วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561

บันทึกการเดินทางของชีวิตและอิสรภาพ ชุดที่ 1 Mindset



Mindset ส่งผลต่อชีวิตผู้เขียนอย่างไร

คำๆ นี้ แปลว่าอะไรกันแน่ ผู้เขียนก็ไม่แน่ใจ แต่เข้าใจเอาเองว่า น่าจะหมายถึง จิตเป็นตัวกำหนด หรือ ความคิดเป็นตัวกำหนด  ถามว่ากำหนดอะไร ก็กำหนดพฤติกรรม หรือการแสดงออกของเรานั่นแหละ
ผู้เขียนเพิ่งมารู้จักคำๆ นี้เมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะได้ยินเอาจากบรรดานักวิชาการ กูรู ผู้รอบรู้ทางด้านธุรกิจ หรือ การดำเนินชีวิต มักจะกล่าวถึงคำๆ นี้ให้ได้ยินบ่อยๆ ผ่านสื่อต่างๆ ในระยะหลัง
ในวัยเด็ก ต้องบอกว่า ผู้เขียนใช้ชีวิตแบบเล่นสนุกไปวันๆ ไม่มีกรอบความคิด หรือการวางแผนชีวิตอะไรใดๆ ทั้งสิ้น 

ความคิด ทัศนคติ จิตใจ พฤติกรรม การแสดงออก ล้วนเป็นสิ่งที่สั่งสมมาจากการเรียนรู้ ประสบการณ์ในชีวิตของตนเอง สิ่งใดที่เคยทำผิดพลาดพลั้งไป เราก็จะจำ หมั่นคิดทบทวน หรือพยายามศึกษา หาคำตอบ มาเป็นบทเรียนให้แก่ตนเอง ไม่ให้ทำผิดพลาดในเรื่องนั้นซ้ำอีก แต่หากเป็นเรื่องดี เราก็จะนำมาคิดทบทวน และคิดต่อยอด หรือนำมาเป็นแรงบันดาลใจ กำลังใจ ให้ก้าวเดินต่อไปในทางที่ถูกต้อง และหมั่นทำสิ่งนั้นสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีก

ผู้เขียนมีชีวิตในวัยเด็กอยู่ในช่วงยุค 70’s วัยร่ำเรียนหนังสืออยู่ในยุค 80’s  และเริ่มชีวิตการทำงานในยุค 90’s ซึ่งมันเป็นช่วงชีวิตที่ผู้เขียนรู้สึกว่า มีความสนุกสนาน มีความสุขกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขขั้นสุด ราวกับวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ จนมีคนค่อนขอดว่ายุค 80’s-90’s เป็นยุคโลกสวย ที่ทุกสิ่งในโลกเต็มไปด้วยสีสัน ไม่ว่าจะวงการอะไร มนุษย์ผู้คนยังไม่มีการแข่งขันกันมากมาย เอาเป็นเอาตายเหมือนยุคดิจิตอลในยุคนี้  สิ่งประดิษฐ์ ของสะสม เรื่องราวไร้สาระแต่มีสาระสำหรับคนยุคนนั้น ล้วนเกิดในช่วงยุคนั้นทั้งสิ้น อาทิ  เกมบอย เพจเจอร์ รถทามิยา ทามาก็อตจิ ของเล่นตุ๊กตุ่นตุ๊กตา โมเดลหุ่นยนต์ ซุปเปอร์ฮีโร่ แฟชั่นแต่งกายกางเกงขาบาน รองเท้าส้นตึก เสื้อสายเดี่ยว เกราะอก ของสะสมพวกการ์ด เหรียญ แสตมป์ หรืออะไรก็แล้วแต่ แม้กระทั่งตู้ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ ก็เกิดในยุคนั้น  ฯลฯ

คิดดูว่ามนุษย์แบบผู้เขียนหรือคนที่มีชีวิตในยุคเดียวกัน จะมีความสุข กลายเป็นมนุษย์สุขนิยมขนาดไหน เพราะถูกหล่อหลอมมาด้วยเรื่องราวที่อยู่ในยุคโลกสวย






แต่พอผ่านชีวิตมาจนถึงยุคปัจจุบัน ทุกสิ่งเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้มา ฆ่าทำลาย สิ่งต่างๆ ที่เคยมีอยู่ในยุคโลกสวย (ขอใช้คำนี้แทนคำว่ายุคอนาล็อกแทน) จนเกือบหมดสิ้น แม้ว่าผู้เขียนไม่ได้ต่อต้านสิ่งที่มาใหม่ แต่ก็รู้สึกใจหาย และก็รู้สึกว่าตนเองต้องปรับตัวเป็นอันมาก เพื่อให้สามารถอยู่บนโลกที่มีการเปลียนแปลงอยู่ตลอดเวลาในยุคนี้ให้ได้

บางครั้งคนที่เกิดมาในยุคดิจิตอล ก็มีข้อดี ข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าคนยุคก่อนเป็นอันมาก เช่น เรียนรู้เทคโนโลยีได้ไวกว่า เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เกมคอมพิวเตอร์ ไลฟ์สไตล์ที่เป็นปัจเจกและแปลกแยก แตกต่างจากคนยุคก่อน แต่ก็มีบางอย่างที่คนยุคก่อนได้เปรียบและเคยผ่านประสบการณ์ชีวิตในยุคโลกสวยมาก่อน ซึ่งไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงิน หรือย้อนเวลากลับไปได้  

ช่วงชีวิตนึง ผู้เขียนรู้สึกว่าตนเองเคยตัดสินใจผิดพลาด ทั้งๆ ที่ตนเองมีโอกาสที่จะได้เรียนสายวิทย์-คณิต และได้เข้าเรียนต่อ ม.4 ได้เลย (เนื่องจากอยู่ห้องคิง เพราะเรียนดี,ความประพฤติดี) ในสถาบันการศึกษาเดิม แต่กลับเลือกที่จะไปสอบเรียนต่อสายศิลป์ (อาชีวะ) ตามเพื่อน ในอีกสถาบันนึง นี่เป็นจุดหักเหแรก ที่ผิดพลาดของผู้เขียน ซึ่งผุ้เขียนคิดว่า ถ้าตอนนั้นเลือกที่จะเรียนต่อสายวิทย์-คณิต ตามที่อาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์แนะแนว ได้แนะนำไว้ ชีวิตการทำงานของผู้เขียนในปัจจุบันก็น่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (นี่คือความคิดที่เคยกล่าวโทษตนเองในอดีตที่ผ่านมา) ส่วนอีกจุดผิดพลาดนึง ซึ่งเป็นจุดหักเหในครั้งที่ 2 (ซึ่งผู้เขียนถือว่าเป็นจุดผิดพลาดมหันต์ครั้งใหญ่ของตนเอง) ก็คือนำเงินเก็บส่วนนึงไปลงทุนเล่นหุ้น แบบเก็งกำไร โดยไม่มีการประมาณตนหรือระมัดระวังเพียงพอ ทำให้เกิดความเสียหายจนหมดตัวและเป็นหนี้ตามมาอีกมาก จุดผิดพลาดในครั้งที่ 3 ก็คือ เลือกที่จะเอาเงินเก็บก้อนนึงของตนเอง (ที่สะสมมาจากการทำงานได้ระยะหนึ่ง) ไปเรียนต่อปริญญาโท แทนที่จะเอาไปลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อนที่มีโอกาสทำกำไร และได้มีโอกาสเริ่มในการทำธุรกิจส่วนตัว มีประสบการณ์ทำธุรกิจด้วยตนเอง จุดผิดพลาดครั้งที่ 4 คือถูกเพื่อนที่ทำงานหลอกให้เข้าสู่ธุรกิจ MLM โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจที่สามารถทำที่บ้านได้ โดยอาศัยอินเตอร์เน็ต แต่พอเข้าไปอบรมสัมมนาก็ถูกโน้มน้าวให้สมัครเป็นสมาชิก โดยช่วงแรกเขาจะพูดแต่ด้านดีของผลิตภัณฑ์ และผลประโยชน์ที่จะได้รับ แต่พอสมัครเข้าไปทำซักพัก เขาก็จะโน้มน้าวให้เราซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อทำยอดให้ได้ระดับ supervisor แล้วจะได้ส่วนลดในการสั่งซื้อจำนวนมากในฐานะ supervisor ก็เลยหลวมตัวทำตามไป มารู้ทีหลังว่ามันเป็นธุรกิจที่หาคนมาเป็นฐานต่อจากเราไปเรื่อยๆ จึงจะเติบโต สุดท้ายก็ต้องยอมถอนตัว คืนสินค้าไป แต่ก็ได้รับเงินกลับมาไม่ครบ กลายเป็นความสูญเสียครั้งที่ 4 แบบชนิดซื้อความรู้ด้วยความโง่และเสียเงินเป็นค่าสังเวยความโง่ไปอีก

ทั้งหลายเหล่านี้คือการตัดสินใจที่ผิดพลาดในชีวิตของผู้เขียน ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตตามมา หรือทำให้ชีวิตพลิกผันไปในทางเลวร้าย ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงล้วนเกิดจากการที่ไม่มีหลักคิด หรือกรอบแนวคิดที่ถูกต้องมากำกับ หรือไม่มีข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ ไม่ได้มีข้อมูลที่ดีพอ หรือมากพอ ให้เห็นภาพผลดี ผลร้าย หรือโทษมหันต์ หากว่าตัดสินใจไปในแนวทางใด แนวทางหนึ่ง อย่างไม่รอบคอบ ซึ่งก็คือไมมี Mindset ที่ดี นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนได้ผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายมาแล้ว จึงนำเรื่องนี้มาบอกเล่าเป็นอุทธาหรณ์ให้ผู้อ่านได้เห็นถึงผลที่จะติดตามมา ผู้เขียนขอไม่เล่าไปถึงว่า ผู้เขียนต้องเผชิญอะไรบ้าง จากการตัดสินใจผิดพลาดในเรื่องราวที่ผ่านมาอย่างละเอียด แต่ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า มันส่งผลแน่ๆ ต่อชีวิตเรา หลังจากนั้น หากว่าการตัดสินใจนั้น ไม่ใช่เป็นการตัดสินใจเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของเรา

กลับมาที่คำว่า Mindset อีกที  ถามว่าคนเราจำเป็นต้องมี Mindset เป็นกรอบการดำเนินชีวิตหรือไม่
ผู้เขียนขอตอบแบบคนโง่ๆ ที่ไม่ได้มีภูมิความรู้อะไรว่า เคยคิดนะครับว่า มันไม่จำเป็น สำหรับคนในยุคก่อนนะ แต่ถ้าเป็นคนที่เกิดมาในยุคดิจิตอลแล้ว จำเป็นจะต้องมีครับ เพราะว่าโลกทุกวันนี้ มันสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก แบบไม่รู้กี่เท่า สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเรามันพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปไม่หยุดนิ่ง พลวัตต่างๆ กระแสโลกาภิวัฒน์ ข่าวสาร และเทคโนโลยีมันหมุนเร็วมาก ถ้าเรามีกรอบหรือระบบความคิดที่ดี มันจะสามารถทำให้เรามีหลักชัย ที่จะคิด ตัดสินใจ หรือก้าวเดิน ไปในทางที่ถูกต้อง เหมาะสม และไม่พลั้งพลาดได้ง่าย หรือบางคนอาจจะมีที่ปรึกษาไว้คอยช่วยเหลือปรึกษาก็ได้ เป็นตัวช่วยเรื่อง Mindset ก็ได้เหมือนกัน แต่หากเรามี Mindset เป็นของตนเองจะดีกว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ที่ปรึกษาของเรา หรือคนไหน ที่มันเก่งจริง และคอยเป็นที่ปรึกษาให้เราได้ทุกเรื่อง ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม (และยิ่งบางคนไปพึ่งพาหมอดู หมอเดาอะไรพวกนี้ ผู้เขียนไม่แนะนำครับ เพราะเกรงว่าจะถูกหลอกเอาเงินเสียมากกว่า)

คนเราสามารถเปลี่ยนแปลง Mindset หรือกรอบความคิดของเราได้ทุกเมื่อ หากเรามี Mindset ที่ดี ที่ถุูกต้องแล้ว เราจะอยู่ได้ในโลกที่วุ่นวาย สับสน ในยุคนี้ได้ครับ แบบที่ว่าสามารถปรับตัว รับกับสถานการณ์ความเลวร้ายได้ทุกเรื่อง อย่างมีสติ ไม่พลุ่งพล่านไปกับกระแส หรือคนรอบข้างอย่างแน่นอน



อ้างอิงบทความใกล้เคียงจากลิ้งค์นี้  https://kindlestartup.com/mindset%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/




วันพุธที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2561

โผรายชื่อผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “เปลือกทุเรียน” อวอร์ด ประจำปี 2560




มาแล้ว !  โผรายชื่อผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล เปลือกทุเรียนอวอร์ด ประจำปี 2560 ในแต่ละสาขา มีดังนี้

ปีนี้คณะกรรมการผู้ทรงเกลียด ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การพิจารณารางวัลใหม่ โดยจะมีการสกรีน ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นผู้เข้าชิง ให้เหลือช้อยท์ หรือตัวเลือกให้น้อยลง โดยแต่ละสาขา ไม่ให้เกิน 8 ตัวเลือกเป็นอย่างมาก เพื่อให้มีการเจาะลึก คัดกรอง ผู้ที่จะได้รับรางวัลได้อย่างเหมาะสม สามารถสะท้อนถึงผลรางวัล ให้ตรงตามชื่อของรางวัลที่แท้จริงคือ เปลือกทุเรียนอวอร์ด และมีมติตัดรางวัล ในสาขา เพลงประกอบละคร ยัดเยียด กรอกหูแห่งปี ออกไป แล้วเพิ่มรางวัล ละครหวานน้ำตาลขึ้นตา ส่งเสริมการเป็นโรคเบาหวานแห่งปี (ลูกกวาด,ขายคู่จิ้น)  เพิ่มเข้ามาแทน เพื่อความเหมาะสมในปีนี้ 


1.ละครส่งเสริมการทะเลาะเบาะแว้ง และตบตีกันในครอบครัวดีเด่น (บ้านแตก ชีวิตรันทด)
เกิดเป็นกา,ลูกหลง,พริ้งคนเริงเมือง,เมียหลวง,เพลิงบุญ,เหยื่อพยาบาท,ชิงรักริษยา,ป่ากามเทพ



2.ละครส่งเสริมการยกพวกตีกัน ดีเด่น (ยิงกันหูดับ ผู้ร้ายตายหมด พระเอกเดินชิลล์ๆ อย่างเท่)
นายฮ้อยทมิฬ,หงส์เหนือมังกร,มือเหนือเมฆ,นักบุญทรงกลด,นักรบตาปีศาจ,หักลิ้นช้าง,มหาหิน,ชีวิตเพื่อฆ่าหัวใจเพื่อเธอ


3. ละครส่งเสริมการใช้ภาษาไทยสมัยพ่อขุนรามคำแหงดีเด่น (ด่ากันทั้งเรื่อง)
-เพลิงพระนาง,พริ้งคนเริงเมือง,คลื่นชีวิต,ระเริงไฟ, เมียหลวง, เพลิงบุญ,หลงไฟ,ละครคน


                                                  
4. ละครส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์ ,เบี่ยงเบนทางเพศ ดีเด่น (เบลอภาพ)
เสน่หาไดอารี่ตอน บ่วงเสน่หา, เดือนเกี้ยวเดือน 2moons the series, Sotus S The Series ,Club Friday The Series 9 ตอนรักครั้งหนึ่ง ที่ไม่ถึงตาย ตอนรักต้องแลก, ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะซีรีส์2, Water Boyy The Series, Together with Me อกหักมารักกับผม , My Bromance The Series พี่ชาย เดอะซีรีส์


5. ละครส่งเสริมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ สินค้าดีเด่น  (โฆษณาแฝง)

ซีรีส์ชุด Project “S,ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะซีรี่ส์ 2 ,ซิทคอมบางรักซอย 9/1,ซิทคอมเป็นต่อ, ซีรีส์ Secret 7 เธอคนเหงากับเขาทั้ง 7 ,ซิทคอมพ่อบ้านใจกล้าสตอรี่, ซิทคอมขวัญใจไทยแลนด์ ,Love Complex คอนโดวุ่น จุ้นรัก ,หมู่บ้านสำราญดี


6. สถานีโทรทัศน์ดีเด่น ด้านการส่งเสริมการนัดชุมนุมของยุง ดีเด่น (ช่องละครน้ำเน่า)

ช่อง 3HD,Original , ช่อง 7HD  ,ช่อง GMM25 , ช่อง ONE HD ,ช่อง 3SD (28), ช่อง 8







7. ละครยอดเยี่ยมสาขา ยืดย้วย มาราธอนแห่งปี (ฉายนาน ยืดตอน)
เทพสามฤดู, ละครชุด ภารกิจรัก, ละครชุดThe Cupids บริษัทรักอุตลุด, ละครชุดเสน่หาไดอารี่ ,
Club Friday The Series, BangkokRakStories, Love Songs Love Stories, Project “S” The Series ,Memory ความทรงจำที่ไม่อาจลืม


8.ละครยอดเยี่ยมสาขา เดจาวู ซ้ำซาก หลอกหลอนแห่งปี (รีเมกบ่อย)
พริ้งคนเริงเมือง,ละอองดาว,น้ำเซาะทราย,อุทัยเทวี,ตะวันยอแสง,เมียหลวง,พ่อครัวหัวป่าก์



9.ละครยอดเยี่ยมสาขา คอสตูม,แคสนักแสดงป่วย แห่งปี  (แคสผิดฝาผิดตัว,แต่งหน้าจัดเต็ม)

-หงส์เหนือมังกร, เพลิงพระนาง, บ่วงบรรจถรณ์, ตะวันยอแสง, เมียหลวง, Slam Dance ทุ่มฝันสนั่นฟลอร์ , ละครคน , Princess Hours Thailand รักวุ่นๆ เจ้าหญิงจอมจุ้น


10. ละครหวานน้ำตาลขึ้นตา ส่งเสริมการเป็นโรคเบาหวานแห่งปี (ลูกกวาด,ขายคู่จิ้น)   

-มัสยา, ละอองดาว, เหมือนคนละฟากฟ้า, The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอนลูบคมกามเทพ, ตอนซ่อนรักกามเทพ, ตอนกามเทพซ้อนกล, เธอคือพรหมลิขิต, ดอกแก้วกาหลง , Princess Hours Thailand รักวุ่นๆ เจ้าหญิงจอมจุ้น


11.ละครยอดเยี่ยมสาขา ตัดต่อ/ลำดับภาพ/เทคนิคด้านภาพ แห่งปี (ซีจีอลังการงานสร้าง)

-เพลิงพระนาง,นายฮ้อยทมิฬ,หักลิ้นช้าง,นักรบตาปีศาจ,อุท้ยเทวี,เทพสามฤดู,อาคม,ล่า


12. ละครยอดเยี่ยมสาขาส่งเสริมการหย่าร้าง คบชู้ แห่งปี  (ตบตีแย่งสามี ภรรยาชาวบ้าน)

-พริ้งคนเริงเมือง, ระเริงไฟ, เมียหลวง, เพลิงบุญ, ชิงรักริษยา,ป่ากามเทพ ,หลงไฟ ,ทรายย้อมสี






13. ไดอะล็อกสุดจี๊ด ประโยคจำแห่งปี (วลีฮิตติดเทรนด์)

     “กราบเสลี่ยงกู!!!”  ,   “ไม่กราบแต่ไหว้ละกัน”  ,  “เห็นใครๆก็อยากตบข้า ข้าทำผิดอะไร งง?”จากเพลิงพระนาง
       
     “อีสานบ้านเรามันแห้งแล้งพอแล้ว ใจคนอย่าให้มันแห้งแล้วตามเลย”   จากนายฮ้อยทมิฬ

     “บางครั้งความยุติธรรมก็อยู่ที่บทลงโทษตามความพอใจของเรา”  จากน้ำเซาะทราย

     “ที่เล่นละครสร้างเรื่อง แกล้งทำตัวเป็นเพื่อนที่แสนดี แล้วคอยแทงข้างหลังตลอดเวลาแบบนี้ ทำมานานแล้วหรือยัง เพิ่งทำตอนหมดตัวหรือเป็นมาตั้งแต่เด็ก”  “อย่าใช้คำว่าส่วนตัวกับโลกออนไลน์”   ,   “เริงเชื่อนะว่าพิมที่โง่ได้ตายไปแล้ว เพราะพิมที่ฉลาดกำลังขนเสื้อผ้าไปอยู่กับพ่อแม่ ดีแล้วล่ะพิม พี่ฤกษ์เค้าจะได้ไม่ต้องลำบากใจ”    จากเพลิงบุญ

      “คราวหน้าฉันจะไม่ได้เหยียบแค่ขา ฉันจะเหยียบที่ปากแกเลย!, “คนอย่างคุณควรดื่มนม ถึงมันจะไม่ช่วยให้คุณสูงขึ้น แต่อย่างน้อยก็อาจจะ เพิ่มรอยหยักในสมองได้”  ,  “จีขอโทษ เมื่อกี้จีไม่มีสติ คำพูดมันผ่านจากกระดูกสันหลัง มันยังไม่ได้ผ่านสมอง”  ,  “เอาจริงๆ คุณก็ไม่ได้สนใจความถูกต้อง มากไปกว่า ความถูกใจหรอก!!!      จากคลื่นชีวิต
   
    “ถึงเวลาเอาแหวนกับผัวกูคืนมา...”  ,  “พี่ภีมจะเอาคำตอบในฐานะเพื่อนหรือเมีย”  ,  “อีแจ็ค ออกไป!.....”   “ยอมรับความจริงซะเถิดน่า ว่าในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีใครสามารถใช้ความดีและความรักเปลี่ยนเกย์ให้เป็นผู้ชายได้หรอก”    “ตื่นค่ะ! ฉันคือคนที่คุณภีมเลือกให้เป็นแม่ของลูก”  จากเสน่หาไดอารี่ ตอนบ่วงเสน่หา    “ถ้าว่าง...ก็แวะมาเอา (เสื้อ) ได้นะคะ”  จากเสน่หาไดอารี่ ตอนกับดักเสน่หา

    “Capuchino แก้วใหญ่ หวานน้อย ที่นี่”  จากชายไม่จริงหญิงแท้

    “ความพยาบาทเป็นของหวาน”   จากล่า

    “อันไหนไม่ได้เงิน ไม่ทำหรอกค่ะ”, “ความรู้สึกที่เสียไป ตีค่าเป็นเงินเท่าไร ก็ไม่พอนะคะ”   จากหลงไฟ
             

14. นักแสดงนำหน้าช้ำ ฝ่ายชายดีเด่น  (คีพคาแร็กเตอร์เดียว เล่นวนหลายเรื่อง)

-มิกค์ ทองระย้า จากละคร มัสยา,นักบุญทรงกลด,ภารกิจรัก : ยึดฟ้าหาพิกัดรัก ,เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ,มือปราบเจ้าหัวใจ ,ราชนาวีที่รัก

-บอส โตนนท์ วงศ์บุญ จากละคร เกิดเป็นกา,ภูติสาวสื่อรัก,พริ้งคนเริงเมือง,เพลิงพระนาง

-ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ จากละคร ราชินีหมอลำ,ป่ากามเทพ,Club Friday The Series 9 รักครั้งหนึ่งที่ไม่ถึงตาย ตอนรักต้องแลก,เพลิงรักไฟมาร,เปิดสวิตซ์ให้ติดรัก

-วิลลี่ แม็คอินทอช จากละคร The Single Mom คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจฟรุ๊งฟริ๊ง,ชีวิตเพื่อฆ่าหัวใจเพื่อเธอ,ป่ากามเทพ, Yes,I Do คอร์สลัดพิสูจน์เลิฟ, Club Friday Celeb’s Stories ตอน การกลับมา


-มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล  จากละคร  U-Prince Series ตอนเซอร์เวย์,ไบรอัน , Slam Dance ทุ่มฝันสนั่นฟลอร์ , Club Friday The Series 8 ตอน รักแท้หรือแค่...รักเก่า , หลงไฟ

-พุฒิ พุฒิชัย เกษตรสิน จากละครเกมมายา,แหวนดอกไม้,Little Big Dream Project ,คุณแม่วัยใสเดอะซีรีส์, My Dear Loser รักไม่เอาถ่าน 

-เก้า จิรายุ ละอองมณี จากละครคน,Club Friday Celeb’s Stories ตอน การกลับมา,The Single Mom คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ๊งฟริ๊ง, Love Books Love Series ตอน The Seven Year Itch 7 ปี รักโดนใจ ,ความรักครั้งสุดท้าย

-บอย พิษณุ นิ่มสกุล จากละคร  The Cupids บริษัทรักอุตลุด : กามเทพออกศึก,ราชินีหมอลำ,Club Friday The Series9 รักครั้งหนึ่งที่ไม่ถึงตาย ตอนรักต้องแลก ,หลงไฟ, ความรักครั้งสุดท้าย

15. นักแสดงนำหน้าช้ำ ฝ่ายหญิงดีเด่น  (คีพคาแร็กเตอร์เดียว เล่นวนหลายเรื่อง)

-เบนซ์ ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ จากละคร บาปบริสุทธ์ (Live),นักบุญทรงกลด,ละอองดาว,วังนางโหง,ละครเทิดพระเกียรติชุด "ใต้ร่มพระบารมี" เรื่อง "จากฟากฟ้าสุราลัย"

-พีค ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ จากละคร ชะนีผีผลัก,ไดอารี่ตุ๊ดซีส์ เดอะซีรีส์ 2, A Love to Kill รักซ่อนแค้น,โซ่เสน่หา,ภารกิจรัก : เหนี่ยวไวใจสุดไกปืน,ยึดฟ้าหาพิกัดรัก

-เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ  จากละคร คลื่นชีวิต,บัลลังก์ดอกไม้,The Cupids บริษัทรักอุตลุด : กามเทพหรรษา

-มิว นิษฐา จิรยั่งยืน จากละคร บ่วงหงส์,รากนครา,เพชรกลางไฟ,พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง

-ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร จากละคร เล่ห์ลับสลับร่าง, 30 กำลังแจ๋ว เดอะซีรีส์,รักกันพัลวัน
 
-วิว วรรณรท สนธิไชย จากละคร แต่ปางก่อน,A Love to Kill รักซ่อนแค้น,ภารกิจลิขิตหัวใจ,ซิทคอมสูตรรักชุลมุน

-แป้ง อรจิรา แหลมวิไล จากละคร ชิงรักริษยา,ลืมรักไม่ลืมเธอ,โสดสตรอรี่ 2,เงาอาถรรพ์

-ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ จากละคร Club Friday The Series8 : รักแท้หรือแค่สงสาร, Slam Dance ทุ่มฝันสนั่นฟลอร์,หลงไฟ


16. นักแสดงสมน้ำหน้าดีเด่น   (จอมขโมยซีนแห่งปี) 
   
    อั้ม พัชราภา กับบท พระนางอนัญทิพย์ จากเพลิงพระนาง
    บี น้ำทิพย์ กับบท ท่านหญิงวิไลเลขา (หญิงแต้)  จากแต่ปางก่อน
    น้ำฝน พัชรินทร์ กับบท เจ้านางหลวงปัทมสุดา จากรากนครา
    เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับบท ใจเริง จากเพลิงบุญ
    อัค อัครัฐ กับบท อีแจ็ค  จากเสน่หาไดอารี่ ตอนบ่วงเสน่หา
    ใบเฟิร์น อัญชสา กับบท น้องมายด์ จากเสน่หาไดอารี่ ตอนกับดักเสน่หา
    รัดเกล้า กับบท เซนเซยูกิ จากล่า
    ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก กับบท ก้านแก้ว จากหลงไฟ
    ต่อธนภพ กับบท พี่ยิม จาก Project "S" The Series ตอน Side by Side พี่น้องลูกขนไก่    


17. นักแสดงคู่โปรโมตดีเด่น   (ฟินแต่ในละคร)


- แอนดริว-แม็ท จากเหมือนคนละฟากฟ้า, ณเดชณ์-ญาญ่า จากเล่ห์ลับสลับร่าง, มาริโอ้-เต้ย จาก บัลลังก์ดอกไม้ ,เต้ย-เชียร์ จาก The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอนซ่อนรักกามเทพ, โตโน่-ณิชา จาก The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอนกามเทพซ้อนกล , โป๊ป-มิว จากพ่อยุ่งลุงไม่ว่าง ,บอม-พรีม  จากเดือนประดับดาว ของช่อง 3

-เวียร์-มิน จาก คู่รักรสแซ่บ, มิกค์-มุก จากมัสยา ,อ๋อม-นาว จากละอองดาว ,หลุยส์-เซฟฟานี จากหักลิ้นช้าง  ,จิณณ์-ตูน จากมหาหิน ของช่อง 7

-สน-วิว จากแต่ปางก่อน, บี้-เอสเธอร์ จากเธอคือพรหมลิขิต, เจษ-โม จากชีวิตเพื่อฆ่าหัวใจเพื่อเธอ,รักแท้แม่ไม่ปลื้ม, เต๋อ-ใหม่ จากชายไม่จริงหญิงแท้ , ไบร์ท-เพลงขวัญ จากดอกแก้วกาหลง ของช่อง ONE
-กร-น็อค จาก Together with Me อกหักมารักกับผม ของช่อง PPTV
-นิว-เอิร์ธ  จาก Water Boyy The Series, เจมส์-เบลล์ จาก Love Songs Love Series To Be Continued ตอน พรหมลิขิต ,เก้า-พรอยมน  จาก Love Books Love Series 7 ปีรักโดนใจ , พุฒิ-ยิปโซ จากแหวนดอกไม้ ,เจษ-กิ๊บซี่ จาก BangkokRakStories ตอน คนมีเสน่ห์ ,ทอย-แอ็ปเปิ้ล,น้ำตาล จาก Love Songs Love Stories2 ตอนอ้าว ,ลี-มุก จาก My Dear Loser รักไม่เอาถ่าน ของช่อง GMM25


18. ละครยอดเยี่ยม ขวัญใจแม่ค้าทุเรียน ยุงชุม ณ คลองแสนแสบ แห่งปี  (น้ำเน่าแห่งปี)


- คลื่นชีวิต, ระเริงไฟ, เมียหลวง, เพลิงบุญ ของช่อง 3,
- พริ้งคนเริงเมือง, ละอองดาว, น้ำเซาะทราย, มัสยา  ของช่อง 7
- ราชินีหมอลำ, ชิงรักริษยา, เกมมายา, ดอกแก้วกาหลง ของช่อง ONE
- ป่ากามเทพ, หลงไฟ ,ความรักครั้งสุดท้าย ของช่อง GMM25
- ทรายย้อมสี ของช่อง 8



และสาขารางวัลพิเศษ Lifetime Achivement Award ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษ ที่ถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกิติมศักดิ์อาวุโส โดยไม่ผ่านการเสนอชื่อโดยสมาชิก หรือการโหวดจากสมาชิก แต่ได้รับการเห็นชอบร่วมกันเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิกิติมศักดิ์อาวุโส จำนวน 11 ท่าน เพื่อมอบรางวัลให้แก่บุคคล หรือองค์กร หน่วยงานที่มีส่วนในการส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีเด่นให้กับวงการละครไทย และสอดคล้องกับแนวคิดของชมรมคนรักคลองแสนแสบ สมาพันธุ์แม่ค้าทุเรียนตลาดแตก สมาพันธุ์ผู้เพาะพันธุ์ยุงแห่งประเทศไทย โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผุ้ได้รางวัลนี้ ในวันประกาศผลมอบรางวัล “เปลือกทุเรียนอวอร์ด” พร้อมๆ กับรางวัลสาขาอื่นๆ  ใครจะได้รางวัลอะไร ?  ประกาศผลรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 19 สาขาในช่วงปลายเดือนหน้า ก.พ. 2561 นี้ โปรดติดตาม





วันเสาร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560

Merry Christmas & Happy New Year 2018



สวัสดีชาวหยิกแกมหยอก
ขอให้ปีใหม่ (2018) นี้ เป็นปีที่สุขสดใส มีความหวังในชีวิต
เป็นปีที่ดี ที่ได้เริ่มทำสิ่งใหม่ๆ เปลี่ยนแปลงตนเอง
ของชาวหยิกแกมหยอก จนใกล้ความสำเร็จในทุกด้าน
ด้านความรัก ชีวิตการงาน การเรียน ครอบครัว
สุขภาพ พลานามัยแข็งแรง ไม่เป็นโรคซึมเศร้า

มนุษย์โลกย่อมอยู่ได้ด้วยความหวัง ฉันท์ใด
ตราบใดที่ภารกิจ สิ่งที่อยากทำ ยังไม่สำเร็จลุล่วง
มนุษย์ย่อมอยู่ด้วยความหวัง ความมุ่งมั่น พัฒนาตนเอง
พัฒนาผลงานกันต่อไป ความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกล
เกินความพยายามอย่างแน่นอน

ดูอย่างพี่ตูนสิ ก่อนหน้าที่จะมีโครงการ"ก้าวคนละก้าว"
ใครจะไปคิดว่า พี่ตูนกับทีมงาน จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่มหาศาล
นี้สำเร็จ เป็นเพราะ ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความเพียร ดุจดัง
พระมหาชนก ที่องค์พ่อหลวง (รัชกาลที่ 9) ทรงเคยเน้นย้ำ
และทรงพระราชนิพนธ์เอาไว้ ให้คนไทยยึดถือเป็นอุดมคติ
ความเพียรชนะทุกสิ่ง แต่การผลัดวันประกันพรุ่ง และโยกโย้โลเล
ต่างหากที่ แพ้ตลอดกาล

เราอยากเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะกันหล่ะ  คำตอบอยู่ในใจทุกคน
ตอนเด็ก ๆ  ผู้เขียน (แอดมิน) เคยฝันว่าประเทศไทยจะกลาย
เป็นประเทศที่เจริญแล้ว ทันยุคสมัยของตัวเองยังมีชีวิตอยู่
แต่ทุกวันนี้ ความเจริญมาเร็วกว่าที่คิดมาก ลองนึกภาพหลับตา
นอนไปซัก 5 ปี แล้วตื่นฟื้นขึ้นมา จะพบว่า กรุงเทพมหานคร
ณ ปัจจุบัน มันกลายเป็นมหานครที่ตึกรามบ้านช่องแปลกๆ
เต็มไปหมด รถรายังคงติดขัด แต่ระบบการคมนาคมขนส่ง
กำลังใกล้จะเชื่อมต่อเป็นโครงข่ายโยงใยแมงมุมที่ครอบคลุม
ซับซ้อน รวมถึงระบบโทรคมนาคมติดต่อ พัฒนาไปสู่ 5G
วิถีชีวิตของผู้คน พฤติกรรมเปลี่ยน อยางฉับพลันอัตโนมัติ

จะเห็นว่าหลายธุรกิจ ที่เคยอยู่ในโลกเก่า (อนาล็อก) ก็ค่อยๆ
ล้มหายตายจากไป มีทั้งคราบน้ำตาและรอยยิ้ม เพราะทุกๆ
การสูญเสียหรือล้มครืนไปของบางสิ่ง จะถูกทดแทนด้วย
สิ่งใหม่ที่ไฉไล และศิวิไลซ์กว่าเสมอ ก็เพราะโลกมันเปลี่ยน
ไม่มีใครจะฝืนพลวัตของกระแสความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
ไปได้หรอก แม้บางคนจะยอมทำตัวเป็นมนุษย์โบราณ ที่ไม่
ยอมแตะต้องเทคโนโลยีอะไรเลย แต่สิ่งแวดล้อมก็จะบีบให้
คุณต้องปรับตัวเข้าหามันอยู่ดี  โลกพัฒนาเร็วมากในยุค
ของพวกเรา ที่กำลังนั่งอ่านบล็อกอยู่นี้

เมื่อก่อน ผู้เขียนก็ไม่มีที่ทาง ที่จะเปิดโอกาสให้เราได้สามารถ
เผยแพร่งานเขียน หรือความรู้สึกนึกคิด แต่พอมี Blogger
ทุกสิ่งก็เปิดกว้าง โลกของนักเขียน หรือคนอ่าน ก็พัฒนาก้าว
หน้าขึ้น มีช่องทางติดต่อสื่อสารกันได้มากขึ้น ทำให้คุณและผู้เขียนได้มาเจอกัน
แม้ทุกวันนี้หนังสือที่ เป็นกระดาษจะลดหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก
อันเนื่องมาจากสำนักพิมพ์ปิดตัวไป แต่ผู้เขียนก็ยังเชื่อว่า งานเขียนบางอย่าง
ยังต้องอ่านจากหนังสือที่เป็นกระดาษ ถึงจะได้อรรถรส สุนทรียภาพ
อย่างเช่น งานวรรณกรรม นวนิยาย เรื่องสั้น หนังสือความรู้เฉพาะทาง
บางอย่าง หรือ หนังสือที่เจาะกลุ่มเป้าหมายชัดเจน อาทิ การ์ตูน
มังงะ คอมมิคส์ แต่ที่ยังเหลือรอด ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีอัตลักษณ์
จริงๆ เป็นตัวจริง มืออาชีพในแวดวงของเขา

ที่สาธยายมา เพียงเพื่อจะบอกว่า 1 ปีผ่านไป ดูเหมือนไม่นาน
และผ่านเลยไปเร็วมาก แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่นานพอ ที่จะทำ
อะไรได้ให้เป็นมรรค เป็นผล ให้เกิดผลงาน ได้เหมือนกัน ถ้าเรา
คิดที่จะลงมือทำมันจริงๆ ไม่ใช่ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ
คำอวยพรใดๆ ไม่เท่ากับ เราได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และที่กำลังจะทำ
ในปีใหม่ๆ ต่างหาก นั่นแหละ คือคำอวยพรที่ดีที่สุด สำหรับเรา......









วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560

10 สุดยอดปรากฏการณ์ทางการตลาดแห่งปี 2017 (อันดับที่ 1)



อันดับที่ 1 แคมเปญการตลาดเพื่อการกุศล “โครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาล”

โครงการก้าวคนละก้าว เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน “ตูน”ได้ย้ายมาอยู่บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยปี 2559 นายแพทย์ เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน ได้เชิญตูนมาร่วมงานวิ่งการกุศล เพื่อนำเงินบริจาคที่เหลือมาซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ขาดแคลน

จุดริ่มต้นโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน”
โดย ตูน บอดี้สแลม ได้ทำการระดมทุนด้วยการวิ่งระยะไกล เริ่มต้นจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ถึง โรงพยาบาลบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมเป็นระยะทาง 400 กิโลเมตร ซึ่งก้าวเล็ก ๆ ของคนไทยสามารถระดมเงินได้ถึง 85 ล้านบาท และเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยลุกขึ้นมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งจนฮิตเป็นกระแสไปทั่วประเทศ

แต่ปัญหาด้านสาธารณสุขของประเทศไทยไม่ได้หยุดอยู่ที่ รพ.บางสะพาน ยังมีอีกหลายโรงพยาบาลที่เดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรักษาคนไข้ให้เพียงพอต่อความความต้องการที่มากขึ้นในทุก ๆ วัน เสียงเรียกร้องขอความช่วยเหลือจึงส่งกันมาถึงตูน บอดี้สแลม และทีมงาน “ก้าวคนละก้าว” อย่างไม่ขาดสาย

แต่จะทำอย่างไรที่จะส่งความช่วยเหลือไปให้แต่ละโรงพยาบาลให้ได้มากที่สุด ตูน จะต้องวิ่งไกลแค่ไหนถึงจะระดมทุนให้โรงพยาบาลที่เดือดร้อนได้เพียงพอ?

ตูน เริ่มจากการนำข้อมูลที่ได้จากกิจกรรม #ก้าวคนละก้าว ครั้งที่แล้ว มาทำการวิเคราะห์ และพบว่าหนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจคือการระดมทุนช่วยเหลือแก่ “โรงพยาบาลศูนย์” ซึ่งเป็นเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ ซึ่งต้องรับหน้าที่เป็น “ศูนย์กลางการรักษาให้จังหวัดใกล้เคียง” ในการส่งเคสการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนมาให้ ซึ่งตูนเชื่อว่า การระดมทุนเพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลศูนย์ต่าง ๆ ทั่วประเทศจะเป็นวิธีการบริจาคที่สามารถกระจายความช่วยเหลือได้กว้างที่สุด

ตูน จึงเดินทางไปกระทรวงสาธารณะสุข โดยได้เข้าพบ นายแพทย์ โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อปรึกษาถึงข้อมูลและความเป็นไปได้ในการทำกิจกรรมวิ่งระดม “ก้าว” ครั้งใหม่และได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งนั่น คือ รายชื่อของโรงพยาบาลศูนย์ที่ยังต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคนไข้

ตูน ได้ออกเดินทางไปเยี่ยมโรงพยาบาลประจำจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ภาคใต้จรดภาคเหนือ เพื่อรับรู้ถึงความเดือดร้อนของโรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วยตนเอง และได้ทำการเลือกโรงพยาบาลที่จะทำการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้จำนวน 11 โรงพยาบาล ดังนี้
1.โรงพยาบาลยะลา
2.โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
3.โรงพยาบาลราชบุรี
4.โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
5.โรงพยาบาลศูนย์สระบุรี
6.โรงพยาบาลขอนแก่น
7.โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี
8.โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่
9.โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
10.โรงพยาบาลน่าน (ไม่ใช่โรงพยาบาลศูนย์แต่อยู่ในพื้นที่พิเศษห่างไกลจากตัวเมือง)
11.โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า
และด้วยจำนวนโรงพยาบาลที่เพิ่มมากขึ้น เงินที่ต้องการก็มากขึ้น กิจกรรมการวิ่งเพื่อระดมทุนครั้งนี้จึงถูกออกแบบให้มีระยะทางไกลขึ้น นานขึ้น โดยยังไม่เคยมีสถิติว่ามีคนไทยคนไหนสามารถวิ่งได้มาก่อน

การลงทุนวิ่งครั้งนี้"ตูน"ได้อะไร?

“จากสุดเขตแดนใต้ Red Zone สู่สูงสุดแดนสยาม”
โดยมีจุดเริ่มต้นจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา และสิ้นสุดที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กิโลเมตรซึ่งควบคุมดูแลการวิ่งโดยผู้เชี่ยวชาญและคณะแพทย์ที่จะตรวจเชคสภาพร่างกายของตูน ในทุก ๆ วัน เพื่อความปลอดภัย
การวิ่งเริ่มต้นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และวิ่งติดต่อกัน 4 วันพัก 1 วัน และจะสิ้นสุดที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 25 ธันวาคม 2560 รวมระยะเวลา 55 วัน
จำนวนเงินบริจาค ที่ตูน บอดี้สแลม และทีมงานก้าวคนละก้าว ตั้งเป้าหมายไว้คือ 700 ล้านบาท (เจ็ดร้อยล้านบาท) โดยตูน มีความเชื่อว่า ถ้าคนไทย 70 ล้านคน บริจาคให้กับโครงการเพียงคนละ 10บาท เงิน 700 ล้านบาทก็ไม่ไกลเกินเอื้อม และทุก ๆ คนในประเทศไทยสามารถมีส่วนร่วมช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยของเรากันเองได้ง่าย ๆ และทำได้จริง เห็นผลจริง

นอกเหนือไปจากเงินบริจาคแล้ว สิ่งที่ตูน บอดี้สแลม คาดหวังคือ “อยากเห็นคนไทยทุกคนออกกำลังกายกันมากขึ้น” เพราะเมื่อทุกคนมีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บป่วยก็จะเป็นการลดการใช้บริการสถานพยาบาลต่าง ๆ ไปในตัวอีกด้วย และส่งกำลังใจไปให้แก่แพทย์และพยาบาลผู้เสียสละทุก ๆ ท่านที่กำลังทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งอยู่ในขณะนี้

การวิ่งครั้งนี้จะเป็น “การวิ่งระยะไกลครั้งสุดท้ายของ ตูน บอดี้สแลม” ด้วยระยะทางที่ไกลจนแทบจะเป็นไปไม่ได้นี้ ตูน บอดี้สแลม จะทำได้สำเร็จหรือไม่ ยังไม่มีใครรู้ได้ แต่สิ่งที่คนไทยทุกคนช่วยกันได้คือ ร่วมส่งกำลังใจช่วยกันบริจาคให้กับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ซึ่งร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ในการรวบรวมเงินบริจาคและกระจายเงินบริจาคไปสู่ทั้ง 11 โรงพยาบาล เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วย เพื่อพี่น้องชาวไทยของเราทุกคน (เครดิตข้อมูล : เพจครอบครัวข่าว http://www.krobkruakao.com/local/56197)

ตอบข้อสงสัย !?! เจาะลึกงบประมาณ 11 รพ. ในโครงการ "ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ" ทำไม ตูน บอดี้สแลมต้องวิ่ง!

ภายหลังการเปิดตัวโครงการ"ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ" ของนักร้องชื่อดังขวัญใจชาวไทยอย่าง ตูน บอดี้สแลม ที่ถือว่าในครั้งนี้เป็นก้าวที่ยาวที่สุดในชีวิต โดยจะวิ่งจากสุดเขตแดนใต้ ไปจนถึง เหนือสุดแดนสยาม บนระยะทาง 2,191 กม. จากเบตง-แม่สาย เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ 11 โรงพยาบาลที่ยังขาดแคลน และต้องการความช่วยเหลือ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาและคุณภาพชีวิตผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ดีขึ้น รวมถึงเป็นขวัญกำลังใจให้ หมอ พยาบาลทั่วประเทศ
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้วิ่งระดมทุนหาเงินบริจาคเพื่อบริจาคเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยได้รับเงินบริจาครวมกว่า 85 ล้านบาท ทำให้ตูน ตัดสินใจกลับมาวิ่งระดมทุนอีกครั้งจากการประสบความสำเร็จในครั้งนั้น 

สำหรับรายชื่อโรงพยาบาลทั้ง 11 แห่ง ประกอบไปด้วย 1. โรงพยาบาลยะลา, 2. โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี, 3. โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี, 4. โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี, 5. โรงพยาบาลสระบุรี, 6. โรงพยาบาลขอนแก่น, 7. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี, 8. โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่, 9. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์, 10. โรงพยาบาลน่าน ซึ่งไม่ใช่โรงพยาบาลศูนย์ แต่อยู่ในพื้นที่พิเศษห่างไกลจากตัวเมือง และ 11. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
แม้จะได้รับคำชื่นชมและเสียงตอบรับในแง่ดีมากมายแต่ก็ยังมีผู้คิดเห็นที่ขัดแย้งจนเกิดเป็นประเด็นดราม่าบนโลกโซเชียลเกี่ยวกับโครงการนี้ และโยงโครงการนี้เข้ากับการจัดการงบประมาณของรัฐว่าประสบความล้มเหลวในการจัดการภาษีหรือไม่ ทางสำนักข่าวทีนิวส์จึงได้ทำการค้นหาตัวเลขงบประมาณของทั้ง 11 โรงพยาบาลในโครงการว่ามีการจัดสรรงบประมาณไปกับการทำอะไรบ้าง ซึ่งมาจากเอกสารงบประมาณฉบับที่ 3 งบประมาณรายจ่ายฉบับปรับปรุง ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 เล่มที่ 10 ดังนี้

1. โรงพยาบาลยะลา
-กล้องถ่ายภาพจอประสาทตาดิจิตอล โรงพยาบาลยะลา ตำบลสะเตง อําเภอยะลา จังหวัดยะลา
1กล้อง 1,240,000 บาท
- เครื่องปรับอุณหภูมิของ ร่างกายในระหวางผ่าตัดหัวใจ (Heater-Cooler unit) โรงพยาบาลยะลา 1เครื่อง 1,200,000 บาท
- ชุดเครองมือผ่าตัดหัวใจชนิดเปิด (Open Heart Surgery Set) โรงพยาบาลยะลา
1ชุด 2,000,000 บาท
- เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพระบบรวมศูนย์ 8 เตียง
1เครื่อง 4,380,000 บาท
- อาคารอุบัติเหตและฉุกเฉิน เป็นอาคาร คสล. 10 ชั้น (ปรับราคา 3 จังหวดชายแดนใต้ )
1หลัง 52,371,900 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 391,750,000 บาท
ปี2557 ตั้งงบประมาณ 60,096,600 บาท
ปี2558 ตั้งงบประมาณ 34,347,700 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 52,371,900 บาท
ปี 2560 ผูกพันงบประมาณ 244,933,800 บาท

2. โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
- อาคารพักอาจารย์แพทย์ 4 ชั้น 1 แห่ง 21,232,800 บาท
- เครื่องช่วยหายใจสำหรับทารกแรกเกิดชนิดความถี่สูง 1 เครื่อง 1,400,000 บาท
- เครื่องดมยาสลบชนิด 3 แก๊ซ 1เครื่อง 1,760,000 บาท
- เครื่องเตรียมชิ้นเนื้ออัตโนมัติ 1 เครื่อง 1,395,000 บาท
- เครื่องดมยาสลบชนิดซับซ้อน 3 แก๊ซพร้อมเครื่องช่วยหายใจและวิเคราะห์แก๊วระหว่างดมยาสลบ 1 เครื่อง 2,140,000 บาท
- อาคารรังสีวินิจฉัยรักษา ชันสูตร คลอด ผ่าตัด ผู้ป่วยหนัก ศูนย์บริการ โรคหัวใจและมะเร็ง เป็นอาคาร คสล. 7 ชั้น 1 หลัง 322,564,000 บาท
งบประมาณทั้งสิน 488,000,000 บาท
ปี 2555 - 2556 ตั้งงบประมาณ 97,180,000 บาท
ปี 2557 ตั้งงบประมาณ 68,256,000 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 322,564,000 บาท
- อาคารพักคนไข้ 596 เตียง (8 ชั้น รวมชั้นใต้ดิน) เป็นอาคาร คสล. 8ชั้น 1 หลัง 57,438,900 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น531,700,000 บาท
ปี 2557 ตั้งงบประมาณ 88,087,400 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 57,438,900 บาท
ปี 2560 ผูกพันงบประมาณ 103,362,500 บาท
ปี 2561 ผูกพันงบประมาณ 282,811,200 บาท

3. โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี (ไม่พบรายละเอียดระบุในเอกสาร)

4. โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช
- เครื่องช่วยหายใจสำหรับทารกแรกเกิดชนิดความถี่สูง 1 เครื่อง 1,400,000 บาท
- เตียงผ่าตัดทั่วไประบบไฟฟ้าพร้อมรีโมทคอนโทล 1 เตียง 1,760,000 บาท
- อาคารผู้ป่วยนอก และศูนย์วินิจฉัยรั กษาผ่าตัดโรคหัวใจ 6 ชั้น จํานวน 1 หลัง 76,147,200 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 264,400,000 บาท
ปี 2557 ตั้งงบประมาณ 40,000,000 บาท
ปี 2558 ตั้งงบประมาณ 7,063,200 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 76,147,200 บาท
ปี 2560 ผูกพันงบประมาณ 141,189,600 บาท

5. โรงพยาบาลสระบุรี
-อาคารพักอาจารย์แพทย์ เป็นอาคาร คสล. 4 ชั้น 1 หลัง 21,232,800 บาท
- กล้องจุลทรรศน์สำหรับศัลยกรรมตกแต่งชินเคลื่อนหัวกล้องแบบไร้น้ำหนัก 1 กล้อง 8,885,000 บาท
- เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพระบบรวมศูนย์8 เตียง 1เครื่อง 4,380,000 บาท
- กล้องถ่ายภาพจอประสาทตาดิจิตอล 1 กล้อง 1,240,000 บาท
- อาคารศูนย์บริการโรคหัวใจ มะเร็งและวินิจฉัยรักษา 1 หลัง 195,605,300 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 376,888,900 บาท
ปี 2555 - 2556 ตั้งงบประมาณ 73,437,600 บาท
ปี 2557 ตั้งงบประมาณ 54,327,700 บาท
ปี 2558 ตั้งงบประมาณ 53,518,300 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 195,605,300 บาท
- อาคารสนับสนุนบริการ 1 หลัง 23,129,100 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 115,645,200 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 23,129,100 บาท
ปี 2560 ผูกพันงบประมาณ 46,258,200 บาท
ปี 2561 ผูกพันงบประมาณ 46,257,900 บาท
- อาคารพักอาจารย์แพทย์ 21,232,800 บาท

6. โรงพยาบาลขอนแก่น
- Medical Simulation System ระบบจำลองสถานการณ์ทางการแพทย์เสมือนจริงเพื่อฝึกทักษะ 7,000,000 บาท
- กล้องส่องตรวจและผ่าตัดในช่องท้องพร้อมระบบวีดีทัศน์ 1 ชุด 2,580,000 บาท
- กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น ลำไส้ใหญ่พร้อมระบบวีดีทัศน์ 1 ชุด 3,090,000 บาท
- เครื่องเอกซเรย์ฟลูโอโรสโคปเคลื่อนที่แบบซีอาร์มกำลังไม่น้อยกว่า 15 kw 1 เครื่อง 5,000,000 บาท
- เครื่องดมยาสลบชนิด 3 แก๊ซ และเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและวิเคราอะห์แก๊ซ 2 เครื่อง 3,520,000 บาท
- ตู้กรองอากาศให้ปราศจากเชื้อชนิดกระแสลมแนวดิ่ง 1 ตู้ 1,000,000 บาท
- เครื่องช่วยหายใจสำหรับทารกแรกเกิดชนิดความถี่สูง 1เครื่อง 1,400,000 บาท
- อาคารศูนย์บริการโรคหัวใจ มะเร็ง และวินิจฉัยรักษา 1 หลัง 135,216,000 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 441,969,700 บาท
เงินนอกงบประมาณ 9,969,700 บาท
เงินงบประมาณ 432,000,000 บาท
ปี 2556 ตั้งงบประมาณ 84,375,000 บาท
ปี 2557 ตั้งงบประมาณ 31,418,500 บาท
ปี 2558 ตั้งงบประมาณ 42,750,500 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 135,216,000 บาท
ปี 2560 ผูกพันงบประมาณ 138,240,000 บาท
- อาคารบริการและจอดรถ 9 ชั้น 1 หลัง 32,821,700 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 186,700,000 บาท
ปี 2558 ตั้งงบประมาณ 37,377,500 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 32,821,700 บาท
ปี 2560 ผูกพันงบประมาณ 116,500,800 บาท

7. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ไม่พบรายละเอียดระบุในเอกสาร)

8. โรงพยาบาลนครพิงค์
- เครื่องดมยาสลบชนิดซับซ้อน 3 แก๊ซ 3 เครื่อง 8,025,000 บาท
- เครื่องช่วยหายใจสำหรับทารกแรกเกิด 1 เครื่อง 1,400,000 บาท

9. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
- Medical Simulation System ระบบจำลองสถานการณ์ทางการแพทย์เสมือนจริงเพื่อฝึกทักษะ 7,000,000 บาท
- หอพักนักศึกษาแพทย์ 11,067,500 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 110,508,400 บาท
ปี 2558 ตั้งงบประมาณ 22,101,700 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 11,067,500 บาท
ปี 2560 ผูกพันงบประมาณ 77,339,200 บาท
- เครื่องจี้ห้ามเลือดในระบบทางเดินอาหาร 1 เครื่อง 1,650,000 บาท
- ชุดอ่างชะล้างแผล ไฟไหม้พร้อมเตียงไฮโดรลิค 1 ชุด 6,000,000 บาท
- เตียงผ่าตัดด้านศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์และกระดูกสันหลัง 1 เตียง 3,090,000 บาท
- โคมไฟผ่าตัดใหญ่ โคมคู่ขนาดไม่น้อยกว่า 130000 ลักซ์หลอดแอลอีดี 4 ชุด 5,800,000 บาท
- เครื่องดมยาสลบชนิด 3 แก๊ซ 2เครื่อง 3,520,000 บาท
- เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพระบบรวมศูนย์ 8 เตียง 1 เครื่อง 4,380,000 บาท
- อาคารพักเจ้าหน้าที่ 7 ชั้น 13,906,200 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 69,530,800 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 13,906,200 บาท
ปี 2560 ผูกพันงบประมาณ 55,624,600 บาท
- อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 14 ชั้น 1 หลัง (ราคารวมต้านแผ่นดินไหว) 134,070,900 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 349,143,000 บาท
ปี 2555 - 2556 ตั้งงบประมาณ 52,746,000 บาท
ปี 2557 ตั้งงบประมาณ 34,573,500 บาท
ปี 2558 ตั้งงบประมาณ 127,752,600 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 134,070,900 บาท
- อาคารสนับสนุนบริการ (โครงสร้างต้านแผ่นดินไหว) 1 หลัง 23,097,600 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 36,808,500 บาท
ปี 2558 ตั้งงบประมาณ 13,710,900 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 23,097,600 บาท

10. โรงพยาบาลน่าน ซึ่งไม่ใช่โรงพยาบาลศูนย์ แต่อยู่ในพื้นที่พิเศษห่างไกลจากตัวเมือง
- เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพระบบรวมศูนย์ 8 เตียง 1 ชุด 4,380,000 บาท
- อาคารพกพยาบาล 1 หลัง 7,361,400 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 36,806,800 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 7,361,400 บาท
ปี 2560 ผูกพันงบประมาณ 29,445,400 บาท
- แฟลตพักแพทย์ 1 หลัง 5,690,600 บาท
งบประมาณทั้งสิ้น 28,453,000 บาท
ปี 2559 ตั้งงบประมาณ 5,690,600 บาท
ปี 2560 ผูกพันงบประมาณ 22,762,400 บาท

11. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า (ไม่พบรายละเอียดระบุในเอกสาร)
(เครดิตข้อมูล : เพจเป็นข่าว http://www.phenkhao.com/contents/10915)


“ตูน”วิ่งถึงแล้ว รพ.บางสะพาน มอบเงิน63ล้าน ประมูลรองเท้าคู่เดียวในโลก ยอด999,999บาท
“ตูน บอดี้สแลม” วิ่งถึงร.พ. บางสะพานแล้ว มีผู้บริจาคระดมทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ 63 ล้านบาท ใช้เวลาวิ่งจากกทม.ถึงบางสะพาน 10 วันระยะทาง 400 ก.ม. ชาวบ้าน-แฟนเพลงให้กำลังใจตลอดเส้นทาง ก่อนมอบเงินบริจาคให้โรงพยาบาล ด้านร็อกเกอร์หนุ่มเปิดประมูลรองเท้าไนกี้ “รุ่งอรุณ” คู่ที่ใส่วิ่ง-คู่เดียวในโลก มีคนมาประมูลยอดอยู่ที่ 999,999 บาท แถมทีมท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ส่งเสื้อสโมสรพร้อมลายเซ็นนักเตะร่วมประมูลกับโครงการด้วย
วันที่ 10 ธ.ค. หลังจากร็อกเกอร์หนุ่ม “ตูน บอดี้สแลม” หรืออาทิวราห์ คงมาลัย มีโครงการ #ก้าวคนละก้าว เพื่อระดมทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์มอบให้โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเริ่มออกวิ่งจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา และมีกำหนดวิ่งเป็นระยะทางรวม 400 ก.ม. เป็นเวลา 10 วัน ซึ่งระยะทางที่นักร้องหนุ่มวิ่งผ่านมีชาวบ้านนำเงินมาร่วมบริจาคและให้กำลังใจตลอดเส้นทางจำนวนมาก รวมถึงมีเพื่อนนักร้องและดารามาร่วมวิ่งกันอีกหลายคนด้วย โดยล่าสุดยอดเงินบริจาคอยู่ที่ 63 ล้านบาทแล้ว

สำหรับการวิ่งในวันสุดท้ายที่เหลือระยะทางอีก 38.6 ก.ม. ตูนเริ่มออกวิ่งรอบแรกเมื่อเวลา 05.30-07.30 น. จากหน่วยบริการประชาชนบ้านอ่างทอง อ.ทับสะแก วิ่งมาตามถนนสายโคกตาหอมบ้านกรูด ถึงเบย์วิว รีสอร์ต ระยะทางการวิ่ง 10 ก.ม. โดยมี ชาวบางสะพานร่วมก้าวคนละก้าวไปกับตูน บอดี้สแลม ด้วย
จากนั้นนักร้องหนุ่มออกวิ่งในช่วงที่ 2 เวลา 07.30-09.00 น. จากเบย์วิว รีสอร์ต ถึงบ้านกรูด เรสสิเดนท์ ระยะวิ่ง 9 ก.ม. โดยวิ่งเลียบชายทะเลบ้านกรูด ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของ อ.บางสะพาน ท่ามกลางสภาพอากาศที่สดชื่น แดดยังไม่ร้อนมาก ทำให้ตูน บอดี้สแลม สามารถวิ่งได้อย่างสบายๆ โดยในช่วงวิ่งระยะที่ 2 มีแฟนคลับของบอดี้สแลมที่ติดตามมาจากกรุงเทพฯ มารอให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก รวมถึงชาวบ้านกรูดด้วยที่มารอมอบเงินบริจาคและต้อนรับตูนกันอย่างล้นหลามตลอดสองข้างทาง
ส่วนในช่วงที่สาม ตูนออกสตาร์ตเวลา 09.00-10.30 น. จากบ้านกรูด เรสสิเด้นท์ ถึงกรีน ซี วิว รีสอร์ต ระยะวิ่ง 8.6 ก.ม. ก่อนพักการวิ่งสำหรับในช่วงเช้า จากนั้นนักร้องหนุ่มเริ่มวิ่งอีกครั้งในช่วงสุดท้ายเวลา 16.00 น. ออกจากกรีน ซี วิว รีสอร์ต มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางร.พ.บางสะพาน ระยะทางสุดท้ายอีก 11 ก.ม. โดยมีนายทวี นริศสิริกุล ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ และเพื่อนศิลปินร่วมวิ่งด้วย นำโดยแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง, ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ, เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์, แจ๊ค แฟนฉัน-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์, วงแคลช นำโดยพล-คชภัค ผลธนโชติ, แฮ็ค-ฐาปนา ณ บางช้าง และยักษ์-อนันต์ ดาบ เพ็ชรธิกรณ์ ใช้เส้นทางวิ่งมาถึงแยกท่ามะนาว แล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดท่ามะนาว ผ่านบริษัท สหวิริยา ป่ายาง ถึงสามแยกแล้วเลี้ยวขวาไปวัดเขาโบสถ์ ซึ่งจะเป็นจุดรวมพลของคนที่จะร่วมวิ่งกับ “ตูน บอดี้สแลม” ไปจนถึงร.พ. บางสะพาน ในเวลา 17.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการวิ่งช่วงสุดท้ายที่บริเวณแยกร.พ.บางสะพาน คณะนักวิ่งและประชาชนทั้งหมดได้หยุดวิ่งเพื่อให้ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นผู้วิ่งไปจนถึงเส้นชัย โดยมีคุณพ่อคุณแม่ของนักร้องหนุ่มยืนรอรับ พร้อมกับประชาชนที่มาต้อนรับและส่งเสียงปรบมือให้กำลังใจดังสนั่น ก่อนจะขึ้นไปทำพิธีการบนเวที พร้อมกับมอบเงิน 63,000,000 บาท ให้กับร.พ.บางสะพาน

“ตูน บอดี้สแลม” กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของโครงการก้าวคนละก้าวฯ ว่า ตนเป็นคนจ.สุพรรณบุรี แต่มีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่ที่อ.บางสะพาน ตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้ว แล้วก็คิดว่าตัวเองเป็นคนบางสะพานคนหนึ่ง จึงทราบปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือแพทย์และพูดคุยกับผอ.โรงพยาบาล จนเกิดเป็นโครงการวิ่งการกุศลครั้งนี้ขึ้น ทุกอย่างที่ทำไม่ใช่เพราะอยากจะมีชื่อเสียงโด่งดังหรือสร้างภาพ เพราะตอนแรกตั้งใจจะวิ่งเงียบๆ แต่มีโอกาสได้คุยกับพี่ปิงปอง ที่นิตยสารอะเดย์ เพื่อขอให้ช่วยลงข่าวให้ ซึ่งพี่ปิงปองแนะนำว่าเรื่องดีๆ แบบนี้ต้องทำให้เสียงดัง เพื่อที่คนอื่นจะได้รู้และร่วมช่วยเหลือได้ด้วย ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะได้รับการบริจาคจากคนไทยทั่วประเทศเป็นจำนวนเยอะขนาดนี้ คิดว่าได้ 4-5 ล้านบาทก็ดีใจแล้ว พอเห็นยอดวันนี้สูงถึง 63,000,000 บาท ต้องขอพูดคำว่าขอโทษที่ดูถูกน้ำใจคนไทยไปหน่อย
“สิ่งที่ผมทำในวันนี้อยากจะสะท้อนปัญหาให้คนทั้งประเทศได้เห็น ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลบางสะพานเพียงอย่างเดียว ยังมีโรงพยาบาลอื่นๆ อีกมากมายที่ขาดเครื่องมือแพทย์ในการรักษา ถ้าช่วยเหลือกันได้ก็จะช่วยชีวิตคนได้อีกจำนวนมาก ที่สำคัญคือไม่อยากให้โครงการในวันนี้สูญเปล่า หลังจากนี้ไปหากทุกคนช่วยเหลือกันได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก ผมก็เป็นแค่คนตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่หลายคนเคยพูดว่าหุ่นขี้ยา ใครที่เคยว่าผมว่าเป็นขี้ยาลองมาวิ่ง 400 กิโลเมตรกับผมดูมั้ย ตัวเล็กๆ แบบผมอาจจะสามารถทำได้เพียงเท่านี้ แต่คนไทยทั้งประเทศถ้าร่วมมือกันก็จะสามารถช่วยโรงพยาบาลอื่นๆ ได้ด้วย ผมต้องขอบคุณ ทุกคนที่ช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้การก้าวครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แล้วในอนาคตก็จะมีก้าวต่อไปด้วยกันครับ” นักร้องหนุ่มทิ้งท้ายนอกจากนี้เพจ Bodyslamband ได้เปิดประมูลรองเท้าวิ่งยี่ห้อไนกี้ รุ่น Lunarepic Flyknit Shield iD ชื่อ “รุ่งอรุณ” ซึ่งนักร้องหนุ่มใส่ วิ่งตลอด 10 วันที่ผ่านมา ซึ่งชื่อรุ่งอรุณ “ตูน บอดี้สแลม” ได้ตั้งชื่อให้บริษัทไนกี้ และที่สำคัญรองเท้าคู่นี้เป็นรุ่นที่ตูนเป็นผู้ออกแบบเอง จึงเป็นรองเท้าคู่เดียวในโลก ราคาประมูลเริ่มที่ 9,999 บาท โดยล่าสุดราคาประมูลอยู่ที่ 999,999 บาทแล้ว
ขณะที่สโมสรท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลที่ “ตูน บอดี้สแลม” ชื่นชอบตั้งแต่เด็ก ได้ส่งเสื้อสโมสรพร้อมลายเซ็น นักเตะมาให้ เพื่อร่วมโครงการก้าวคนละก้าว ก่อนเปิดประมูลเริ่มต้นที่ 999 บาท (เครดิตข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์)

1ปี"รพ.บางสะพาน"ดอกผลแห่งความสำเร็จจากก้าวคนละก้าวของ "ตูน บอดี้สแลม
ภาพการพูดคุยกับ "ตูน-บอดี้สแลม" เมื่อเกือบหนึ่งปีก่อนยังแจ่มชัดในความทรงจำของ นพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน เมื่อนักร้องหนุ่มขออาสาเป็นแกนนำวิ่งระดมหาเงินทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ จากเดิมที่โรงพยาบาลต้องการจัดวิ่งการกุศลกระตุ้นให้คนมาออกกำลังกาย และให้ตูนมาร่วมเป็นเซเลปหรือกระบอกเสียงเท่านั้น ครั้งนั้นท้ายที่สุดเขาสร้างปรากฎการณ์ระดับประเทศ สามารถระดมทุนได้มากถึง 85 ล้านบาท จากระยะทางวิ่ง 400 กม. ในเวลา 10 วัน เกือบ 1 ปีที่ผ่านมา น่าสนใจว่า ดอกผลความสำเร็จจากการระดมทุนของร็อกเกอร์หนุ่มนั้นเป็นอย่างไร.. นพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ เล่าว่า เงิน 85 ล้านบาทถูกจัดสรรเปลี่ยนแปลงเป็นอุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ การก่อสร้างอาคารและซ่อมแซมอาคาร ส่วนที่เหลืออีกกว่า 30 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อโครงการในอนาคต “อุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์นั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้เเก่ รพ.บางสะพานเองประมาณ 25.7 ล้านบาท รพ.บางสะพานน้อยที่มีขนาด30 เตียง 1.1 ล้านบาท อีกส่วนเป็นอุปกรณ์และครุภัณฑ์ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 14 แห่ง ประมาณ 6.9 แสนบาท” “ในเรื่องการก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ส่วน หนึ่งการซ่อมแซมอาคารประมาณ 7 ล้านบาท หลังจากประสบกับภาวะน้ำท่วม อีกส่วนเป็นงบในก่อสร้างอาคารราว 10 ล้านบาท โดยทำการปรับปรุง ออกแบบเเละก่อสร้างอาคารหลายแห่งเช่น อาคารแพทย์แผนไทย อาคารซ่อมบำรุงเเละระบบประปา อาคารดูแลเครื่องเอ็กซเรย์ ให้สูงขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภัยน้ำท่วม” นพ.เชิดชาย บอกต่อว่า ปัจจุบันเหลือเงินอีกกว่า 30 ล้านบาท อยู่ระหว่างการหารือกับทางคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการในแผนต่อไป อุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลบางสะพานจัดซื้อนั้นมีมากกว่า 70 รายการ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ตัวอย่างเช่น เตียงผู้ป่วย ถังออกซิเจน เครื่องนับเม็ดเลือดขาวชนิดไฟฟ้า เครื่องดูดเสมหะ ที่นอน ตู้อบเด็กทารกเคลื่อนที่ เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องบันทึกการบีบตัวของมดลูก เครื่องมือผ่าตัดตา เครื่องไตเทียม รถเข็นผู้ป่วยพร้อมสายน้ำเกลือ เครื่องวัดความดันโลหิต ฯลฯ ทั้งหมดทำให้ศักยภาพและความสามารถในการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลนั้นยกระดับแบบก้าวกระโดด นพ.เชิดชายบอกว่า ตัวเลขการเข้ารับบริการรักษาของผู้ป่วยนั้นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากเดิมอัตราการครองเตียงของผู้ป่วยในเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 คนต่อวัน ปัจจุบันเพิ่มเป็น 150-180 คนต่อวัน ขณะที่อัตราผู้ป่วยนอก จากเดิม 300-400 คน เพิ่มเป็น 400-500 คน “เหมือนได้โรงพยาบาลใหม่ รองรับการบริการได้มากขึ้น ชาวบ้านมีความสุขมาก สามารถใช้บริการได้สะดวกกว่าในอดีต ส่วนความสามารถในการในการรักษาพยาบาล เมื่อมีเครื่องมืออุปกรณ์ในการรักษาเพิ่มขึ้นก็สามารถรองรับแพทย์เฉพาะทางมาช่วยเหลือรักษาได้มากขึ้นเช่นกัน” ผอ.รพ.บางสะพาน บอกว่า การยกระดับของโรงพยาบาลบางสะพาน สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของภาคประชาชน ที่มีบทบาทสำคัญในการทำในสิ่งที่รัฐบาลอาจมีข้อจำกัดหรือใช้เวลาจัดการค่อนข้างนาน (เครดติข้อมูลจาก Posttoday.com






สุ่โครงการก้าวคนละก้าว ครั้งที่ 2
ปี 2559 คนไทยทั่วประเทศร่วมใจกันเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลขนาดกลางแห่งหนึ่งในอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นหลายรายการ ในโครงการ "ก้าวคนละก้าวเพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน" โดย ตูน บอดี้สแลม ซึ่งทำการระดมทุนด้วยการ วิ่งระยะไกล เริ่มต้นจาก กรุงเทพมหานคร สิ้นสุดที่ โรงพยาบาลบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมเป็นระยะทาง 400 กิโลเมตร และสามารถระดมทุนจากคนไทยทั่วประเทศได้ถึง 85 ล้านบาท และเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยลุกขึ้นมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งจนฮิตเป็นกระแสไปทั่วประเทศ
แต่ปัญหาด้านสาธารณสุขของประเทศไทยไม่ได้หยุดอยู่ที่ รพ.บางสะพาน เพียงแห่งเดียว ยังมีอีกหลายโรงพยาบาลที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรักษาคนไข้ให้เพียงพอต่อความความต้องการที่มากขึ้นทในทุกๆวัน เสียงเรียกร้องขอความช่วยเหลือจึงส่งกันมาถึงตูน บอดี้สแลม และทีมงาน "ก้าวคนละก้าว" อย่างไม่ขาดสาย 

"ก้าวครั้งใหม่" จึงเกิดขึ้นมาพร้อมกับระยะทางที่ยาวขึ้น นานขึ้น และจำนวนโรงพยาบาลที่จะทำการบริจาคมากขึ้น ในชื่อโครงการ "ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ" เบตง – แม่สาย 2,191 กิโลเมตร

ติดตามความเคลื่อนไหว และไทม์ไลน์การวิ่งในแต่ละระยะทาง รวมถึงช่องทางการบริจาคได้ที่ เพจก้าวคนละก้าว ดังนี้
https://www.facebook.com/kaokonlakao/ และ/หรือhttps://www.kaokonlakao.com/

บางคนอาจเห็นแย้งว่า โครงการ "ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาล" ทำไมถึงจัดเป็นปรากฏการณ์ทางการตลาดแห่งปี ในอันดับ 1 ได้ ในทัศนะของผู้เขียน/เพจหยิกแกมหยอก โครงการนี้จัดเป็นแคมเปญทางการตลาดได้ชนิดหนึ่ง เข้าองค์ประกอบในทุกด้าน แม้จะไม่ใช่การตลาดเพื่อหารายได้หรือผลกำไรในเชิงธรุกิจก็ตาม แต่มันมีเรื่องของผลลัพธ์ในแง่เชิงการตลาด มูลค่าทางการตลาด ทางมองในมิติทางการตลาด มีดังนี้
- ตัวพี่ตูน เป็นโปรดักท์ มีมูลค่าทางการตลาดมหาศาลขึ้นมาแล้ว (จีนี่เรคคอร์ด/แกรมมี่ ได้ผลประโยชน์ทางอ้อมไปเต็มๆ)
-มีเรื่องของผลประโยชน์เกี่ยวกับสินค้า สปอนเซอร์เข้ามาเกี่ยวข้องมั๊ย ตอบว่ามี อาทิ รองเท้าที่พี่ตูนใส่ กี่คู่ รุ่นอะไร ราคาเท่าไหร่ แบรนด์อะไร พวกนี้เป็นโฆษณาแฝงทั้งสิ้น ยังไม่นับรวมเสื้อผ้าที่ใส่ ผ้าโพกศีรษะ ผ้าเช็ดเหงื่อ ของแบรนด์อะไร น้ำดื่มที่เป็นสปอนเซอร์ให้ดื่มระหว่างทาง นาฬิกาที่ใช้จับเวลา สถานีโทรทัศน์ที่ติดตามทำข่าวหรือถ่ายทอดบันทึกเทปรายการ แม้ว่าจะไม่ออกตัวหรือโฆษณาตัวเอง และเป็นการสปอนเซอร์ให้ฟรี เพราะเป็นโครงการเพื่อการกุศล แต่มันมีมูลค่าการตลาดที่แอบแฝงอยู่ ที่ตีเป็นมูลค่าได้มากมาย
-ระยะทางที่วิ่งไปของจุดเริ่มต้นโครงการ (เบตง) -จนถึงจุดหมายปลายทาง (แม่สาย) ผ่านกี่จังหวัด ผ่านสถานที่สำคัญ ซึ่งเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งวัฒนธรรมประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศ แหล่งชุมชนการค้า พวกนี้เป็นการประชาสัมพันธ์ตัวประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ โดยไม่ต้องเสียเงินโฆษณาเลย แคมเปญนี้ของพี่ตูนดังไปทั่วโลกแล้วในเวลานี้ ใครๆ ก็พูดถึง
-ผลพลอยได้ ไม่ใช่แค่ตัวเงิน คือ เป้าเงินบริจาค 700 ล้านบาท (ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะแตะถึงระดับ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งในขณะที่เขียนบทความนี้อยู่ ตัวเลขแตะ 890 ล้านบาทเศษแล้ว) แต่ผลพลอยได้ที่จะตามมาก็คือ การที่คนไทยสมัครสมานสามัคคี และจุดประกาย/สร้างแรงบันดาลใจให้สังคมคนไทยกล้าที่จะลุกขึ้นมาทำความดี โดยไม่หวังผลตอบแทน และการทำความดีไม่เอาหน้า ไม่ต้องลงทุนมาก ลงแต่แรงกายเท่านั้น ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นการออกกำลังกาย ผลพลอยได้อีกข้อก็คือสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย ,คนไทยได้ตระหนักรู้ถึงปัญหาการสาธารณะสุขของประเทศ ที่เงินงบประมาณไม่เพียงพอ ไม่มีทางที่เงินบริจาคจะสามารถช่วยเหลือการสาธารณะสุขได้ตลอดไป ตราบใดที่คนในสังคมไม่เรียนรู้ที่จะดูแล รักษาสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง มิเช่นนั้นก็จะเห็นแต่การสร้างโรงพยาบาล โครงการหาเงินบริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาลรัฐแบบต่อเนื่องไปไม่สิ้นสุด การออกกำลังกายจึงเป็นคำตอบของทางออกในการแก้ปัญหาที่ง่าย และลงทุนน้อยที่สุด แต่ได้ประโยชน์สูงสุด






สังคมไทยในปี พ.ศ.นี้จึงต้องขอบคุณตูน อาทิวราห์ คงมาลัย ที่เขากล้าที่จะออกมา ก้าวเท้าออกมา เป็นผู้นำความคิด หัวขบวนในการลุกขึ้นมาทำโครงการดีๆ แบบนี้เพื่อคนจำนวนมากในสังคมไทยนี้ เราขอปรบมือให้รัวๆ

แคมเปญการตลาดนี้ สร้างแรงกระเพื่อม แรงสั่นสะเทือนในสังคมในหลากหลายมิติ และทั่วทุกวงการ เราจึงขอมอบตำแหน่งสุดยอดปรากฏการณ์ทางการตลาดแห่งปี 2017 ให้แก่โครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลของพี่ตูน ชนะเลิศ ครองอันดับ 1 ในปีนี้ไปแบบวิ่งนำขาดลอย เข้าเส้นชัยไปเลย พี่ตูนวิ่งมารับเหรียญทองในหัวใจคนไทย ไปคล้องคอขึ้นแป้นรับเหรียญไปอย่างสง่างาม -The Ending-

บทความ 10 สุดยอดปรากฏการณ์ทางการตลาดแห่งปี 2017 โดย เพจหยิกแกมหยอก