วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ความรุ่งเรืองของเอเซีย เมื่อมองผ่านตึกสูงและสนามบิน


เป็นสิ่งที่เหลือเชื่อว่าประเทศส่วนใหญ่ในเอเซีย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประเทศกำลังพัฒนา มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่เรียกได้ว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ผลพวงจากวิกฤติเศรษฐกิจ และการทำงานหนักของคนเอเซีย ทำให้คนเอเซียสะสมความมั่งคั่งเอาไว้ได้มากที่สุดในโลก เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยสูงที่สุดในโลก หลายประเทศมีทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศสูงที่สุดในโลก มีความเจริญก้าวหน้าทั้งในแง่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ เงินทุน และเทคโนโลยี แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือคนเอเซียเป็นคนที่มีคุณภาพ เรียนรู้ได้เร็ว มุมานะ อุตสาหะสูง จะเห็นได้จากไม่ว่าจะมีการแข่งขันกันในรูปแบบวิชาการ ศิลปะ กีฬา วิทยาการแขนงใดก็ตาม จะมีคนเอเซีย หรือประเทศในเอเซียไปติดอันดับโลกอยู่ด้วยทุกครั้ง อันนี้ไม่ได้ยกยอปอปั้นคนเอเซียด้วยกันเองนะครับ แต่เมื่อมองจากทฤษฎีฮวงจุ้ยก็บอกตรงกันว่า ยุคสมัยนี้เป็นยุค 8 เป็นยุครุ่งเรืองของชาวเอเซีย ความมั่งคั่งจะมุ่งมาสู่ภูมิภาคนี้ ในขณะที่ยุโรปและอเมริกา ก็จะถึงเวลาถดถอยหรือตกต่ำลง ดังนั้น จึงขอนำเสนอยุคสมัยทั้ง 9 ตามศาสตร์ของฮวงจุ้ย ว่าเป็นอย่างไร ดังนี้

ยุคที่ 1 ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “ทัมลั้ง” เริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2407-2426 ในยุคนี้เป็นช่วงที่ทิศเหนือมีความเจริญจัดอยู่ในธาตุน้ำ ได้แก่ ประเทศที่อยู่ทางขั้วโลกเหนือ เช่น ไอซ์แลนด์ สหภาพโซเวียต ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย รัฐกรีนแลนด์ แคนาดา

ยุคที่ 2 ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “กือมึ้ง” เริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2427-2446 ตรงกับทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่ส่งผลดี ยุคนี้จัดอยู่ในธาตุดิน ได้แก่ ประเทศในทวีปยุโรปทั้งหมด และกลุ่มละตินอเมริกาด้วย

ยุคที่ 3 ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “ลกชุ้ง” เริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2447-2466 ยุคนี้ทิศตะวันออกจะเป็นทิศที่สงผลดี จัดอยู่ในธาตุไม้ ได้แก่ ประเทศในตะวันออกกลาง เอเซียกลาง

ยุคที่ 4 ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “บุ่งเข็ก” เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2467-2486 ในยุคนี้จะส่งผลดีต่อทิศตะวันออกเฉียงใต้ จัดอยู่ในธาตุไม้ ได้แก่ ประเทศในกลุ่มอาเซี่ยนของเรานั่นเอง รวมถึงทวีปออสเตรเลียด้วย จะเห็นว่าเป็นยุคที่หลายประเทศในอาเซี่ยนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เช่น ไทย และมีการก่อร่างสร้างประเทศขึ้นมาใหม่ เช่น สิงคโปร์ บรูไน ก็อยู่ในยุคนี้เช่นกัน

ยุคที่ 5 ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “เนี่ยมเจ็ง” เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2487-2506 ช่วง10 ปีแรก เจริญรุ่งเรืองในทิศตะวันออกเฉียงใต้ และส่งผลดีในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในช่วง 10 ปีหลัง ยุคนี้จัดอยู่ในธาตุดิน จะเห็นว่า ในช่วง 10 ปีแรก ความรุ่งเรืองยังอยู่ในเขตอาเซี่ยน และในช่วง 10 ให้หลัง ความรุ่งเรืองมู่งไปสู่ทวีปอเมริกา หรือก็คือประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเอง

ยุคที่ 6 ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “บู๊เข็ก” เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507-2526 ทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นทิศที่ดี ยุคนี้จัดอยู่ในธาตุทอง เป็นยุคที่รุ่งเรืองของประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อเนื่องมาจากยุคที่ 5

ยุคที่ 7 ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “พั้วคุง” เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2527-2546 ทิศที่ดีจะอยู่ในทิศตะวันตก จัดอยู่ในธาตุทอง แน่นอนว่าในยุคนี้ความรุ่งเรืองกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปเป็นหลัก การรวมตัวกันของสหภาพยุโรปก็เกิดขึ้นในยุคนี้เช่นกัน

ยุคที่ 8 ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “จ้อหู” เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2547-2566 ยุคนี้ทิศตะวันออกเฉียงเหนือดีที่สุด เป็นยุคที่มีความเจริญสูงสุด จัดอยู่ในธาตุดิน ก็ได้แก่ โซนประเทศที่ใช้ตะเกียบเป็นเครื่องมือรับประทานอาหาร ได้แก่ จีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง มาเก๊า

ยุคที่ 9 ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “อิ้วเพียก” เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2567-2586 ตรงกับทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ส่งผลดี ยุคนี้จัดอยู่ในธาตุไฟ กลุ่มประเทศเหล่านี้ ก็ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ลาตินอเมริกา ประเทศแถบหมู่เกาะแคริบเบียน และแปซิฟิกใต้

เมื่อครบยุค 9 แล้ว ก็จะวนกลับมาเริ่มที่ยุค 1 ใหม่อีกครั้ง หมุนเวียนไปเช่นนี้ตลอดเวลา

"เบิร์จ ดูไบ" (Burj Dubai ) หรือในปัจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "เบิร์จ คาลิฟา" (Burj Khalifa) หรือชื่อเต็มๆว่า "ชีค คาลิฟาร์ บิน ซาย์เอ็ด อัล-นาห์ยัน ทาวเวอร์" ซึ่งตั้งชื่อตามประธานาธิบดีของ UAEเพื่อเป็นการให้เกียรติในฐานะผู้นำประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และผู้นำของนครรัฐอาบู ดาบี

สำหรับสิ่งก่อสร้างที่ผมมองแล้วมีรูปทรงเรียวยาวแหลมสูงคล้ายจรวดแห่งนี้ เริ่มก่อสร้างขึ้นเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาขนาดยักษ์ของเมืองดูไบ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2547 ออกแบบโดยเอเดรียน สมิธ สถาปนิกชาวชิคาโก ซึ่งเป็นเจ้าเดียวกับผู้ออกแบบ วิลลิสทาวเวอร์ อาคารที่สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา

เบิร์จ คาลิฟา สร้างแล้วเสร็จในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา ด้วยความสูง 818 เมตร สูงกว่าอาคารไทเป 101เจ้าของสถิติตึกสูงที่สุดในโลกเดิมถึง 309 เมตร ถือเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกใหม่ล่าสุดในขณะนี้ ไม่เพียงเท่านั้น เบิร์จ คาลิฟา ยังครองสถิติอาคารที่มีจำนานชั้นมากที่สุดคือ 162 ชั้นอีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้ทำลายสถิติหอคอยที่สูงที่สุดในโลกคือหอคอยซีเอ็น ที่โตรอนโต้ ประเทศแคนาดา ซึ่งมีความสูง 553.3 เมตร และแซงหน้าสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างมา นั่นคือ เสาอากาศโทรทัศน์ KVLY-TV Mast ที่สหรัฐอเมริกาด้วย และเป็นแชมป์สถิติตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกนับถึงชั้นหลังคา โดยสูงถึง 546 เมตร จากเจ้าของสถิติเดิมคืออาคารไทเป 101 ซึ่งสูง 449.2 เมตร อีกทั้งยังได้ครองสถิติปั๊มคอนกรีตทางดิ่งที่สูงที่สุดในโลกสำหรับการก่อสร้างอาคาร ซึ่งสูงถึง 512.1 เมตร โค่นแชม์อาคารไทเป 101 ที่เคยสูง 439.2 เมตร และยังครองสถิติปล่องลิฟต์ที่ยาวที่สุดในโลกคือ 514 เมตร อีกด้วย

"ไทเป 101" แห่งไต้หวัน ที่สูง 509 เมตร มีจำนวนชั้นทั้งหมด 101 ชั้น ออกแบบโดย ซี.วาย. ลี สถาปนิกชาวไต้หวัน เริ่มสร้างในปี พ.ศ.2543 แล้วเสร็จและเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2547 ไทเป 101 เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเทคโนโลยีลดอันตรายจากแรงลมอันทันสมัยตามหลักวิทยาศาสตร์ กับการตกแต่งด้วยรูปหัวมังกรที่มุมอาคารทั้ง 4 ด้านทุกปล้องเพื่อขับไล่ภูติผีปิศาจ ตามหลักความเชื่อทางไสยศาสตร์จากคำบอกเล่าของซินแส

"เซี่ยงไฮ้เวิลด์ไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์" ตั้งอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตึกแห่งนี้สูง 492 เมตร ประกอบด้วยชั้น 101 ชั้น และชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้น สร้างในปี พ.ศ.2540-2551 ถือเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศจีน แซงหน้าอาคารจินเหมาซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียง

"อินเตอร์เนชันแนลคอมเมิร์ซเซ็นเตอร์" บนเกาลูนตะวันตก ในฮ่องกง มี 118 ชั้น สูง 484 เมตร ก่อสร้างในช่วงปี พ.ศ.2550-2553โดยที่ตั้งของตึกนี้เรียกว่า ยูนิออนสแควร์เฟส 7 ส่วนชื่ออินเตอร์เนชันแนลคอมเมิร์ซเซ็นเตอร์นั้น ถูกประกาศอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2548

"เปโตรนาส" ที่มีความสูง 452 เมตร จำนวน88 ชั้น ออกแบบโดย เซซาร์ เปลลี สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2541 ตั้งอยู่บริเวณใจกลางย่านธุรกิจของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เป็นอาคารแฝดมี 2หอคอย ได้รับแรงบันดาลใจจากเสาหินทั้ง 5 ของศาสนาอิสลาม ผสมผสานกับโครงเหล็กที่ห่อหุ้มในแต่ละจุด ทำให้เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตามีสะพานเชื่อมลอยฟ้า (Sky Bridge) ในบริเวณชั้นที่ 41 และ 42ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวิวทิวทัศในมุมสูงสุดหวาดเสียวได้ฟรี วันละประมาณ 1,000คน โดยจะต้องมารับตั๋วในตอนเช้าก่อนขึ้นชมในแต่ละรอบ

"หนานจิงกรีนแลนด์ไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์" มีความสูง 450 เมตร 89 ชั้น ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.2551และกำลังก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยสถาปนิกคนเดียวกับผู้สร้าง เบิร์จ คาลิฟา ตึกหลังนี้จะมีดาดฟ้าชมวิวบนชั้นที่ 72 ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดิน 287 เมตร สามารถมองเห็นภาพมุมกว้างของเมืองหนานกิงและแม่น้ำแยงซี ทะเลสาบสองแห่ง และภูเขาหนิงเจิงได้เป็นอย่างดี

“กว่างโจวเวสต์ทาวเวอร์”ตั้งอยู่ที่เมืองกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ตึกระฟ้าขนาด 103 ชั้น สูง 440.2 เมตร ตึกได้เริ่มสร้างในปี พ.ศ.2548 และสร้างถึงจุดสูงสุดในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 และมีการเปิดตัวในปี พ.ศ.2552 ที่ผ่านมา

"จินเหมาทาวเวอร์" ในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน มีความสูง 421 เมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2541 มีจำนวนชั้นทั้งหมด 88 ชั้น ซึ่งคนจีนถือว่าเลข 8 เป็นเลขดีเลขนำโชค รูปแบบการก่อสร้างอาคารแห่งนี้เหมือนกับเจดีย์โบราณของจีน จุดที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวได้สูงสุดคือโรงแรมเซี่ยงไฮ้แกรนด์ไฮแอท ในชั้นที่ 53-87 และชั้นที่ 88 จะไม่ใช่พื้นที่ของโรงแรม แต่เป็นส่วนที่เรียกว่า สกายวอล์ค เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเล่นเพื่อดูวิวมุมสูงได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

สำหรับประเทศไทย ตึกสูงที่สุดก็คือ "ใบหยก 2 ทาวเวอร์" มหานครกรุงเทพฯ ประเทศไทย สูงเป็นลำดับที่ 47ของโลก ด้วยความสูง 304 เมตร จำนวน 88ชั้นรวมชั้นใต้ดิน ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2540 ในชั้นที่ 77 และ 84 เป็นชั้นสำหรับชมวิว โดยที่ชั้น 84 เป็นดาดฟ้าหมุนได้รอบ ทั้งสองชั้นนี้เปิดให้เข้าชมระหว่างเวลา 10.30 ถึง 22.00 น.แต่ในปี 2553 นี้ตึกใบหยก 2 ที่สูงที่สุดในประเทศไทยอาจจะถูกทำลายสถิติ โดยตึก "โอเชี่ยนวัน" (Ocean 1 Tower) คอนโดใจกลางพัทยา ซึ่งปัจจุบันกำลังก่อสร้างมีความสูง91 ชั้น 327 เมตร สูงกว่าตึกใบหยก 2 ถึง 23 เมตร คาดว่าจะเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยและเป็นที่พักอาศัยที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย

ทีนี้มาดูในส่วนของสนามบินกันบ้าง จะพบว่าสนามบินที่ดีที่สุดในโลก 5 ใน 10 สนามบินที่ดีที่สุดในโลกนั้นอยู่ในทวีปเอเซีย และก็อยู่รอบๆ บ้านเรานี้เอง อันได้แก่


อันดับ 1 Hong Kong International Airport หรือสนามบินนานาชาติ เช็ก แล็ป ก๊อก ของฮ่องกง

จำนวนผู้โดยสาร คน/ปี : 50,410,819

อันดับโลกปีที่แล้ว : 3

รางวัลพิเศษ : Best Airport Washrooms (#3) and Best Airport Dining (#3)

Why it's awesome: Located less than five flying hours from half of the world's population, Hong Kong's airport is one of the busiest in the world. The airport also features a nine-hole golf course to pass the time during long layovers.

อันดับ 2 Singapore Changi Airport หรือสนามบินชางฮี ประเทศสิงคโปร์

จำนวนผู้โดยสาร คน/ปี : 42,038,777

อันดับโลกปีที่แล้ว : 1

รางวัลพิเศษ : Best Airport Leisure Amenities (#1), Best Airport Shopping (#2), Best International Transit Airport (#1), and Best Airport Dining (#3)

Why it's awesome: Changi takes passengers to over 200 destinations on more than 90 international airlines and handles about 5,000 arrivals and departures each week. The airport is also home to a nature trail, fitness center, swimming pool, and Singapore's tallest slide.

อันดับ 3 Incheon International Airport หรือสนามบินนานาชาติ อินชอน ประเทศเกาหลีใต้

จำนวนผู้โดยสาร คน/ปี : 30,000,000

อันดับโลกปีที่แล้ว : 2

รางวัลพิเศษ : Best International Transit Airport (#2), Best Airport Security Processing (#3), Best Airport Cleanliness (#1), and Best Airport Washrooms (#2)

Why it's awesome: Incheon is the largest airport in South Korea serving passengers with over 70 airlines. The airport features a museum showcasing Korean culture and a center for traditional Korean culture where travelers can enjoy performances while they wait for their connecting flight.

อันดับ 5 Beijing Capital International Airport หรือ สนามบินนานาชาติปักกิ่ง ประเทศจีน

จำนวนผู้โดยสาร คน/ปี : 73,891,801

อันดับโลกปีที่แล้ว : 8

รางวัลพิเศษ : Best Airport Immigration Service (#2)

Why it's awesome: Beijing Capital is the busiest airport in Asia and can accommodate up to 78 million passengers per year. The tallest building, terminal 3, has a red painted roof, China's good luck color.

อันดับ 9 Kuala Lumpur International Airport หรือสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

จำนวนผู้โดยสาร คน/ปี : 29,700,000

อันดับโลกปีที่แล้ว : 5

รางวัลพิเศษ : Best Airport Immigration Service (#1)

Why it's awesome: Kuala Lumpur is located in the southern corridor of Malaysia and one of Asia's busiest airports. The main terminal keeps green in mind, an entire section of the rain forest was placed inside the main terminal with the "Airport in the forest, forest in the airport," idea.

จากการจัดอันดับปีล่าสุดขององค์กร Skytrax World Airport จะเห็นว่าไม่มีสุวรรณภูมิของไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก อันนี้คงต้องรอรัฐบาลใหม่ของคุณยิ่งลักษณ์เข้ามาช่วยปรับปรุงแก้ไขส่วนบกพร่องมากมายในสนามบินแห่งชาติของไทยให้ดีขึ้น และสามารถแข่งขันได้กับประเทศเพื่อนบ้านของเราเหล่านี้ให้จงได้ ซึ่งสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ของไทย เคยติดอันดับ 1 ใน 10 มาแล้วเมื่อปีที่แล้ว

สิ่งที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมากก็คือ ความรุ่งเรืองของประชาชาติในเอเซียหรือประชากรคนเอเซียยังคงยึดติดอยู่กับเรื่องของวัตถุนิยม หรือการบริโภคนิยมเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่สะท้อนออกมาเป็นในรูปวัตถุเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้านการเชิดชูคุณค่าความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าทางด้านศีลธรรม หรือจิตใจ กลับละเลยไป ทั้งๆที่อารยธรรม ปรัชญาตะวันออก ของประชาชาติทางด้านเอเซียเรา ต่างเป็นที่ยอมรับจากคนทั้งโลกว่าเป็นต้นตำรับทางด้านจิตวิญญาณ หรือ spiritual แม้กระทั่งคนตะวันตกเวลานี้ยังหันมาสนใจ และศึกษาศาสนาของทางตะวันออก เช่น พุทธ เซน ขงจื๊อ เต๋า ซิกซ์ ฮินดู  ในขณะที่โลกทางตะวันตกกำลังล่มสลายไปกับสังคมแบบทุนนิยมสุดโต่ง การบริโภคนิยมแบบไร้ขีดจำกัด จนเกิดเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ที่เรียกว่าล้มละลาย จนต้องหันกลับมาค้นหาความหมายของชีวิต ความหมายของจิตวิญญาณ แต่สังคมของโลกด้านตะวันออกของเรานี้ กำลังเดินตามรอยความมั่งคั่ง แบบทุนนิยม บริโภคนิยม แบบบ้าคลั่ง จนหลุดกรอบความพอดี เราจึงอยากเห็นประชาชาติตะวันออก คนเอเซียให้ตระหนัก และมองดูตัวอย่างความรุ่งเรืองของตะวันตกมาเป็นบทเรียน ศึกษาและทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ได้อย่างล่วงรู้ เท่าทัน มีสติ กำหนดรู้ และจะไม่พลาด ไม่ประมาทกับชีวิต เหมือนชาวตะวันตกที่เป็นอยู่เวลานี้กันครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น