วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

โลก 360 องศา - (กลุ่มไอเอสสุดโหดเผยคลิปประหารตัดศีรษะชาวอียิปต์ 21 คน,เหตุกราดยิงในเดนมาร์ก,ยูเออีสั่่งปิดสถานฑูตในเยเมน)


เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์-กลุ่มนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส) เผยแพร่วิดีโอล่าสุดในวันอาทิตย์ (15 ก.พ.) แสดงการประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะกลุ่มชาวอียิปต์ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์จำนวน 21 คนในลิเบีย คลิปวิดีโอความยาว 5 นาทีดังกล่าว ซึ่งมีการนำออกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของพวกสุดโต่งแห่งหนึ่งในวันอาทิตย์ (15) ถูกระบุว่า เป็นการฆ่าตัดศีรษะแรงงานชาวอียิปต์ที่นับถือศาสนาคริสต์จำนวน 21 คนบริเวณใกล้ชายหาดแห่งหนึ่งในประเทศลิเบีย โดยเหยื่อทั้งหมดถูกพวกไอเอสลักพาตัวไประหว่างเดินทางจากบ้านเกิดเข้าไปหางานทำในลิเบียเมื่อไม่นานมานี้  เนื้อหาบางช่วงบางตอนในคลิประบุว่า การฆ่าตัดศีรษะแรงงานชาวอียิปต์ที่นับถือศาสนาคริสต์จำนวน 21 คน เป็นการแก้แค้นที่ชาวมุสลิมในอียิปต์ถูกกดขี่จากผู้มีอำนาจที่เป็นพวกชาวคริสต์นิกายคอปติกในแดนไอยคุปต์  ทั้งนี้ ลิเบียได้กลายสภาพจากดินแดนที่เคยได้ชื่อว่ามีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจมากที่สุดในแอฟริกาตอนเหนือไปสู่การเป็นดินแดนที่ไร้ขื่อแปหลังการล่มสลายของระบอบการปกครองภายใต้การนำของมูอัมมาร์ กัดดาฟีเมื่อปี 2011  แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึง ชาวอียิปต์จำนวนหลายพันคนเดินทางเข้าไปหางานทำในลิเบียอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีคำเตือนจากรัฐบาลอียิปต์ ถึงภัยคุกคามของพวกนักรบอิสลามิสต์ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอสในซีเรียและอิรัก ก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ (13) กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) เพิ่งประกาศการจับวัยรุ่นอิสราเอลเชื้อสายอาหรับรายหนึ่งไว้เป็นตัวประกัน โดยไอเอสกล่าวหาว่าตัวประกันรายนี้แฝงตัวเข้าไปเป็นนักรบ เพื่อสืบความลับให้แก่หน่วยข่าวกรอง มอสซาดของอิสราเอล ขณะที่ครอบครัวเหยื่อชี้ ถูกลักพาตัวบทสัมภาษณ์ มูฮัมหมัด มูซัลลาม วัย 19 ปี ซึ่งถูกตีพิมพ์ลงนิตยสารออนไลน์ภาษาอังกฤษ ดาบิค” (Dabiq) ของกลุ่มไอเอส ระบุว่าได้เดินทางไปร่วมต่อสู้กับไอเอสในซีเรียเพื่อสืบข้อมูลเกี่ยวกับคลังอาวุธ ฐานที่มั่น ตลอดจนแนวร่วมไอเอสที่เป็นชาวปาเลสไตน์ และรายงานให้รัฐบาลอิสราเอลทราบ แต่ตัวตนของเขาถูกเปิดโปงในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ซาอิดซึ่งเป็นบิดาของเขาออกมายืนยันว่าลูกชายไม่ใช่สายลับ แต่หายตัวไประหว่างเดินทางไปท่องเที่ยวในตุรกี และมูซัลลามก็เคยโทรศัพท์กลับมาแจ้งคนที่บ้านว่าเขาถูกลักพาตัวไปยังซีเรีย แต่ถ้ายอมจ่ายเงินให้คนร้ายก็อาจจะรอดชีวิต
 

กลุ่มไอซิส สุดโหดอีกแล้ว...จับตัวประกันนักรบชาวเคิร์ด 17 คน ใส่กรงขึ้นรถประจานไปตามท้องถนนในเมือง เคอร์คุก ในอิรัก พร้อมขู่จะ เผาทั้งเป็นตัวประกันเหล่านี้ เหมือนกับนักบินจอร์แดน  เมื่อ 14 ก.พ. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเหี้ยมโหดของกลุ่มติดอาวุธมุสลิมหัวรุนแรง รัฐอิสลามหรือไอซิส ว่า ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ เหตุการณ์สุดป่าเถื่อนในโลกออนไลน์ครั้งล่าสุด  ด้วยการจับตัวประกัน นักรบชาวเคิร์ด 17 คน หรือรู้จักกันดีในชื่อ เปชเมอร์กา’  ขังไว้ในกรงและถูกนำแห่ขึ้นรถประจานไปตามท้องถนน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นเมืองเคอร์คุก ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอิรัก เนื้อหาในคลิปวิดีโอล่าสุดของกลุ่มไอซิส ซึ่งมีความยาว เกือบ 4 นาที ได้แสดงให้เห็นเหตุการณ์สุดป่าเถื่อน ขณะกลุ่มไอซิสนำตัวประกัน นักรบชาวเคิร์ดในชุดนักโทษแบบจั๊มสูท สีส้มใส่ไว้กรงขัง และบรรทุกไว้บนท้ายรถกระบะ คันละ 1 กรง โดยมีสมาชิกกลุ่มไอซิส ซึ่งมีปืนอาก้าเป็นอาวุธ และ ถือธงสีดำของกลุ่มไอซิส คอยควบคุมตัวอยู่ ท่ามกลางเสียงเชียร์ไชโยโห่ร้องของผู้คนสองข้างทาง เมื่อขบวนรถแล่นผ่าน ข่าวแจ้งว่า สิ่งที่น่าวิตกมากที่สุดต่อชะตากรรมตัวประกันนักรบชาวเคิร์ด หรือเปชเมอร์กา เหล่านี้ ก็คือ กลุ่มไอซิส ยังขู่ด้วยว่า พวกตนจะเผาทั้งเป็น นักรบชาวเคิร์ดทั้ง 17 คน เหมือนกับ เรืออากาศโทมูอัธ อัล-คาซาสเบห์ นักบินจอร์แดน ที่ถูกกลุ่มไอซิสเผาทั้งเป็นมาแล้วเมื่อ 3 ม.ค.และเพิ่งมีการนำคลิปวิดีโอสุดโหดเกินบรรยายเผยแพร่เมื่อ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา จนสร้างความสะเทือนใจและโกรธแค้นให้แก่ชาวจอร์แดน และชาวโลกอย่างมาก.

กองกำลังสหรัฐฯ ไม่ปล่อย... ส่ง โดรนทิ้งระเบิดปลิดชีพ มูลเลาะห์ อับดุล ราอูฟอดีตหนึ่งในผู้บัญชาการกองกำลังตาลีบันในอัฟกานิสถาน ที่ผันตัวเองกลายเป็นแกนนำระดับสูงกลุ่มไอซิสในอัฟกานิสถาน คอยเกณฑ์คนหนุ่มไปเข้าร่วมกองกำลังติดอาวุธสุดโหดในอิรักและซีเรีย เมื่อ 10 ก.พ. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูงในอัฟกานิสถานว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ส่งอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ทิ้งระเบิดปลิดชีพ นายมูลเลาะห์ อับดุล ราอูฟ อดีตหน่ึงในผู้บัญชาการกองกำลังตาลีบันในอัฟกานิสถาน และกลายมาเป็นแกนนำระดับสูงของกลุ่มไอซิส โดยคอยเสาะหา, เกณฑ์นักรบจากอัฟกานิสถาน ไปเข้าร่วมกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิส ในอิรักและซีเรีย  จากการเปิดเผยของ นายโมฮัมเหม็ด จาน ราซูลา รองผู้ว่าจังหวัดเฮลมานด์ ใต้ ในอัฟกานิสถาน ระบุว่า นายราอูฟได้ถูกโดรนของกองกำลังสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโจมตี ขณะนั่งอยู่ในรถยนต์ที่กำลังแล่นข้ามทะเลทรายในจังหวัดฮัลมานด์ จนทำให้เขาเสียชีวิต พร้อมกับเหล่านักรบอีก 5 คน ซึ่งในจำนวนนี้ 4 คน เป็นนักรบจากปากีสถาน  การเสียชีวิตของนายราอูฟ ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวระดับสูงด้านความมั่นคงในอัฟกานิสถานเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการสิ้นชีพของผู้ก่อการร้ายตัวเอ้ ซึ่งเคยถูกคุมขังที่เรือนจำสหรัฐฯ บนอ่าวกวนตานาโม มาแล้ว ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวให้กลับมาอยู่ในอัฟกานิสถาน โดย นสพ.นิวยอร์ก ไทมส์ ในสหรัฐฯ เรียกนายราอูฟว่า เป็นเครือข่ายกลุ่มไอซิสใหม่ที่มีความสำคัญในจังหวัดเฮลมานด์เลยทีเดียว

เครื่องบินรบของจอร์แดน ออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มไอซิสในประเทศซีเรียถึง 56 ครั้งในช่วง 3 วันที่ผ่านมา เอาคืนกรณีไอซิสฆ่าโหดนักบินแล้วอัดคลิปแพร่ลงอินเทอร์เน็ต... สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของพลเอก มานซูร์ อัล-เจบูร์ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศจอร์แดน ว่า จอร์แดนส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศใส่ฐานที่มั่นสำคัญและคลังอาวุธ ของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศซีเรียถึง 56 ครั้ง ในช่วงเวลา 3 วันที่ผ่านมา ประเทศจอร์แดนยกระดับการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอซิส ภายใต้ปฏิบัติการของกลุ่มพันธมิตรซึ่งนำโดยสหรัฐฯ ตั้งแต่วันพฤหัสบดี จนถึงวันเสาร์ที่ผ่านมา (5 ก.พ.) เพื่อตอบโต้หลังกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เผยแพร่คลิปวิดีโอการสังหารร้อยโท มูอัธ อัล-คาซาสเบห์ นักบินของกองทัพจอร์แดนอย่างโหดเหี้ยมด้วยการเผาทั้งเป็นขณะที่เขาถูกขังอยู่ในกรงเหล็ก  พลเอกเจบูร์ กล่าวในงานแถลงข่าวถึงการโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นว่า พวกเขาได้รับในสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ พวกเขาทำลายศูนย์การขนส่ง, คลังอาวุธ และที่ซ่อนของนักรบของกลุ่มไอซิส "การโจมตีนี้ลดขีดความสามารถของกลุ่มติดอาวุธกลุ่มเกือบ 20%" พลเอกเจบูร์กล่าว และเผยด้วยว่า ในภารกิจนี้มีเครื่องบินรบของสหรัฐฯ คอยให้ความช่วยเหลือด้านข่าวกรองและการสอดแนมด้วย

เอเจนซีส์-เกิดเหตุ 2 มือปืนนิรนามก่อเหตุกราดยิงกลางกรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์กในวันเสาร์ (14) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 3 นายได้รับบาดเจ็บจากการยิงปะทะกับคนร้ายก่อนที่จะคนร้ายจะหลบหนีลอยนวลออกจากจุดเกิดเหตุ  ทางด้านนายกรัฐมนตรีเฮลเล ธอร์นิง-ชมิดท์แห่งเดนมาร์ก ออกคำแถลงที่มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศประณามเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นบริเวณศูนย์วัฒนธรรม ครุดต์ตอนเดนกลางกรุงโคเปนเฮเกนในครั้งนี้และว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้าย  ด้านฟรองซัวส์ ซิแมราย เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำเดนมาร์กซึ่งเดินทางไปร่วมการแสดงวิสัยทัศน์ เกี่ยวกับการแผ่ขยายอิทธิพลของขบวนการอิสลามสุดโต่งอยู่ในจุดเกิดเหตุ ออกมาเปิดเผยว่า เหตุโจมตีที่เกิดเป็นความพยายามของคนร้ายที่ต้องการเลียนแบบการสังหารหมู่ที่กองบรรณาธิการนิตยสาร ชาร์ลี เอ็บโดที่กรุงปารีส  เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำเดนมาร์กเปิดเผยเพิ่มเติมว่า มือปืนที่คาดว่าจะมีจำนวน 2 คนได้ลงมือกราดยิงไม่ต่ำกว่า 50 นัดในที่เกิดเหตุ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดนมาร์กระบุพบร่องรอยของการกราดยิงมากกว่า 200 นัด  จนถึงขณะนี้มีการยืนยันการพบผู้เสียชีวิตเพียง 1 รายเป็นชายไม่ทราบชื่อซึ่งถูกยิงมากกว่า 1 นัด ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 3 นายได้รับบาดเจ็บจากการยิงปะทะกับคนร้ายก่อนที่จะคนร้ายจะหลบหนีลอยนวลออกจากจุดเกิดเหตุด้วยรถยี่ห้อโฟล์คสวาเกน รุ่น โปโลซึ่งถูกพบว่าถูกจอดทิ้งไว้ในเวลาอีกราว 2 ชั่วโมงต่อมา  ล่าสุดตำรวจเดนมาร์กเผยแพร่ภาพถ่ายของชายคนหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นหนึ่งในมือปืนที่ก่อเหตุในครั้งนี้ พร้อมระบุผู้ต้องสงสัยน่าจะมีอายุราว 25-30 ปีและมีส่วนสูงราว 185 เซนติเมตร


รอยเตอร์ การปะทะกันระหว่างกองกำลังฮูธีนิกายชีอะห์และกลุ่มชนเผ่านิกายสุหนี่ที่ต่อสู้เคียงข้างกลุ่มติดอาวุธอัลกออิดะห์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รายงาน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ร่วมกับซาอุดีอาระเบียและชาติตะวันตกสั่งปิดสถานทูตของตนในประเทศนี้แล้ว การต่อสู้กันอย่างหนักหน่วงกำลังดำเนินอยู่ในจังหวัดอัล-เบย์ดาซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาทางตอนใต้ และส่งผลให้กลุ่มกบฏฮูธีเสียชีวิต 16 ราย ชณะที่กลุ่มชนเผ่าและกลุ่มติดอาวุธนิการสุหนี่สูญเสียนักรบ 10 คน เจ้าหน้าที่ความมั่นคงและแหล่งข่าวจากกลุ่มชนเผ่า บอกกับรอยเตอร์  เยเมนกำลังเผชิฐกับการล่มสลาย สองสัปดาห์หลังจากที่กลุ่มฮูธีเข้าควบคุมประเทศนี้อย่างเป็นทางการและยังคงนำกองกำลังรุกไปทางตอนใต้ฝรั่งเศส , สหรัฐฯ , อังกฤษ , เยอรมนี , อิตาลี และซาอุดีอาระเบียสั่งปิดสถานทูตของพวกเขาในกรุงซานาและถอนเจ้าหน้าที่ออกมา โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย  สำนักข่าว WAM ของทางการ รายงานว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประกาศปิดสถานทูตของตนประจำกรุงซานาในวันนี้ (14) ยูเออีอ้างถึง สถานการณ์ทางการเมืองและความปลอดภัยในเยเมนที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ และเหตุการณ์น่าเศร้าต่างๆ ภายหลังการเข้ายึดของฮูธีได้บ่อนทำลายอำนาจการใช้กฎหมายโดยชอบธรรม  บรรดาประเทศเพื่อนบ้านสายสุหนี่แถบอ่าวอาหรับของเยเมนเกลียดชังกลุ่มกบฏที่มีอิหร่านหนุนกลังกลุ่มนี้ และเรียกการขึ้นสู่อำนาจของพวกเขาว่าเป็น รัฐประหารการปิดสถานทูตของนานชาติรอบนี้ได้โดดเดี่ยวกลุ่มผู้ปกครองกลุ่มใหม่ของเยเมนจากโลกภายนอก และทำให้มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องพยายามพูดคุยกันเรื่องการแบ่งสรรอำนาจภายใน ซึ่งกลุ่มฮูธีกำลังเป็นแกนนำควบคุมบรรดาพรรคฝ่ายค้าน  กลุ่มฮูธี ซึ่งสรรเสริญการรุกคืบของพวกเขาว่าเป็น การปฏิวัติมีเป้าหมายที่พวกเจ้าหน้าที่คอร์รัปชั่นและความหายนะทางเศรษฐกิจ ได้ทำการยุบรัฐสภาและจัดตั้งหน่วยงานปกครองของพวกเขาเองเมื่อช่วงต้นเดือนนี้  พวกฝ่ายต่อต้านฮูธี ระบุว่า กลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจาก อาลี อับดุลเลาะห์ ซาเลห์ อดีตประธานาธิบดีผู้ทรงอำนาจที่ถูกโค่นล้มในการประท้วงอาหรับสปริงเมื่อปี 2011 และถูกวางหมากให้เข้ามายึดดินแดนและอำนาจ   การที่กลุ่มฮูธีกระจายกำลังเข้าไปยังเขตต่างๆ ของชนเผ่าที่มีอาวุธครบมือในภาคตะวันออกและภาคใต้ของเยเมนกระตุ้นให้พวกคนท้องถิ่นหันไปจับมือกลุ่มติดอาวุธจากกลุ่มอัลกออิดะห์ในคาบสมุทรอาระเบีย (AQAP) หนึ่งในองค์กรก่อการร้ายข้ามชาติที่อันตรายที่สุด  หลายเดือนแห่งการสู้รบและเหตุระเบิดที่พุ่งเป้ากลุ่มฮูธีในกรุงซานาโดยกลุ่ม AQAP ได้ทำให้เกิดกระแสความกังวลกันว่าจะลุกลามกลายเป็นสงครามระหว่างนิกายเต็มขั้น



เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์-ข้อมูลล่าสุดชี้ ขยะพลาสติกน้ำหนักรวมมากกว่า 8 ล้านตันถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทรทั่วโลกในแต่ละปี ส่งผลกระทบอย่างเลวร้ายต่อระบบนิเวศน์  ข้อมูลการวิจัยล่าสุดที่จัดทำโดยองค์กร “Association for Marine Science” ในมลรัฐแมสซาชูเซ็ตต์สของสหรัฐฯ และมีการตีพิมพ์ลงในนิตยสารดังอย่าง “Science” ระบุ ในเวลานี้ทั่วโลกมีปริมาณขยะพลาสติกรวมกันสูงถึงกว่า 275 ล้านตันซึ่งในจำนวนนี้มีราว 3 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่า 8 ล้านตันที่ถูกนำไปทิ้งลงสู่มหาสมุทร ข้อมูลระบุว่าภายในสิ้นปี 2015 นี้ มีแนวโน้มที่ปริมาณขยะพลาสติกในมหาสมุทรทั่วโลกจะเพิ่มจำนวนสูงขึ้นจนแตะระดับ 9 ล้านตัน และที่มาของขยะพลาสติกในมหาสมุทรส่วนใหญ่ถูกระบุว่ามาจาก ประเทศกำลังพัฒนา   จากผลการวิจัยดังกล่าวอ้างว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนคือประเทศกำลังพัฒนาที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรสูงที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 30 เปอร์เซ็นต์ของขยะพลาสติกในมหาสมุทรทั่วโลก ตามมาด้วยอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ศรีลังกา ไทย อียิปต์ มาเลเซีย ไนจีเรียและบังกลาเทศ ซึ่งติดอันดับ 10 ประเทศที่พบการทิ้งขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรสูงสุด  ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้เรียกร้องให้รัฐบาลของ 192 ประเทศทั่วโลกที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเลเร่งหามาตรการที่เป็นรูปธรรมในการจัดการกับปัญหานี้

เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) รายงานในคืนวันพุธ (11 ก.พ.) ยืนยันการเกิดแผ่นดินไหวทางตะวันตกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา ใกล้พรมแดนชิลี ซึ่งสามารถวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 6.7 ตามมาตราแมกนิจูด  ข้อมูลของยูเอสจีเอสระบุ ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ลึกลงไปใต้ดินราว 190 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองเอล อากิลาร์ของอาร์เจนตินาไปทางตะวันตกราว 93 กิโลเมตร โดยในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานการพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวระดับ 6.7 แมกนิจูดครั้งนี้ รวมถึงยังไม่มีรายงานถึงความเสียหายของสิ่งปลูกสร้างและอาคารบ้านเรือนแต่อย่างใด  ด้านกองทัพเรือของชิลีได้ออกคำที่แถลงมีการยืนยันว่า ไม่มีความเป็นไปได้ใดๆทั้งสิ้นที่จะเกิด คลื่นสึนามิตามมาจากผลพวงของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบริเวณพรมแดนชิลี-อาร์เจนตินาครั้งนี้  อย่างไรก็ดี มีรายงานจากสื่อท้องถิ่นที่ระบุว่า แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ นอกจากจะรับรู้ได้ในหลายเมืองของอาร์เจนตินาและชิลีแล้ว ยังมีการยืนยันถึงการรับรู้ของแรงสั่นสะเทือนที่เมืองบิญาซอนของโบลิเวีย ที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้ราว 154 กิโลเมตรด้วยเช่นกัน
 

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

10 signature lifestyle ของคนเมือง

หากจะมองไปรอบ ๆ ตัวเรา ทุกวันนี้ สังคมเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย รถราพลุกพล่านเต็มท้องถนน หลายๆ คนเลือกที่จะมีโลกส่วนตัว ด้วยการฝังตัวเองอยู่ในโลกออนไลน์ วันๆ เอาแต่ แชร์ภาพ พูดคุย หรือเอาแต่เล่นเกมส์ นั่งดูคลิป พูดคุยอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆ มากมายใน face,line,tweet,ig,whatapp,etc. โดยที่บางคนก็ไม่เคยรู้จัก เห็นหน้ากันมาก่อนเลย แต่ก็ยังสามารถพูดคุย ตอบโต้กันได้ราวกับคนรู้จักข้างบ้าน แต่กลับคนสนิท สมาชิกภายในบ้าน กลับไม่ค่อยที่จะสนใจพูดจา หรือปฏิสัมพันธ์อะไรด้วย นี่นับว่าเป็นด้านมืดของการเสพติดเจ้า gadget IT แบบลงลึก หรือที่เรียกว่า โรคโซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่มีกลุ่มคนอีกประเภทนึงที่กำลังเป็นคนกลุ่มใหญ่ของโลก และกำลังจะเป็นกระแสหลักก็ได้ในอนาคต ก็คือกลุ่มคนที่มี lifestyle ตามแบบฉบับ 10 ข้อนี้
 
1.ใช้จักรยานเดินทางแทนรถยนต์ส่วนตัวหรือรถประจำทาง หรืออย่างแย่สุดก็คือใช้ mass transit, การเดินแทนการใช้ลิฟต์

2.ใช้ข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ด้วยมือ (handmade) ใช้วัสดุที่ไม่ทำลายโลกหรือรียูซ ดีไซน์ด้วยตนเอง แต่จัดเต็มในเรื่องเครื่องแต่งกาย เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวเราให้มากที่สุด

3.มีทัศนะคติเชิงบวก เข้าใจโลก เข้าใจสังคม อาจมีขบถบ้างในบางเรื่อง แต่มีเหตุมีผล รู้จักวางแผนการเงิน,ใช้จ่ายเงินอย่างคุ้มค่า แม้กระทั่งการวางแผนการเดินทาง การบริหารเวลาให้คุ้มค่า รู้จักการใช้ชีวิต อาจจะดูโลดโผนบ้างเป็นบางคน 

4.อยู่คอนโด/อพาร์ทเม้นต์แทนอยู่บ้านหลังใหญ่หรือทาวน์เฮ้าส์

5.กินอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (ออแกนิกส์,มังสวิรัติ,ชีวจิต) แทนอาหารตามสั่ง/ฟาสต์ฟู้ดโดยทั่วไป

6.ดูภาพยนตร์ผ่านเน็ต (มือถือ,แล็ปท็อป,แท็บเล็ต) หรือดูบนจอโปรเจ็คเตอร์ในบ้าน,ในรถแทน ดูในโรงภาพยนตร์

7.ฟัง,ซื้อ,สะสม แผ่นเสียงไวนิล,เพลงเป็นไฟล์ในแฟลชไดร์ฟ,ยูทูป แทนแผ่นซีดี,mp3,คาสเซ็ทเทป

8.ทำงานที่บ้านหรือสถานที่ co-working space  แทนออฟฟิซบิลดิ้งหรือโรงงาน,บริษัท

9.ทำกิจกรรมสันทนาในสวนสาธารณะ,ลานกีฬา,ถนนคนเดิน,hangout place,community mall แทนเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า,ศูนย์การค้าหรือผับบาร์ โรงแรม  

10.ใช้ gadget หรือไอที แอ็คเซสซอรี่ในการไปทำงาน เดินทาง หรือทำกิจกรรมทุกอย่าง เพื่อเชื่อมต่อตนเองกับโลกออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา แม้ยามหลับนอน หรือใช้เป็นเครื่องช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน

จากคุณลักษณะและพฤติกรรมของคนเมืองทั้ง 10 ข้อนี้ เราพอจะสรุปได้สั้นๆ คนที่มีพฤติกรรมเหล่านี้เป็น  "Hipster"  

 
hipster เป็นคำที่มีกำเนิดในปี 1941 ซึ่งเข้าใจกันว่า hip นั้นแผลงมาจาก hep ที่เป็นแสลงของคนดำ และพบว่ามีการเขียนเป็นครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ Saturday Evening Post ที่ตีพิมพ์ในปี 1908

คำว่า hip/hep แปลว่ารู้เท่าทัน, ทันสมัยในขณะที่บางคนก็ว่าคำนี้มีใช้กันมาตั้งแต่ปี 1902 แล้ว และคำว่า unhip ก็มีความหมายในทางตรงกันข้าม คือไม่ตระหนักถึงความเป็นไปรอบตัว หรือไม่ทันสมัย เมื่อรวมกับคำว่า -ster ก็แปลได้ว่า เป็นบุคคลที่มีความรู้เท่าทัน และดูทันสมัย

hipster หรือ hepster ได้รับการนิยามว่าเป็นวัฒนธรรมย่อยในยุคแจ๊ส ซึ่ง Eric Hobsbawm (ที่ใช้นามปากกาว่า Francis Newton) ได้เขียนไว้ใน The Jazz Scene (1959) ว่ากลุ่มวัยรุ่นชนชั้นกลางผิวขาวเหล่านี้ได้สร้างภาษาของตนเองขึ้นมาเพื่อพูดคุยสื่อสารและกันคนนอกกลุ่มออกไปด้วยศัพท์แสงปริศนาต่างๆ ในขณะที่ถ้าอธิบายกันแบบ Jack Kerouac พวกฮิปสเตอร์คือคนในประเภทเดียวกันกับเขาที่ท่องตระเวนไปทั่วอเมริกาด้วยการโบกรถ เพื่อค้นหาตัวตนและจิตวิญญาณภายใน หรือเป็น American existentialist ในกรอบอธิบายของ Norman Mailer จนสามารถกล่าวได้ว่า ฮิปสเตอร์ ยังไม่เป็นคำด่าว่า เสียดสี หรือเหน็บแนมจนย่างเข้าสู่ช่วงรอยต่อระหว่างศตวรรษที่ 20-21 ที่ฮิปสเตอร์กลายเป็นคำที่ใช้โจมตีเปลือกนอกที่ฉาบฉวยตื้นเขิน


(อ้างอิงที่มา page facebook ของ being and time)




 
ประโยชน์ของการปั่นจักรยานเป็นประจำ
1.       ช่วยให้นอนหลับลึกกว่าเดิม
2.       ช่วยให้หน้าตาดูอ่อนวัยกว่าเดิม
3.       ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
4.       เพิ่มประสิทธิภาพสมอง
5.       สุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้น
6.       อายุยืนยาว
7.       พิทักษ์โลก
8.       เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
9.       ลูกในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง
10.   ทำงานได้ดีขึ้น
11.   ลดความอ้วน
12.   มีเพื่อนมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น
13.   ลดอาการเหนื่อยล้าและความเครียด

(อ้างอิงที่มา จากบล็อก duckingtiger)
 

แผ่นเสียงไวนิลกำลังกลับมาฮิตติดตลาดทั้งตลาดในอมริกาและอังกฤษอีกครั้งหลังจากถูกกลืนหายไปเพราะโลกแห่งเสียงเพลงเข้าสู่ยุคดิจิตอล ผู้เกี่ยวข้องในแวดวงธุรกิจขายเพลงบอกว่าความนิยมในแผ่นเสียงไวนิลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนมีบริษัทในอเมริกาเริ่มทาหางผลิตออกมาขายแล้วส่งออกไปทั่วโลก สำหรับคุณผู้ฟังหลายๆคน การเล่นแผ่นเสียงไวนิลพาความทรงจำของคุณย้อนยุคไปสมัยยังเป็นวัยรุ่นยุคซิกตี้ เซเว่นตี้ ตอนนั้นเพลงแนวร็อคแอนโรวกำลังดังเป็นพลุ สมัยโน้น แฟนเพลงผู้คลั่งไคล้ราชาเพลงร้อคเอววิส เพรสลี่ หรือวงสี่เต่าทองของอังกฤษที่โด่งดังคับฟ้าต้องมีเครื่องเล่นจานเสียงที่เรียกกันว่า turntable เอาไว้เปิดฟัง แผ่นเสียงไวนิลกับเครื่องเล่นจานเสียงกลายเป็นอดีตไปนานหลายปีแล้วตั้งแต่เทคโนโลยีด้านนี้เข้าสู่โลกดิจิตอล ปัจจุบันเรามีแผ่นซีดีและเครื่องเล่นออดิโอแบบเอ็มพีทรีเข้ามาแทนที่ แผ่นเสียงไวนิลกลายเป็นของหายาก บริษัทก็เลิกผลิตทั้งแผ่นและเครื่องเล่นไปนานแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ แผ่นเสียงไวนิลเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นชาวอเมริกันที่ชอบของเก่าเก็บอย่างเเจ็ค โลเว่นสไตน์ หนุมน้อยวัยสิบสี่ปีคนนี้ เขาเป็นลูกค้าร้าน Crooked Beat Records ที่กรุงวอชิงตันดีซีเพราะชอบแผ่นเสียงไวนิลเป็นชีวิตและชอบซื้อแผ่นเสียงไวนิลมากกว่าแผ่นเสียงซีดี ไม่เฉพาะหนุ่มน้อยคนนี้ที่หลงไหลในแผ่นเสียงไวนิล ซาร่า กริฟฟิธ อายุสิบเก้าปีก็คลั่งไคล้แผ่นเสียงเก่าจนจะกลายเป็นนักสะสมไปแล้ว เธอบอกกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าเดี๋ยวนี้เธอเริ่มซื้อแผ่นเสียงไวนิลที่เป็นเพลงแนวพังค์มากขึ้นเพราะชอบ สำหรับนักสะสมแผ่นเสียงรุ่นใหม่อย่างคุณโจนาทัน โอลดมิกซัน อายุสามสิบต้นๆ แผ่นเสียงไวนิลไม่ใช่แค่เท่ห์เท่านั้นแต่น่าสะสม เขาบอกว่าปกติเขาไม่ค่อยคลั่งไคล้อะไรแต่ยอมรับว่าพอเจอแผ่นเสียงไวนิลแล้ววางไม่ค่อยลงเพราะมันมีเสน่ห์แรงดึงดูดใจเหลือหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างลักษณะของตัวแผ่นเสียงหรือรูปภาพบนซองแผ่นเสียงก็สวยแล้วคุณภาพของเพลงก็ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย ในอเมริกาขณะนี้ธุรกิจขายแผ่นเสียงไวนิลกำลังมาแรงแม้ว่ายอดขายในอเมริกายังต่ำเมื่อเทียบกับยอดขายของซีดีเพลงหรือเอ็มพีทรี ปีที่แล้วมีคนซื้อแผ่นเสียงไวนิลถึงสามล้านแผ่นในอเมริกา โตขึ้นสี่สิบเปอร์เซ็นเมื่อเทียบกับยอดขายช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนโน้น คุณบิล ดัลลี่ เจ้าของร้านCrooked Beat Records ที่กรุงวอชิงตันดีซี บอกกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าเมื่อห้าปีที่แล้วร้านเริ่มนำแผ่นเสียงไวนิลเพลงใหม่ๆออกมาวางขายพร้อมกับแถมแผ่นการ์ดดาวโหลด เอ็มพีทรีให้ลูกค้าด้วย ตั้งแต่นั้นมายอดขายเพลงแผ่นเสียงไวนิลก็ทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนขณะนี้ยอดขายอยู่ที่เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นของยอดขายทั้งหมดของร้าน นอกจากนี้ยอดขายเพลงแผ่นเสียงไวนิลทางออนไลน์ของร้านก็เพิ่มขึ้นด้วย คุณบิล ดัลลี่ บอกว่า เขาส่งแผ่นเสียงไวนิลให้ลูกค้าทั่วโลกเกือบทุกวัน เขาคิดว่าน่าจะมีลูกค้าไปทั่วโลกแล้วเพราะไม่ใช่ทุกมุมโลกจะมีร้านขายแผ่นเสียงตอนนี้เราไปที่รัฐเวอร์จิเนีย ใกล้ๆกับกรุงวอชิงตันดีซี บริษัทFurnace MFG เป็นที่รู้จักดีในฐานะผู้ผลิตแผ่นซีดีและแผ่นดีวีดี ตอนนี้เปลี่ยนสายการผลิตมาเป็นแผ่นเสียงไวนิลเป็นหลัก คุณอีริก เอสเตอร์ ผู้นำบริษัทบอกว่าการเร่งผลิตแผ่นเสียงไวนิลให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าเป็นงานที่ท้าทายมากคุณอีริก เอสเตอร์ บอกว่าไม่มีใครผลิตเครื่องอัดแผ่นเสียงไวนิลมาเกือบหลายสิบปีแล้ว พวกเขาต้องไปเสาะหาว่ายังมีเครื่องมือการผลิตอะไรหลงเหลืออยู่ที่ไหนบ้าง ซึ่งหายากเต็มทน เขาจึงหันไปจ้างโรงงานผลิตในเยอรมันกับฮอลแลนด์ทำการอัดเสียงลงแผ่นไวนิลให้ แล้วส่งกลับมาเเพ็คที่บริษัทFurnace ในรัฐเวอร์จีเนียก่อนส่งไปขายให้ลูกค้าต่อไป ตอนนี้บริษัทผลิตแผ่นเสียงเพลงไวนิลได้มากกว่าสองล้านแผ่นต่อปี คุณอีริก เอสเตอร์ บอกว่าแผ่นเสียงที่ได้รับการอัดเสียงอย่างมีคุณภาพตั้งแต่ต้นจนจบจะมีคุณภาพเสียงดีมีมากกว่าเสียงที่อัดแบบดิจอตอล เพราะว่าเสียงบนแผ่นไวนิลไม่ถูกย่อส่วนให้มีขนาดเล็กลงเหมือนกับเทคนิคที่ให้ในการอัดเสียงลงแผ่นซีดีหรือการอัดเสียงรูปแบบดิจิตอล ผู้ผลิตเพลงแผ่นเสียงไวนิลชาวอเมริกันคนนี้บอกว่าเขารับประกันว่าคนจะหันกลับมาฟังเพลงจากแผ่นเสียงไวนิลกันมากขึ้นเพราะเวลาฟังเพลงจากแผ่นเสียงไวนิลแล้วไม่อยากกลับไปฟังซีดีเลย  (บทความจากเว็บ voa)   บริษัท ออฟฟิเชียล ชาร์ตส์ คอมปะนี (โอซีซี) ผู้รับผิดชอบในการจัดอันดับเพลงและแผ่นเสียงในประเทศอังกฤษ เปิดเผยเมื่อ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ว่า ยอดจำหน่ายแผ่นเสียงไวนิลกลับมาเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง หลังจากที่เคยซบเซาไปก่อนหน้านี้ และปีนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1996 หรือ 18 ปี ที่ยอดแผ่นไวนิลกลับมาขายได้เกินล้านแผ่น โดยคาดว่ายอดขายเมื่อสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1.2 ล้านแผ่น  ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมายอดขายแผ่นไวนิลเพิ่มสูงขึ้นถึง 5 เท่าตัว โดยครั้งสุดท้ายที่เคยทำยอดขายได้เกินล้านคือเมื่อปี 1996 ที่มียอดขาย 1,083,206 แผ่น   โอซีซีให้ภาพรวมของยอดขายแผ่นไวนิลว่ายังจำกัดอยู่ในแวดวงเพลงร็อกเสียเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงวงในตำนานอย่าง เลด เซพพลิน, โอเอซิส หรือ เดอะ สโตน โรสเซส เป็นต้น  สำหรับอัลบั้มไวนิลที่ขายดีที่สุดในปีนี้ เป็นอัลบั้ม "เอเอ็ม" ของวง "อาร์คติค มังกี้ส์" แม้ว่า อัลบั้มที่ติดอันดับ 1 ของชาร์ตในเวลานี้คือ "น็อทธิง แฮส เชนจ์" ของ "เดวิด โบวี" ก็ตาม นอกจากนั้น "ดิ เอนด์เลส ริเวอร์ อัลบั้มใหม่ในรูปแบบไวนิลของ "พิงค์ ฟลอยด์" วงร็อกในตำนานที่เพิ่งทำอัลบั้มนี้ออกมาเป็นอัลบั้มแรกในรอบ 20 ปี ก็ทำสถิติเป็นแผ่นไวนิลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของปีนี้ เพราะเพิ่งวางจำหน่ายไปเมื่อ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพียงสัปดาห์เดียวก็ทำยอดขายได้สูงถึง 6,000 ก๊อบปี้ ซึ่งเป็นยอดขายต่อหนึ่งสัปดาห์สูงสุดนับตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา และกลายเป็นอัลบั้มไวนิลที่ขายเร็วที่สุดของศตวรรษนี้เลยทีเดียว (บทความจากมติชนออนไลน์)

ข้อควรรู้ การทำแผ่นต้นฉบับหรือ mastering ของแผ่นเสียงไวนิล

โดยทั่วไปแล้ว ในการอัดเสียงดนตรี เพลง จากห้องที่เตรียมการไว้เป็นห้องอัด (Studio) ก็ดี หรือ ในห้อง concert hall ก็ดี มักจะอัดเก็บบันทึกไว้ในรูปแบบของเทป ซึ่งเป็นเทปรีล แล้วจึงใช้เป็นต้นแหล่งเสียงไปทำเป็นแผ่นต้นแบบ หรือ master สำหรับผลิตแผ่นเสียงต่อไป

กระบวน การทำแผ่นต้นแบบหรือมาสเตอร์ จะเริ่มต้นด้วยแผ่นอลูมิเนียมเคลือบด้วยแลคเกอร์(โดยมากแลกเกอร์นี้มีส่วน ประกอบของอาซีเตต) เรียกแผ่นอลูมีเนี่ยมที่เคลือบด้วยแลคเกอร์นี้ว่า Lathe นำ Lathe ไป เข้าเครื่องเขียนแผ่น ลักษณะของเครื่องเขียนแผ่นก็เหมือนเครื่องเล่นแผ่นเสียง เพียงแต่ไม่มีโทนอาร์มและหัวเข็ม  แต่ใช้ชุดเขียนที่ประกอบด้วยหัวเพชร(รูปร่างของหัวเพชร \/ ) หัวเพชรจะเขียนลงบนแลคเกอร์บนแผ่น Lathe

เมื่อเสียงสัญญาญจาก master tape ผ่านเข้ามาโดยผ่านทางชุดควบคุม(ปรับสัญญาณตามมาตรฐาน RIAA) สัญญาญแหล่งเสียงจากทางด้านซ้ายและขวาของลำโพงจะถูกเขียนลงบนแลคเกอร์บนแผ่น Lathe โดยเขียนสัญญาญเสียงลงตามแนวตั้งของร่องเสียงด้านข้างและกลางร่อง(ร่องของแผ่นเสียงทำมุมกัน 45 องศา ตามรูปร่างของเข็มเพชร \/ นั่นเอง) ลงบนแผ่น Lathe  

เมื่อเสร็จสิ้นการเขียนเรียบร้อยแล้ว จะต้องผ่านการตรวจสอบความเรียบร้อยทางกายภาพด้วยกล้องจุลทรรศน์ก่อน แล้วนำแผ่นนี้ไปเคลือบด้วยสารเงิน(Silver) ด้วยวิธี Electroplating (ใช้ขั้วกระแสไฟฟ้า เป็นตัวนำพา เหมือนการชุบโครเมี่ยม) เมื่อเคลือบสารเงินได้หนาพอ จะถูกแกะออกมาจาก Lathe ส่วนที่เคลือบด้วยสารเงิน ที่แกะออกมาจาก Lathe นี้  คือ ต้นแบบเรียกว่า Metal master (หรือFather) ก็จะเป็นแผ่นโลหะซึ่งมีรูปแบบของร่องกลับข้างกัน(negative image)กับตัวต้นแบบแล็คเกอร์ของ Lathe 

และจาก metal master หรือ father สามารถที่จะสร้างต้นแบบขึ้นมาอีกทีหนึ่ง เรียกว่า “mothers”ด้วยวิธีการ Electroplating เช่นเดิม ต้นแบบ mothers ทั้งหลายนี้จะได้ออกมาเหมือนกับแผ่นLathe (positive image) นั่นเอง

ดังนั้นจาก 1 Metal master หรือ father สามารถที่จะสร้าง mothers ได้หลายแผ่นตามต้องการ โดยมากจะได้ประมาณ 10 แผ่น

และจาก mothers ก็ใช้วิธีการ Electroplating เช่นเดิมทำซ้ำอีก ได้แผ่น negative image ขึ้นมาเรียกว่า Stamper จาก 1 mother สามารถสร้าง stamperได้อีกประมาณ 10 แผ่น

คราวนี้แหละจะใช้แผ่น Stamper เป็นแม่พิมพ์สุดท้าย (mold) ใน การพิมพ์ลงไปที่แผ่นไวนิลภายใต้การควบคุมของแรงอัดและความร้อนที่กำหนดไว้ ได้ออกมาเป็นแผ่นเสียงสำหรับฟังกัน โดยทั่วไปจะพิมพ์ได้ 1000 แผ่นต่อ 1 stamper

โดยสรุป 1 Metal master จึงผลิตแผ่นเสียงออกมาได้ถึง 1 แสนแผ่นทีเดียว หากความต้องการในท้องตลาดไม่เพียงพอก็จะต้องทำ re-master ขึ้นมาใหม่อีก เป็นเช่นนี้

อ่านมาถึงตรงนี้ คงพอเข้าใจได้แล้วว่าทำไมแผ่นเสียง album เดียวกันในแต่ละรุ่น ราคาจึงแตกต่างกันได้มาก แผ่นที่ทำมาจากต้นแบบ mother แรกมีราคาแพงที่สุด บางค่ายใช้ Metal masterหรือ Father ทำเป็น stamper ออกมาพิมพ์แผ่นเลย แผ่นประเภทนี้จะมีจำนวนน้อยและแพงมาก ๆ 

(อ้างอิงที่มา จากบล็อก thaigramophone.com)

 
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการมองหา Co-Working Space เพื่อทำงาน


ตั้งแต่มีกระแส startup ในบ้านเรา ดูเหมือน Co-working space หรือสถานที่ทำงานของชาว startup ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น แต่บางคนก็อาจจะยังสงสัยว่า ทำไมต้องไป Co-working space ทำที่บ้านหรือเช่าสำนักงานเอาคุ้มกว่าไหม ถ้าคุณยังมีคำถามในใจอย่างนี้อยู่ ลองอ่านบทความนี้เราจะเข้าใจกันมากขึ้น


หลังจากที่มีเทรนด์ co-working เติบโตขึ้นตามหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก อย่างใน San Francisco และ New York ตอนนี้เมืองใหญ่ๆ จะมี co-working space อย่างน้อยเมืองละ 1 แห่ง และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อ้างอิงจาก 2nd Annual Global Coworking Survey ระบุว่า 36% ของ co-working space วางแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ และ 85% ของเจ้าของ co-working space เหล่านี้คาดว่าจะมีจำนวนสมาชิกเพิ่ม

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการที่มี c มาตั้งอยู่ใกล้ๆ บริษัทคุณ หรือคุณคิดว่ามันดู cool ดีเจ๋งดีเลยย้ายเข้าไปทำงานในนั้น เรามี 5 เหตุผลที่คุณควรรู้ก่อนจะย้ายเข้าไปทำงานใน co-working space

1. คุณต้องการทำงานกับคนประเภทไหน? การทำงานใน co-working space นั้นมีรสชาติครับ บางคนได้เพื่อนร่วมงานอย่างคนที่เป็นนักเขียน หรือนักออกแบบกราฟฟิก co-working space บางที่จะมีจุดเด่นบางอย่างด้วย เช่นเน้นว่าผู้ประกอบการบางคนสามารถเอาลูกมาเลี้ยงได้ เพราะมีมุม child care ให้ บางที่ก็เน้นว่าเป็น co-working space สำหรับผู้หญิงก็มี ดังนั้นก่อนจะไปทำงานที่ไหนก็เลือกดูก่อนว่าแต่ละแห่งมีคนทำงานประเภทไหนอยู่ในนั้น สำหรับเมืองไทย ผมยังไม่ค่อยเห็นที่ไหนโดดเด่นแตกต่างกันมากนัก เพราะวงการก็เล็กมากเกินกว่าจะสร้างความแตกต่างอะไรในเวลานี้

2. คุณต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกแค่ไหน? Co-working space บางที่จะมีพวกเครื่องชงกาแฟ ตู้เย็น อุปกรณ์สำนักงาน อย่างเช่น พรินเตอร์ แฟกซ์ ที่นั่งรับแขกทั่วไป และห้องประชุม ดังนั้นก่อนที่จะไปทำงานที่ไหน คุณต้องถามทีมงานเขาให้ครบว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ให้คุณหรือเปล่า รวมทั้งถามด้วยว่าเปิดกี่โมงถึงกี่โมง ถ้าจะใช้ห้องประชุมจะต้องจองล่วงหน้านานกี่ชั่วโมง จากประสบการณ์ของผมที่พอมีกับการใช้งาน co-working space ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือคุณควรจะหา co-working ที่ค่อนข้างยืดหยุ่นกับคุณได้พอสมควร เช่น จะใช้น้องประชุมเลยมา 5-10 นาทีไม่ว่ากันถ้ายังไม่มีใครมาต่อ

3. แพคเกจราคาเหมาะสมไหม มีอะไรให้เราบ้าง? Co-working space ส่วนใหญ่จะมีแพคเกจราคาให้เราเลือกว่าจะเข้ามานับเป็นกี่ชั่วโมง จะมาแบบพาร์ทไทม์ หรือฟูลไทม์ ถ้าคุณมีพนักงานในบริษัทด้วย ให้ถามพวก group plan ด้วยว่ามีแพคเกจสำหรับหลายๆ คนหรือเปล่า รองรับจำนวนคนของคุณหรือเปล่า ถ้าเป็นไปได้ลองขอทดสอบด้วยการเข้ามาทำงานชั่วคราวดูก่อนที่จะย้ายของเข้าไปทำงานใน co-working space นั้นๆ

4. บรรยากาศดีไหม ได้ฟีลไหม? อันนี้มันเป็นเรื่องความรู้สึกจริงๆ คือเดินเข้าไปคนในนั้นเป็นมิตรไหม รู้สึกว่าน่านั่งน่าทำงานไหม โดยทั่วไป co-working space จะไม่ค่อยมีบรรยากาศอะไรเป็นทางการอยู่แล้ว เพราะถูกสร้างมาให้คนแบ่งปันความคิดความรู้สึกกันและกัน แต่คุณก็ต้องแน่ใจด้วยว่าเสียงไม่ดังเกินไปขณะที่คุณทำงาน

5. มีอะไรพิเศษๆ ไหม? Co-working space หลายๆ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ startup accelerators, business incubator, มหาวิทยาลัย ปนๆ กันอยู่ในนั้น บางทีก็มีจัด event อะไรที่น่าสนใจสำหรับสมาชิก เช่น จัดสัมมนา ฝึกอบรม ปาร์ตี้ดูหนังร่วมกัน ก็ถามทีมงานมาให้ครบ เพราะสำหรับ startup บางที่อาจจะต้องการอะไรพวกนี้ แต่ startup บางที่อาจจะไม่ต้องการก็ได้

แล้วสรุปกลุ่ม startup แบบไหนที่ควรจะเข้าไปทำงานใน co-working space?

โดยทั่วไป co-working space จะดีสำหรับผู้ก่อตั้งบริษัทที่มีคนเดียว ที่อยากจะได้ไอเดียจากคนอื่นๆ ที่ทำงานอยู่ใน co-working space ซึ่งดีกว่านั่งบ้าอยู่คนเดียวที่บ้าน หรือตามร้าน Starbucks และยังเป็นสถานที่ที่จะได้เจอพาร์ทเนอร์, ที่ปรึกษา, หรือแม้กระทั่งลูกค้าที่นั่น แต่ถ้าบริษัทคุณเริ่มใหญ่ขึ้น มันก็จะไม่เหมาะที่จะเข้าไปทำงานใน co-working space แล้วล่ะครับ เพราะว่า

คุณต้องการความเป็นส่วนตัวที่จะพูดคุยเรื่องที่ละเอียดอ่อน หรือความลับทางการค้าที่แชร์คนอื่นๆ ไม่ได้ ด้วยความที่ co-working space ถูกสร้างด้วยแนวคิดว่าเปิดให้คนมาร่วมทำงานกัน มันก็จะมีคนทำงานบริษัทอื่นๆ อยู่เยอะ ลองนึกภาพว่าคุณนั่งติดๆ กันกับคนที่ไม่รู้จักมาก่อนสิ  co-working space บางที่อาจจะมีพื้นที่สำหรับทีมงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่คุณก็ต้องคิดให้ดีว่ามันเหมาะกับคุณจริงๆ เพราะท้ายสุดแขกไปใครมาใน co-working space ก็จะต้องเดินผ่านโต๊ะคุณอยู่ดี

คุณกังวลกับการแข่งขัน มันเป็นเรื่องดีที่จะได้เรียนรู้จากคนอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่คิดจะช่วยเหลือคุณ ถ้าคุณกลัวว่าจะมีคนมาขโมยไอเดียเจิดๆ หรือแม้กระทั่งมาชวนคนของคุณออกจากทีมไป co-working space อาจจะไม่เหมาะสำหรับคุณ

(บทความจาก page facebook thumpsup.in.th)
 


 
 

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

โลก 360 องศา - (IS เผยคลิปเผานักบินจอร์แดน,จอร์แดนตอบโต้ทันควัน สั่งประหารแขวนคอตัวประกันหญิงอิรักทันที,สถานการณ์อีโบล่าในเซร่าลีโอนบรรเทาลง,การสู้รบในยูเครนยังระอุ,เครื่องบินทรานส์เอเซียไต้หวันถลาชนทางด่วนตกลงน้ำ)


เอเอฟพี - กลุ่มรัฐอิสลามเมื่อวันอังคาร (3 ก.พ.) เผยแพร่วิดีโออ้างว่าเป็นการลงทัณฑ์นักบินจอร์แดนด้วยการจับเผาทั้งเป็น นับเป็นวิธีปลิดชีพตัวประกันต่างชาติอันโหดเหี้ยมกว่าคลิปชุดก่อนๆ ท่ามกลางรายงานข่าวที่ระบุว่านักบินรายนี้ถูกฆ่าตั้งแต่วันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าพวกนักรบลักไก่เสนอแลกตัวเขากับมือระเบิดหญิงชาวอิรัก ขณะที่ประธานาธิบดีโอบามา รุดออกมาประณามวิดีโอประหารตัวประกันล่าสุด โดยระบุมันเผยให้เห็นถึงความโหดร้ายและป่าเถื่อนที่นานาชาติต้องกำราบให้ได้ ส่วนจอร์แดนประกาศจะแก้แค้นอย่างสาสม ในวิดีโอความยาว 22 นาทีที่เผยแพร่ทางออนไลน์ เผยให้เห็นภาพชายคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นนายมาอัซ คัสซัสเบห์ ที่ถูกพวกไอเอสจับเป็นตัวประกันเมื่อเดือนธันวาคม ไฟลุกท่วมร่างที่ถูกขังอยู่ภายในกรงเหล็ก ขณะที่สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐจอร์แดน ยืนยันถึงการตายของนักบินรายนี้ พร้อมระบุว่านายคัสซัสเบห์ เสียชีวิตตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 มกราคม ก่อนที่พวกนักรบญิฮัดเสนอไว้ชีวิตเขาและปล่อยผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่น แลกกับมือระเบิดหญิงชาวอิรักที่ถูกคุมขังในจอร์แดน กษัตริย์อับดุลเลาะห์แห่งจอร์แดน ทรงลดหมายกำหนดการต่างๆ ระหว่างเสด็จเยือนวอชิงตันในสั้นลง หลังจากทราบข่าวการตายของนักบิน และทรงตรัสประณามเป็นการก่อการร้ายที่ขี้ขลาดตาขาวของพวกก่อการร้ายกลุ่มหนึ่งที่ไม่่เกี่ยวข้องอะไรกับอิสลาม พร้อมทรงประกาศไว้ทุกข์ทั่วประเทศนาน 3 วัน เพื่อไว้อาลัยและสดุดีนักบินอัล-คาสซาเบห์ เป็นผู้พลีชีพและวีรบุรุษของประเทศ  ด้านกองทัพจอร์แดนประกาศกร้าวว่าจะแก้แค้นให้นักบินรายนี้ เลือดของผู้เสียสละจะไม่หลั่งโดยไร้ประโยชน์ จะมีการแก้แค้นอย่างสาสมกับความเลวร้ายนี้ที่เสมือนทำร้ายคนจอร์แดนทั้งประเทศโฆษกของกองทัพระบุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงรายหนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่าจะมีการประหารนักโทษมือระเบิดหญิงชาวอิรักที่พวกไอเอสต้องการให้ปล่อยตัวในวันพุธ (4 ก.พ.)  ส่วนประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหัฐฯ ก็รุดออกมาประณามการลงทัณฑ์อันโหดเหี้ยมของไอเอส ถ้าพิสูจน์ได้ว่าวิดีโอนี้เป็นของจริง มันก็ยิ่งจะบ่งชี้ถึงความโหดร้ายและป่าเถื่อนของขบวนการนี้โอบามากล่าว พร้อมชี้ว่ามันทำให้พันธมิตรนานาชาติต้องระมัดระวังและเพิ่มตั้งใจเป็น 2 เท่า เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถกำจัดกลุ่มไอเอสได้ในท้ายที่สุดคัสซัสเบห์ วัย 26 ปี นายทหารยศร้อยโทของกองทัพอากาศเยเมน ถูกจับเป็นตัวประกันเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม หลังเครื่องบินเอฟ 16 ตกขณะปฏิบัติภารกิจเหนือน่านฟ้าทางเหนือของซีเรีย ส่วนหนึ่งในปฏิบัติการนานาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ ต่อต้านไอเอส ทั้งนี้ ไอเอสอ้างว่าเป็นคนยิงเครื่องบินลำนี้ตก แต่จอร์แดนและสหรัฐฯ บอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ วิดีโอที่เผยแพร่ในวันอังคาร (3 ก.พ.) เป็นภาพของนายคัสซัสเบห์นั่งอยู่บนโต๊ะกำลังสนทนาเกี่ยวกับปฏิบัติการต่อต้านไอเอสของพันธมิตรนานาชาติ จากนั้นก็เป็นภาพที่นายคัสซัสเบห์แต่งกายในชุดนักโทษสีส้ม ถูกห้อมล้อมด้วยนักรบติดอาวุธและสวมหน้ากากของไอเอส  ต่อมาภาพในวิดีโอตัดไปยังฉากที่เขายืนอยู่ภายในกรงขัง ในสภาพที่ตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำมัน ก่อนที่นักรบญิฮัดสวมหน้ากากคนหนึ่งจะใช้คบเพลิงจุดตรงแนวน้ำมันที่ราดเอาไว้ แล้วเปลวไฟก็ลามเข้าไปในกรงและลุกเผาผลาญร่างของคัสซัสเบห์ทั้งเป็นวิดีโอการสังหารโหดนักบินชาวเจอร์แดนถูกเผยแพร่ออกมาเพียงไม่กี่วัน หลังจากพวกไอเอสเพิ่งฆ่าตัดศีรษะนายเคนจิ โกโตะ ตัวประกันชาวญี่ป่นรายที่ 2 เมื่อวันอาทิตย์ (1 ก.พ.) ที่ผ่านมา หลังจากเพิ่งสังหาร ฮารุนะ ยูคาวะตัว ประกันชาวญี่ปุ่นอีกรายไปเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ด้วยวิธีการเดียวกัน  ก่อนหน้านั้น ไอเอสประกาศจะฆ่านายโกโตะ และคัสซัสเบห์ ก่อนพระอาทิตย์ตกดินของวันที่ 29 มกราคม จนกว่าจอร์แดนจะยอมปล่อยตัวซาจิดา อัล-ริชาวี มือระเบิดหญิงชาวอิรัก ซาจิดา อัล-ริชาวี ที่ต้องโทษประหารจากการมีส่วนร่วมในเหตุระเบิดในอัมมานปี 2005 ทั้งนี้ จอร์แดนประกาศทำทุกทางเพื่อช่วยเหลือนักบิน แต่ร้องขอให้พวกไอเอสแสดงข้อพิสูจน์ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ แล้วถึงจะยอมปล่อยตัวริชาวี 
 
 
รอยเตอร์ - จอร์แดนประหารชีวิตนักโทษกลุ่มติดอาวุธหญิงชาวอิรัก ที่กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) เคยเรียกร้องให้ปล่อยตัวด้วยการแขวนคอ รวมถึงนักโทษชายจากกลุ่มอัลกออิดะห์อีกรายหนึ่ง หลังจากนักรบญิฮาดกลุ่มนี้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่ปรากฏภาพ ขณะพวกเขาทำการเผานักบินชาวจอร์แดนที่ถูกจับตัวไว้จนเสียชีวิต แหล่งข่าวความมั่นคง ระบุวันนี้ (4 ก.พ.) เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อการสังหารนักบินรายดังกล่าว ซึ่งการเสียชีวิตของเขาได้ถูกประกาศเมื่อวานนี้ (3) ทางการจอร์แดนยังได้ประหารชีวิตนักโทษอีกรายหนึ่งที่เป็นบุคคลระดับสูงของกลุ่มอัลกออิดะห์ที่ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตฐานวางแผนก่อเหตุโจมตีราชอาณาจักรโปรตะวันตกแห่งนี้เมื่อช่วงสิบปีที่ผ่านมา ซาจิดา นักรบกลุ่มติดอาวุธหญิงชาวอิรัก ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตจากการที่เธอเข้าไปมีส่วนร่วมในการโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อปี 2005 ที่คร่าชีวิตประชาชนไป 60 ราย ขณะที่ ซียาด คาร์โบลี ผู้ปฏิบัติการชาวอิรักของกลุ่มอัลกออิดะห์ ซึ่งในปี 2008 ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าชาวจอร์แดนรายหนึ่งก็ถูกประหารชีวิตเมื่อช่วงรุ่งสางวันนี้ (4) ด้วยเช่นกัน แหล่งข่าวระบุ  จอร์แดนซึ่งกำลังร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรียในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่มพันธมิตรต่อต้านกบฏไอเอส ที่มีสหรัฐฯ เป็นหัวหอก ระบุว่าจะทำการตอบโต้อย่าง รุนแรง, หนักหน่วง และเด็ดขาดต่อการสังหารโมอัซ อัล-คัสซัสเบห์ นักบินผู้ถูกเผาทั้งเป็น   ชะตากรรมของคัสซัสเบห์ สมาชิกของชนเผ่าขนาดใหญ่ที่ถือเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนราชวงศ์ฮัชไมต์ของประเทศนี้ เป็นประเด็นที่ครอบงำจอร์แดนอยู่เวลาหลายสัปดาห์ และชาวจอร์แดนบางคนได้วิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์อับดุลเลาะห์ว่าดึงให้พวกเขาเข้าไปมีส่วนร่วมกับสงครามที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งพวกเขาระบุว่าจะนำมาซึ่งกระแสสะท้อนกลับอย่างรุนแรงจากพวกกลุ่มติดอาวุธ  กษัตริย์อัลดุลเลาะห์ทรงยุติการเสด็จเยือนสหรัฐฯ กลางคันเพื่อเสด็จกลับมายังจอร์แดน ภายหลังทรงทราบข่าวการตายของคัสซัสเบห์ ในถ้อยแถลงทางโทรโทรทัศน์ พระองค์ตรัสว่าการสังหารนักบินผู้นี้เป็นการกระทำเพื่อสร้าง ความหวาดกลัวอย่างคนขี้ขลาดโดยกลุ่มคนนอกคอกที่หาได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับอิสลาม
       
เอเอฟพี - เซียร์ราลีโอนเผยเมื่อวันพุธ(4ก.พ.) จะกลับมาเปิดการเรียนการสอนของโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศในวันที่ 30 มีนาคมนี้ หลังต้องปิดนานแล้ว 7 เดือนเพื่อระงับการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา
ห้องเรียนว่างเปล่ามาตั้งแต่รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินในเดือนกรกฎาคม ตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของอีโบลา ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนเกือบ 9,000 ศพในแอฟริกาตะวันตก ในนั้นมากกว่า 3,000 ราย เป็นเหยื่อในเซียร์ราลีโอน  ทำเนียบประธานาธิบดีเออร์เนสต์ บาอี โคโรมา เผยว่าได้อนุมติให้เจ้าหน้าที่เริ่มทำงานด้านน้ำและประเด็นอ่อนไหวต่างๆ ซึ่งรวมถึงมาตรการคัดครองผู้ต้องสงสัยติดเชื้อมรณะและงานสนับสนุนด้านจิตสังคม ก่อนหน้าที่จะกลับมาเปิดการเรียนการสอน "จะมีการส่งมอบเครื่องวัดอุณหภูมิให้แก่ทุกโรงเรียนเพื่อจัดการกับกรณีถูกเล่นงานแบบฉับพลัน ก่อนที่จะนำผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเหล่านั้นไปยังศูนย์กักกัน" รัฐมนตรีศึกษาธิการเซียร์ราลีโอนกล่าว "ศุนย์กักกันจะถูกตั้งขึ้นในแต่ละโรงเรียน และเด็กๆในโรงเรียนประถมทุกแห่งจะได้รับยาถ่ายพยาธิด้วย"  ถ้อยแถลงครั้งนี้เป็นการชี้แจงเพิ่มเติมต่อคำมั่นของรัฐบาลที่เคยระบุเมื่อเดือนมกราคมว่า โรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศน่าจะเปิดการเรียนการสอนได้ในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม  เซียร์ราลีโอน เป็นหนึ่งใน 3 ชาติแอฟริกาตะวันตก ร่วมกับ กินี และ ไลบีเรีย ที่ต้องเผชิญการแพร่ระบาดของอีโบลาสาหัสที่สุด อย่างไรก็ตามอัตราผู้ติดเชื้อรายใหญ่ลดลงอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดทางให้ค่อยๆกลับสู่ภาวะปกติอย่างช้าๆ  กระนั้นก็ดีมีปฏิกิริยาที่ผสมผสานต่อคำประกาศของรัฐบาลเซียร์ราลีโอน โดยสถานีวิทยุเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงฟรีฟาวน์ มีผู้ฟังโทรศัพท์เข้าไปแสดงความเห็นต่างๆนานา "การตัดสินใจครั้งนี้คือการเปิดประตูต้อนรับอันตราย และมันจะดีกว่านี้หากทางการรอไปอีกหลายๆเดือน แล้วค่อยกลับมาเปิดโรงเรียน"  แต่อีกสายยินดีต่อความเคลื่อนไหวครั้งนี้ โดยบอกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ผ่านการไตร่ตรองเพื่อทุกคน เพราะมันจะช่วยระงับการตั้งครรภ์ของเด็กสาววัยรุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ปิดเรียน และแสดงให้เห็นว่ากำลังได้รับชัยชนะในสงครามอีโบลา  โฆษกของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ(ยูนิเซฟ) บอกกับผู้สื่อข่าวในเจนีวา เมื่อวันอังคาร(3ก.พ.) ว่ามีเด็กราวๆ 5,000 คน กลับคืนสู่ห้องเรียนในกินี นับตั้งแต่โรงเรียนต่างๆเปิดการเรียนการสอนในวันที่ 19 มกราคม ส่วนไลบีเรีย แถลงเมื่อวันอาทิตย์(1ก.พ.) ว่าจะกลับมาเปิดโรงเรียนในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ หลังเลื่อนมาจากกำหนดเดิมราว 2 สัปดาห์
 
เอเอฟพี/รอยเตอร์ - สถานการณ์สู้รบในยูเครนตะวันออกยังคงคุกรุ่นในวันนี้ (4 ก.พ.) โดยมีผู้เสียชีวิต 3 รายหลังจากที่มีกระสุนปืนใหญ่ถูกยิงไปโดนโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแถบรอบนอกของโดเนตสก์ นักข่าวรายงานว่าได้เห็น 1 ศพอยู่ข้างหลุมที่เกิดจากแรงระเบิดของกระสุนปืนครก ที่บริเวณโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในแถบชานเมืองฝั่งตะวันตกของโดเนตสก์ เมืองซึ่งเป็นฐานที่มั่นของพวกกบฏแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซีย  นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 ศพอยู่บริเวณด้านนอก แถวอาคารที่พักอาศัยของชาวบ้านใกล้กับโรงพยาบาล  "มีกระสุนปืนครกถูกยิงมาตกด้านหน้าและด้านหลังของโรงพยาบาล สนามเด็กเล่นและโรงเรียนก็โดนด้วย" ชาวบ้านรายหนึ่งบอกกับนักข่าว  ทั้งฝ่ายกบฏและรัฐบาล ระบุตรงกันว่า มีพลเรือนอีก 8 ราย ที่เสียชีวิตจากการสู้รบกันในพื้นที่ยูเครนตะวันออก ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา  ขณะที่ เฟเดริกา โมเกรินี ประธานด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป เรียกร้องให้มีการหยุดยิง เพื่อเปิดโอกาสให้พลเรือนสามารถหลบหนีออกจากพื้นที่การสู้รบ  กลุ่มผู้สังเกตการณ์จากองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (โอเอสซีอี) เรียกร้องให้มีการหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน บริเวณเมืองเดบอลต์เซฟซึ่งเป็นสมรภูมิรบ  เดบอลต์เซฟ ถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เมืองนี้เป็นชุมทางรถไฟที่อยู่ระหว่างโดเนตสก์และลูกานสก์ ซึ่งตกเป็นเป้าการโจมตีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ในช่วงที่ฝ่ายกบฏพยายามโอบล้อมกองกำลังรัฐบาลยูเครน  เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีพลเรือนหลายพันคนได้หนีออกจากเมืองนี้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ยังคงมีอีกไม่น้อยที่ยังติดอยู่ภายในเมือง ด้วยการหลบภัยอยู่ใต้ดินโดยที่ไม่มีทั้งไฟฟ้าและน้ำประปา  กองทัพยูเครนบอกว่า ฝ่ายกบฏได้รุกหนักเข้าใส่เมืองนี้ตลอดทั้งคืน แต่ถูกต้านทานเอาไว้ได้ หลังจากที่สู้รบกันยาวนานถึง 5 ชั่วโมง โดยมีทหารเสียชีวิต 4 ราย ได้รับบาดเจ็บ 25 ราย จากการสู้รบในภาคตะวันออก ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา



เอเจนซี - สืบเนื่องจากกรณีเครื่องบินโดยสารของสายการบินทรานส์เอเชีย (TransAsia) ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือรวม 58 คน พุ่งตกลงในแม่น้ำทางตอนเหนือของเกาะไต้หวันเมื่อเช้าวันนี้ ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 23 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงพยายามค้นหาผู้สูญหายซึ่งคาดว่าติดอยู่ในซากเครื่องอีกกว่า 20 คน  รายงานข่าว (4 ก.พ.) ระบุเครื่องบินโดยสารของสายการบินทรานส์เอเชีย เที่ยวบิน GE235 เส้นทางไทเป-จินเหมิน ร่อนชนสะพานทางหลวงหนันหูในเขตหนันกั่ง ก่อนร่วงลงกลางแม่น้ำคีลุงทางตอนเหนือของเกาะไต้หวัน เมื่อเวลา 10.56 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังทะยานบินออกจากท่าอากาศยานซงซันของกรุงไทเปได้เพียงไม่นาน โดยมีผู้โดยสาร 53 คน และลูกเรือ 5 คน อยู่บนเครื่องขณะเกิดเหตุ
แถลงการณ์ของทรายส์เอเชียกล่าวว่า เครื่องบินใบพัดสองเครื่องยนต์เทอร์โบพรอบ รุ่น ATR 72-600 ลำดังกล่าว ผลิตโดยบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินพาณิชย์เอทีอาร์ (ATR) สัญชาติอิตาลี-ฝรั่งเศส และส่งมอบแก่สายการบินเมื่อเดือนเม.ย. 2557 โดยการตรวจสอบบำรุงรักษาตามกำหนดครั้งล่าสุดเพิ่งเสร็จสิ้นไปในวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา สถานการณ์การช่วยเหลือยังคงเป็นไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุตั้งอยู่กลางลำน้ำ และซากเครื่องบินบางส่วนที่จมอยู่ใต้กระแสน้ำซึ่งพัดไหลอยู่ตลอดเวลา โดยยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 23 ราย  ขณะเดียวกันยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 20 คน โดยหัวหน้าหน่วยกู้ภัยกรุงไทเป นายอู๋ ชุนหุง สันนิษฐานว่าเหยื่อเคราะห์ร้ายอาจติดค้างอยู่ข้างในของส่วนหน้าตัวเครื่องซึ่งพุ่งชนผืนน้ำอย่างจัง ด้านกระทรวงกลาโหมของไต้หวันจัดส่งกำลังทหาร 300 นาย และเฮลิคอปเตอร์บินลาดตระเวณเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต ที่อาจถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำ  ส่วนผู้บาดเจ็บ 15 ราย ซึ่งอย่างน้อย 9 ราย ตกอยู่ในอาการสาหัส ถูกนำส่งและรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลท้องถิ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บภาคพื้น 2 ราย ที่นั่งอยู่ในรถแท็กซี่ ซึ่งถูกปีกเครื่องบินแฉลบชนระหว่างวิ่งอยู่บนสะพานฯ อีกด้วย ขณะที่นายหลิน จื้อเซิ่ง ผู้อำนวยการสถาบันการบินพลเรือนของไต้หวันเผยว่า หน่วยงานกำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียด โดยตอนนี้สามารถนำ กล่องดำออกจากซากเครื่องได้แล้ว  ซย่าเหมิน เดลี สื่อท้องถิ่นจีนรายงานว่า ส่วนหนึ่งของผู้โดยสารทั้งหมด มี 31 คน เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ที่เดินทางไปเยือนไต้หวัน ผ่านการจองทัวร์กับเอเจนซีท่องเที่ยวสองแห่ง โดยมีเด็กชายวัย 10 ขวบ เป็นผู้โดยสารจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีอายุน้อยที่สุดอย่างไรก็ดี เหตุการณ์เครื่องบินตกครั้งนี้นับเป็นโศกนาฏกรรมหนที่สองของสายการบินทรานส์เอเชีย ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนหลังจากเครื่องบินโดยสาร รุ่น ATR 72 เที่ยวบิน GE222 ตกกระแทกพื้นบริเวณหมู่บ้านซีชุน ใกล้สนามบินหม่ากงบนเกาะเผิงหู่ของไต้หวัน เมื่อเดือนก.ค. ปีก่อน เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 48 ราย  อนึ่ง สายการบินทรานส์เอเชีย ก่อตั้งในปี 2494 มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงไทเป โดยปัจจุบันให้บริการในเส้นทางบินต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชีย ด้วยอากาศยานจำนวน 20 ลำ