วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สายน้ำคือชีวิต วิกฤติคือศรัทธา ร่วมแรงร่วมใจฟันฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน

สายน้ำคือชีวิต วิกฤติคือศรัทธา ร่วมแรงร่วมใจฟันฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน



สายน้ำคือแหล่งพักพิง และวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านานดึกดำบรรพ์แล้ว คนไทอพยพหนีตายมาเรื่อยๆ เพื่อมาตั้งรกรากกันอยู่ใกล้บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคเอเซียอาคเณย์

เมื่อแรกเริ่มน้ำเริ่มไหลหลากมา คนไทยจึงต้อนรับสายน้ำกันอย่างอบอุ่น ลูกเล็กเด็กดำ(แดง) ดีใจ พากันลิงโลด กระโดดเล่นน้ำกัน บ้างก็นำเรือมาพายเล่นกัน เป็นที่สนุกสนาน
จึงร้องเพลงนี้กัน




เพลง สายชล  ศิลปิน  จันทนีย์ อูนากูล

เหม่อมองดูสายน้ำวน

เหม่อมองสายชลที่ไหลริน

เหม่อมองดูนกผกผินบินลับไป

ยามเหงาเราถอนใจ

บินไปไม่กลับมา


เปล่าเปลี่ยวจริงหนอหัวใจ

อยากจะรักใครเศร้าใจทุกครา

หมดแรงกำลังอ่อนล้า

และหลงทางเจ็บนั้นยังเจ็บไม่จาง

อ้างว้างดังสายชล

แม้ใจจะเจ็บเก็บมาคิดคิด

อดีตช่างงามล้ำล้น

มิเคยลืมภาพเราสองคน

มิเคยลืมยังหลอกลวงตน

มิเคยลืม


ว่าเคยรักเธอสายชล

หลั่งรินไหลวนมาพานพบเจอ

เหตุการณ์ผ่านไปยังเพ้อพะวงทุกวัน

อกเอ๋ยขมขื่นตื้นตันจากกันหรือฝันไป


มิเคยลืม

ว่าเคยรักเธอสายชล

หลั่งรินไหลวนมาพานพบเจอ

เหตุการณ์ผ่านไปยังเพ้อพะวงทุกวัน

อกเอ๋ยขมขื่นตื้นตันจากกันหรือฝันไป

                                                            

และเมื่อน้ำเริ่มไหลหลากมามากขึ้น ท่วมท้น เข้าบ้าน ทำลายทรัพย์สิน อาคารและโรงเรือน ซึ่งกระแสน้ำเริ่มไหลมาอย่างรุนแรงมากขึ้น ความรู้สึกของผู้คนก็เริ่มกังวลใจ ว่า เอ๊ะนี่มันน้ำท่วมปกติ หรือน้ำป่าไหลหลาก หรือน้ำท่วมโลกกันแน่  ความรู้สึกจึงเริ่มเครียด ต่างอพยพหนีตาย กันจ้าละหวั่น เหล่าบรรดาอาสาสมัคร ตลอดจนหน่วยงานทหารก็เป็นกลุ่มแรก ๆ ได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชน โดยการลำเลียงทั้งอาหารและข้าวของเสบียงเข้าไปช่วยเหลือ รวมถึงช่วยเหลือผู้คนให้ออกมาจากพื้นที่น้ำท่วม เขาและเธอจึงเริ่มร้องเพลงนี้ คือ

เพลง น้ำเอย น้ำใจ
ศิลปิน อัสนี วสันต์ โชติกุล


ไม่มีใคร คนใด


หัว ใจดวงใด ไม่มีความหมาย

ต่างมุ่งหมาย ตามสาย ทางเดิน

คนเอ๋ย คนเอ๋ย คน

ต่างก็รู้ อยู่

ใจของใครก็ รู้รู้ใจ

ไม่แตกต่างกัน

..จะมีใคร คนใด

หรือ ใจดวงใด

อยากพ่ายอยากแพ้

ใครอยากอ่อนแอ เรื่องราว

ใครต่างคนต่างใคร

ก็ต่าง มุ่งหมาย มั่น

คนเหมือนกันแหละหนา ฟ้าดิน

ดิ้นรนหา ความ


..น้ำ เอย น้ำ ใจ

ของ ใคร ให้มา

เหมือน การ พึ่ง พา

ภาษา ความ เข้าใจ

(น้ำ เอย น้ำ ใจ)

(ของ ใคร ให้มา)

(เหมือน การ พึ่ง พา)

(ภาษา ความ เข้าใจ)

..มันก็เป็น เช่นนั้น

นะเออ ฉันเธอต่างมุ่งต่างสาย

สิ่งที่วายร้าย มุ่งหมาย ว่าดี

เพียงแค่ความเข้าใจ

ก็แบ่งกันไว้มั่ง

เป็นเช่นดังของขวัญให้กัน

โลกอันโสภา

ก็ใช่ ว่าใคร ไม่มี จิตใจ

ก็ใช่ ว่าใคร อยากไร้ คุณค่า

ก็ใช่ ว่าใคร อยากเสียน้ำตา

นะ เอย

..น้ำ เอย น้ำ ใจ

ของ ใคร ให้มา

เหมือน การ พึ่ง พา

ภาษา ความ เข้าใจ

(น้ำ เอย น้ำ ใจ)

(ของ ใคร ให้มา)

(เหมือน การ พึ่ง พา)

(ภาษา ความ เข้าใจ)

..(น้ำ เอย น้ำ ใจ)

(ของ ใคร ให้มา)

(เหมือน การ พึ่ง พา)

(ภาษา ความ เข้าใจ)...

และเมื่อน้ำเริ่มมีระดับความรุนแรงทั้งในแง่ความเร็ว แรง ในการเคลื่อนเข้ามา ได้ทำลายเรือกสวนไร่นา ทำลายถนนหนทาง โรงงานอุตสาหกรรมนับตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ มาชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี มาอยุธยา โดยเฉพาะกับนิคมอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ทั้ง 5 แห่ง (สหรัตนนคร , โรจนะ ,บ้านหว้า(ไฮเทค) ,แฟคตอรี่แลนด์ ,นวนคร และล่าสุด นิคมอุตสาหกรรมบางกระดี เรื่อยมาจนถึง จังหวัดปทุมธานี (รังสิต)  และจังหวัดนนทบุรี โดยเฉพาะบางบัวทอง ภาพความเดือดร้อนของผู้คน ในการช่วยเหลือประชาชน อพยพผู้คนที่ติดอยู่ในบ้านเรือน เป็นภาพที่ผู้เขียนเองสะเทือนใจ และเศร้าใจมาก จนต้องอินไปกับเพลงนี้ครับ


เพลง มหันตภัย

ศิลปิน แก้ม The Star


ไม่รู้เมื่อไร ไม่รู้เมื่อไรที่ชีวิตฉันจะดีสักที

ไม่ต้องเงียบเหงาอย่างนี้

ไม่รู้เมื่อไร ไม่รู้ว่ามรสุมนี้มันจะผ่านพ้นไปเสียที

เจ็บปวดรวดร้าวเหลือเกิน


ไม่โทษใคร ไม่ได้โทษฟ้าดิน

ที่ฉันเดียวดายอ้างว้าง โทษตัวเอง ต้องโทษตัวเอง

ที่ทําผิดจนต้องทําให้เธอจากไปครั้งนี้


จะมีชีวิตยังไง เมื่อไม่มีใครตรงนี้สักคน

จะเดินไปยังไง อยู่ไปยังไง เมื่อไม่มีเธอ

นี่คือการเดินทางสู่อันตราย สู่มหันตภัยเลวร้าย

ฉันจะมีชีวิตต่อไปยังไง ฉันจะมีชีวิตนี้ไปเพื่อใคร


ไม่รู้เมื่อไร ไม่รู้เมื่อไรที่ฉันจะลุกขึ้นได้สักที

มันเหมือนคนใจสลาย

ไม่รู้เมื่อไร ไม่รู้ว่านานแค่ไหนนํ้าตาฉันมันจะแห้งหายไป

โดดเดี่ยวเดียวดายเหลือเกิน


อยากให้รู้ อยากให้รู้เหลือเกิน ว่าฉันเสียใจแค่ไหน

โทษตัวเองต้องโทษตัวเอง

ที่ทําผิดจนต้องทําให้เธอจากไปครั้งนี้


จะมีชีวิตยังไง เมื่อไม่มีใครตรงนี้สักคน

จะเดินไปยังไง อยู่ไปยังไง เมื่อไม่มีเธอ

นี่คือการเดินทางสู่อันตราย สู่มหันตภัยเลวร้าย

ฉันจะมีชีวิตต่อไปยังไง ฉันจะมีชีวิตนี้ไปเพื่อใคร

ฉันจะมีลมหายใจ...หายใจไปทําไม

ผู้เขียนเองคงได้แต่ให้กำลังใจผู้ที่กำลังทำงานขะมักเขม่น เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ประสบชะตากรรมทุกข์ยาก ขอให้กำลังใจทหาร พลเรือน กลุ่มจิตอาสาทั้งหลาย จนท.มูลนิธิ อาสาสมัครต่างๆ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง รวมถึงให้กำลังใจแก่ประชาชนร่วมชาติ ที่กำลังเผชิญมหันตภัยร้านแรงของประเทศ เราจะต้องฝ่าฟันมหันตภัยครั้งใหญ่นี้ไปให้ได้ และพร้อมๆ กันด้วยความรัก ความเสียสละ และสามัคคีต่อกัน เราจะไม่โทษฝ่ายนั้นฝ่ายนี้อีกแล้ว เพราะธรรมชาติกำลังให้บทเรียนแก่ชาวไทยในครั้งนี้ร่วมกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น