วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เกมออฟทน (นิยายแปลง) ตอนที่ 2




เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่ 2 ฉากที่ 1  ที่บ้านของครอบครัวสตาร์ค ณ วินเทอร์เฟล

เมื่อกองทัพฝ่ายพันธมิตร ถูกสลายการชุมนุม และใบสั่งตามเช็คบิลรายบุคคล

แคทลิน :  “ลูกแม่เป็นอย่างไรบ้าง คุณหมอ แบรนจะหายเป็นปกติมั๊ย”

หมอหลวงประจำตระกูล :  “คุณชายร่วงหล่นมาจากปราสาทหอคอยที่สูงมาก ร่างหล่นกระแทกลงสู่พื้น ดีว่ากระทบกระเทือนเพียงช่วงล่าง แต่อาจพิการเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิตครับ พระมเหสี”

แคทลิน :  “ปกติแบรน ไม่ใช่เด็กดื้อเด็กซนอะไรเช่นนั้น ฉันไม่มีทางเชื่อว่าเขาจะปีนขึ้นไปเล่นบนต้นไม้สูงโดยลำพัง และการตกจากปราสาทคอคอยสูงที่จุดเกิดเหตุ ก็ใกล้กับปราสาทของราชินีเซอร์ซี เป็นไปได้มั๊ยว่าแบรน จะถูกผลักตกลงมาจากช่องหน้าต่าง”

หมอหลวงประจำตระกูล :  “มีความเป็นไปได้ทั้งหมดครับ ฝ่าบาท แต่เราไม่มีพยานหลักฐาน ไม่มีใครสามารถเป็นพยานได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณชาย ตอนนี้คงได้แต่รักษาไปตามอาการ พะยะค่ะ”
ทหารเดินเข้ามาแจ้งต่อพระมเหสีแคทลินว่า คุณนายบริแอนน์ จะขอเข้าพบ พระมเหสีจึงได้ออกไปจากห้องนอนของแบรน และออกไปพบกับบริแอนน์ อัศวินหญิงคนสนิทของลอร์ดเรนลี ซึ่งเป็นน้องชายของคิงโรเบิร์ต

บริแอนน์ :  “พระมเหสี เราจะนัดไปรวมพลกันวันที่ 7 ตุลา เพื่อไปชุมนุมกันต่อต้านอำนาจของจอฟฟรีย์ ที่จะเสด็จขึ้นครองราชย์แทนคิงโรเบิร์ต ที่เพิ่งสิ้นพระชนม์ไปด้วยถูกหมูป่าแทงเข้าที่ช่องท้อง จนเป็นบาดแผลฉกรรจ์ติดเชื้อ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นพระชนม์ไปกลางดึก จากนั้นราชินีเซอร์ซี่รีบรวบรัดอำนาจ สั่งการให้สภาเสนอชื่อแต่งตั้งรัชทายาทองค์โต จอฟฟรีย์ ขึ้นครองราชย์แทน โดยไม่ฟังคำทักท้วงจากท่านลอร์ดเนด (นายกรัฐมนตรี) ของเราเลย งานนี้ พวกเราจึงยอมไม่ได้ ที่จะยินยอมให้บ้านจันทร์ส่องหล้า เข้ามารวบอำนาจไปอยู่ในมือของพวกมัน อีกทั้งจอฟฟรีย์ มิเพียงเป็นนอมินีของตระกูลแลนนิสเตอร์ แต่มันยังเป็นเชื้อชั่วที่ไม่มีสิทธิ์และความชอบธรรม ที่จะได้ครองบัลลังก์อีกด้วย”

แคทลิน :  “เอาเถอะ แล้วจะมีใครมาบ้างหล่ะ”

บริแอนน์  :  “ฝ่ายพันธมิตรของเรา จะประกอบไปด้วยกองทัพของท่านลอร์ดสแตนนิส  กองทัพของลอร์ดเรนลี (ฝ่ายเดียวกับบริแอนน์)  กองทัพของตระกูลบอลตัน  กองทัพของตระกูลเฟรย์  กองทัพของตระกูลเกรย์จอย และตระกูลไทเรล (ที่พระชายาและพี่ชายสนิทสนมอยู่กับลอร์ดเรนลี) และกองทัพของตระกูลทัลลี เมื่อรวมกันเราจะสามารถโค่นล้มฝ่ายที่กุมอำนาจอยู่ในคิงแลนด์ดิ้งได้สำเร็จ โดยเราจะชูให้คุณชายร็อบบ์ ลอร์ดแห่งวินเทอร์เฟล ขึ้นเป็นคิงออฟเวสเทอรอสแทน”



เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่ 2 ฉากที่ 2 บริเวณรัฐสภา ท้องพระโรง คิงแลนด์ดิ้ง

ในวันที่ 7 ตุลา กองทัพของเหล่าบรรดาพันธมิตรทุกฝ่ายต่างมาชุมนุมกันอยู่หน้ารัฐสภาของวินเทอร์เฟล ที่ซึ่งจอฟฟรีย์จะต้องเข้าไปสาบานตน รวมถึงแถลงการณ์ และรับตำแหน่งกษัตริย์พระองค์ใหม่ของเวสเทอรอส กองทัพของราชสำนักคิงแลนด์ดิ้งที่กุมอำนาจอยู่ต้องเผชิญการต่อต้านจากกองทัพฝ่ายพันธมิตรที่อยู่ภายนอก เกิดการต่อสู้กัน เพื่อขัดขวางไม่ให้จอฟฟรีย์ขึ้นครองราชย์  เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง

ทีเรียน :  “พวกท่าน นี่ข้างนอกเขากำลังจะฆ่ากันตาย เป็นสงครามเลือดกันอยู่ข้างนอกเนี่ย พวกท่านยังปรีด์เปรม มีหน้ามาเฉลิมฉลองให้กับการขึ้นครองราชย์อยู่อีกเหรอ จะไม่ออกไปดูดำดูดีราษฏรข้างนอกบ้างเลยเหรอ”  ทีเรียนเป็นเชื้อพระวงศ์เพียงคนเดียวของราชสำนัก และในพระราชพิธีราชาภิเษก ที่ออกมาค้านการขึ้นครองราชย์ของจอฟฟรีย์ และยังท้วงติงว่าตอนนี้ ข้างนอกกำลังมีเรื่องปะทะกันอยู่ ให้หยุดหรือเลื่อนพิธีออกไปก่อน และให้ฝ่ายผู้กุมอำนาจออกคำสั่งให้กองทัพอัศวินยุติการสลายการชุมนุมที่อยู่ด้านนอกรัฐสภาโดยด่วน แต่หามีใครฟังไม่

เซอร์ซี  :  “จะสนใจไปทำไม ตอนนี้เรากำลังอยู่ในพิธีสถาปนาคิงคนใหม่ ในฐานะหัตถ์ของพระราชา คนใหม่ ขอให้ท่านอย่าเสียมารยาทด้วย พิธีการจะต้องดำเนินต่อไป”

จอฟฟรีย์  :  “ข้าขอบพระคุณทุกท่าน ที่มาอยู่ร่วมเป็นเกียรติให้ข้าในวันนี้ ข้าขอสาบานตนว่าจะเป็นกษัตริย์ที่ดี ของชาวประชาเวสเทอรอสสืบไป มาร่วมดื่มฉลองกัน เชียร์”

บรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์    “ขอให้คิงจอฟฟรีย์จงเจริญ ๆ ๆ”


โดยที่ไม่ใครคาดคิด ฝ่ายราชสำนักใช้แก๊สน้ำตาที่หมดอายุแล้ว ระดมยิงใส่กองทัพของฝ่ายพันธมิตรจนแตกกระเจิงกันไปคนละทิศคนละทาง เนื่องจากเป็นอาวุธร้ายแรง และไม่คาดคิดว่าจะถูกนำมาใช้ในการสลายการชุมนุม และไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า ไม่มีการเจรจา แม้ว่ากองทัพของทางฝ่ายพันธมิตรจะส่งทูตมาขอเจรจาสงบศึก ก็ไม่เป็นผล การถูกระดมยิงด้วยอาวุธทีทันสมัยและรุนแรงกว่า ทำให้กองทัพของฝ่ายพันธมิตรบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก แม้จอฟฟรีย์จะได้รับการสถาปนาเข้าพิธีสวมมงกุฎเป็นกษัตริย์และได้รับการรับรองจากสภาจนเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม เหล่าบรรดาอัศวินของราชสำนัก ที่อ้างตนว่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ของเวสเทอรอสก็ยังไม่รามือจากการระดมยิงเข้าสลายการชุมนุมนี้ ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ จนทัพของฝายพันธมิตรต้องปราชัยแตกพ่าย และสูญเสียชีวิตไพร่พลและคนที่รักไปเป็นจำนวนมาก

“ยิงมันเข้าไป เอาให้ตาย มันทนได้ ทนไป”

“พี่อัศวินครับ ผมขอชีวิตด้วย ผมยอมแพ้แล้ว”

เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่ 2 ฉากที่ 3 ที่แคมป์กระโจมรวมพลของตระกูลสตาร์ค

ทางด้านบริแอนน์ กับแคทลินยังเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตกตะลึงเมื่อเห็นชะตากรรมของเพื่อนๆพี่น้องต้องสูญเสียแขนขาด ขาขาด จากพิษสงของแก๊สระเบิดจำนวนหลายลูก ราวกับทำสงครามแย่งชิงเมืองมิหนำซ้ำยังต้องมาเผชิญเหตุซึ่งหน้า กับการเสียชีวิตของลอร์ดเรนลี่ ซึ่งถูกภูตผีพรายลอบทำร้ายแทงเข้ากลางพระอุระของลอร์ดเรนลีจนสิ้นพระชนม์ไปต่อหน้าต่อตา ตอนแรกทุกคนยังตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก แต่พอตั้งสติได้ ทุกคนพอจะล่วงรู้ว่าที่แท้เป็นฝีมือของลอร์ดสแตนนิส ที่หักหลังพวกเดียวกัน อาศัยนางแม่มดแดง ส่งภูตผีพรายมาลอบทำร้ายลอร์ดเรนลี (พระอนุชาของตนเอง) จนเสียชีวิต ตอนนี้สถานการณ์ของฝ่ายพันธมิตรดูจะเลวร้ายลง เพราะบรรดาแนวร่วมพันธมิตรต่างแตกกระสานซ่านเซ็น ไปกันคนละทิศละทาง โดยฝ่ายของลอร์ดสแตนนิส ไปตั้งตัวเป็นพระราชาอยู่ที่ดราก้อนสโตนแทน ทหารบางส่วนของลอร์ดเรนลี่แปรภักดิ์ไปเข้าร่วมกับลอร์ดสแตนนิสเป็นส่วนใหญ่ แต่บริแอนน์ขอมาติดตามเป็นข้ารับใช้ให้กับตระกุลสตาร์คของลอร์ดร็อบสตาร์ค ที่ตั้งตนเป็นราชันย์แห่งแดนเหนือ อยู่ที่วินเทอร์เฟลเช่นกัน

เวลาต่อมาจิมมี่ แลนนิสเตอร์ ถูกบริแอนน์จับตัวได้ และนำตัวไปมอบให้กับแคทลินและร็อบบ์ เพื่อแก้แค้นที่สืบทราบว่าเขาเป็นคนผลักแบรนตกจากช่องหน้าต่างของปราสาทหอคอยที่คิงแลนด์ดิ้งจนต้องพิการ และเขายังเป็นฝ่ายเดียวกับคิงจ็อฟฟรีย์ บริแอนน์ขอให้แคทลินสั่งประหารชีวิตจิมมี่เสีย แต่แคทลินไม่เห็นด้วย โดยออกอุบายว่า จะใช้เจมี่เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับการขอคืนซานซ่าและอาร์ย่า บุตรสาวของตนทั้ง 2 คนที่เวลานี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในคิงแลนด์ดิ้งในฐานะตัวประกัน โดยซานซ่ากลายเป็นคู่หมั้นจอฟฟรีย์ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นครองราชย์ ในขณะที่อาร์ย่ากลับหนีรอดออกมาจากคิงแลนด์ดิ้งได้สำเร็จ โดยถูกเหล่าอัศวินตามล่าตัวอยู่ และไม่มีใครรู้ว่าเวลานี้เธออยู่ที่ไหน


เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่ 2 ฉากที่ 4  ณ คิงแลนด์ดิ้ง ราชอาณาจักรเวสเทอรอส

บริแอนน์ปฏิบัติตามคำแนะนำของแคทลิน ควบคุมตัวเจมี่ไปส่งยังคิงแลนด์ดิ้งหวังว่าจะใช้เงื่อนไขขอแลกเปลี่ยนตัวเจมี่กับ 2 บุตรสาวตระกูลสตาร์คคืน แต่เมื่อมาถึงคิงแลนด์ดิ้งกลับไม่เป็นเช่นนั้น เจมี่พอได้รับการปล่อยตัว แต่ทางฝ่ายเซอร์ซี่และคิงจอฟฟรีย์ไม่ยินยอมคืนซานซ่าให้ ส่วนอาร์ย่าไม่อยู่แล้ว  คิงจอฟฟรีย์พอได้ขึ้นครองราชย์แล้วก็เขี่ยซานซ่าทิ้ง อ้างว่าเธอเป็นเพียงของเล่นที่ไม่มีค่า และย่ำยีเธอทุกวิถีทาง แถมยังคอยพูดจาถากถาง เยาะเย้ยเธอที่เนด บิดาของตนถูกตนเองสั่งประหารชีวิตไปแล้ว 
ตระกูลแลนนิสเตอร์ต้องการให้ตระกูลไทเรลมาเป็นพวก ไทวินจึงเจรจาพูดคุยผ่านคุณย่าโอแลนนาของตระกูลไทเรล ว่าต้องการให้จอฟฟรีย์อภิเษกสมรสกับมาเจอร์รี่ หลานสาวคุณย่า ซึ่งเป็นภริยาม่ายของลอร์ดเรนลี่ (เคยเป็นพระชายาของลอร์ดเรนลีที่เสียชีวิต) เพื่อดองกันเป็นพันธมิตร อีกทางนึงก็ดึงตระกุลนี้มาเป็นพวก ตัดกำลังของฝ่ายตระกูลสตาร์คหรือฝ่ายพันธมิตรให้อ่อนเปลี้ย ลดกำลังลง ส่วนซานซ่า (อดีตคู่หมั้นของจอฟฟรีย์ที่ถูกเขี่ยทิ้ง) ก็ถูกเซอร์ซี่และจิมมี่ ทาบทามให้มาเป็นภริยากับทีเรียน น้องชายคนเล็กของตระกูลแลนนิสเตอร์ เพื่อให้ทีเรียนมีเมียเสียที หลังจากเห็นน้องชายมักมีสัมพันธ์ลับๆ อยู่กับโสเภณีหญิงคนหนึ่ง ทางหนึ่งต้องการให้ทีเรียนอยู่ในสายตาและกำมือของพี่น้อง (เซอร์ซี,จิมมี่) ผู้กุมอำนาจ อีกทางเพื่อให้บิดา ก็คือไทวิน ได้หน้าว่ามีสะใภ้ที่มีสกุลลุนชาติกับเขาเสียที  ในขณะที่ทีเรียน ไม่ได้รักหรือชมชอบซานซ่าในแบบฉันท์ชู้สาว เพียงแต่สงสารและเห็นใจเธอ เนื่องจากเธอเป็นบุตรสาวคนโตของเนด สตาร์ก ที่กลายเป็นเหยื่อ โดนกระทำทารุณ อย่างเหี้ยมโหดโดยครอบครัวพี่น้องของตนเอง จึงต้องการช่วยเหลือและไถ่โทษให้กับซานซ่า ด้วยการรับซานซ่ามาเป็นภรรยาของตนเอง อย่างน้อยก็จะได้ดูแลและคุ้มครองเธอให้รอดจากการถูกกลั่นแกล้งของจอฟฟรีย์ได้  

ในเหตุการณ์สลายชุมนุม 7 ตุลาของกลุ่มพันธมิตร มีจำเลยที่เป็นผู้บงการการอยู่เบื้องหลังสังหารพี่น้องชาวพันธมิตร ดังนี้

1.เซอร์ซี,จอฟฟรีย์,ไทวิน แลนนิสเตอร์ จำเลยที่ 1  ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุด
2.ทีเรียน แลนนิสเตอร์  จำเลยที่ 2 ในฐานะนายกฯ หรือหัตถ์ของพระราชา
3.เซอร์เกรกอร์ คลีเกน หรือ เดอะเมาเท่น   จำเลยที่ 3  ในฐานะผบ.อว ผุ้บัญชาการกองกำลังอัศวินแห่งเวสเทอรอส
4.เซอร์แซนเดอร์ คลีเกน หรือเดอะฮาวน์    จำเลยที่ 4   ในฐานะ ผบช.น.คิงแลนด์ดิ้ง
5.สแตนนิส บาราธอร์น จำเลยที่ 5 ในฐานะคนทรยศ ฆ่าลอร์ดเรนลี และนำกองทัพบางส่วนถอนกำลังออกไป ทำให้กองกำลังของพันธมิตรแตกพ่าย

บริแอนน์และแคทลิน นั้นแค้นฝังหุ่นกับรายชื่อข้างบนมาก ชาตินี้เธอขอเอาคืนบุคคลเหล่านี้ให้จงได้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมนั้น เนด สตาร์ค ถูกคำสั่งประหารชีวิตจากคิงจอฟฟรีย์ และก่อนตายเนด ได้สั่งเสียให้ลูกเลี้ยงของเขา หรือบุตรนอกสมรสที่ชื่อ จอน สโนว์ เดินทางไปยังหน่วยพิทักษ์ราตรี หรือ night watch เพื่อไปเป็นผู้บัญชาการที่นั่น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ส่งไปยัง 3 จว.ชายแดนภาคใต้ของแดนสาระขัณฑ์นั่นแหละ นัยหนึ่งก็ต้องการให้บุตรคนนี้ของตนมีศักดิ์ศรี มีที่ยืน และมีกองกำลังเป็นของตนเอง และได้เป็นใหญ่ที่นั่น เพราะเส้นทางของเขาจะทับซ้อนกับร็อบบ์ บุตรชายคนโตแท้ๆ ของเขาไม่ได้ เพราะร็อบบ์ถูกวางตัวให้เป็นคิงแห่งวินเทอร์เฟลอยู่ก่อนแล้ว  อีกทางนึงต้องการให้จอน สโนว์ได้ไปฝึกฝนความอดทน แข็งแกร่ง และเป็นคนที่สามารถสร้างตนเองได้ด้วยฝีมือของตนเอง ไม่ต้องพึ่งบารมีพ่อเลี้ยงอย่างตน และความสำคัญของหน่วยพิทักษ์ราตรีก็คือหน้าที่ป้องกันดินแดนจากพวกคนเถื่อน หรือก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนทางภาคใต้  โอ้ว....อ่านแล้วงงมั๊ยครับ คนแต่งยังงงเองเลย เวียนหัวมากๆ




เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่ 2 ฉากที่ 5  ปราการแห่งริเวอร์รัน บ้านตระกูลเฟรย์

คิงร็อบบ์ สตาร์ค หรือราชันย์แห่งแดนเหนือ King of Winterfell ไปชอบผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง คืบหน้าไปจนถึงมีการหมั้นหมายว่าจะแต่งงานกัน แต่ว่าลอร์ดวัลเดอร์ เฟรย์ เป็นลอร์ดแห่งดินแดนท่าข้ามหรือ River Run  ยืนคำขาดต่อแคทลิน และร็อบบ์ว่า ต้องให้ร็อบบ์นั้นแต่งงานกับบุตรสาวของตน คือต้องการดองกัน อยากได้ร็อบบ์เป็นลูกเขย เพื่อแลกกับการที่จะให้ตระกูลเฟรย์เข้าร่วมเป็นพันธมิตรและสนับสนุนการขึ้นเป็นใหญ่ของร็อบบ์ แต่ร็อบบ์ปฏิเสธ โดยอ้างว่าตนเองมีคู่หมั้นหมายแล้ว และได้พาเธอมาร่วมในงานเลี้ยงที่ตระกูลเฟรย์เลี้ยงต้อนรับด้วย ซึ่งเป็นการหยามเกียรติซึ่งหน้าต่อวัลเดอร์เฟรย์ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าตาเฒ่าวัลเดอร์เฟรย์ ซึ่งเป็นเฒ่าตัณหากลับ เอาลูกเป็นเมีย จนออกลูกออกหลานเต็มตระกูล กว่า 100 กว่าคน ทำให้บรรดาลูกหลานที่เป็นผู้หญิงของบ้านนี้ ล้วนเป็นโสดเป็นหม้ายกันเต็มบ้านไปหมด อีกทั้งหน้าตาก็ยังเหมือนๆ กันไปหมด เพราะมีทั้งแฝด 3 แฝด 4 และแถมลูกสาวของตนบางคนก็เอามาเป็นเมีย จนเกิดออกดอกออกผล หน้าตาเหมือนกันยังกับแกะเต็มบ้านไปหมด กลายเป็นชาติพันธุ์ที่มียีนส์ด้อย โดยมีเชื้อตัวผู้มาจากคนๆ เดียวกันเต็มบ้านไปหมด  เมื่อร็อบบ์ปฏิเสธ โดยไม่ฟังคำทัดทานจากแคทลิน เพราะเกรงว่าลอร์ดวัลเดอร์เฟรย์ คงจะไม่ร่วมเป็นพันธมิตร  แต่ใครจะไปคาดคิดในคืนวันที่เรียกว่าวิวาห์เลือด Red Wedding  วัลเดอร์เฟรย์จะร่วมมือกับตระกูลโบลตัน ทำการวางแผนปิดประตูตีแมว ทำการสังหารโหดครอบครัวสตาร์ค ทั้งแม่ลูก คือแคทลิน ร็อบบ์ และว่าที่คู่หมั้น จนเสียชีวิตทั้งหมดในงานเลี้ยงเลือด ที่เหี้ยมอำมหิตและโหดร้ายฝุดๆ โดยที่อาร์ย่าแอบมาได้ยิน แต่แม้นไม่เห็นเหตุการณ์ แต่ก็รับรู้ได้ว่า มารดากับพี่ชายถูกลอบสังหารโดย 2 ตระกูลผู้ทรยศ ก็คือตระกูลเฟรย์ กับโบลตัน  แต่ว่าอาร์ย่ามาพบเจอกับเดอะฮาวน์ เลยถูกเดอะฮาวน์จับตัวไป


ขอจบองค์ที่ 2 แต่เพียงเท่านี้ เรื่องมันยาวมากๆ จะแต่งจนจบมั๊ยเนี่ย ต้องติดตาม


  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น