วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เกมออฟทน (นิยายแปลง) ตอนที่ 4



จากนวนิยายแฟนตาซี/ซีรีส์อันโด่งดัง Game of Thrones มหาศึกชิงบัลลังก์ สู่การแปลงเป็นนิยายแสบๆ คันๆเรื่อง เกมออฟทน มหาศึกปากมัน ณ แดนสาระขัณฑ์

เมื่อผู้กุมอำนาจในคิงแลนด์ดิ้งถูกลูบคม และปฏิบัติการทวงแค้นเอาคืน เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

บทสรุปในตอนท้ายของภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา ก่อนจะเข้าสู่ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน
-ธีออนเมื่อถูกจับได้ ก็ถูกแรมซีย์จับมาทรมานแบบคนโรคจิต (เฉือนอวัยวะเพศ,กระทำชำเรา,ให้คลานเหมือนสุนัข,ให้เปลี่ยนชื่อเป็นริค) และบังคับให้ธีออนปฏิญาณตนว่าจะเป็นข้ารับใช้ที่เชื่องของแรมซีย์
-เซอร์ดาวอส อัศวินข้างกายของสแตนนิส เริ่มมีความคิดเห็นต่างกับสแตนนิสในหลายเรื่อง และไม่ไว้วางใจสตรี (แม่มด) สีแดง ที่คอยยุยงให้สแตนนิสหลงงมงายในไสยศาสตร์ อาทิ จะให้จับตัวเกรนดี้ (ลูกนอกสมรสของคิงโรเบิร์ต) เอาปลิงตัวเลือดดูดเลือดของเกรนดี้ ที่มีเลือดของกษัตริย์ และทำพิธีสาปแช่งจ็อฟฟรีย์,ร็อบและบาลอน และสแตนนิสก็ทำจริง เชื่อตามแม่มดสีแดง อีกทั้งยังยอมฆ่าลูกสาวของตนเอง เพื่อเอามาทำพิธีบูชายัญต่อเทพ อ้างว่าเป็นพิธีกรรมที่จะทำให้ตนเองออกรบและได้ชัยชนะ เซอร์ดาวอสแอบช่วยเกรนดี้ให้หลบหนีออกไป สแตนนิสตัดสินใจส่งกองเรือยกพลขึ้นบกที่จะโจมตีคิงแลนด์ดิ้งแต่ก็พ่ายแพ้หมดรูป ไม่เป็นท่าต่อกลศึกของทีเรียน ที่ในขณะนั้นยังสวมตำแหน่งหัตถ์ของพระราชาอยู่ 

บรรดาครอบครัวสตาร์คที่เหลือ ชะตากรรมรายตัวเป็นอย่างไรกันบ้าง
-เน็ด แคทลิน ร็อบบ์ เสียชีวิตไปหมด จากผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ที่แท้ก็คือตระกูลแลนนิสเตอร์ ในตอนแรกแคทลินกล่อมจนร็อบบ์ยอมใจอ่อนเพื่อเห็นแก่งานใหญ่ จนร็อบบ์ยอมรับเงื่อนไขที่จะแต่งงานกับลูกสาวของวัลเดอร์เฟรย์แล้ว แต่พอถึงคืนวันสมรสจริง วัลเดอร์เฟรย์กลับหักหลังโดยร่วมหัวกับรูสโบลตัน สังหารครอบครัวสตาร์คในงานจนหมดสิ้น เพื่อที่จะไปเข้าร่วมกับฝ่ายแลนนิสเตอร์  
-ซานซ่า ถูกถอนหมั้นจากจ็อฟฟรีย์ ตอนแรกมาเจอร์รี่ที่เริ่มสนิทกับซานซ่า ได้ทาบทามให้ซานซ่าเป็นคู่หมั้นกับพี่ชายของตนก็คือ เซอร์ลอรัส แห่งตระกูลไทเรล แต่พอไทวินเดินทางเข้าสู่คิงแลนด์ดิ้ง กลับเข้ามาแทรกแซงจัดการให้ซานซ่าแต่งงานกับทีเรียน ลูกชายของตนแทน แล้วไทวินยังจัดแจงทาบทามมาเจอร์รี่ผ่านทางคุณย่าโอเลนน่า ให้มาเจอร์รี่อภิเษกสมรสกับคิงจ็อฟฟรีย์ พระนัดดาของตนด้วย ทีเรียนจำยอมต้องแต่งกับซานซ่า เพื่อปกป้องเธอจากจ็อฟฟรีย์ ในขณะที่เช หญิงโสเภณีคนรักของทีเรียนน้อยใจ ที่ทีเรียนจะไม่รัก ทีเรียนปลอบใจ และพูดให้เธอเข้าใจ และยินยอมเป็นหญิงรับใช้ให้กับซานซ่า  
-อาร์ย่า อุตส่าห์หนีออกจากคิงแลนด์ดิ้ง มาได้ก็มาเจอกับ เดอะฮาวน์ อดีตองครักษ์ของจ็อฟฟรีย์ที่หนีทัพจากคิงแลนด์ดิ้งมา โดยเดอะฮาวน์ต้องการพาอาร์ย่าไปหาไลซ่า ทัลลี ที่แคว้นแอรินต่อไป
-แบรน กับริคค่อน 2 ลูกชายคนเล็กของครอบครัว ก็หลบหนีจากวินเทอร์เฟล จากการตามล่าของกองกำลังทหารของตระกูลโบลตันกับเกรย์จอย และได้รับการช่วยเหลือจากคนนอกกำแพงอย่างโฮดอร์ และโอชา จึงหนีมาได้ แต่แบรนมักฝันเห็นหรือมีนิมิตเห็นอีกา 3 ตา ซึ่งเป็นผู้ล่วงรู้แห่งพงไพร มาบอกเกี่ยวกับภัยร้ายของเหมันตภูติหรือ White Walker ทางเดียวก็คือแบรนจะต้องเดินทางไปรับพลังจากเขา (อีกา 3ตา) ทำให้แบรนต้องแยกเดินทางกับริคค่อน เพราะกลัวว่าน้องจะไม่ปลอดภัย และไม่ต้องการให้เป็นตัวถ่วงซึ่งกันและกัน ริคค่อนจึงแยกไปกับบริวารอีก 2 คนที่เพิ่งพบกันระหว่างทาง
-จอน สโนว์ ออกจากผากำแพงไปกับแซม,เอ็ดเพื่อนซี้กันในหน่วยพิทักษ์ราตรีออกไปทำภารกิจ แต่พลัดหลงกับพวกไปเจอกับเหล่าคนเถื่อนนอกกำแพง ทำให้จอนได้รู้จักกับอีกลิต ซึ่งเธอเป็นสาวงามในกลุ่มคนเถื่อน เธอพาจอนไปรู้จักกับหน.คนเถื่อน ทำให้จอนไปเข้าพวก แต่พวกคนเถื่อนต้องการเล่นงานหน่วยพิทักษ์ราตรี ทำให้จอนพยายามโน้มน้าวคนเถื่อนให้สามัคคีกับหน่วยพิทักษ์ราตรี เพราะเมื่อฤดูหนาวมาถึงจะได้รวมกันต่อกรกับเหมันตภูติ หรือ White Walker ได้ แต่คนเถื่อนไม่ฟัง ทำให้จอนต้องหลบหนีออกมา ทำให้อีกลิตแค้นเคืองที่จอนหักหลัง เมื่อจอนหนีกลับมาที่หน่วยพิทักษ์ราตรีก็โดนตั้งกรรมการสอบสวนความผิด ที่ไปเข้ากับคนเถื่อน ทำให้จอนต้องพิสูจน์ความภักดีต่อหน่วย จนทุกคนยอมรับเขา

บรรดาครอบครัวแลนนิสเตอร์ ความเป็นไปล่าสุดเป็นดังนี้
-ไทวิน เมื่อเดินทางมาถึงคิงแลนด์ดิ้ง ก็สั่งปลดทีเรียน ออกจากตำแหน่งหัตถ์ของพระราชา และสถาปนาตนเองเป็นหัตถ์พระราชาแทน เพื่อดูแลจ็อฟฟรีย์
-เซอร์ซี เริ่มไม่พอใจที่ทีเรียน พยายามเป็นฝ่ายค้านในรัฐสภา และเห็นแย้งกับตนทุกเรื่อง
-เจมี่ กับบริแอนน์ ถูกทหารของตระกูลโบลตันจับตัวไป และเจมี่ถูกตัดข้อมือขวาขาด เป็นการลงโทษ ส่วนบริแอนน์ถูกบังคับให้สู้กับหมีป่าตัวใหญ่ แต่เธอเอาชนะและหนีเอาตัวรอดออกมาได้
-จ็อฟฟรีย์กับทีเรียน  จะมีชะตากรรมเป็นเช่นไร กำลังจะเข้าสู่เนื้อหานี้ไปพร้อมกัน




เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 4 ฉากที่ 1 งานเลี้ยงฉลองพิธีสมรสของจ็อฟฟรีย์กับมาเจอร์รี่
จ็อฟฟรีย์  “ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมในงานเลี้ยงอภิเษกสมรสของข้าพเจ้ากับเจ้าหญิงมาเจอร์รี่ ราชินีคนใหม่ของข้า”
มาเจอร์รี่  “ขอบพระทัย เพค่ะ ที่ทรงให้เกียรติต่อหม่อมฉัน”
ไทวิน  “มา มาร่วมดื่มฉลองเป็นเกียรติต่อคิงจ็อฟฟรีย์ และราชินีมาเจอร์รี่ เชียร์.....”
ทีเรียน  “เชอะ....ตอนแต่งกับซานช่า ก็พูดแบบนี้ ไดอะล็อกเหมือนกันเดี๊ยะ กูชักเบื่อบทน้ำเน่าแบบนี้จริงๆ”
ลอร์ดวาเรียส  “นี่ท่านนินทาดังไปหน่อยมั๊ย”
ทีเรียน “ใครจะได้ยินก็ช่าง แล้วจะทำไม ทุกคนควรรับความจริงได้ อย่ามาเสแสร้ง จะให้ถอดหน้ากากทีละคนเลยมั๊ย”
โอเบอริน (เจ้าชายแห่งดอร์น ที่เสด็จมาในงานพิธีอภิเษกสมรสของคิงจ็อฟฟรีย์ กับมาเจอร์รี่แห่งไทเรล ในฐานะพระอาคันตุกะของแลนนิสเตอร์)  “ไม่น่าเชื่อ คนในตระกูลแลนนิสเตอร์ จะมีคนพูดความจริงด้วย”
ทีเรียน  :   “ก็บอกแล้วว่า ผมเป็นคนจริงใจ ดีก็ว่าดี ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่เคยเสแสร้ง”
โอเบอริน  “ผมจะเว้นคุณไว้ซักคน นอกนั้นผมจะไม่ถือว่าเป็นมิตรแท้ของผม”
คุณย่าโอเลนน่าแห่งไทเรล  “เอ้า....แล้วคุณย่าหล่ะ จะถือเป็นมิตรแท้ได้มั๊ย”
โอเบอริน  “เป็นสิครับ ที่ผมเดินทางมาคิงแลนด์ดิ้งนี้ ก็เพราะให้เกียรติต่อตระกูลไทเรล จึงได้ยอมมาในฐานะอาคันตุกะ หาไม่แล้ว จะไม่มาเหยียบคิงแลนด์ดิ้งให้เสียพระบาทหรอก”

จากนั้นทุกคนต่างตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อจ็อฟฟรีย์ลุกขึ้น ตะโกนร้องจนขาดใจ พระพักตร์เปลี่ยนเป็นแดงก่อนจะซีดเหลือง และมีพระโลหิตทะลักออกมาจากพระนาสิก “คิงจ็อฟฟรีย์ถูกวางยาพิษ”  ทหารและบริวารตะโกน  เซอร์ซีตะโกนบอกให้ทหารเข้าไปอู้มคิงจ็อฟฟรีย์ ร่ำร้องใคร่ครวญด้วยความเสียพระทัย และให้รีบหาตัวการที่เป็นคนวางยาพิษ  เซอร์ซีกวาดตามองไปที่คนรอบข้าง และสายตาที่จ้องเขม็งเกลี่ยวมาที่ทีเรียนและซานซ่าในทันที โดยเฉพาะทีเรียนเป็นคนรินไวน์ให้กับจ็อฟฟรีย์คนล่าสุด และเป็นที่รู้กันว่าทีเรียนกับซานซ่าไม่ชอบพอจ็อฟฟรีย์เท่าไหร่นัก เพราะจ็อฟฟรีย์มักเหยียบย่ำน้ำใจ และทำให้ซานช่ากับทีเรียนเสียหน้า หรือทำให้ดูเหมือนเป็นตัวตลกในสายตาของคนในคิงแลนด์ดิ้งเสมอ  เมื่อทีเรียนกลายเป็นผู้ต้องสงสัย เขาจึงถูกจับกุม เพื่อรอการสอบสวน ส่วนซานซ่าได้รับการช่วยเหลือจากลอร์ดปีเตอร์เบลิซหลบหนีไปจากคิงแลนด์ดิ้ง เพื่อไปหาน้าสาวของเธอ ไลซ่า แอริน (ทัลลี) อยู่ที่ปราสาทเอียรี่ (จริงๆ แล้วปีเตอร์เบลิซ จำเป็นต้องหนี ไม่ใช่เพราะต้องการช่วยซานซ่าหนีเท่านั้น แต่เขาคือคนที่บงการวางยาพิษจ็อฟฟรีย์โดยร่วมมือกับคุณย่าโอเลนน่า เพียงแต่ในตอนนี้ ไม่มีใครในคิงแลนด์ดิ้งสงสัย เพราะทุกคนพุ่งความสงสัยไปที่ทีเรียนคนเดียว


เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 4 ฉากที่ 2  เจ้าชายโอเบอริน แห่งตระกูลมาร์แตล เจ้าชายแห่งแคว้นดอร์น  ผู้ประกาศว่าจะชำระแค้นตระกูลแลนนิสเตอร์
เจ้าชายโอเบอริน เดินทางมายังคิงแลนด์ดิ้งในฐานะอาคันตุกะเพื่อมาร่วมในพิธีอภิเษกสมรสระหว่างคิงจ็อฟฟรีย์แห่งแลนนิสเตอร์กับมาเจอร์รี่ แห่งไทเรล แต่การมาเยือนคิงแลนด์ดิ้งในครั้งนี้ เขายงต้องการมาสืบคดี และหาเบาะแส เพื่อจะเล่นงานตระกูลแลนนิสเตอร์อีกด้วย
โอเบอริน “เปิดห้องเลย ฉันจะนอนในโรงแรมนี้”   โอเบอรินเดินเข้าไปในสถานนางโลม และไล่แขกที่กำลังนั่งดริ๊งค์อยู่ในร้านออกหมด เพื่อเขาจะนั่งกินเพียงคนเดียวกับสาวคนสนิทผู้ติดตามมาด้วย
2 หนุ่มที่เป็นอัศวินเครือญาติในตระกุลแลนนิสเตอร์กำลังนั่งเคลียคลอกับเด็กนั่งดริ๊งค์ ก็ถูกไล่ด้วย ทั้ง 2 คนไม่พอใจ จะเอาเรื่อง แต่ก็ถูกโอเบอรินทำร้าย จนเกือบจะเสียชีวิต ดีว่าพ่อเล้าหนุ่มรูปงามได้เข้ามาห้าม และขอชีวิตแขกทั้ง 2 คนเอาไว้  โอเบอรินจึงยอมยุติ
โอเบอริน “เจ้าเป็นเด็กขายด้วยหรือเป็นเจ้าของสถานนางโลมแห่งนี้”
พ่อเล้าหนุ่ม  “กระหม่อมเป็นได้ทั้ง 2 สถานะ พะยะค่ะ สุดแล้วแต่ฝ่าบาทจะ.....”
โอเบอริน กระชากเสื้อของพ่อเล้าหนุ่มรูปงามออกหลุดจากตัว เผยให้เห็นหุ่นล่ำๆ และกล้ามสวยงาม  โอเบอรินหันไปเปรยยิ้มเล็กน้อยกับหญิงสาวคนสนิทผู้ติดตาม
โอเบอริน “โอเค ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวตามไปที่ห้อง ฉันจะขอเปิดห้องนอนที่นี่ซักคืน”  
  

เมื่อโอเบอรินระลึกชาติได้ว่าตนเองคือนักธุรกิจหนุ่มที่มีความเฉลียวฉลาด เป็นนักค้าเก็งกำไรหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ระดับมือเซียนที่หนีคดีแชร์ชาร์เตอร์ไปอยู่เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ นิวยอร์ก ลอนดอน และมาเลเซีย โดยมีธุรกิจร้านเป็ดย่างอันลือชื่ออยู่ที่ลอนดอน การกลับมาที่สาระขัณฑ์ในหนนี้เขาจึงมีหลักฐานและกำลังเงินที่พร้อมจะแฉ กลโกง และปะฉะดะกับตระกุลคนดังคู่ปรับอย่างไม่เกรงกลัว
ความแค้นเดิมของโอเบอรินที่มีต่อตระกูลแลนนิสเตอร์ก็คือ ไทวิน แลนนิสเตอร์ นั้นเป็นผู้รับคำสั่งโดยตรงจาก Mad King ให้ประหาร Elia Martell (พี่สาวของโอเบอริน) อย่างโหดเหี้ยม โดยคนที่เป็นมือสังหารก็คือ เซอร์เกรจอร์ คลีแกน หรือ อัศวิน “The Mountain” ซึ่งทำเกินคำสั่งไปเยอะเพราะยังข่มขืน Elia และฆ่าลูกทั้งสองของ Elia พี่สาวของโอเบอรินอีกด้วย
ความแค้นเดิมของโอเบอรินที่มีต่อตระกูลดัง ก็คือ การเปิดโปงคดี ว.5 โฟร์ซีซั่น, เกาะสวาทหาดสวรรค์ที่มัลดีฟต์, เคยไล่ออกน้องสาวของตระกูลดังเมื่อครั้งที่เคยทำงานอยู่ใกล้ตัวให้ออกจากบริษัท, การเปิดโปงธุรกรรมอำพรางยักย้ายถ่ายเทหุ้น โอนหุ้น ปั่นหุ้นของหุ้นในเครือตระกูลดัง

เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 4 ฉากที่ 3 ห้องโถงราชสำนัก บัลลังก์ดาบเหล็ก
เมื่อจ็อฟฟรีย์เสียชีวิตลง ไทวินก็รีบติดต่อขอเจรจากับโอเบอริน เพื่อเป็นพันธมิตร ขอให้เลิกเป็นศัตรูกัน และเสนอแต่งตั้งโอเบอรินเป็น 1 ในคณะตุลาการ เพื่อสอบสวนความผิดทีเรียน คดีลอบปลงพระชนม์จ็อฟฟรีย์ โดยไทวินจะเป็น ประธานตุลาการผู้พิพากษาเอง  โอเบอรินตอบตกลง แม้จะรู้ว่านี่เป็นเพียงเกม แต่เขาก็ยอมเสี่ยงที่จะเล่นอยู่ในเกมนี้
ไทวิน ลึกๆ ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกชายของตนอย่างทีเรียน จะเป็นคนลงมือวางยาพิษหลานแท้ๆ ของตน ทีเรียนนั้นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ในเมื่อคดีนี้ จำเป็นต้องมีคนที่รับผิดชอบ เขาจึงจำต้องไต่สวนไปตามครรลอง ตามพิธี และพยายามหาทางออกที่ดี เพื่อช่วยเหลือทีเรียน ไม่ให้ต้องถูกประหารชีวิต จึงเสนอแนวคิดที่จะรอมชอมกันระหว่างเซอร์ซี่กับทีเรียน ลูกของตนทั้งคู่ แต่ไม่สำเร็จ
ไทวิน  :  “นี่ไม่ใช่การตัดสินคดีคนแคระ
ทีเรียน  :  “กูถูกตัดสินว่าเป็นคนแคระตั้งแต่กูเกิดมาแล้วและถึงตัวเองจะไม่ได้เป็นคน ฆ่า คิงจอฟฟรีย์ แต่ก็อยากจะเป็นคนทำเองเหลือเกิน
ทีเรียน  :  “ถ้ากูได้เป็นคนฆ่าเองละก็คง ฟินกว่าได้ตีกระหรี่ พันคนซะอีก!!”  เมื่อการไต่สวน ไม่ได้ผล จำเลยยืนยันเสียงแข็ง ว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำ และหลักฐานก็สาวไปไม่ถึงอย่างชัดเจน
ทีเรียนจึงเสนอวิธีแบบโบราณ คือให้มีการประลองกัน โดยต่างฝ่ายต่างส่งมือดี มาต่อสู้กันแบบตัวต่อตัว หากใครแพ้เป็นอันยุติ คือถ้าฝ่ายของเซอร์ซีแพ้ จะต้องยกประโยชน์ให้จำเลย คือปล่อยทีเรียน แต่ถ้าฝ่ายของทีเรียนแพ้ เขาจะต้องถูกประหารชีวิต ฝ่ายของเซอร์ซีเลือกเซอร์เกรจอร์ คลีแกน หรือ The Mountain เป็นตัวแทนฝ่ายตน ในขณะที่ทีเรียน อยากจะเลือกบรอนน์ อัศวินข้างกายที่มารับใช้ แต่พอรู้ว่าต้องต่อสู้กับ The Mountain เพื่อนของตนเอง ก็ขอบาย ชิงหลบหนีหายตัวไปก่อน ดีว่าเจ้าชายโอเบอริน ขอเสนอตัวลงสู้ในนามฝ่ายทีเรียน เพราะมีความแค้นฝังหุ่นอยู่กับ The Mountain อยู่ก่อนแล้ว และนี่จะถือเป็นโอกาสได้ชำระแค้นส่วนตัวไปด้วยในตัว



เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 4 ฉากที่ 4 ลานต่อสู้ บริเวณโคลอสเซียมของคิงแลนด์ดิ้ง การประลองระหว่าง The Mountain vs เจ้าชาย Oberlyn
The Mountain เลือกจะใช้ดาบอัศวิน ส่วนโอเบอรินใช้ทวน  โอเบอรินวาดลวดลายการต่อสู้ด้วยทวนอย่างแคล่วคล่องราวกับสำเร็จวิทยายุทธมาจากหยวนวูปิง (ผู้กำกับคิวบู๊ชื่อดังและ action coach ให้กับเขาจริงๆในการถ่ายทำซีรีส์เกมออฟโทน)  ลีลาฟาดทวนเขากระหน่ำโจมตี The Mountain อย่างไม่ยั้ง หลายกระบวนท่า ทำให้ดูเหมือน The Mountain จะเพลี่ยงพล้ำแล้ว เพราะถูกทวนของ โอเบอรินแทงเข้าที่ช่องท้องจนล้มหงายไปกองกับพื้นแล้ว ท่ามกลางสายตาของผุ้ชมทั้งฝ่ายของเซอร์ซี และฝ่ายของทีเรียน ทุกคนต่างส่งเสียงกรีดร้องทุกครั้งที่ มีการฟาดฟันเข้าถึงเนื้อถึงตัว เลือดกระเซ็น บาดทะลัก โอเบอริน มัวทำท่าเก๊กท่า ดูเหมือนถ้าเขามีโทรศัพท์มือถือในตอนนี้ก็คงจะถ่ายเซลฟี่ตัวเองกับศพของ The Mountain ที่นอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้นจมกองเลือด แต่เขาชะล่าใจเกินไป ไม่รีบชิงลงมือปลิดชีพสังหาร The Mountian ให้มรณภาพไป กลับถูก The Mountain เตะตัดขาจนล้มลง โอเบอรินที่กำลังชะล่าใจ ได้ใจไม่ทันระวังตัวจึงพลาดท่าล้มลง และถูก The Mountain ใช้ 2 มืออันใหญ่หนา แข็งดุจหิน ใช้เล็บมือกดเข้าที่เบ้าตาของโอเบอรินทั้ง 2 ข้าง และกดใบหน้าของโอเบอรินจนแหลกละเอียด ราวกับผลแตงโมแตกทะลัก สิ้นชีพ สิ้นชื่ออย่างน่าอนาถ ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง ของคนดูที่อยู่บนอัศจรรย์ของโคลอสเซียม สภาพดูน่าเศร้าและหดหู่มาก ทีเรียนกับคุณย่าโอเลนน่า แทบหลบสายตา ไม่อยากหันไปมอง ในขณะที่เซอร์ซียิ้มด้วยความสะใจ
การตายของเจ้าชายโอเบอริน ขจรขจายไปทั่วเวสเทอรอส ถูกกระจายไปลงใน นสพ.กระจอกข่าวในทุกสำนักสายลับ ถึงการพบสภาพศพตายอนาถ นอนขึ้นอืด เป็นการถูกหลอกไปอุ้มฆ่า โดยคนมีสี ที่เป็นมือสังหาร โดยใช้นกต่อก็คือไอ้บอลคนขับรถ หลอกพาไปให้ทีมสังหารอุ้มฆ่า จากนั้นนำศพไปอำพรางอยู่ในป่า
การสอบสวนคดีของโอเบอรินต้องยุติคดีไป เนื่องจากญาติพี่น้อง ไม่ต้องการสืบสวนเอาความต่อไปถึงผู้บงการฆ่าต่อ เนื่องจากเกรงว่าจะเจอตอ


ขอจบองก์ที่ 4 แต่เพียงเท่านี้




วันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เกมออฟทน (นิยายแปลง) ตอนที่ 3


จากนวนิยายแฟนตาซี/ซีรีส์อันโด่งดัง Game of Thrones มหาศึกชิงบัลลังก์ สู่การแปลงเป็นนิยายแสบๆ คันๆเรื่อง เกมออฟทน มหาศึกปากมัน ณ แดนสาระขัณฑ์
บทเกริ่นนำ
ณ สาระขัณฑ์ ดินแดนแห่งความขบขัน อัปรีย์ จังไรของใครบางคน และเสียงกรีดร้องเศร้าสะพรึง เครือไปกับเสียงหัวเราะ ขบขันในความโง่งม จมปรัก ดักดาน ไร้ศักดิ์ศรี  ดินแดนที่มีผู้นำบ้องตื้น ไร้น้ำยา นักการเมืองหน้าด้าน หน้าทน แวะเวียนกันเข้ามากอบโกยผลประโยชน์อย่างไร้ยางอาย ไร้เกียรติและศักดิ์ศรี ไร้ความดีและคุณธรรม อย่ามาถามหาจรรยาบรรณ แต่เปลือกนอกถูกฉาบโรยด้วยภาพลักษณ์ ความเป็นคนดีมีคุณธรรม มืออาชีพ เป็นผู้เสียสละ เข้ามาสร้างผลประโยชน์ให้กับประชาชนและบ้านเมือง ขณะกำลังนั่งพิมพ์อยู่นี้ กู(ผู้เขียน) ยังขบขันอยู่เลย อยากจะหัวเราะให้ตกเก้าอี้ ช้ากว่านี้คงไม่ได้การณ์แล้ว ไปอ่านลิเกเรื่องนี้กันได้แล้ว
ฮันเล วังกา เมื่อแขกเขามา ต้องไปดูลิเก เต๊งเตงเต่งเต๊ง เตงเต่งเต๊งเตงเตง
เมื่อเดเนริส ถูกรัฐประหารโค่นล้มอำนาจ เธอก็ตระเวนขอความช่วยเหลือจากคนถ่อย (เอ๊ย! คนเถื่อน) และพันธมิตรแนวร่วม และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กลับคืนมา



เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา จะรวมเอา 3 ซีซั่นเข้าไว้ด้วยกัน) องก์ที่  3 ฉากที่ 1 ที่วินเทอร์เฟล
อารัมภบทก่อนเข้าสู่องก์ที่ 3 ฉากที่ 1 ที่ปราสาทแกร่ง แห่งวินเทอร์เฟล
ก่อนหน้าจะถึงเหตุการณ์วิวาห์เลือด (Red Wedding) ที่วินเทอร์เฟล ธีออน เกรย์จอย ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงเชลยของเนด เอ็ดดาร์ก สตาร์ค ได้ออกอุบายไปขอความช่วยเหลือจากลอร์ดบาลอน เกรย์จอย บิดาของตน เพื่อมาช่วยเป็นกำลังรบให้กับร็อบบ์ แต่ว่า เขากลับกระทำการหักหลัง เข้าทำการยึดอำนาจที่วินเทอร์เฟล และหมายจะจับตัวลูกชายของเนด ที่เหลือ ก็คือ แบรนและริคค่อน ไว้เป็นตัวประกัน แต่บริวารของ 2 คนนั้น ไหวตัวทัน เลยรีบพาเด็กทั้ง 2 คนหลบหนี โดยการช่วยเหลือของ โฮดอร์ กับโอชาลอน  โดยพวกเขาทั้ง 2 ต้องเดินทางพเนจรผ่านป่าและเทือกเขา เพื่อมุ่งหน้าไปหาจอน สโนว์ พี่ชายของเขาที่หน่วยพิทักษ์ราตรี หรือ Night Watch  ด้านร็อบบ์พอทราบข่าวว่าวินเทอร์เฟลถูกยึดโดยธีออน เกรย์จอย ข้าในบ้านแท้ๆ จึงมอบหมายให้รูส โบลตัน ผู้ปฏิญาณตนว่าจะรับใช้ตระกูลสตาร์ค ให้ส่งคนไปยึดคืนปราสาทวินเทอร์เฟลกลับมา รูส โบลตัน จึงมอบหน้าที่นี้ให้กับแรมซีย์ บุตรนอกสมรส หรือลูกเลี้ยงของตนรับหน้าที่นี้ไป ซึ่งเป็นการปรากฏตัวร้ายเพิ่มมาอีก 1 ตัวก็คือ แรมซีย์ ซึ่งเขาจะมีบทบาทอันร้ายกาจต่อไป   
ธีออน  “ฉันจะปลดแอกจากพวกตระกูลสตาร์ค และยึดคืนเอกราชกลับมาสู่เกาะเหล็ก พวกแกคนไหน หากไม่ยินยอมสวามิภักดิ์ต่อฉัน ก็ก้าวออกมา ฉันจะให้แกตามไปอยู่ในนรก”

เมสเตอร์ลูวิน  :  “เอ่อ ใจเย็นๆ ธีออน เธอก็เป็นพวกเรากันเอง เหตุใด ถึงต้องกระทำเช่นนี้ หากร็อบบ์รู้เข้าจะมองหน้ากันไม่ติดนะ”

ธีออน “ไอ้แก่ แกอย่ามาลูกเล่น ถ่วงเวลา ไปเอาตัวแบรนกับริคค่อน ออกมา ไม่งั้นฉันจะฆ่าคนของพวกแกให้หมด”

ทหารยามคนหนึ่งในกำแพงปราสาท วิ่งเริ่กหรั่ก เข้ามากระซิบข้างหูของเมสเตอร์ลูวิน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่    :  “ท่านเมสเตอร์ลูวิน กองกำลังทหารของตระกูลโบลตัน มันมาโอบล้อมไว้หมดแล้ว มันต้องการให้เราส่งมอบตัวธีออน เกรย์จอย ให้กับมันเพียงคนเดียว แล้วที่เหลือจะไว้ชีวิตพวกเราครับ”

เมสเตอร์ “งั้น ก็จัดการเสียสิ”  จากนั้นธีออน ที่กำลังเกรี้ยวกราด โมโหโกรธา กำลังยืนจ้องหน้า ด่ากราดทุกคนที่อยู่ตรงหน้า ก็ถูกนายทหารยามกระแทกดาบเข้าที่ศีรษะเป็นลมหมดสติไป จากนั้นถูกนำตัวไปส่งมอบให้กับแรมซีย์ แต่คนอย่างแรมซีย์มีหรือจะรักษาคำพูด เขาสั่งฆ่าทุกคนที่หลงเหลืออยู่ในวินเทอร์เฟลจนหมด ไม่ว่าจะเป็นคนของวินเทอร์เฟล หรือคนของเกาะเหล็ก ตายสิ้นหมด  พักเรื่องของแรมซีย์ กับธีออนไว้ตรงนี้ก่อน ค่อยมากล่าวต่อในภายหลัง



เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่  3 ฉากที่ 2 ดินแดนอันกว้างใหญ่ ฝั่งทวีปตะวันออก (เอสซอส)

เดเนริส “คาร์ล โดรโก ฉันรับปากเธอนะ ฉันจะเลี้ยงดูลูกของเราให้เติบโตเป็นคนดี เหมือนพ่อของมัน”

คาร์ล โดรโก  “บอกน้อง Pyte Dragon นะ อย่าบินผาดโผนให้มันมากนะ พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นเด็กแว๊นซ์”

เดเนริส “คาร์ล โดรโก ก่อนตายช่วยเซ็นใบหย่าให้ฉันก่อนนะ ฉันจะได้สินสมรสจากเธอครึ่งนึง ฉันและลูกก็จะได้สบาย แล้วเซ็นพินัยกรรมยกกิจการและลูกน้องให้ฉันด้วยนะ ฉันจะได้ไม่ลำบาก”

คาร์ล โดรโก  : “แล้วกูจะเหลืออะไรบ้างหล่ะ ที่รัก”

เดเนริส  “ก็ไม่ต้องเหลืออะไรหรอกคาร์ล ก็จะตายอยู่แล้ว คงเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้หรอก จะโลภไปทำไมอีก”

คาร์ล โดรโก  : “นี่เธอเก็บคำคำนี้ เอาไว้สอนพี่ชายของเธอบ้างสิ ที่รัก ฉันจะจำจนวันตาย”

เดเนริส “หลับให้สบายนะที่รัก แล้วจะทำบุญไปให้”   จากนั้นเดเนริสก็จัดการเผานั่งยางสามีสุดที่รักของเธอในกองไฟ เนื่องจากคาร์ล โดรโก เป็นโรคติดเชื้อที่น่ากลัว จึงต้องทำการเผาร่างให้มอดไหม้ไป ไม่ให้เชื้อโรคมาติดคนอื่น เธอคร่ำครวญเสียใจ จนถึงขนาดอยากจะตายตามสามีไป ด้วยการเดินลุยเข้าไปในกองไฟ เปลวเพลิงไม่สามารถเผาผลาญชีวิตเธอได้ กลับกลายเป็นเธอให้กำเนิดมังกรน้อยออกมาอีก 2 ตัว รวมเป็น 3 ตัว ท่ามกลางความตกตะลึงของบริวารทั้งหลาย เธอได้เปล่งประกายบารมีของวีรสตรีกู้ชาติ หรือผู้คนขนานนามเธอใหม่ว่า วีรสตรีขี่ม้าขาว เอ๊ยไม่ใช่ วีรสตรีขี่มังกรไฟ  

ก่อนหน้านี้ 2 พี่น้องตระกูลทาร์กาเรียน (เดเนริสกับซิฟิลิส) ต้องเผชิญวิบากกรรม ถูกรัฐประหารซ้ำซ้อน จนต้องระเห็จระเหิน หนีออกนอกประเทศ กลายเป็นสัมพเวสีทางการเมือง ด้วยข้อหาอุกฉกรรจ์ มากมาย ทั้งฉ้อฉล ซื้อขายที่ดินให้เมีย แก้กฎหมายหลีกเลี่ยงการจ่ายสัมปทาน ซุกใบกรรมสิทธิ์ (หุ้น) โอนขายกรรมสิทธิ์ (หุ้น) โดยไม่ยอมเสียภาษี บ้านเอื้ออาธร กล้ายาง แทรกแซงกระจอกข่าว ตั้งรัฐบาลนอมินีเครือญาติตัวเอง ทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จีทูจี แก้กฎหมายลักหลับสุดซอย ฯลฯ  แต่เมื่อซิฟิลิส พี่ชายของเดเนริส ต้องมีอันเป็นไปแล้ว เธอจึงเหลือเพียงหัวเดียวกระเทียมลีบ เมื่อถูกทำรัฐประหาร ทำให้เธอต้องตกระกำลำบาก ต้องระเหเร่ร่อนไปขอความเป็นธรรม ร้องขอความช่วยเหลือ ร้องไห้น้ำลายฟูมปาก ขอความเห็นใจ และหาแนวร่วมเป็นคนเถื่อนทั้งหลายมาหนุนหลังสนับสนุนเธอต่อไป เธอมีผู้ติดตามก็คืออัศวินพี่หมี จอร่าห์ เมอร์มองค์ และท่านแม่ทัพหนอนเทา เกรย์วอร์ม กับเมีย ที่คอยติดตามเธอไป ทุกหนแห่ง และครั้งนี้เธอได้มาขอความเป็นธรรมต่อหน้าศาลฏีกา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตจำนำข้าวของเธอ


เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่  3 ฉากที่ 3 บริเวณศาลฏีกา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เดเนริส  : “ศาลค่ะ ดิฉันไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งๆ ที่โครงการนี้มีประโยชน์ และเป็นสิ่งที่ดิฉันหาเสียงเอาไว้ หากไม่ทำตามก็ถือว่าตระบัดสัตย์ต่อประชาชน โครงการนี้ทำให้ชาวนา ได้ลืมตาอ้าปากค้าง ได้หน้าและลืมหลัง ฟังเสียงสวดมนต์ ในห้องดับจิต วิปริตผิดเพศ อาเพททั้งตระกูล เลยค่ะ ใช่มั๊ยคะพี่น้อง”.....เสียงเฮดังออกมาจากนอกศาล ฟังไม่ได้ศัพท์ เซ็งแซ่อื้ออึงไปทั่ว ซักพักมีเสียงกรี๊ด กรีดร้อง ไม่ใช่ๆ ดังลั่นขึ้น

จอร่าห์ เมอร์มองค์  : “เอ่อ...เดเนริส โทษที โพยผิด ไม่ใช่โพยอันนั้น เอาอันนี้ไปอ่านใหม่ มันไม่ใช่”

เดเนริส หันหน้ามาทำมึนงงเล็กน้อย ก่อนจะตวาดกลับไป  : “นี่ จอร่าห์ แกทำโพย ประสาอะไรนะ จะทำให้ฉันขายหน้าหรืออย่างไร”     

ประธานผู้พิพากษาของศาลฏีกาฯ  “เป็นการอ่านคำแถลงปิดคดีด้วยโพยของฝ่ายจำเลย ที่น่าเบื่อที่สุด ศาลอยากจะขอออกไปกินกาแฟก่อน เดี๋ยวจะกลับเข้ามาฟังใหม่นะ เดเนริส”

เดเนริส  “ศาลค่ะ ดิฉันขออ่านคำแถลงการณ์สรุปใหม่นะคะ ดิฉันร่างมาผิดค่ะ ขออ่านใหม่อีกครั้งค่ะ อันเมื่อกี๊ ขอให้เป็นโมฆะนะคะ ล้างออกไปจากบันทึกความจำเลยจะได้มั๊ยค่ะ”

ประธานผู้พิพากษาของศาลฏีกาฯ “ยังจะอ่านใหม่อีกเหรอ วันนี้ฉันฟังเธอมาเป็นรอบที่ 4 แล้วนะ ร่างแถลงปิดคดีด้วยวาจา นี่เธอร่างด้วยมือตัวเองหรือเปล่าเนี่ย ทำไมถึงได้มีหลายฉบับ ผิดเยอะจังเลย ฉบับแรกก็มี thank you 3 times อะไรของเธอเนี่ย อีกฉบับมีต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มันคืออะไร เกี่ยวกันมั๊ย บ้าไปหรือเปล่า มีสติหน่อยสิ  ซักพักเดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวก็หัวเราะ นี่ศาลทำหน้าไม่ถูกแล้วนะ เธอเป็นไบเซ็กช่วล หรือเปล่าฮะ”

ผู้พิพากษาคนที่ 2 นั่งข้างๆ ประธานฯ  “ท่านครับ ไม่ใช่ไบเซ็กช่วล คงหมายถึง ไบโพล่าร์ ใช่มั๊ยครับ”
ประธานผู้พิพากษาของศาลฏีกาฯ “เออใช่นั่นแหละ เล่นเอาศาลมึนไป 3 ตลบ ไม่ต้องแถลงเพิ่มเติมแล้ว ศาลฟังความครบหมดทุกด้านแล้ว จะนัดวันแถลงคำตัดสินอีกที วันที่ 25 สิงหาคมนี้ แล้วมารอรับฟังคำตัดสินในวันนั้นกัน ปิดศาล” 

เดเนริส “ศาลค่ะ ดิฉันไม่ได้รับความเป็นธรรมค่ะ แม้กระทั่งตัวศาลเอง ก็ยังไม่ให้ความเป็นธรรมต่อดิฉัน ที่จะนั่งฟังแถลงการณ์ของดิฉันจนครบถ้วนกระบวนความ อีกเพียงแค่ 125 หน้าเท่านั้นเอง นะคะ” 

เดเนริส สะอื้นร้องไห้ ท่ามกลางมวลชนที่มาให้กำลังใจ มอบช่อดอกไม้ เห็ดกวาง เห็ดหูหนู เธอรับมันด้วยความชำนาญ หัวเราะไป สะอื้นร่ำไห้ ระคนเสียงหัวเราะ จนแม้กระทั่งมวลชนยังต้องผงะ ตกใจ กับอาการแปลกประหลาดของเธอ ไม่รู้อารมณ์ไหน ซักพัก เธอก็ก้าวขึ้นเครื่องบินมังกรไฟของเธอไปอย่างไม่แยแส ไม่หันมามองบรรดานกกระจอก เหยี่ยวข่าวที่มามุงดูและคอยรายงานข่าวความคืบหน้าและเหตุการณ์ในวันนี้ เธอก้าวขึ้นเครื่องบินด้วยรองเท้าบู้ทยี่ห้อ Burberry เหมือนเช่นเคย สะพายกระเป๋ากุชชี่ แอร์เมส สวมแว่นดำของชาแนล เพื่อป้องกันแดด จากนั้นหันมาทักทายทุกคนที่อยู่บนพื้นล่าง ด้วยการฉีกยิ้ม โบกมือทักทายไปทั่ว ก่อนที่มังกรไฟจะเทคออฟสยายปีกโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

เกรย์วอร์ม “งวดนี้คุณนายพร็อพจัดเต็มมาก คิดว่าจะเป็นเหมือนเดิมมั๊ย”

จอร่าห์  “เที่ยวนี้ก็คงจะทัวร์รอบโลกเหมือนเดิมแหละ ทริปยาว เพราะเช่าเครื่องแบบเหมาลำไป ส่วนบริวารก็วิ่งตามไปให้ทัน เพื่อไปดักรอข้างหน้าเอาก็แล้วกันนะ”



จบองก์ที่ 3 แต่เพียงเท่านี้ ไว้ว่างจะมาเขียนต่อตอนที่ 4


วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เกมออฟทน (นิยายแปลง) ตอนที่ 2




เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่ 2 ฉากที่ ที่บ้านของครอบครัวสตาร์ค ณ วินเทอร์เฟล

เมื่อกองทัพฝ่ายพันธมิตร ถูกสลายการชุมนุม และใบสั่งตามเช็คบิลรายบุคคล

แคทลิน “ลูกแม่เป็นอย่างไรบ้าง คุณหมอ แบรนจะหายเป็นปกติมั๊ย”

หมอหลวงประจำตระกูล “คุณชายร่วงหล่นมาจากปราสาทหอคอยที่สูงมาก ร่างหล่นกระแทกลงสู่พื้น ดีว่ากระทบกระเทือนเพียงช่วงล่าง แต่อาจพิการเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิตครับ พระมเหสี”

แคทลิน “ปกติแบรน ไม่ใช่เด็กดื้อเด็กซนอะไรเช่นนั้น ฉันไม่มีทางเชื่อว่าเขาจะปีนขึ้นไปเล่นบนต้นไม้สูงโดยลำพัง และการตกจากปราสาทคอคอยสูงที่จุดเกิดเหตุ ก็ใกล้กับปราสาทของราชินีเซอร์ซี เป็นไปได้มั๊ยว่าแบรน จะถูกผลักตกลงมาจากช่องหน้าต่าง”

หมอหลวงประจำตระกูล “มีความเป็นไปได้ทั้งหมดครับ ฝ่าบาท แต่เราไม่มีพยานหลักฐาน ไม่มีใครสามารถเป็นพยานได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณชาย ตอนนี้คงได้แต่รักษาไปตามอาการ พะยะค่ะ”
ทหารเดินเข้ามาแจ้งต่อพระมเหสีแคทลินว่า คุณนายบริแอนน์ จะขอเข้าพบ พระมเหสีจึงได้ออกไปจากห้องนอนของแบรน และออกไปพบกับบริแอนน์ อัศวินหญิงคนสนิทของลอร์ดเรนลี ซึ่งเป็นน้องชายของคิงโรเบิร์ต

บริแอนน์ “พระมเหสี เราจะนัดไปรวมพลกันวันที่ 7 ตุลา เพื่อไปชุมนุมกันต่อต้านอำนาจของจอฟฟรีย์ ที่จะเสด็จขึ้นครองราชย์แทนคิงโรเบิร์ต ที่เพิ่งสิ้นพระชนม์ไปด้วยถูกหมูป่าแทงเข้าที่ช่องท้อง จนเป็นบาดแผลฉกรรจ์ติดเชื้อ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นพระชนม์ไปกลางดึก จากนั้นราชินีเซอร์ซี่รีบรวบรัดอำนาจ สั่งการให้สภาเสนอชื่อแต่งตั้งรัชทายาทองค์โต จอฟฟรีย์ ขึ้นครองราชย์แทน โดยไม่ฟังคำทักท้วงจากท่านลอร์ดเนด (นายกรัฐมนตรี) ของเราเลย งานนี้ พวกเราจึงยอมไม่ได้ ที่จะยินยอมให้บ้านจันทร์ส่องหล้า เข้ามารวบอำนาจไปอยู่ในมือของพวกมัน อีกทั้งจอฟฟรีย์ มิเพียงเป็นนอมินีของตระกูลแลนนิสเตอร์ แต่มันยังเป็นเชื้อชั่วที่ไม่มีสิทธิ์และความชอบธรรม ที่จะได้ครองบัลลังก์อีกด้วย”

แคทลิน “เอาเถอะ แล้วจะมีใครมาบ้างหล่ะ”

บริแอนน์  “ฝ่ายพันธมิตรของเรา จะประกอบไปด้วยกองทัพของท่านลอร์ดสแตนนิส  กองทัพของลอร์ดเรนลี (ฝ่ายเดียวกับบริแอนน์)  กองทัพของตระกูลบอลตัน  กองทัพของตระกูลเฟรย์  กองทัพของตระกูลเกรย์จอย และตระกูลไทเรล (ที่พระชายาและพี่ชายสนิทสนมอยู่กับลอร์ดเรนลี) และกองทัพของตระกูลทัลลี เมื่อรวมกันเราจะสามารถโค่นล้มฝ่ายที่กุมอำนาจอยู่ในคิงแลนด์ดิ้งได้สำเร็จ โดยเราจะชูให้คุณชายร็อบบ์ ลอร์ดแห่งวินเทอร์เฟล ขึ้นเป็นคิงออฟเวสเทอรอสแทน”



เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่ 2 ฉากที่ 2 บริเวณรัฐสภา ท้องพระโรง คิงแลนด์ดิ้ง

ในวันที่ 7 ตุลา กองทัพของเหล่าบรรดาพันธมิตรทุกฝ่ายต่างมาชุมนุมกันอยู่หน้ารัฐสภาของวินเทอร์เฟล ที่ซึ่งจอฟฟรีย์จะต้องเข้าไปสาบานตน รวมถึงแถลงการณ์ และรับตำแหน่งกษัตริย์พระองค์ใหม่ของเวสเทอรอส กองทัพของราชสำนักคิงแลนด์ดิ้งที่กุมอำนาจอยู่ต้องเผชิญการต่อต้านจากกองทัพฝ่ายพันธมิตรที่อยู่ภายนอก เกิดการต่อสู้กัน เพื่อขัดขวางไม่ให้จอฟฟรีย์ขึ้นครองราชย์  เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง

ทีเรียน “พวกท่าน นี่ข้างนอกเขากำลังจะฆ่ากันตาย เป็นสงครามเลือดกันอยู่ข้างนอกเนี่ย พวกท่านยังปรีด์เปรม มีหน้ามาเฉลิมฉลองให้กับการขึ้นครองราชย์อยู่อีกเหรอ จะไม่ออกไปดูดำดูดีราษฏรข้างนอกบ้างเลยเหรอ”  ทีเรียนเป็นเชื้อพระวงศ์เพียงคนเดียวของราชสำนัก และในพระราชพิธีราชาภิเษก ที่ออกมาค้านการขึ้นครองราชย์ของจอฟฟรีย์ และยังท้วงติงว่าตอนนี้ ข้างนอกกำลังมีเรื่องปะทะกันอยู่ ให้หยุดหรือเลื่อนพิธีออกไปก่อน และให้ฝ่ายผู้กุมอำนาจออกคำสั่งให้กองทัพอัศวินยุติการสลายการชุมนุมที่อยู่ด้านนอกรัฐสภาโดยด่วน แต่หามีใครฟังไม่

เซอร์ซี  “จะสนใจไปทำไม ตอนนี้เรากำลังอยู่ในพิธีสถาปนาคิงคนใหม่ ในฐานะหัตถ์ของพระราชา คนใหม่ ขอให้ท่านอย่าเสียมารยาทด้วย พิธีการจะต้องดำเนินต่อไป”

จอฟฟรีย์  “ข้าขอบพระคุณทุกท่าน ที่มาอยู่ร่วมเป็นเกียรติให้ข้าในวันนี้ ข้าขอสาบานตนว่าจะเป็นกษัตริย์ที่ดี ของชาวประชาเวสเทอรอสสืบไป มาร่วมดื่มฉลองกัน เชียร์”

บรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์    “ขอให้คิงจอฟฟรีย์จงเจริญ ๆ ๆ”


โดยที่ไม่ใครคาดคิด ฝ่ายราชสำนักใช้แก๊สน้ำตาที่หมดอายุแล้ว ระดมยิงใส่กองทัพของฝ่ายพันธมิตรจนแตกกระเจิงกันไปคนละทิศคนละทาง เนื่องจากเป็นอาวุธร้ายแรง และไม่คาดคิดว่าจะถูกนำมาใช้ในการสลายการชุมนุม และไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า ไม่มีการเจรจา แม้ว่ากองทัพของทางฝ่ายพันธมิตรจะส่งทูตมาขอเจรจาสงบศึก ก็ไม่เป็นผล การถูกระดมยิงด้วยอาวุธทีทันสมัยและรุนแรงกว่า ทำให้กองทัพของฝ่ายพันธมิตรบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก แม้จอฟฟรีย์จะได้รับการสถาปนาเข้าพิธีสวมมงกุฎเป็นกษัตริย์และได้รับการรับรองจากสภาจนเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม เหล่าบรรดาอัศวินของราชสำนัก ที่อ้างตนว่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ของเวสเทอรอสก็ยังไม่รามือจากการระดมยิงเข้าสลายการชุมนุมนี้ ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ จนทัพของฝายพันธมิตรต้องปราชัยแตกพ่าย และสูญเสียชีวิตไพร่พลและคนที่รักไปเป็นจำนวนมาก

“ยิงมันเข้าไป เอาให้ตาย มันทนได้ ทนไป”

“พี่อัศวินครับ ผมขอชีวิตด้วย ผมยอมแพ้แล้ว”

เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่ 2 ฉากที่ 3 ที่แคมป์กระโจมรวมพลของตระกูลสตาร์ค

ทางด้านบริแอนน์ กับแคทลินยังเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตกตะลึงเมื่อเห็นชะตากรรมของเพื่อนๆพี่น้องต้องสูญเสียแขนขาด ขาขาด จากพิษสงของแก๊สระเบิดจำนวนหลายลูก ราวกับทำสงครามแย่งชิงเมืองมิหนำซ้ำยังต้องมาเผชิญเหตุซึ่งหน้า กับการเสียชีวิตของลอร์ดเรนลี่ ซึ่งถูกภูตผีพรายลอบทำร้ายแทงเข้ากลางพระอุระของลอร์ดเรนลีจนสิ้นพระชนม์ไปต่อหน้าต่อตา ตอนแรกทุกคนยังตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก แต่พอตั้งสติได้ ทุกคนพอจะล่วงรู้ว่าที่แท้เป็นฝีมือของลอร์ดสแตนนิส ที่หักหลังพวกเดียวกัน อาศัยนางแม่มดแดง ส่งภูตผีพรายมาลอบทำร้ายลอร์ดเรนลี (พระอนุชาของตนเอง) จนเสียชีวิต ตอนนี้สถานการณ์ของฝ่ายพันธมิตรดูจะเลวร้ายลง เพราะบรรดาแนวร่วมพันธมิตรต่างแตกกระสานซ่านเซ็น ไปกันคนละทิศละทาง โดยฝ่ายของลอร์ดสแตนนิส ไปตั้งตัวเป็นพระราชาอยู่ที่ดราก้อนสโตนแทน ทหารบางส่วนของลอร์ดเรนลี่แปรภักดิ์ไปเข้าร่วมกับลอร์ดสแตนนิสเป็นส่วนใหญ่ แต่บริแอนน์ขอมาติดตามเป็นข้ารับใช้ให้กับตระกุลสตาร์คของลอร์ดร็อบสตาร์ค ที่ตั้งตนเป็นราชันย์แห่งแดนเหนือ อยู่ที่วินเทอร์เฟลเช่นกัน

เวลาต่อมาจิมมี่ แลนนิสเตอร์ ถูกบริแอนน์จับตัวได้ และนำตัวไปมอบให้กับแคทลินและร็อบบ์ เพื่อแก้แค้นที่สืบทราบว่าเขาเป็นคนผลักแบรนตกจากช่องหน้าต่างของปราสาทหอคอยที่คิงแลนด์ดิ้งจนต้องพิการ และเขายังเป็นฝ่ายเดียวกับคิงจ็อฟฟรีย์ บริแอนน์ขอให้แคทลินสั่งประหารชีวิตจิมมี่เสีย แต่แคทลินไม่เห็นด้วย โดยออกอุบายว่า จะใช้เจมี่เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับการขอคืนซานซ่าและอาร์ย่า บุตรสาวของตนทั้ง 2 คนที่เวลานี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในคิงแลนด์ดิ้งในฐานะตัวประกัน โดยซานซ่ากลายเป็นคู่หมั้นจอฟฟรีย์ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นครองราชย์ ในขณะที่อาร์ย่ากลับหนีรอดออกมาจากคิงแลนด์ดิ้งได้สำเร็จ โดยถูกเหล่าอัศวินตามล่าตัวอยู่ และไม่มีใครรู้ว่าเวลานี้เธออยู่ที่ไหน


เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่ 2 ฉากที่ ณ คิงแลนด์ดิ้ง ราชอาณาจักรเวสเทอรอส

บริแอนน์ปฏิบัติตามคำแนะนำของแคทลิน ควบคุมตัวเจมี่ไปส่งยังคิงแลนด์ดิ้งหวังว่าจะใช้เงื่อนไขขอแลกเปลี่ยนตัวเจมี่กับ 2 บุตรสาวตระกูลสตาร์คคืน แต่เมื่อมาถึงคิงแลนด์ดิ้งกลับไม่เป็นเช่นนั้น เจมี่พอได้รับการปล่อยตัว แต่ทางฝ่ายเซอร์ซี่และคิงจอฟฟรีย์ไม่ยินยอมคืนซานซ่าให้ ส่วนอาร์ย่าไม่อยู่แล้ว  คิงจอฟฟรีย์พอได้ขึ้นครองราชย์แล้วก็เขี่ยซานซ่าทิ้ง อ้างว่าเธอเป็นเพียงของเล่นที่ไม่มีค่า และย่ำยีเธอทุกวิถีทาง แถมยังคอยพูดจาถากถาง เยาะเย้ยเธอที่เนด บิดาของตนถูกตนเองสั่งประหารชีวิตไปแล้ว 
ตระกูลแลนนิสเตอร์ต้องการให้ตระกูลไทเรลมาเป็นพวก ไทวินจึงเจรจาพูดคุยผ่านคุณย่าโอแลนนาของตระกูลไทเรล ว่าต้องการให้จอฟฟรีย์อภิเษกสมรสกับมาเจอร์รี่ หลานสาวคุณย่า ซึ่งเป็นภริยาม่ายของลอร์ดเรนลี่ (เคยเป็นพระชายาของลอร์ดเรนลีที่เสียชีวิต) เพื่อดองกันเป็นพันธมิตร อีกทางนึงก็ดึงตระกุลนี้มาเป็นพวก ตัดกำลังของฝ่ายตระกูลสตาร์คหรือฝ่ายพันธมิตรให้อ่อนเปลี้ย ลดกำลังลง ส่วนซานซ่า (อดีตคู่หมั้นของจอฟฟรีย์ที่ถูกเขี่ยทิ้ง) ก็ถูกเซอร์ซี่และจิมมี่ ทาบทามให้มาเป็นภริยากับทีเรียน น้องชายคนเล็กของตระกูลแลนนิสเตอร์ เพื่อให้ทีเรียนมีเมียเสียที หลังจากเห็นน้องชายมักมีสัมพันธ์ลับๆ อยู่กับโสเภณีหญิงคนหนึ่ง ทางหนึ่งต้องการให้ทีเรียนอยู่ในสายตาและกำมือของพี่น้อง (เซอร์ซี,จิมมี่) ผู้กุมอำนาจ อีกทางเพื่อให้บิดา ก็คือไทวิน ได้หน้าว่ามีสะใภ้ที่มีสกุลลุนชาติกับเขาเสียที  ในขณะที่ทีเรียน ไม่ได้รักหรือชมชอบซานซ่าในแบบฉันท์ชู้สาว เพียงแต่สงสารและเห็นใจเธอ เนื่องจากเธอเป็นบุตรสาวคนโตของเนด สตาร์ก ที่กลายเป็นเหยื่อ โดนกระทำทารุณ อย่างเหี้ยมโหดโดยครอบครัวพี่น้องของตนเอง จึงต้องการช่วยเหลือและไถ่โทษให้กับซานซ่า ด้วยการรับซานซ่ามาเป็นภรรยาของตนเอง อย่างน้อยก็จะได้ดูแลและคุ้มครองเธอให้รอดจากการถูกกลั่นแกล้งของจอฟฟรีย์ได้  

ในเหตุการณ์สลายชุมนุม 7 ตุลาของกลุ่มพันธมิตร มีจำเลยที่เป็นผู้บงการการอยู่เบื้องหลังสังหารพี่น้องชาวพันธมิตร ดังนี้

1.เซอร์ซี,จอฟฟรีย์,ไทวิน แลนนิสเตอร์ จำเลยที่ 1  ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุด
2.ทีเรียน แลนนิสเตอร์  จำเลยที่ 2 ในฐานะนายกฯ หรือหัตถ์ของพระราชา
3.เซอร์เกรกอร์ คลีเกน หรือ เดอะเมาเท่น   จำเลยที่ ในฐานะผบ.อว ผุ้บัญชาการกองกำลังอัศวินแห่งเวสเทอรอส
4.เซอร์แซนเดอร์ คลีเกน หรือเดอะฮาวน์    จำเลยที่  ในฐานะ ผบช.น.คิงแลนด์ดิ้ง
5.สแตนนิส บาราธอร์น จำเลยที่ 5 ในฐานะคนทรยศ ฆ่าลอร์ดเรนลี และนำกองทัพบางส่วนถอนกำลังออกไป ทำให้กองกำลังของพันธมิตรแตกพ่าย

บริแอนน์และแคทลิน นั้นแค้นฝังหุ่นกับรายชื่อข้างบนมาก ชาตินี้เธอขอเอาคืนบุคคลเหล่านี้ให้จงได้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมนั้น เนด สตาร์ค ถูกคำสั่งประหารชีวิตจากคิงจอฟฟรีย์ และก่อนตายเนด ได้สั่งเสียให้ลูกเลี้ยงของเขา หรือบุตรนอกสมรสที่ชื่อ จอน สโนว์ เดินทางไปยังหน่วยพิทักษ์ราตรี หรือ night watch เพื่อไปเป็นผู้บัญชาการที่นั่น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ส่งไปยัง 3 จว.ชายแดนภาคใต้ของแดนสาระขัณฑ์นั่นแหละ นัยหนึ่งก็ต้องการให้บุตรคนนี้ของตนมีศักดิ์ศรี มีที่ยืน และมีกองกำลังเป็นของตนเอง และได้เป็นใหญ่ที่นั่น เพราะเส้นทางของเขาจะทับซ้อนกับร็อบบ์ บุตรชายคนโตแท้ๆ ของเขาไม่ได้ เพราะร็อบบ์ถูกวางตัวให้เป็นคิงแห่งวินเทอร์เฟลอยู่ก่อนแล้ว  อีกทางนึงต้องการให้จอน สโนว์ได้ไปฝึกฝนความอดทน แข็งแกร่ง และเป็นคนที่สามารถสร้างตนเองได้ด้วยฝีมือของตนเอง ไม่ต้องพึ่งบารมีพ่อเลี้ยงอย่างตน และความสำคัญของหน่วยพิทักษ์ราตรีก็คือหน้าที่ป้องกันดินแดนจากพวกคนเถื่อน หรือก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนทางภาคใต้  โอ้ว....อ่านแล้วงงมั๊ยครับ คนแต่งยังงงเองเลย เวียนหัวมากๆ




เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่ 2 ฉากที่ ปราการแห่งริเวอร์รัน บ้านตระกูลเฟรย์

คิงร็อบบ์ สตาร์ค หรือราชันย์แห่งแดนเหนือ King of Winterfell ไปชอบผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง คืบหน้าไปจนถึงมีการหมั้นหมายว่าจะแต่งงานกัน แต่ว่าลอร์ดวัลเดอร์ เฟรย์ เป็นลอร์ดแห่งดินแดนท่าข้ามหรือ River Run  ยืนคำขาดต่อแคทลิน และร็อบบ์ว่า ต้องให้ร็อบบ์นั้นแต่งงานกับบุตรสาวของตน คือต้องการดองกัน อยากได้ร็อบบ์เป็นลูกเขย เพื่อแลกกับการที่จะให้ตระกูลเฟรย์เข้าร่วมเป็นพันธมิตรและสนับสนุนการขึ้นเป็นใหญ่ของร็อบบ์ แต่ร็อบบ์ปฏิเสธ โดยอ้างว่าตนเองมีคู่หมั้นหมายแล้ว และได้พาเธอมาร่วมในงานเลี้ยงที่ตระกูลเฟรย์เลี้ยงต้อนรับด้วย ซึ่งเป็นการหยามเกียรติซึ่งหน้าต่อวัลเดอร์เฟรย์ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าตาเฒ่าวัลเดอร์เฟรย์ ซึ่งเป็นเฒ่าตัณหากลับ เอาลูกเป็นเมีย จนออกลูกออกหลานเต็มตระกูล กว่า 100 กว่าคน ทำให้บรรดาลูกหลานที่เป็นผู้หญิงของบ้านนี้ ล้วนเป็นโสดเป็นหม้ายกันเต็มบ้านไปหมด อีกทั้งหน้าตาก็ยังเหมือนๆ กันไปหมด เพราะมีทั้งแฝด 3 แฝด 4 และแถมลูกสาวของตนบางคนก็เอามาเป็นเมีย จนเกิดออกดอกออกผล หน้าตาเหมือนกันยังกับแกะเต็มบ้านไปหมด กลายเป็นชาติพันธุ์ที่มียีนส์ด้อย โดยมีเชื้อตัวผู้มาจากคนๆ เดียวกันเต็มบ้านไปหมด  เมื่อร็อบบ์ปฏิเสธ โดยไม่ฟังคำทัดทานจากแคทลิน เพราะเกรงว่าลอร์ดวัลเดอร์เฟรย์ คงจะไม่ร่วมเป็นพันธมิตร  แต่ใครจะไปคาดคิดในคืนวันที่เรียกว่าวิวาห์เลือด Red Wedding  วัลเดอร์เฟรย์จะร่วมมือกับตระกูลโบลตัน ทำการวางแผนปิดประตูตีแมว ทำการสังหารโหดครอบครัวสตาร์ค ทั้งแม่ลูก คือแคทลิน ร็อบบ์ และว่าที่คู่หมั้น จนเสียชีวิตทั้งหมดในงานเลี้ยงเลือด ที่เหี้ยมอำมหิตและโหดร้ายฝุดๆ โดยที่อาร์ย่าแอบมาได้ยิน แต่แม้นไม่เห็นเหตุการณ์ แต่ก็รับรู้ได้ว่า มารดากับพี่ชายถูกลอบสังหารโดย 2 ตระกูลผู้ทรยศ ก็คือตระกูลเฟรย์ กับโบลตัน  แต่ว่าอาร์ย่ามาพบเจอกับเดอะฮาวน์ เลยถูกเดอะฮาวน์จับตัวไป


ขอจบองค์ที่ 2 แต่เพียงเท่านี้ เรื่องมันยาวมากๆ จะแต่งจนจบมั๊ยเนี่ย ต้องติดตาม


  

เกมออฟทน (นิยายแปลง) ตอนที่ 1


จากนวนิยายแฟนตาซี/ซีรีส์อันโด่งดัง Game of Thrones มหาศึกชิงบัลลังก์ สู่การแปลงเป็นนิยายแสบๆ คันๆเรื่อง เกมออฟทน มหาศึกปากมัน ณ แดนสาระขัณฑ์

บทเกริ่นนำ

ณ สาระขัณฑ์ ดินแดนแห่งความขบขัน น่าอับอาย น่าสมเพทของใครบางคน และเสียงกรีดร้องเศร้าสะพรึง เครือไปกับเสียงหัวเราะ ขบขันในความโง่งม จมปรัก ดักดาน ไร้ศักดิ์ศรี ดินแดนที่มีผู้นำบ้องตื้น ไร้น้ำยา นักการเมืองหน้าด้าน หน้าทน แวะเวียนกันเข้ามากอบโกยผลประโยชน์อย่างไร้ยางอาย ไร้เกียรติและศักดิ์ศรี ไร้ความดีและคุณธรรม อย่ามาถามหาจรรยาบรรณ แต่เปลือกนอกถูกฉาบโรยด้วยภาพลักษณ์ ความเป็นคนดี ซื่อสัตย์มือสะอาด มีคุณธรรม มืออาชีพ เป็นผู้เสียสละ เข้ามาสร้างผลประโยชน์ให้กับประชาชนและบ้านเมือง ไม่คิดหาประโยชน์เข้าพวกพ้อง ไม่เล่นพรรคเล่นพวก ซึ่งขณะกำลังนั่งพิมพ์อยู่นี้ ผู้เขียนยังขบขันอยู่เลย อยากจะหัวเราะให้ตกเก้าอี้ ช้ากว่านี้คงไม่ได้การณ์แล้ว อดรนทนไม่ไหว เลยคิดพล็อต เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาซะเลย ไปลองอ่านลิเกเรื่องนี้กันดูนะครับ
ฮันเล วังกา เมื่อแขกเขามา ต้องไปดูลิเก เต๊งเตงเต่งเต๊ง เตงเต่งเต๊งเตงเตง


เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่ 1 ฉากที่ 1 ตั้งแถวรับเสด็จ หน้าประตูวัง วินเทอร์เฟล
เมื่อแก๊งค์กวางมูสกับสุนัขโลกันตร์ต้องการทำงานให้กับบ้านเมือง นับแต่นั้นชาวประชาเวสเทอรอสก็ต้องทุกข์ระทมจวบจนบัดนี้

เปิดเรื่องมาที่คิงโรเบิร์ต กษัตริย์แห่งเวสเทอรอส เดินทางจากคิงแลนด์ดิ้ง มาเพื่อเกลี้ยกล่อมเน็ดเอ็ดดาร์ก สตาร์ค ลอร์ดแห่งวินเทอร์เฟล สหายรุ่นน้อง ที่ร่วมทำรัฐประหารมาด้วยกัน การเดินทางมาของคิงโรเบิร์ต ก็เพื่อมาเชื้อเชิญให้เน็ด เอ็ดดาร์ก สตาร์ค มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่เมืองหลวง คือ คิงแลนด์ดิ้ง 

เน็ด : “ถวายบังคม ฝ่าบาท เหตุใดจึงเสด็จมา โดยมิได้แจ้งหมายกำหนดล่วงหน้า ขอประทานอภัย ที่กระหม่อมมัวแต่ เต้นแอโรบิค กับเมีย อยู่หลังครัว กว่าจะแต่งเนื้อแต่งตัว ออกมาต้อนรับ ก็เลยล่าช้า ขอประทานอภัยด้วยเถิด พะยะค่ะ” 

โรเบิร์ต : “ไม่ต้องพิธีรีตองหรอก เน็ด เรามันคนกันเองอยู่แล้ว ที่ข้ามาวันนี้ ก็มีเรื่องสำคัญจะมาเชิญเจ้าให้ไปรับตำแหน่งสำคัญที่คิงแลนด์ดิ้งหน่อย เจ้าอย่าปฏิเสธข้านะ” 

เน็ด : “เดี๋ยวก่อน ฝ่าบาท ตำแหน่งสำคัญอะไรกัน”

โรเบิร์ต : “ก็ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของเวสเทอรอสนั่นแหละ เทียบได้กับหัตถ์ของพระราชาเชียวนะ”

เน็ด : “แต่ฝ่าบาทก็รู้ กระหม่อมช่วยทำรัฐประหารมา ไม่ได้หวังลาภยศ เงินทอง หรือสิ่งตอบแทนใดๆ และกระหม่อมไม่อยากกลืนน้ำลายตัวเอง ที่เคยประกาศไว้ว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของดินแดนเวสเทอรอส เดี๋ยวพวกนักการเมืองทั้งหลาย ก็จะมากระแนะกระแหนกระหม่อมว่า กลืนน้ำลายตัวเองอีก”

โรเบิร์ต : “เฮ้ย...เน็ด เล็กน้อยน่า เรื่องนินทากาเล เหมือนเทน้ำ ใครมันจะพูดอะไร ปากหอยปากปู อย่าไปฟังมัน ถือว่าเราเข้ามาเพื่อเสียสละทำงานให้กับบ้านเมือง ใครจะพูดอย่างไรก็ช่าง”

เน็ด : “แต่ในเวลานี้ บรรดานกกระจอก สำนักสายลับทั้งหลายต่างคอยตั้งท่าจับผิดพวกเราอยู่ หาว่ากำลังเข้ามาสืบทอดอำนาจ เสวยอำนาจและผลประโยชน์ในเวสเทอรอส โดยอ้างประชาชนบังหน้า พะยะค่ะ”

โรเบิร์ต : “เฮ้ย....จะแคร์ทำไม เราทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเวสเทอรอส ด้วยการปฏิรูปเวสเทอรอสเสียใหม่ และก็ร่างธรรมนูญการปกครองใหม่ให้แก่เวสเทอรอส”

เน็ด : “ด้วยการเข้ามาเสวยสุข แบ่งปันผลประโยชน์กันเองในหมู่พวกเราหน่ะเหรอ ฝ่าบาท”

โรเบิร์ต : “อย่าเรียกว่า เสวยสุข แบ่งปันผลประโยชน์กันเอง ให้เรียกว่า คืนความสุข เราเข้ามาเพื่อคืนความสุขให้แก่ประชาชนชาวเวสเทอรอสทุกคน”

เน็ด : “แต่ว่า.....?”

โรเบิร์ต : “อย่าแต่ ข้าเชื่อว่า เจ้าทำได้ และทุกคนในคิงแลนด์ดิ้งจะยอมรับเจ้า”

เน็ด : “จริงเหรอ ที่ทุกคนจะเชื่อถือกระหม่อม อย่างน้อยควีนเซอร์ซี่ ก็คงจะไม่พอใจ ที่กระหม่อมจะไปรับตำแหน่งนี้อย่างแน่นอน ควีนเซอร์ซี่ไม่ค่อยชอบหน้ากระหม่อมเท่าไหร่เลย”

โรเบิร์ต : “อย่าไปสนใจเซอร์ซี่ แม้แต่ตัวข้ายังไม่สนใจเลย วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับน้องชายตัวเอง”

เน็ด : “มิน่าเล่า! ถึงโดนสวมเขาอยู่ ไม่รู้เลยเหรอเนี่ย ว่าเมียตัวเองกับน้องเมียเป็นอะไรกัน”

โรเบิร์ต : “นี่นายพูดกระซิบกระซาบอะไรกัน ข้าได้ยินนะ ยิ่งเป็นโรคหูแว่วอยู่ด้วย ไหนว่ามาซิ นินทาอะไรข้า นี่กระทำต่อหน้าข้าเลยนะ”

เน็ด : “อ๋อ....เปล่าหรอก กระหม่อมเพียงแต่ กล่าวชื่นชมพระโอรสจิฟฟี่ ที่มีปรีชาสามารถมาก เหมือนพระราชบิดาไม่มีผิดเพี้ยนเลย”

โรเบิร์ต : “เออใช่ จิฟฟี่มีของเยอะ ของกินก็เยอะ จอดรถก็สะดวกดี ไอ้บ้าเอ๊ย! ลูกกูชือ จ็อฟฟรีย์ ไม่ใช่จิฟฟี่ มึงเรียกผิดอีกแล้วนะ”

เน็ด : “ขอประทานอภัยกระหม่อมด้วย จำชื่อพระโอรสผิดอีกแล้ว”

โรเบิร์ต : “ดูเหมือนนายจะชมชอบ ลูกชายคนนี้ของข้ามากเลยใช่มั๊ย”

เน็ด : “ถุย! ไอ้เด็กเกรียนเนี่ยนะ ถ้าไม่ใช่ลูกท่าน กูกะจะตบกบาลเสียให้เข็ด”

โรเบิร์ต : “เอาเป็นว่า พรุ่งนี้เช้าเดินทางขึ้นมาที่คิงแลนด์ดิ้งเพื่อรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเลยนะ” โรเบิร์ตเดินทางกลับคิงแลนด์ดิ้ง

เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องค์ที่ 1 ฉากที่ 2 ในบ้าน

เน็ดเข้าไปบอกลาแคทลิน เมียรักของตนกับลูกๆ ว่าจะเดินทางเข้าคิงแลนด์ดิ้ง ตามคำเชิญของคิงโรเบิร์ต เพื่อไปรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

แคทลิน : “พี่คิดดีแล้วเหรอ จะไปรับตำแหน่งนายกฯ มันไม่ได้สวยหรู อย่างที่พี่คิดหรอกนะ บรรดาข้าราชการในคิงแลนด์ดิ้งล้วนแล้วแต่เสือสิงห์กระทิงแรด อีกทั้งนังราชินีเซอร์ซี่กับลูกชายจอมเกรียนของเขา ก็ดูจะไม่ชอบขี้หน้าครอบครัวของเรา แล้วพี่ยังคิดจะไปอีกเหรอ”

เน็ด : “ข้าฝืนพระบัญชาไม่ได้หรอก อีกทั้งตอนนี้ฝ่าบาท ทรงไม่มีใครช่วยเหลืองานเลย ผบช.กองทัพ ที่เป็นมือขวาของฝ่าบาทก็เพิ่งมาเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ฝ่าบาทจึงมิอาจจะวางใจใครได้”

แคทลิน : “ถ้าเช่นนั้น พี่ก็ระวังตัวเองด้วยก็แล้วกัน ข้ากับร็อบบ์ อยู่ทางนี้ จะคอยให้กำลังใจพี่”

เน็ด : “พี่จะเอาซานซ่า อาร์ย่า และแบรน ไปอยู่ด้วยกันกับพี่นะ”



เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องค์ที่ 1 ฉากที่ 3 ในท้องพระโรง แห่งบัลลังก์ดาบเหล็ก

วันรุ่งขึ้น เน็ดเดินทางเข้าสู่คิงแลนด์ดิ้ง มีผู้คนทั้งข้าราชการ อัศวินและประชาชนมาตั้งแถวรอรับและแสดงความยินดีที่เน็ด เอ็ดดาร์ก สตาร์ค จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี เน็ดเข้าเฝ้าราชินีเซอร์ซี และโอรสจอฟฟรีย์ ตลอดจนได้เผชิญหน้ากับลอร์ด ปีเตอร์ เบลิซ คู่ปรับหัวใจของเขาในอดีต บัดนี้ลอร์ดปีเตอร์ เบลิซ เป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ และกระทรวงการคลัง อีกทั้งเป็นผู้วางนโยบายด้านเศรษฐกิจของเวสเทอรอส ทำให้เน็ดต้องทำงานร่วมกับเขา แต่ก็ไม่ชอบอุปนิสัยใจคอ ที่เป็นคนกะล่อน ปลิ้นปล้อน มีเล่เพทุบาย ฉลาดแกมโกงอยู่ตลอดเวลา ส่วนลอร์ดแวเรียส ดูแลงานด้านสาธารณสุข สังคม และการต่างประเทศ เน็ดจึงต้องเดินทางเข้าพบทั้งลอร์ดปีเตอร์ และลอร์ดแวเรียส ในฐานะ รมต.ที่จะต้องเข้ามาดูแลงานที่สำคัญในเวสเทอรอส 

เน็ด : “ข้าต้องการให้มีการปฏิรูปเวสเทอรอสให้เสร็จใน 1 ปี ร่างรัฐธรรมนูญใหม่และจัดให้มีการเลือกตั้งหลังจากนั้น”

ลอร์ดปีเตอร์ : “งั้นท่านนายกฯ ก็ตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเสียก่อนสิ 1 ปีไม่มีทางเสร็จหรอก จะช้าจะเร็วก็ขึ้นอยุ่กับ แม่น้ำ 5 สายที่ท่านจะจัดตั้งขึ้นมา ว่าจะทำงานได้เร็วตามกำหนดที่ท่านต้องการหรือไม่”

เน็ด : “แม่น้ำ 5 สายคืออะไร ปิงวังยมน่านเจ้าพระยาเหรอ”

ลอร์ดปีเตอร์ : “ไม่ใช่มันคือ แม่น้ำไรน์ เซน ลัวร์ เอลเบ และดานูปมั๊ง จะบ้าเหรอ แม่น้ำ 5 สายหมายถึงองค์กรทางรัฐธรรมนูญที่จะตั้งขึ้นมาวางโครงสร้าง ปฏิรูปประเทศ ประกอบด้วย สายที่ 1 สภานิติบัญญัติแห่งเวสเทอรอส สายที่ 2 คณะรัฐมนตรีแห่งเวสเทอรอส สายที่ 3 สภาปฏิรูปแห่งเวสเทอรอส สายที่ 4 คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และสายที่ 5 คณะกวางมูสและสุนัขป่าโลกันตร์ โดยทั้ง 5 องค์กรมีที่มาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรเวสเทอรอส (ฉบับชั่วคราว) ค.ศ. 1417 ซึ่งเปรียบเสมือนต้นทาง หรือ ต้นกำเนิดของแม่น้ำทั้ง 5 สาย ท่านเข้าใจหรือยัง”

เน็ด : “โอเคดีแล้ว ข้าจะมอบหมายท่านไปจัดตั้งบุคลากรให้ได้ครบตามแม่น้ำ 5 สาย จากนั้นเราจะเดินตามโรดแม็ป นี้ต่อไป”

ลอร์ดปีเตอร์ : “ดูท่านนายกฯ จะไว้วางใจคนง่ายไปหน่อยมั๊ย ท่านไม่กลัวข้าวางยาท่านเหรอ”

เน็ด : “ไม่อ่ะ ข้าไว้วางใจท่าน ข้ารู้ว่าท่านคงไม่ซี้ซั้วทำอะไรนอกลู่นอกทาง หรือวางยาข้าหรอก เพราะว่าหากท่านทำเช่นนั้น ท่านคงรู้ว่า เมียข้าเช็คบิลท่านตายแน่ๆ”

จบ องก์ที่ 1 ไว้มาต่อตอนถัดไป



วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560

12 สิงหา มหาราชินี


สิริกิติ์ พระนามนี้ คือแม่พระ(หลวง)
ไม่เคยละ ทิ้งปวงชน ที่ทรงห่วง
ทรงเสด็จ ถิ่น(ทุร)กันดาร หมั่นเยี่ยมเยือน
ไม่ลืมเลือน พสกนิกร ของราชินี (พระองค์)

เฉลิมพระชนม์ 85 พรรษา เวียนบรรจบ
ประนบน้อม อภิวันท์ พระคุณศรี
ระลึกถึง ศิลปาชีพ บุญบารมี
กราบสดุดี ถวายพระพร ทรงพระเจริญ

เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10


อีกทั้งวันนี้ยังกำหนดให้เป็น "วันแม่แห่งชาติ"

คําขวัญวันแม่ 2560 เนื่องในวันแม่แห่งชาติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2560 เพื่ออัญเชิญลงหนังสือวันแม่แห่งชาติ ปี 2560 ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดังนี้..

"สอนให้ลูก เรียนรู้ สู้ปัญหา
พัฒนา ด้วยตน จนเติบใหญ่
เพราะคนแกร่ง จะก้าว ได้ยาวไกล
เพื่อมาเป็น กำลังไทย ให้แข็งแรง"


ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า บล็อกหยิกแกมหยอก



วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

28 กรกฎา เฉลิมพระชนม์พรรษา องค์พระราชา





เนื่องด้วยวันคล้ายวันพระราชสมภพของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 
เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนม์มายุ 65 พระชันษา

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายพระพร 
ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า บล็อก หยิกแกมหยอก