วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

The Breakfast Club ชมรมคนแหกกฏ ไม่ใช่สโมสร Power 3

หากจะถามหาหนังวัยรุ่นยุคแรกๆ ของฮอลลีวู้ด ซักเรื่องนึงที่โด่งดังและกลายเป็นต้นแบบ สูตรสำเร็จของหนังวัยรุ่นในยุคต่อๆ มา ก็ต้องย้อนไปถึงยุค 80’s ก่อนหน้านั้น มีหนังวัยรุ่นออกมาบ้าง ที่มีอิทธิพลและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับในยุค 80’s ได้ทำกัน อาทิ Frankie Avalon , Annette Funicello ในยุค 70’s จะเป็นหนังวัยรุ่นแนวฆาตกรรมหวีดสยองซะเยอะ พอมาในปี 1984 มือเขียนบทและผู้กำกับที่ชื่อ จอห์น ฮิวจ์ เขาพยายามปฏิวัติขนบบางอย่างเกี่ยวกับหนังวัยรุ่นแต่เดิม ด้วยเรื่อง Sixteen Candles และตามมาด้วย The Breakfast Club ในช่วงหนึ่งปีต่อมา ซึ่งเรื่องหลังนี้กลายเป็นหนังวัยแตกพานที่ดีที่สุดเรื่องนึงของประวัติศาสตร์

เรื่องย่อ เกิดขึ้น ณ โรงเรียนมัธยมปลายเชอร์แมน ในเช้าวันเสาร์อันเงียบสงบ แต่เด็ก 5 คนต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในห้องสมุด ทั้งหมดถูกกักบริเวณ เนื่องมาจากความผิดที่พวกเขาก่อขึ้น พร้อมทั้งมีโจทย์ให้เขียนเรียงความเกี่ยวกับตัวเองความยาว 1,000 คำจากครูจอมโหด
ตัวละคร แอนดริวนักกีฬามวยปล้ำ, แคลร์ หญิงสาวลูกคุณหนู ,ไบรอัน เด็กเนิร์ด ,จอห์น เจ้าตัวก่อปัญหาในกลุ่ม ,และอลิสตัน เด็กสาวที่มีนิสัยแปลกประหลาด ห้าคนห้าความคิด และต่างคนต่างมีที่มาแตกต่างกัน  ระยะแรกพวกเขาเป็นเหมือนคนแปลกหน้าต่อกัน หวิดวางมวยกันก็บ่อย แต่พออาจารย์เดินเข้ามาในห้อง ทั้งหมดกลับช่วยกันปกป้องกันและกัน  พอเวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ความสัมพันธ์ฉันเพื่อน (และคนรัก?) ของพวกเขาก็ก่อตัวและพัฒนาตามไปด้วย ทั้งหมดใช้เวลาไปกับการเต้นรำ วิ่งหลบหนีอาจารย์ และเสพยา แต่ที่น่าสนใจคือการนั่งล้อมวงพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต สุดท้ายแล้วเรียงความที่ไบรอันทิ้งไว้ ก็พอจะบอกเล่าบทสรุปเรื่องราวทั้งหมดได้

ถึง....คุณเวอร์นอน พวกเรายอมรับความจริงที่ว่าพวกเราสมควรแล้ว ที่จะมาอยู่ที่นี่ในวันเสาร์เพื่อชดใช้ในสิ่งที่พวกเราทำผิดไป แต่พวกเราคิดว่า คุณต้องบ้าแน่ๆ ที่ให้เราเขียนเรียงความ บอกคุณว่าเราเป็นใคร คุณมองเราในสิ่งที่คุณอยากให้เราเป็น แต่สิ่งที่เราพบเห็นในกันและกัน ก็คือ เป็นมันสมอง เป็นนักกีฬา เป็นถังขยะ เป็นเจ้าหญิง และเป็นอาชญากร ทั้งหมดนี้สามารถตอบคำถามของคุณได้รึเปล่า?  ด้วยความนับถือ จากชมรมคนแหกกฎ
สิ่งที่ทำให้หนังในปี 1985 เรื่องนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากหนังวัยรุ่นทั่วไปก็คือ การแสดงออกถึงสิ่งที่วัยรุ่นพูด และคิด ในภาวะที่พวกเขาสับสนที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิตมนุษย์ ตัวหนังทรงอิทธิพลอย่างมากต่อภาพยนตร์แนวเดียวกันในช่วงยุค 80’s รวมไปถึงซีรี่ย์ชื่อดังในยุคเดียวกัน อย่าง Dawsons Creek และ One Tree Hill  เพลงประกอบภาพยนตร์อย่าง Don’t You (Forget About Me) ของ Simple Mind ทะยานขึ้นอันดับหนึ่งของตารางชาร์ทเพลงบิลบอร์ด ตัวหนังทำให้ผู้กำกับอย่างจอห์น ฮิวจ์ ได้รับการจับตามองในวงกว้าง ซึ่งภาพยนตร์ที่น่าจดจำเรื่องต่อๆ มาของเขาก็อย่าง Ferris Buellers Day Off และ Home Alone  นักแสดงหลักทั้ง 5 คนอย่าง เอมิลิโอ เอสเตเวส, มอลลี่ ริงวอล์ค ,แอนโทนี่ ไมเคิล ฮอลล์ , จัดด์ เนลสัน และอัลลี่ เชดี้  ก็กลายเป็นกลุ่มนักแสดงที่ถูกพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน 





แต่ในรายของ จัดด์ เนลสัน ที่รับบทเป็นจอห์น กว่าที่เขาจะถ่ายทำหนังเสร็จก็เล่นเอาเกือบจะถูกปลดกลางอากาศหลายต่อหลายหน เนื่องเพราะเขาติดกับคาแร็กเตอร์ตัวละครมากจนเกินไปจนนำมันมาใช้ในชีวิตประจำวัน เขาชอบรังแกเพื่อนนักแสดง จนจอห์น ฮิวจ์จะไล่เขาออกจากโปรเจ็คท์ ดีที่มีคนคอยแก้ต่างแทนเขาให้ คำถามที่ถูกทิ้งไว้ให้ค้างคาอย่าง “พวกเขาจะทำตัวต่อกันอย่างไร เมื่อต้องเจอกันที่โรงเรียนในเช้าวันจันทร์”  ยังคงปล่อยให้ผู้ชมใช้จินตนาการคิดต่อไป เรื่อยๆ แต่ไม่ว่าทั้งห้าคนจะคบกันต่อหรือจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน เวลาร่วมๆ 9 ชั่วโมงที่พวกเขาได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน แบ่งปันเรื่องราวต่อกันและกัน ก็เป็นห้วงเวลาที่ได้เปลี่ยนพวกเขาไปตลอดกาลแล้ว
ความลับในหนัง 
1.ในหนังมีการพูดคำว่า Fuck ทั้งสิ้น 28 ครั้ง และคำว่า The อีก 345 ครั้ง
2.คำพูดที่ถูกยกมาตอนเปิดเรื่องเป็นของ เดวิด โบวี่ จากเพลง Changes
3.จอห์น ฮิวจ์ใช้เวลาเขียนบทเรื่องนี้เพียง 2 วัน
4.ห้องสมุดในหนังนั้นจริง ๆ แล้วเป็นโรงยิมของโรงเรียน Maine North High School ซึ่งถูกปิดไปในปี 1982 สองปีก่อนการถ่ายทำจะเริ่ม
5.แม่และน้องสาวของแอนโทนี่ ไมเคิล ฮอลล์ ในชีวิตจริง มารับบทเป็นแม่และน้องสาวในหนังด้วย  

(หมายเหตุ คัดลอกบางส่วนจากบทความของคุณพรทิพย์ แย้มงามเหลือ คอลัมน์ 1001 movies you must see before you die, จุลสาร Enter Trend, Bizweek 24-30 Aug 2007) 

ประวัติผู้กำกับโดยสังเขป

จอห์น วิลเดน ฮิวจ์ จูเนียร์ (Joshn Wilden Hughes,Jr) เกิดวันที่ Feb 18,1950 เสียชีวิตวันที่  Aug 6,2009 รวมอายุ 59 ปี ด้วยโรคหัวใจเฉียบพลัน เขาเป็นคนอมริกัน แถบเลค ฟอร์เรสต์ มลรัฐอิลลินอยส์ มีผลงานอยู่ในช่วงปี 1970-2009 เรียนไม่จบมหาวิทยาลัยอาริโซน่า

ผลงานสร้างชื่อของเขาได้แก่ The Breakfast Club (1984) , Ferris Bueller's Day Off (1986) และหนังที่เขามีส่วนในการเขียนบทหรือเป็น Executive Producer  ได้แก่  Home Alone (1990) ,Beethoven , Home Alone 2 : Lost in New York (1992) , 101 Dalmatians (1996) ,Flubber , Home Alone 3 (1997) ,Maid in Manhattan (2002)   etc.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น