วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

โลก 360 องศา - (กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง , ภูเขาไฟออนทาเกะปะทุไม่ทันตั้งตัวในญี่ปุ่น)



 
เอเจนซีส์ - ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา ปักหลักเหนียวแน่นอยู่ในบริเวณศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกของเขตบริหารพิเศษแห่งนี้เมื่อวันจันทร์ (29 ก.ย.) หลังสามารถยืนหยัดท้าทายแม้ถูกตำรวจปราบจลาจลประเคนทั้งแก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย และกระบอง หวังสลายการชุมนุมในวันอาทิตย์ (28 ) ทางด้านจีนแถลงคัดค้านการดำเนินการผิดกฎหมายที่สร้างความวุ่นวายให้สังคม พร้อมเตือนต่างชาติงดแทรกแซงกิจการภายในของแดนมังกรหรือสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมาย การประท้วงเล่นเอาเถิดเจ้าล่อและปะทะกับตำรวจเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ซึ่งยืดเยื้อถึงช่วงกลางคืนวันอาทิตย์ ถือเป็นเหตุการณ์วุ่นวายครั้งใหญ่ที่สุดบนเกาะฮ่องกง อย่างไรก็ดี ในวันจันทร์ (29) ตำรวจปราบจลาจลได้ถอนกำลังออกไป ปล่อยให้ผู้ประท้วงยึดถนนสำคัญ 3 สายในย่านศูนย์กลางการเงิน พวกผู้ประท้วงต่างเพิกเฉยต่อการเรียกร้องของรัฐบาลท้องถิ่นฮ่องกงให้เดินทางกลับบ้าน มิหนำซ้ำยังเตรียมพร้อมรับมือ หากตำรวจพยายามยึดพื้นที่คืนรอบใหม่  ผู้ประท้วงมากมายหลับอยู่ริมถนนหรือหลบแดดอยู่ภายใต้ร่ม ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงครั้งนี้ โดยที่มีบางคนเรียกขานการต่อสู้คราวนี้ว่า การปฏิวัติร่มเพราะนอกจากจะใช้บังแดดแล้ว ผู้ชุมนุมยังใช้ร่มเป็นปราการป้องกันสเปรย์พริกไทยจากตำรวจ  ต้นเหตุของการประท้วงครั้งนี้มาจากการที่ปักกิ่งปฏิเสธการมอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ให้แก่ฮ่องกง โดยเมื่อเดือนที่แล้ว รัฐสภาจีนประกาศว่า คนฮ่องกงสามารถเลือกผู้นำของตนเองแบบ “1คน1เสียงได้ในปี 2017 แต่ผู้สมัครจะต้องผ่านการคัดสรรจากคณะกรรมการที่สนับสนุนปักกิ่งเสียก่อน ส่งผลให้คนฮ่องกงจำนวนมากออกมาประณามว่า เป็น ประชาธิปไตยจอมปลอม  ทั้งนี้นอกจากเรียกร้องให้ปักกิ่งยกเลิกแนวทางปฏิบัติดังกล่าวแล้ว ผู้ชุมนุมยังต้องการให้เหลียง ชุนอิง ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงออกจากตำแหน่งอีกด้วย  ที่ย่านแอดมิรัลตี้ ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่ที่สุดและเป็นที่ตั้งของบรรษัทข้ามชาติจำนวนมาก ผู้คนหลั่งไหลมารวมตัวกันราว 20,000 คนในช่วงบ่ายวันจันทร์ นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมที่มีผู้เข้าร่วมหลักพันบนถนนสำคัญหลายสายในมองก๊อกและคอสเวย์เบย์ ซึ่งเป็นแหล่งชอปปิ้งหลักของเกาะแห่งนี้ ขณะเดียวกัน ผู้ประท้วงราว 1,000 คนสวมหน้ากากชุมนุมอยู่หน้าสถานีตำรวจแห่งหนึ่งที่มีการจัดแถลงข่าวปกป้องสิทธิในการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเมื่อคืนวันอาทิตย์   เฉิง ตั๊กเกียง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกงแถลงว่า มีการยิงแก๊สน้ำตา 87 ครั้งใน 9 จุด เนื่องจากตำรวจไม่มีทางเลือกอื่นขณะที่ถูกผู้ชุมนุมพยายามฝ่าแถวของตำรวจที่กั้นอยู่   นอกจากนี้ ตำรวจยังเผยว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 41 คน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ 12 คน และจับกุมผู้ประท้วง 78 คนข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ ชุมนุมโดยผิดกฎหมาย ทำร้ายเจ้าพนักงาน และก่อกวนสถานที่สาธารณะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สมาคมทนายความฮ่องกงได้ออกมาประณามการใช้กำลังเกินเหตุของตำรวจต่อผู้ชุมนุมอย่างสงบ   สุรยา เทวา ศาสตราจารย์นิติศาสตร์จากซิตี้ ยูนิเวอร์ซิตี้ในฮ่องกง ชี้ว่า ยากที่จะคาดเดาสถานการณ์ต่อไป เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่มีแนวโน้มยอมอ่อนข้อ นอกจากนี้ ในระยะยาวผู้ประท้วงอาจขยายวงมากขึ้น  สัปดาห์ที่แล้ว นักศึกษาประท้วงไม่เข้าเรียนและเป็นแกนนำเดินขบวนไปยังที่ทำการรัฐบาลในช่วงสุดสัปดาห์ โดยที่ อ็อกคิวพาย เซนทรัลกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งเดิมนัดแนะชักชวนชาวฮ่องกงให้เข้าร่วมต่อสู้แบบอารยะขัดขืนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม อันเป็นวันชาติจีน ได้รีบต่อยอดโดยประกาศให้เข้าร่วมต่อสู้กับกลุ่มนักศึกษาตั้งแต่บัดนี้  การประท้วงครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงที่สุดสำหรับพรรคคอมมิวนิสต์จีนนับจากเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989 โดยหากปักกิ่งเลือกใช้กำลังปราบปรามเช่นเดียวกับที่เทียนอันเหมิน ก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจระบบตลาดของฮ่องกง แต่หากไม่รับมือด้วยความเด็ดขาดเพียงพอก็อาจทำให้ผู้ต่อต้านรัฐบาลในแผ่นดินใหญ่ได้ใจและมีการประท้วงปะทุตัวมากขึ้น  ในวันจันทร์ หวา ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแดนมังกรแถลงที่กรุงปักกิ่งว่า รัฐบาลจีนไม่เห็นด้วยกับ การดำเนินการผิดกฎหมายที่บ่อนทำลายหลักนิติธรรมและความมั่นคงของสังคมพร้อมทั้งปรามประเทศใดๆ ก็ตามไม่ให้แทรกแซงกิจการภายในของจีน หรือให้การสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมายอย่างเช่น กิจกรรมของกลุ่มอ็อกคิวพาย เซ็นทรัล   “ฮ่องกงคือฮ่องกงของประเทศจีน”  โฆษกหญิงผู้นี้ประกาศ   ขณะที่เหลียง ผู้ว่าการฮ่องกง ปฏิเสธข่าวลือในสื่อสังคมที่ว่า ตนมีแผนขอกำลังทหารจีนมาสลายการชุมนุม  จากการประท้วงที่ต่อเนื่องถึงวันจันทร์ ส่งผลให้โรงเรียนและสถานธุรกิจมากมายต้องปิดทำการ ระบบขนส่งมวลชนติดขัด ขณะที่ตลาดหุ้นแม้เปิดทำการ แต่ดัชนีฮั่งเส็งร่วงลงถึง 1.90% เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า หากการประท้วงยืดเยื้อยาวนานอาจกระทบต่อฮ่องกง ซึ่งเป็นตลาดแห่งสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียนอกจากนี้ ทางการฮ่องกงยังประกาศยกเลิกแผนจุดดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองวันชาติจีนในวันที่ 1 ตุลาคม   ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางสู่ฮ่องกงลดลงอย่างชัดเจนโดยเฉพาะจากจีน ขณะที่อเมริกา ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ออกคำเตือนประชาชนที่ต้องการเดินทางไปยังเกาะแห่งนี้   ทั้งนี้ อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้จีนในปี 1997 ภายใต้การปกครอง หนึ่งประเทศ สองระบบซึ่งรับประกันว่า ฮ่องกงจะได้รับเสรีภาพหลายอย่างที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ไม่เคยได้รับ ซึ่งรวมถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการประท้วง  ทว่า ชาวฮ่องกงจำนวนมากกังวลว่า เสรีภาพเหล่านี้ถูกบ่อนทำลาย มิหนำซ้ำปักกิ่งยังแทรกแซงทางการเมือง  ทางด้านกงสุลอเมริกันประจำฮ่องกงออกคำแถลงสั้นๆ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้นจากการกระทำใดๆ ก็ตามที่อาจทำให้สถานการณ์บานปลาย  ขณะที่อังกฤษแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของฮ่องกง และเรียกร้องให้สองฝ่ายเจรจากันเพื่อ ความคืบหน้าอย่างมีนัยของประชาธิปไตยบนเกาะแห่งนี้  ทั้งนี้อังกฤษซึ่งเป็นผู้ปกครองฮ่องกงแบบอาณานิคมมากว่า 100 ปี ก่อนจะส่งมอบคืนให้แก่จีนในปี 1997 นั้น ถูกนักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดว่าเป็นพวก “มือถือสาก ปากถือศีล” เนื่องจากในตอนที่ตนเองปกครองฮ่องกงอยู่นั้น ก็ไม่เคยยอมให้พลเมืองของอาณานิคมแห่งนี้ได้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปเลย


เอเอฟพี – การปะทุอย่างกะทันหันและไร้สัญญาณเตือนของภูเขาไฟออนทาเกะในภาคกลางของญี่ปุ่นเป็นปรากฏการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงทำให้หน่วยงานท้องถิ่นไม่สามารถป้องกันเหตุล่วงหน้าได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูเขาไฟจากฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้(28) หลังจากสงบนิ่งมานานเกือบ 35 ปี ภูเขาไฟออนทาเกะความสูง 3,067 เมตรได้ตื่นจากความหลับใหลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา(27) และปลดปล่อยเถ้าถ่าน ไอน้ำ และหินร้อนลงสู่ลาดเขา ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมของบรรดานักปีนเขา  ฌาคส์-มารี บาร์แดงต์เซฟฟ์ นักภูเขาไฟวิทยาจากมหาวิทยาลัย Paris-Sud Orsay และมหาวิทยาลัย Cergy-Pontoise ระบุว่า การปะทุในลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่บ่อย
   “โดยทั่วไปแล้ว หากภูเขาไฟกลับมามีพลังอีกครั้งภายในระยะเวลา 30-40 ปี ซึ่งถือว่าสั้นมาก จะต้องมีสัญญาณเตือนอย่างต่ำ 24-72 ชั่วโมง จะมีการเคลื่อนตัวของแมกมา แผ่นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย และอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบาร์แดงต์เซฟฟ์ ระบุ พร้อมชี้ว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเพียงพอที่ทางการจะประกาศอพยพประชาชน หรือสั่งห้ามเข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยง
อย่างไรก็ดี การปะทุที่ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าแค่ไม่กี่นาทีเช่นนี้ ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย
การปะทุของภูเขาไฟออนทาเกะซึ่งคร่าชีวิตนักปีนเขาไปแล้วกว่า 30 ราย ไม่เพียงปัจจุบันทันด่วน แต่ยังมีอันตรายสูงมาก เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนอย่างคับคั่ง
ภูเขาไฟลูกนี้เป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่นักปีนเขา ซึ่งนิยมมาเที่ยวกันในช่วงปลายเดือนกันยายนเพื่อชมความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
    “ด้วยปัจจัยต่างๆ รวมกัน การปะทุครั้งนี้จึงกลายเป็นหายนะบาร์แดงต์เซฟฟ์ กล่าว พร้อมชี้ว่ายังพอจะมีคำอธิบายอื่นๆ อีกสำหรับการปะทุแบบไร้สัญญาณล่วงหน้าเช่นนี้
    “ธารแมกมาอาจจะแทรกมาตามรอยแตกของหิน และพุ่งขึ้นในคราวเดียว ซึ่งพบน้อยมาก
ทั้งนี้ ยังมีการปะทุแบบอื่นๆ ที่น่ากลัวไม่แพ้กัน เช่น แบบ hydrovolcanic และ phreatomagmatic เป็นต้น
    “บนภูเขาไฟส่วนใหญ่จะมีน้ำขังอยู่ เมื่อแมกมาเคลื่อนตัวสู่ผิวโลกพร้อมกับคลื่นความร้อนมหาศาล น้ำเหล่านั้นจะระเหยเป็นไออย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เกิดแรงดันสูงคล้ายหม้อแรงดันไอน้ำผู้เชี่ยวชาญภูเขาไฟจากเมืองน้ำหอม อธิบาย
    “หากแรงดันนั้นมากเกินกว่าที่พื้นดินเบื้องบนจะต้านทานไหว หินจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หรือที่เรียกว่า ระเบิดกรวดภูเขาไฟ (cinder bomb)” ซึ่งการปะทุลักษณะนี้อันตรายมากเป็นพิเศษ เพราะเกิดขึ้นชั่วพริบตาโดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ เลย
   
บาร์แดงต์เซฟฟ์ ยอมรับว่า หากยังไม่มีอุปกรณ์ตรวจวัดแผ่นดินไหวที่ซับซ้อนกว่าในปัจจุบัน เราก็คงป้องกันอะไรไม่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้
ล่าสุด ยังไม่มีข้อสันนิษฐานใดได้รับการยืนยันว่าเป็นสาเหตุการปะทุของภูเขาไฟออนทาเกะ
บาร์แดงต์เซฟฟ์ ระบุว่า ออนทาเกะ เป็นภูเขาไฟที่ คลาสสิกแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น
    “ญี่ปุ่นเป็นดินแดนของภูเขาไฟและมีธรณีพลศาสตร์ที่ซับซ้อน ภูเขาไฟแต่ละลูกจะสลับกันปะทุไปเรื่อยๆเขากล่าว พร้อมอธิบายต่อว่า ภูเขาไฟเหล่านี้เสี่ยงต่อการระเบิดโดยธรรมชาติ และเถ้าถ่านที่ลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าราว 11 กิโลเมตร ก็ถือเป็นมาตรฐานปกติ
    “แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาก็คือ การปะทุที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเขากล่าวทิ้งท้าย
 
 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น