคนรวยทำอะไรผิดก็สามารถแก้ไขได้ด้วยเงินนั้น มีอยู่ในทุกประเทศที่มันด้อยพัฒนาทั้งหลายนั่นแหละ เพราะว่า สังคมใด ถ้าเทิดทูน บูชาเงิน หรือทุนนิยมเป็นใหญ่ ในขณะที่คนในสังคมส่วนใหญ่เป็นคนด้อยโอกาสในสังคม หรือยากจน ก็มักจะถูกเอาเปรียบจากคนมีเงิน หรือเข้าตำรา กฎหมายแก้ไขได้ด้วยการวิ่งเต้น น้ำร้อนน้ำชา มันก็มีมานานแล้วในทุกสังคม ตั้งแต่อดีตกาลนานมา เพียงแต่สังคมยุคนี้มันก้าวหน้าทางเทคโนโลยีขนาดนี้ คนในสังคมต่างคอยเป็นหูเป็นตา จึงไม่ยอมที่จะให้พฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นอีกในสังคม ใครทำผิดอย่างไร จะลูกใคร ใหญ่มาจากไหน ควรจะได้รับผิดเทียบเท่ากับประชาชนคนสามัญทั่วไป ในมาตรฐานเดียวกัน ไม่ควรมีการแบ่งชั้นวรรณะอีก

หลาน  :  นี่กระแสสังคมกดดันจนกระทั่งมีการพูดถึงให้มีการปฏิรูปตำรวจกลับมาอีกแล้ว และก็พูดแตกประเด็นถึง พฤติกรรมการขับรถของคนผิดในอดีต กท.รถยนต์เจ้าปัญหา ที่มีการถอดจากรถคันที่ไปก่อเหตุ เปลียนหมุนเวียนไปติดรถยนต์คันอื่นๆ ต่อๆ มา ลากยาวไปถึงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับเจ้าหน้าที่การทาง ที่ต่างฝ่ายต่างโบ้ยกันไปมา ว่าควรเป็นหน้าที่ของใคร ฯลฯ ดูๆ แล้ว คนรวยมีเงินนี่มันวิเศษวิโส จนไม่มีใครอยากไปแตะหรืออย่างไรครับคุณอา

คุณอา  :   ก็นั่นแหละ เข้าอีหร็อบเดิม หากสังคมใด บุคคลใดมีหน้าที่อะไร แล้วละเว้น ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์ ก็จะเกิดช่องโหว่ หรือช่องว่างที่ทำให้ใครก็ตามที่คิดจะทำผิด สามารถทำได้ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายนั่นแหละ กรณีนี้กรณีเดียว เราก็ได้เห็นแล้วใช่มั๊ย ว่าเมืองไทย ปัญหามันอยู่ที่กฎหมาย หรือมันอยู่ที่ตัวบุคคลกันแน่ ทุกฝ่ายมีส่วนผิดด้วยกันทั้งนั้น อย่าโทษใครฝ่ายเดียวเลย ใครก็ตามที่คิดจะเอาเปรียบผู้อื่น แม้เพียงเล็กน้อย ปฏิกิริยาหรือผลกระทบมันย่อมส่งผลไปยังผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยเสมอ ไม่มากก็น้อย จะรับรู้หรือไม่รับรู้ แต่มันย่อมเกิดขึ้น หลีกหนีเวรกรรมไปไม่พ้นหรอก

หลาน  :   คุณอาครับ ร่างรัฐธรรมนูญที่เขากำลังร่างกัน และใกล้จะออกมาให้ลงประชามติกัน นี่ตกลงมันแหกตาประชาชนใช่มั๊ยครับ สุดท้ายแล้วที่เขาอ้างกันว่าจะเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ มันไม่จริงใช่มั๊ยครับ แล้วผมควรจะไปลงประชามติดีมั๊ยครับ

คุณอา  :  แกอายุถึงเกณฑ์ทีจะไปใช้สิทธิ์แล้วงั้นหรือ

หลาน  :   ถึงแล้วสิครับคุณอา ปีนี้ผมอายุครบ 18 ปีเต็มแล้วครับคุณอา สามารถใช้สิทธิ์ได้เป็นครั้งแรก

คุณอา  :  อ่านร่างครบทุกมาตราหรือยัง สนใจด้วยเหรอเรื่องนี้ เอาเวลาไปอ่านการ์ตูนให้จบก่อนดีมั๊ย เห็นซื้อมาหลายเล่มมาก ตั้งแต่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติคราวที่แล้ว นี่ยังอ่านไม่จบเลยมิใช่หรือ

หลาน  :  คุณอาครับ ผมก็สนใจการเมืองอยู่บ้างนะครับคุณอา ก็มีตามข่าวอยู่บ้าง เห็นเถียงกันเรื่องประเด็น ส.ว.อะไรเนี่ยแหละ ที่มาจากการแต่งตั้ง อะไรเนี่ยแหละ

คุณอา  :  อาไม่ค่อยใส่ใจหรอกนะ ว่ามันจะเป็นประชาธิปตงธิปไตยอะไรหรือไม่ อย่างไร เอาเป็นว่าปัญหาของบ้านนี้เมืองนี้ มันไม่ได้อยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญหรอก มันอยู่ที่ตัวนักการเมืองมากกว่า จะเขียนให้ดีอย่างไร หากมันมีช่องให้พวกนักการเมืองมันคิดคดโกง กระทำความผิด มันก็ยังคงจะทำอยู่นั่นเอง เพียงแต่รัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะร่าง เขาพยายามหาทางปิดช่องโหว่ในทุกเรื่องที่จะไม่ทำให้นักการเมืองหาช่องกระทำความผิดได้โดยง่าย หรือกำหนดบทลงโทษ หรือสร้างกลไกอำนาจพิเศษอะไรบางอย่างหรือกลไกปกติ แต่มีอำนาจมากขึ้น เพื่อใช้ปิดช่องโหว่ การกระทำความผิดที่เคยกระทำได้ในอดีตเมื่อผ่านมา ไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่จะมีการสอดใส้วาระพิเศษ ซ่อนรูปหรือ อะไรไม่ชอบมาพากลหรือไม่ อาก็ไม่ได้สนใจไปตามสอดส่องหรอก เบื่อแล้ว คนที่เขามีหน้าที่หรืออยู่ในแวดวงวิชาการหรือบรรดาเกจิอาจารย์ผุ้รู้ เขาคงท้วงติง หรือคอยคัดค้าน ชี้แนะกันอยู่แล้ว คงไม่ปล่อยให้มันผ่านไปแบบมัดมือชกหรอก เรื่องแบบนี้ อย่าคิดว่าคนไทยโง่นะ คนไทยอ่านหนังสือน้อยก็จริง แต่ฟังและพูด นี่ไม่น้อยหน้าประเทศใดในโลกหรอก เรืองแบบนี้ เขาคุยกันในวงสนทนา ปาร์ตี้ ก็รู้แล้ว จะรากหญ้าหรือไฮโซ เขามีวิธีจะสื่อสารถึงกันได้หมดแหละ ไม่ต้องห่วงหรอก

หลาน  :   แล้วคุณอา จะไปลงมติผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มั๊ยหล่ะครับ

คุณอา  :  ไม่บอก ของแบบนี้ เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะส่วนบุคคล ก่อนอื่นไปอ่านร่างเต็มที่เขาแก้ไขแล้วให้ครบถ้วนเสียก่อน แล้วใช้วิจารณญาณตามสัญชาติญาณส่วนตัว ตามความรู้ของตัวเองพิจารณา อย่าไปฟังใครชี้นำเรา เราคิดได้ด้วยตนเองว่ามันมีประโยชน์ มันเป็นของดีหรือเปล่า แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่

หลาน  :  คุณอาครับ ทำไมละครไทยเราสู้เกาหลีเขาไม่ได้เลยเหรอ เห็นท่านนายก ลุงตู่ แกบอกว่ามีซีรีย์เกาหลีเรื่องนึง สร้างดี พยายามสอดแทรกเรื่องความรักชาติ ผิดกับละครไทย ที่เน้นตบตีแย่งชิงสามีชาวบ้านกันอยู่ ตัวร้ายก็คอยแว๊ดๆ เข้าใส่กัน ลุงตู่บอกว่าเบื่อหน่ายกับละครไทย มีแต่เรื่องรักประโลมโลก แกไม่นิยมดูเลยครับ

คุณอา  :  จริงของนายกลุงตู่ ที่ละครไทยส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้น แต่จะไปบอกว่าละครไทย ไม่สร้างเรื่องราวการรักชาติ นี่ไม่จริง ยกตัวอย่าง เมื่อปีที่แล้วก็มี บางระจัน ข้าบดินทร์ (แกดูบ้างหรือเปล่า หรือดูแต่สุดแค้นแสนรัก เห็นเคยพูดถึงในรายการคืนความสุข เมื่อปีที่แล้ว ปีที่แล้วแกเกาะกระแสละครสุดแค้นแสนรัก ปีนี้ขอเกาะกระแสซีรีย์เกาหลี Descendant of the Sun เสียหน่อย) ปีนี้ก็มี อตีตา ชาติพยัคฆ์ เจ้าเวหา  ในอดีตก็มีอย่าง แผ่นดินเดียวกัน  หรืออย่างตอนนี้ก็มีละครเวทีเรื่อง “ผ้าห่มผืนสุดท้าย” ที่ทางซีนาริโอร่วมกับ กอรมน. ผลิตขึ้นเพื่อให้คนไทยไปดู ไปรับรู้ว่าทหารที่ไปตายใน 3 จว.ชายแดนภาคใต้ เขาได้รับชะตากรรมชีวิตอย่างไร เขาเสียสละแค่ไหน เพื่อปกป้องคนในชาติ ทีเรื่องแบบนี้ท่านไม่พูด ไปกล่าวชื่นชมซีรี่ย์เกาหลี เพื่อทับถมละครไทยทำไม คุณอาไม่เข้าใจ ละครไทยมันก็มีหลากหลาย ซีรี่ย์เกาหลีจำนวนมากก็น้ำเน่าไม่แพ้ไทย เพียงแต่ที่ท่านพูด คุณอาว่า แกเพียงอยากจะให้พวกเราคนไทยเกิดความตระหนักในชาติบ้านเมืองบ้าง เหมือนที่เกาหลีเขาจะพยายามสร้างแต่มุมบวก ด้านดีของประเทศเขาให้คนอื่นมอง คนไทยควรเอาอย่างบ้าง อย่าสร้างแต่ความขัดแย้ง ซึ่งมันสอดแทรกอยู่ในละครไทยเยอะเกินไปก็เท่านั้นแหละ ไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่าละครไทย หรือติเรือทั้งโคลนหรอก

หลาน  :  ถ้าอย่างนั้น ละครไทยเราก็ไม่ได้แย่อย่างที่ท่านพูดใช่มั๊ยครับ

คุณอา  :  ดูไปเถอะจะละครไทย ละครเกาหลี หรือการ์ตูน หากมันให้ข้อคิด แทรกสาระที่ดีให้กับคนดูอย่างเราๆ ได้นำไปปรับใช้ หรือมีคติสอนใจตัวเองได้บ้าง จะชาติไหน ก็มีของดีด้วยกันทั้งนั้น