วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เกมออฟทน (นิยายแปลง) ตอนที่ 5



จากนวนิยายแฟนตาซี/ซีรีส์อันโด่งดัง Game of Thrones มหาศึกชิงบัลลังก์ สู่การแปลงเป็นนิยายแสบๆ คันๆเรื่อง เกมออฟทน มหาศึกปากมัน ณ แดนสาระขัณฑ์

เมื่อผู้กุมอำนาจในคิงแลนด์ดิ้งหลงติดอยู่ในกับดัก เสพติดอำนาจ ผลาญเงินงบประมาณ ประเคนสัมปทานให้กับมหาอำนาจ

บทสรุปเก็บตกเพิ่มเติมจากองก์ที่ 4 (ตอนที่แล้ว) ก่อนจะเข้าสู่องก์ที่ 5
-อาร์ย่าที่หนีออกจากคิงแลนด์ดิ้ง รอดพ้นเงื้อมมือของตระกูลแลนนิสเตอร์มาได้ ก็เป็นเพราะนักฆ่าพันหน้าจาเค็นช่วยเธอไว้ และสอนวิธีการเอาตัวรอดให้เธอ และรับปากเธอว่าจะสอนวิชาให้ ถ้าเธอยอมติดตามไปหาเขาที่เมืองบราวอส แต่ตอนนั้นอาร์ย่ายังไม่พร้อม โดยอ้างว่าต้องการไปหาพี่ชาย และช่วยแม่ช่วยน้องอีก 2 คนที่หายสาบสูญไป เวลาต่อมาเธอตามแม่กับพี่ชายไปถึงริเวอร์รันแล้ว แต่พบว่าแม่กับพี่ชายถูกลอบสังหาร จึงหลบหนีออกมาโดยได้รับการช่วยเหลือจากเซอร์แซนเดอร์ คลีแกน(เดอะฮาวน์) ที่มีจุดประสงค์จะจับกุมตัวเธอไปเรียกค่าไถ่ แต่ภายหลังเธอหนีจากเดอะฮาวน์มาได้ ระหว่างที่เดอะฮาวน์มาเจอกับบริแอนน์ บริแอนน์ไม่ชอบหน้าเดอะฮาวน์อยู่ก่อนแล้ว เพราะเป็นคนของแลนนิสเตอร์ และเกิดการต่อสู้กัน โดยเดอะฮาวน์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ได้รับบาดเจ็บตกจากหน้าผาลงไป อาร์ย่าฉวยโอกาสนั้นหลบหนีไปได้
- จอน สโนว์ ร่วมกับหน่วยพิทักษ์ราตรี อุทิศตัวทำทุกวิถีทางเพื่อพิทักษ์รักษาผากำแพงเอาไว้ให้รอดพ้นจากการรุกรานของกองทัพคนเถื่อน ระหว่างการต่อสู้ปะทะกันอย่างหนักหน่วง ด้วยว่า แมนซ์ เรย์เดอร์ นำทัพคนเถื่อนมามากกว่า 100,000 คน บุกมาเป็นระลอก ทำให้หน่วยพิทักษ์ราตรีแทบจะยันไม่อยู่ยื้อไม่ไหวกำลังจะเพลี่ยงพล้ำแล้ว ทันใดนั้น กองทัพของแสตนนิส บาราเทียน ก็บุกมาขัดขวางระงับศึกเอาไว้ได้ ขณะที่ศึกครั้งนี้ จอน สโนว์ ต้องสูญเสียคนรักสาว อิกริต ไปอย่างน่าเศร้า
-แดเนริส ทาร์แกเรียน เดินทางมาขอเจรจาซื้อกองกำลังทหารทาสจากนายทาส หลังจากที่พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง นายทาสต้องการเงิน เรียกร้องทรัพย์สินจากเดเนริสจำนวนมากเพื่อแลกกับทาส และขัดแย้งกันเรื่องการปลดปล่อยทาสผู้ไร้มลทินให้เป็นอิสระ นายทาสกลับดูถูกเหยียดหยามเธอ สุดท้ายยอมแลกมังกร 1 ตัว กับกองทัพผู้ไร้มลทิน แต่เดเนริสประกาศต่อหน้าทาสเหล่านั้นว่า ถ้ามาอยู่กับเธอ ต้องมาอยู่ด้วยใจภักดิ์ เป็นอิสระชน ไม่ต้องเป็นทาส แล้วปล่อยมังกรมาจัดการนายทาสจนตาย ยึดเมืองมิรีน พร้อมกับปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระได้สำเร็จ เดเนริสสืบรู้ว่า เซอร์จอราห์ มอมอนต์ อัศวินคนสนิท แท้จริงแล้วเป็นไส้ศึกคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของกองทัพเธอให้กับสายลับฝั่งเวสเทอรอสและโดยเฉพาะพวกแลนนิสเตอร์ ทำให้เธอตัดสินใจขับไล่เซอร์จอราห์ออกจากกองทัพ นอกจากนี้ยังมีปัญหามังกรที่หลุดออกไปเผาบ้านคร่าชีวิตชาวเมือง ทำให้แดเนริส ต้องล่ามโซ่ขังมังกรที่เหลือไว้ ส่วนชาวเมืองมิรีนก็ดูจะไม่ค่อยชอบใจการปกครองในแบบของเธอสักเท่าใด
-หลังจากหลบหนีออกจากวินเทอร์เฟลที่โดนเผาไป กลุ่มของโจเจ็น และ มีร่า รีด กับ แบรน สตาร์ค และโฮดอร์ มุ่งหน้าขึ้นเหนือตามหาอีกาสามตาที่ปรากฏในนิมิตร และสามารถไปถึงจุดหมายปลายทางและได้พบต้นดวงใจขนาดใหญ่ยักษ์ แต่ว่าพวกเขาต้องสูญเสีย โจเจ็น ที่ถูกผีโครงกระดูกฆ่าตายเสียก่อน ระหว่างต่อสู้กับผีโครงกระดูกนี่เอง เด็กแห่งพงไพรได้ปรากฏตัวช่วยเหลือกลุ่มของแบรนพร้อมกับพาไปพบอีกาสามตา

เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 5 ฉากที่ 1 ห้องทำงานของลอร์ดปีเตอร์ เบลิซ

ย้อนความกลับไป เมื่อตอนที่ไทวิน แลนนิสเตอร์เดินทางมาถึงคิงแลนด์ดิ้ง และเป็นผู้นำพิชิตศึกลำน้ำทมิฬ ที่พวกลอร์ดสแตนนิส ยกพลกองเรือมาตีคิงแลนด์ดิ้ง แล้วแพ้กลศึกของทีเรียน ทีเรียนได้ใช้ลูกไฟยิงเข้าใส่กองเรือของสแตนนิส จนทำให้กองเรือของสแตนนิสแตกพ่าย ก่อนที่กองกำลังของไทวินจะเข้ามาสมทบและไล่ถล่มจมกองเรือของสแตนนิสจนแพ้ราบคาบ จากนั้นไทวินปลดทีเรียนออกจากตำแหน่งหัตถ์ของพระราชา และแต่งตั้งตนเองเป็นแทน เวลาต่อมาลอร์ด ปีเตอร์เบลิซ มีแนวคิดที่จะเดินทางไปปราสาทเอียรี่ เพื่อไปรับใช้ไลซ่า แอริน จึงมาขอลาออกจากตำแหน่งขุนคลังของคิงแลนด์ดิ้ง ทำให้ไทวินเสนอให้ทีเรียนมารับตำแหน่งขุนคลังของราชสำนักแทนปีเตอร์เบลิซ แต่ตอนแรกทีเรียนไม่อยากเป็น เพราะเนื่องจากตนเองไม่มีความรู้ และไลฟ์สไตล์ก็เป็นคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เมื่อถูกบังคับจากพี่สาว (เซอร์ซี) กับพ่อ (ไทวิน) ให้มาเป็น ก็จำต้องรับตำแหน่ง แล้วเดินทางมาหาปีเตอร์เบลิซ เพื่อขอศึกษางาน และรับมอบงาน  
ปีเตอร์เบลิซ  : “ลอร์ดทีเรียน ผมไม่มีอะไรจะสอนคุณหรอก คุณหน่ะเก่งอยู่แล้ว”
ทีเรียน “ใครๆ ในดินแดนเวสเทอรอส ก็บอกตรงกันทั้งนั้นว่า คุณหน่ะเป็นขุนคลังที่หาเงินเก่ง และควบคุมค่าใช้จ่ายการเงินในคิงแลนด์ดิ้ง ได้ดีมาก จนได้รับคำกล่าวว่าเป็น มือขุนคลังที่เก่งที่สุดในเวสเทอรอส”
ปีเตอร์เบลิซ  “ใครกล่าวเช่นนั้น แสดงว่าคนที่กล่าวเช่นนั้น ไม่เคยรู้อะไรเลยเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของคิงแลนด์ดิ้งในเวลานี้”
ทีเรียน “ลอร์ดปีเตอร์ คุณหมายความว่าอย่างไร?
ปีเตอร์เบลิซ  “พวกเขามองเห็นแต่ภาพสวยหรูเบื้องหน้า ที่เห็นว่าเราหน่ะมั่งคั่งร่ำรวย ภาพลักษณ์การเป็นเมืองหลวง ศูนย์กลางของเวสเทอรอส แต่หารู้ไม่ว่า ข้างในมันต๊ะติ๊งโหน่งมากๆ หน่ะสิ”
ทีเรียน  “ในความเป็นจริงก็เป็นอย่างนั้นมิใช่เหรอ หรือว่า เรากำลังไม่มีเงินเดือนจ่ายข้าราชการ ภาษีเก็บไม่ได้ ต้องขึ้น vat เป็น 10% ต้องทำตัวเป็น เวสเทอรอส 4.0  ส่งเสริม start up ให้เกิดขึ้นในเวสเทอรอส ก็ในเมื่อเรากำลังมีรัฐธรรมนูญใหม่ของเวสเทอรอส กำลังจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วมิใช่เหรอ”
ปีเตอร์เบลิซ  “ลอร์ดทีเรียน จะเอาความจริง หรือตอแหล หล่ะ ผมจะได้บอกคุณถูก”
ทีเรียน  “เอาความจริงสิ ผมเป็นคนตรง ๆ และไม่ชอบการเสแสร้ง แกล้งอำ กันไปมา ของผู้มีอำนาจในเวสเทอรอส”
ปีเตอร์เบลิซ  “ประเทศเวสเทอรอสของเราเป็นสังคมเกษตรกรรม ถูกต้องมั๊ย เรากว่าจะขายข้าวโอ๊ต ข้าวบาเล่ย์ เก็บองุ่นไปขาย ขนเครื่องเทศเต็มเกวียน ขนหนังแกะวัวควายลงลำเรือไปขาย กว่าจะได้เงินมา เลือดตาแทบกระเด็น ได้ไม่กี่มากน้อย แต่ดูท่านผู้นำไทวิน ท่านอยากจะได้อาวุธแต่ละอย่างสิ เครื่องยิงลูกไฟ ไฟร์โวลด์ ,เรือดำน้ำ 3 ลำ, รถม้าความเร็วสูง 4 สาย ,อาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย ที่ต้องไปเจรจาซื้อจากชาติมหาอำนาจ แต่เรามีรายได้เพียงแค่นี้ สิ่งทีกำลังทำก็คือไปกู้เขามา ทั้งๆ ที่ประชาชนชาวเวสเทอรอสกำลังจะอดตาย ชักหน้าไม่ถึงหลัง หนี้ครัวเรือนบานเบอะ ในขณะที่รัฐบาลเวสเทอรอสกำลังสนุกกับการช็อปปิ้งซื้ออาวุธ”
ทีเรียน  “ก็ไหนพ่อบอกว่า จีดีพีโกรธของ เวสเทอรอสกำลังเติบโต สูงกว่า 3-4% มิใช่เหรอ”
ปีเตอร์เบลิซ “แต่มันเป็นจีดีพีโกรธของใครกันแน่ ของบรรดาเศรษฐีคหบดีที่มาตั้งโรงงานแล้วได้รับการยกเว้นภาษี จากนั้นผลิตของส่งออกไป โดยจ้างแรงงานราคาถูกของชาวต่างด้าวที่มาทำงานในเวสเทอรอส ถามว่าประชาชนรากหญ้าในเวสเทอรอส ได้อะไรจากจีดีพีบ้าง มันเป็นภาพลวงตา จากนั้นคหบดีที่มาจากต่างถิ่นเหล่านี้มันทิ้งขยะอุตสาหกรรม กากมูลทางอุตสาหกรรมไว้เป็นมลภาวะเป็นพิษทางสิ่งแวดล้อมไว้ให้เรารับผลกรรม ผลกระทบกันไป ชาวต่างด้าวเหล่านั้นก็มาร่วมใช้บริการสาธารณะสุขของชาติเราด้วยโดยไม่ต้องออกเงิน ในขณะที่เราต้องแบกหน้าไปกู้เงินจากต่างชาติมาสร้างสาธารณูปโภคให้กับคนเหล่านี้ โดยอ้างว่าเพื่อรองรับการลงทุน ประเทศได้จีดีพีโกรธ เพียง 3-4 % เพือแลกกับตัวเลขการเป็นหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นไป จนตอนนี้เกือบ 49% ของจีดีพี คิดว่าคุ้มค่ากันมั๊ย”
ทีเรียน  “คุณกำลังบอกกับผมว่า เราไม่ได้มีเงินหลงเหลืออยู่ในคงคลังมากมายขนาดที่จะทำตัวเป็นเศรษฐีช็อปปิ้งอาวุธทันสมัยอย่างนั้นเหรอ”
ปีเตอร์เบลิซ  : “จริงๆ แล้วเราเป็นเศรษฐีตกยากมานับตั้งแต่ปี 2540 วิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง คุณรู้จักมั๊ย ตอนนั้นคุณยังเป็นดักแด้ในครรภ์มารดาคุณอยู่เลยมั๊ง”
ทีเรียน  “ถ้าอย่างนั้น บรรดาผู้มีอำนาจในเวสเทอรอส กำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย ก็ในเมื่อเราไม่มีเงิน แล้วเรายังจะไปกู้เงินมา เพื่อทำบ้าทำบออะไรขนาดนั้น มันไม่เข้าท่าเลย”
ปีเตอร์เบลิซ  “นั่นหล่ะ ทีเรียน ที่ผมคิดว่า คุณควรเอาข้อมูลเหล่านี้ไปบอกกับบิดาคุณ ว่าให้เลิกทำตัวเป็นเศรษฐีจมไม่ลง ก่อนที่จะประเทศชาติเวสเทอรอสจะล่มสลายได้แล้ว จริงๆ มันก็เป็นการดีนะ ที่เขาแต่งตั้งคุณมาเป็นขุนคลังต่อจากผม เพราะในกลุ่มผู้นำ บริหารประเทศอยู่ในเวลานี้ ไม่มีใครพอจะมีศักยภาพเดินหน้าชนกับท่านผู้นำไทวิน ได้เท่ากับตัวคุณแล้วหรอก ทีเรียน”
ทีเรียน  : “ที่คุณลาออกจาก รมว.คลัง ก็เพราะเหตุนี้ใช่มั๊ย”
ปีเตอร์เบลิซ  “ไม่ใช่หรอก ที่ผมออกก็เพราะ มันไม่มีเงินเหลือในคลัง ให้ผมต้องบริหารอีกแล้วหน่ะสิ ผมจะนั่งเฝ้าหนี้ไว้ทำไม เสียเวลา เสียเครดิตคนอย่างผมเปล่าๆ  เอ้า....เอาไปบัญชีของหล่งจู๊ ไว้ดูกิจการหนี้สินของกงสี ไปศึกษาดูให้ละเอียด ผมให้คุณได้แค่นี้แหละ”
ทีเรียน ทำหน้าตาไม่ถูก ไม่รู้จะตอบปีเตอร์เบลิซอย่างไร ได้แต่เรียกพ็อด อัศวินคนรับใช้ ให้มาขนสมุดบัญชีหนาเตอะ จำนวนหลายเล่ม ไปไว้ที่ห้องของตน นั่นคือเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จ็อฟฟรีย์จะตาย และเขากลายเป็นผู้ต้องสงสัยลอบปลงพระชนม์จ็อฟฟรีย์ ก่อนที่จะเกิดเกมพนันต่อสู้แบบตัวต่อตัวของฝ่ายเซอร์ซีที่ใช้อัศวิน เดอะเมาเท่น กับฝ่ายทีเรียนที่ได้ เจ้าชายโอเบอริน มาต่อสู้กัน ผลก็คือเจ้าชายโอเบอรินถูกสังหารเสียชีวิต จนทำให้ทีเรียนถูกขัง รอวันประหารชีวิต



เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 5 ฉากที่ 2 บริแอนน์กับเจมี่ แลนนิสเตอร์ ถูกทหารอัศวินของตระกูลโบลตัน จับตัวกลับไปหารูส โบลตัน
ระหว่างทางที่บริแอนน์นำตัวเจมี่ แลนนิสเตอร์เพื่อจะกลับไปยังคิงแลนด์ดิ้ง ตามอุบายของแคทลิน เพื่อแลกกับการปล่อยตัว 2 สาว ซานซ่า กับอาร์ย่า สตาร์ค แต่ระหว่างทางพวกเขาไปเจอกับผู้เชิญธงของกองกำลังทหารตระกุลโบลตัน จึงถูกควบคุมตัวไปทั้งคู่ เจมี่พูดจาเยาะเย้ยถากถางทหารของโบลตันมาตลอดทาง และพยายามขัดขืนต่อสู้ ไม่ยอมก้มหัวให้ จึงถูกตัดข้อมือขวาขาดไปข้างนึง และถูกกระทืบ ทำร้ายร่างกายปางตาย เมื่อไปถึงเดรดฟอร์ท เขาได้อนุญาตให้ลงสระน้ำเพื่อชำระร่างกาย ด้วยการอาบน้ำในสระทั้งคู่  และได้สนทนากัน
เจมี่ “บริแอนน์ ทำไมเธอถึงยังจงรักภักดีต่อตระกูลบาราเทียนอีก ในเมื่อพวกเขาต่างก็ตายกันไปหมดแล้ว”
บริแอนน์  “ฉันภักดีต่อลอร์ดเรนลี ของฉันเพียงคนเดียว บาราเทียน คนอื่นฉันไม่สน และไม่ใช่เจ้านายของฉัน”
เจมี่ “แต่เรนลีก็ตายไปแล้ว เธอคงอดเสียดายไม่ได้ใช่มั๊ย ที่ยังไม่ได้นอนกับเขาก่อนตายเท่านั้นเอง แต่เขาเป็นเสือไบนะ เธอไม่รู้หรอกเหรอ เขาคงไม่ชอบผู้หญิงร่างยักษ์อย่างเธอหรอก”
บริแอนน์  “หยุดปากพร่อยเสียที เจมี่ นี่โดนฉันชก กระทืบไปหลายที คงยังไม่เข็ดหราบใช่มั๊ย เรื่องนายเก่าของฉัน ฉันจะรักเขาอย่างไรมันก็เรื่องของฉัน แกอย่ามาสะเออะ สาระแน เรื่องของคนอื่น”
เจมี่  : “แต่นี่ฉันหวังดีกับเธอนะ จริงๆ แล้วเธอก็เป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง ไอ้พวกทหารในเดรดฟอร์ท มันหื่นทุกตัวแหละ เห็นเป็นผู้หญิง คลำดูไม่มีหาง มันก็เอาหมดแหละ ดีไม่ดี มันจะลงแขกเธอจนหายอยากเลยแหละ แล้วอย่าไปขัดขืนพวกมันนะ พวกนี้ ถ้ามันไม่พอใจ มันอาจจะฆ่าเธอก็ได้”
บริแอนน์  “เจมี่ มึงเก็บคำพูดเหล่านี้ไปบอกเมียมึงเถอะ อีคุณนายเซอร์ซี่ พี่สาวจอมกระแดะของมึงนั่นแหละ สมสู่กันจนได้ลูกชายเอ๋อๆ แบบไอ้จ็อฟฟรีย์ กษัตริย์หมาๆ ดูแล้วน่าสมเพทจริงๆ”
เจมี่ “บริแอนน์ นี่เธอ ปากคอเราะร้ายเหมือนกันนะ เห็นทึ่มๆ ควายๆ แบบนี้ ไม่น่าเล่า ถึงยังไม่มีผัวหน่ะ”
บริแอนน์  “มันเรื่องของกู ถ้ากูจะมีผัวแบบมึง กูขออยู่ขึ้นคานแบบนี้ มีความสุขกว่ากันเยอะ”
เจมี่ “บริแอนน์ ชีวิตมึงมีความสุขบ้างมั๊ยเนี่ย ไปใช้ชีวิตเป็นเอ็นจีโอ ประท้วงนั่น ประท้วงนี่ แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้อะไร โดนพี่สาวกู กับพ่อกูเล่นงาน กลายเป็นคนไม่มีเจ้า บ่าวไม่มีนาย ทำตัวเองแท้ๆ”
บริแอนน์  : “นายของกู ก็คือแผ่นดินนี้ เวสเทอรอสเป็นที่ให้เกิด ให้ที่อยู่ ให้ที่กิน กูสำนึกบุญคุณของแผ่นดินเวสเทอรอสเว๊ย พวกพ่อมึงเอาสัมปทานพลังงานไปประเคนให้มหาอำนาจ แล้วให้พวกมันจ่ายค่าต๋งเราราคาถูกๆ ส่วนพวกมันมาขนมาสูบน้ำมันบ้านเราไปขายยังตลาดโลก กินส่วนต่างโกยผลประโยชน์มหาศาล พวกเราได้แต่นั่งดูประเทศในแถบเอสซอสใช้น้ำมันราคาถูกๆ ส่วนเรามีน้ำมันเอง ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์กว่าแท้ๆ แต่กลับต้องไปบริโภคน้ำมันราคาแพง โดยอ้างอิงราคาน้ำมันของพวกเกาะเวลล์ ทั้งๆที่พวกมันไม่มีน้ำมันแม้แต่หยดเดียว อย่างนี้ไม่เรียกว่าขายชาติ แล้วจะให้กูเรียกพวกมึงว่าอย่างไร”  
เจมี่  “บริแอนน์ ฉันถึงบอกแล้วไงว่า เธอสู้ไปก็ไม่มีวันชนะ มีแต่แพ้”
บริแอนน์  : “ถึงจะรู้ว่าแพ้ กูก็จะสู้ ให้ลูกหลานมันจดจำเราว่า ในช่วงชีวิตของบรรพบุรุษของพวกมัน เราได้สู้อย่างถึงที่สุดแล้ว เพื่อรักษาอธิปไตยของทรัพยากรอันมีค่าของแผ่นดินเราอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ผู้มีอำนาจมันไม่เหลียวแล ไม่สนใจ และเต็มใจที่จะถวายพาน มอบผลประโยชน์ทั้งหมดให้กับมหาอำนาจแทน”


เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 5 ฉากที่ 3 ลอร์ดแวเรียสสืบความลับจนรู้ว่าลอร์ดปีเตอร์เบลิซ เตรียมหลบหนีออกจากคิงแลนด์ดิ้งไปกับซานซ่า ส่วนตนเองก็เตรียมแพ็คของหนีเช่นเดียวกัน
ลอร์ดแวเรียส หาทางที่จะช่วยเหลือทีเรียน  ไปสนทนาหาความลับจากปากของปีเตอร์เบลิซ และไปสนทนากับคุณย่าโอเลนน่า ที่ยังอาศัยอยู่ในคิงแลนด์ดิ้ง
ลอร์ดแวเรียส  “โอว..คุณย่า ผมหาตัวแทบแย่แหนะ มาหลบอยู่ตรงนี้ นี่เอง”
คุณย่าโอเลนน่า “ทำไมฉันจะต้องหลบหล่ะ ฉันก็เดินเล่นในสวนหย่อม บ้านพักตากอากาศของฉันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว มีอะไรเหรอท่านลอร์ดแวเรียส ถึงมาหาข้าได้”
ลอร์ดแวเรียส  :   “คุณย่า จำที่เราคุยกันครั้งก่อนได้มั๊ย ที่ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้เลดี้มาเจอร์รี่แต่งงานกับคิงจ็อฟฟรีย์ แล้วก็แนะนำซานช่าให้กับเซอร์ลอรัส ว่าที่ลอร์ดแห่งไทเรล แล้วดูตอนนี้สิเป็นไง จ็อฟฟรีย์ก็มาเสียชีวิตลงแล้ว ราชินีมาเจอร์รี่ต้องกลายมาเป็นหม้ายโดยทันที แล้วนี่ซานซ่าก็กำลังจะหนีตามปีเตอร์เบลิซไปอีก แผนการดูจะไม่เข้าทางเอาเสียเลย”
คุณย่าโอเลนน่า “ข้าคุยกับปีเตอร์เบลิซแล้ว เขาจะช่วยซานช่าจริงๆ ที่เจ้าแนะนำซานช่าให้กับลอร่า หลานชายของข้านั้น ข้าคิดว่าพวกเขาไม่ได้ชอบกัน เรื่องนี้คงไปบังคับกันไม่ได้ ส่วนมาเจอร์รี่ มันเป็นเกมของไทวิน ที่ต้องการดึงพวกเราไปเป็นพวก มาเจอร์รี่เป็นเพียงหมาก เขาไม่มีสิทธิ์เลือก แต่คิดว่าหลานของฉันจะต้องไม่อาภัพเช่นนั้น เพราะว่าเซอร์ซีกำลังดันทอมเมนขึ้นเป็นกษัตริย์ และให้แต่งกับมาเจอร์รี่ทันที”
ลอร์ดแวเรียส “โอว...มันช่างเหมาะเหม็งอะไรเช่นนั้น”
คุณย่าโอเลนน่า  “แล้วท่านมาพบข้า เพียงเรื่องแค่นี้หน่ะเหรอ”
ลอร์ดแวเรียส  “ผมมาสืบข่าวเรื่องการตายของจ็อฟฟรีย์ต่างหาก ผมไม่อยากให้ทีเรียนต้องกลายมาเป็นแพะรับบาป เพราะผมมั่นใจว่าทีเรียนไม่ได้เป็นคนทำ ถึงแม้เขาจะเกลียดจ็อฟฟรีย์เท่ากระดูกดำก็ตาม”
คุณย่าโอเลนน่า  “เรื่องการตายของจ็อฟฟรีย์ ท่านไปถามเอาจากปีเตอร์เบลิซเถอะ”
ลอร์ดแวเรียส  :   “เขารู้งั้นเหรอ หรือว่าเขาจะเป็น......? คุณย่ารู้อะไรบอกกันบ้างสิ ....."

คุณย่าโอเลนน่า :  "ไม่รู้ ฉันรู้แต่เราจะเป็นเวสเทอรอส 4.0 เราจะก้าวกระโดดจากสังคมเกษตรสู่สังคมปัญญาประดิษฐ์เลย โดยข้ามสังคมอุตสาหกรรม กับสังคมภาคบริการในยุคดิจิตอล”
ลอร์ดแวเรียส  : “คุณย่าเป็นคนฉลาดเน๊อะ เรียนรู้เร็ว บอกอะไรไปก็เชื่อ และเรียนรู้ได้เร็วมาก”
คุณย่าโอเลนน่า “ศัพท์แสง คำเหล่านี้ มาจากเธอหรอกเหรอ ฉันจำเอามาจากไทวินอีกที”
ลอร์ดแวเรียส “คำเหล่านี้ทั้ง เวสเทอรอส 4.0,EEC (Eastern Economics Corridor) ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ,Start Up, S-Curve  ผมเป็นคนคิดคำ แล้วจับป้อนเข้าปากของไทวินกับเซอร์ซีเอง ให้เขาพูดมากๆ ให้ดูเหมือนจะได้ฉลาด ประชาชนจะได้รู้สึกว่าผู้นำของเขาฉลาดและเก่ง แค่นั้นเอง”
คุณย่าโอเลนน่า “แต่ในความเป็นจริง เซอร์ซีไม่ได้ฉลาดกว่าที่คิด นี่มันคำของทีเรียนที่พูดเสมอนี่”
ลอร์ดแวเรียส “คำพูดนี้ ก็เป็นผมที่สอนทีเรียน ไว้ใช้พูดกับเซอร์ซีอีกทีครับ”


จบองก์ที่ 5  แต่เพียงเท่านี้ 

วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เกมออฟทน (นิยายแปลง) ตอนที่ 4



จากนวนิยายแฟนตาซี/ซีรีส์อันโด่งดัง Game of Thrones มหาศึกชิงบัลลังก์ สู่การแปลงเป็นนิยายแสบๆ คันๆเรื่อง เกมออฟทน มหาศึกปากมัน ณ แดนสาระขัณฑ์

เมื่อผู้กุมอำนาจในคิงแลนด์ดิ้งถูกลูบคม และปฏิบัติการทวงแค้นเอาคืน เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

บทสรุปในตอนท้ายของภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา ก่อนจะเข้าสู่ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน
-ธีออนเมื่อถูกจับได้ ก็ถูกแรมซีย์จับมาทรมานแบบคนโรคจิต (เฉือนอวัยวะเพศ,กระทำชำเรา,ให้คลานเหมือนสุนัข,ให้เปลี่ยนชื่อเป็นริค) และบังคับให้ธีออนปฏิญาณตนว่าจะเป็นข้ารับใช้ที่เชื่องของแรมซีย์
-เซอร์ดาวอส อัศวินข้างกายของสแตนนิส เริ่มมีความคิดเห็นต่างกับสแตนนิสในหลายเรื่อง และไม่ไว้วางใจสตรี (แม่มด) สีแดง ที่คอยยุยงให้สแตนนิสหลงงมงายในไสยศาสตร์ อาทิ จะให้จับตัวเกรนดี้ (ลูกนอกสมรสของคิงโรเบิร์ต) เอาปลิงตัวเลือดดูดเลือดของเกรนดี้ ที่มีเลือดของกษัตริย์ และทำพิธีสาปแช่งจ็อฟฟรีย์,ร็อบและบาลอน และสแตนนิสก็ทำจริง เชื่อตามแม่มดสีแดง อีกทั้งยังยอมฆ่าลูกสาวของตนเอง เพื่อเอามาทำพิธีบูชายัญต่อเทพ อ้างว่าเป็นพิธีกรรมที่จะทำให้ตนเองออกรบและได้ชัยชนะ เซอร์ดาวอสแอบช่วยเกรนดี้ให้หลบหนีออกไป สแตนนิสตัดสินใจส่งกองเรือยกพลขึ้นบกที่จะโจมตีคิงแลนด์ดิ้งแต่ก็พ่ายแพ้หมดรูป ไม่เป็นท่าต่อกลศึกของทีเรียน ที่ในขณะนั้นยังสวมตำแหน่งหัตถ์ของพระราชาอยู่ 

บรรดาครอบครัวสตาร์คที่เหลือ ชะตากรรมรายตัวเป็นอย่างไรกันบ้าง
-เน็ด แคทลิน ร็อบบ์ เสียชีวิตไปหมด จากผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ที่แท้ก็คือตระกูลแลนนิสเตอร์ ในตอนแรกแคทลินกล่อมจนร็อบบ์ยอมใจอ่อนเพื่อเห็นแก่งานใหญ่ จนร็อบบ์ยอมรับเงื่อนไขที่จะแต่งงานกับลูกสาวของวัลเดอร์เฟรย์แล้ว แต่พอถึงคืนวันสมรสจริง วัลเดอร์เฟรย์กลับหักหลังโดยร่วมหัวกับรูสโบลตัน สังหารครอบครัวสตาร์คในงานจนหมดสิ้น เพื่อที่จะไปเข้าร่วมกับฝ่ายแลนนิสเตอร์  
-ซานซ่า ถูกถอนหมั้นจากจ็อฟฟรีย์ ตอนแรกมาเจอร์รี่ที่เริ่มสนิทกับซานซ่า ได้ทาบทามให้ซานซ่าเป็นคู่หมั้นกับพี่ชายของตนก็คือ เซอร์ลอรัส แห่งตระกูลไทเรล แต่พอไทวินเดินทางเข้าสู่คิงแลนด์ดิ้ง กลับเข้ามาแทรกแซงจัดการให้ซานซ่าแต่งงานกับทีเรียน ลูกชายของตนแทน แล้วไทวินยังจัดแจงทาบทามมาเจอร์รี่ผ่านทางคุณย่าโอเลนน่า ให้มาเจอร์รี่อภิเษกสมรสกับคิงจ็อฟฟรีย์ พระนัดดาของตนด้วย ทีเรียนจำยอมต้องแต่งกับซานซ่า เพื่อปกป้องเธอจากจ็อฟฟรีย์ ในขณะที่เช หญิงโสเภณีคนรักของทีเรียนน้อยใจ ที่ทีเรียนจะไม่รัก ทีเรียนปลอบใจ และพูดให้เธอเข้าใจ และยินยอมเป็นหญิงรับใช้ให้กับซานซ่า  
-อาร์ย่า อุตส่าห์หนีออกจากคิงแลนด์ดิ้ง มาได้ก็มาเจอกับ เดอะฮาวน์ อดีตองครักษ์ของจ็อฟฟรีย์ที่หนีทัพจากคิงแลนด์ดิ้งมา โดยเดอะฮาวน์ต้องการพาอาร์ย่าไปหาไลซ่า ทัลลี ที่แคว้นแอรินต่อไป
-แบรน กับริคค่อน 2 ลูกชายคนเล็กของครอบครัว ก็หลบหนีจากวินเทอร์เฟล จากการตามล่าของกองกำลังทหารของตระกูลโบลตันกับเกรย์จอย และได้รับการช่วยเหลือจากคนนอกกำแพงอย่างโฮดอร์ และโอชา จึงหนีมาได้ แต่แบรนมักฝันเห็นหรือมีนิมิตเห็นอีกา 3 ตา ซึ่งเป็นผู้ล่วงรู้แห่งพงไพร มาบอกเกี่ยวกับภัยร้ายของเหมันตภูติหรือ White Walker ทางเดียวก็คือแบรนจะต้องเดินทางไปรับพลังจากเขา (อีกา 3ตา) ทำให้แบรนต้องแยกเดินทางกับริคค่อน เพราะกลัวว่าน้องจะไม่ปลอดภัย และไม่ต้องการให้เป็นตัวถ่วงซึ่งกันและกัน ริคค่อนจึงแยกไปกับบริวารอีก 2 คนที่เพิ่งพบกันระหว่างทาง
-จอน สโนว์ ออกจากผากำแพงไปกับแซม,เอ็ดเพื่อนซี้กันในหน่วยพิทักษ์ราตรีออกไปทำภารกิจ แต่พลัดหลงกับพวกไปเจอกับเหล่าคนเถื่อนนอกกำแพง ทำให้จอนได้รู้จักกับอีกลิต ซึ่งเธอเป็นสาวงามในกลุ่มคนเถื่อน เธอพาจอนไปรู้จักกับหน.คนเถื่อน ทำให้จอนไปเข้าพวก แต่พวกคนเถื่อนต้องการเล่นงานหน่วยพิทักษ์ราตรี ทำให้จอนพยายามโน้มน้าวคนเถื่อนให้สามัคคีกับหน่วยพิทักษ์ราตรี เพราะเมื่อฤดูหนาวมาถึงจะได้รวมกันต่อกรกับเหมันตภูติ หรือ White Walker ได้ แต่คนเถื่อนไม่ฟัง ทำให้จอนต้องหลบหนีออกมา ทำให้อีกลิตแค้นเคืองที่จอนหักหลัง เมื่อจอนหนีกลับมาที่หน่วยพิทักษ์ราตรีก็โดนตั้งกรรมการสอบสวนความผิด ที่ไปเข้ากับคนเถื่อน ทำให้จอนต้องพิสูจน์ความภักดีต่อหน่วย จนทุกคนยอมรับเขา

บรรดาครอบครัวแลนนิสเตอร์ ความเป็นไปล่าสุดเป็นดังนี้
-ไทวิน เมื่อเดินทางมาถึงคิงแลนด์ดิ้ง ก็สั่งปลดทีเรียน ออกจากตำแหน่งหัตถ์ของพระราชา และสถาปนาตนเองเป็นหัตถ์พระราชาแทน เพื่อดูแลจ็อฟฟรีย์
-เซอร์ซี เริ่มไม่พอใจที่ทีเรียน พยายามเป็นฝ่ายค้านในรัฐสภา และเห็นแย้งกับตนทุกเรื่อง
-เจมี่ กับบริแอนน์ ถูกทหารของตระกูลโบลตันจับตัวไป และเจมี่ถูกตัดข้อมือขวาขาด เป็นการลงโทษ ส่วนบริแอนน์ถูกบังคับให้สู้กับหมีป่าตัวใหญ่ แต่เธอเอาชนะและหนีเอาตัวรอดออกมาได้
-จ็อฟฟรีย์กับทีเรียน  จะมีชะตากรรมเป็นเช่นไร กำลังจะเข้าสู่เนื้อหานี้ไปพร้อมกัน




เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 4 ฉากที่ 1 งานเลี้ยงฉลองพิธีสมรสของจ็อฟฟรีย์กับมาเจอร์รี่
จ็อฟฟรีย์  “ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมในงานเลี้ยงอภิเษกสมรสของข้าพเจ้ากับเจ้าหญิงมาเจอร์รี่ ราชินีคนใหม่ของข้า”
มาเจอร์รี่  “ขอบพระทัย เพค่ะ ที่ทรงให้เกียรติต่อหม่อมฉัน”
ไทวิน  “มา มาร่วมดื่มฉลองเป็นเกียรติต่อคิงจ็อฟฟรีย์ และราชินีมาเจอร์รี่ เชียร์.....”
ทีเรียน  “เชอะ....ตอนแต่งกับซานช่า ก็พูดแบบนี้ ไดอะล็อกเหมือนกันเดี๊ยะ กูชักเบื่อบทน้ำเน่าแบบนี้จริงๆ”
ลอร์ดวาเรียส  “นี่ท่านนินทาดังไปหน่อยมั๊ย”
ทีเรียน “ใครจะได้ยินก็ช่าง แล้วจะทำไม ทุกคนควรรับความจริงได้ อย่ามาเสแสร้ง จะให้ถอดหน้ากากทีละคนเลยมั๊ย”
โอเบอริน (เจ้าชายแห่งดอร์น ที่เสด็จมาในงานพิธีอภิเษกสมรสของคิงจ็อฟฟรีย์ กับมาเจอร์รี่แห่งไทเรล ในฐานะพระอาคันตุกะของแลนนิสเตอร์)  “ไม่น่าเชื่อ คนในตระกูลแลนนิสเตอร์ จะมีคนพูดความจริงด้วย”
ทีเรียน  :   “ก็บอกแล้วว่า ผมเป็นคนจริงใจ ดีก็ว่าดี ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่เคยเสแสร้ง”
โอเบอริน  “ผมจะเว้นคุณไว้ซักคน นอกนั้นผมจะไม่ถือว่าเป็นมิตรแท้ของผม”
คุณย่าโอเลนน่าแห่งไทเรล  “เอ้า....แล้วคุณย่าหล่ะ จะถือเป็นมิตรแท้ได้มั๊ย”
โอเบอริน  “เป็นสิครับ ที่ผมเดินทางมาคิงแลนด์ดิ้งนี้ ก็เพราะให้เกียรติต่อตระกูลไทเรล จึงได้ยอมมาในฐานะอาคันตุกะ หาไม่แล้ว จะไม่มาเหยียบคิงแลนด์ดิ้งให้เสียพระบาทหรอก”

จากนั้นทุกคนต่างตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อจ็อฟฟรีย์ลุกขึ้น ตะโกนร้องจนขาดใจ พระพักตร์เปลี่ยนเป็นแดงก่อนจะซีดเหลือง และมีพระโลหิตทะลักออกมาจากพระนาสิก “คิงจ็อฟฟรีย์ถูกวางยาพิษ”  ทหารและบริวารตะโกน  เซอร์ซีตะโกนบอกให้ทหารเข้าไปอู้มคิงจ็อฟฟรีย์ ร่ำร้องใคร่ครวญด้วยความเสียพระทัย และให้รีบหาตัวการที่เป็นคนวางยาพิษ  เซอร์ซีกวาดตามองไปที่คนรอบข้าง และสายตาที่จ้องเขม็งเกลี่ยวมาที่ทีเรียนและซานซ่าในทันที โดยเฉพาะทีเรียนเป็นคนรินไวน์ให้กับจ็อฟฟรีย์คนล่าสุด และเป็นที่รู้กันว่าทีเรียนกับซานซ่าไม่ชอบพอจ็อฟฟรีย์เท่าไหร่นัก เพราะจ็อฟฟรีย์มักเหยียบย่ำน้ำใจ และทำให้ซานช่ากับทีเรียนเสียหน้า หรือทำให้ดูเหมือนเป็นตัวตลกในสายตาของคนในคิงแลนด์ดิ้งเสมอ  เมื่อทีเรียนกลายเป็นผู้ต้องสงสัย เขาจึงถูกจับกุม เพื่อรอการสอบสวน ส่วนซานซ่าได้รับการช่วยเหลือจากลอร์ดปีเตอร์เบลิซหลบหนีไปจากคิงแลนด์ดิ้ง เพื่อไปหาน้าสาวของเธอ ไลซ่า แอริน (ทัลลี) อยู่ที่ปราสาทเอียรี่ (จริงๆ แล้วปีเตอร์เบลิซ จำเป็นต้องหนี ไม่ใช่เพราะต้องการช่วยซานซ่าหนีเท่านั้น แต่เขาคือคนที่บงการวางยาพิษจ็อฟฟรีย์โดยร่วมมือกับคุณย่าโอเลนน่า เพียงแต่ในตอนนี้ ไม่มีใครในคิงแลนด์ดิ้งสงสัย เพราะทุกคนพุ่งความสงสัยไปที่ทีเรียนคนเดียว


เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 4 ฉากที่ 2  เจ้าชายโอเบอริน แห่งตระกูลมาร์แตล เจ้าชายแห่งแคว้นดอร์น  ผู้ประกาศว่าจะชำระแค้นตระกูลแลนนิสเตอร์
เจ้าชายโอเบอริน เดินทางมายังคิงแลนด์ดิ้งในฐานะอาคันตุกะเพื่อมาร่วมในพิธีอภิเษกสมรสระหว่างคิงจ็อฟฟรีย์แห่งแลนนิสเตอร์กับมาเจอร์รี่ แห่งไทเรล แต่การมาเยือนคิงแลนด์ดิ้งในครั้งนี้ เขายงต้องการมาสืบคดี และหาเบาะแส เพื่อจะเล่นงานตระกูลแลนนิสเตอร์อีกด้วย
โอเบอริน “เปิดห้องเลย ฉันจะนอนในโรงแรมนี้”   โอเบอรินเดินเข้าไปในสถานนางโลม และไล่แขกที่กำลังนั่งดริ๊งค์อยู่ในร้านออกหมด เพื่อเขาจะนั่งกินเพียงคนเดียวกับสาวคนสนิทผู้ติดตามมาด้วย
2 หนุ่มที่เป็นอัศวินเครือญาติในตระกุลแลนนิสเตอร์กำลังนั่งเคลียคลอกับเด็กนั่งดริ๊งค์ ก็ถูกไล่ด้วย ทั้ง 2 คนไม่พอใจ จะเอาเรื่อง แต่ก็ถูกโอเบอรินทำร้าย จนเกือบจะเสียชีวิต ดีว่าพ่อเล้าหนุ่มรูปงามได้เข้ามาห้าม และขอชีวิตแขกทั้ง 2 คนเอาไว้  โอเบอรินจึงยอมยุติ
โอเบอริน “เจ้าเป็นเด็กขายด้วยหรือเป็นเจ้าของสถานนางโลมแห่งนี้”
พ่อเล้าหนุ่ม  “กระหม่อมเป็นได้ทั้ง 2 สถานะ พะยะค่ะ สุดแล้วแต่ฝ่าบาทจะ.....”
โอเบอริน กระชากเสื้อของพ่อเล้าหนุ่มรูปงามออกหลุดจากตัว เผยให้เห็นหุ่นล่ำๆ และกล้ามสวยงาม  โอเบอรินหันไปเปรยยิ้มเล็กน้อยกับหญิงสาวคนสนิทผู้ติดตาม
โอเบอริน “โอเค ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวตามไปที่ห้อง ฉันจะขอเปิดห้องนอนที่นี่ซักคืน”  
  

เมื่อโอเบอรินระลึกชาติได้ว่าตนเองคือนักธุรกิจหนุ่มที่มีความเฉลียวฉลาด เป็นนักค้าเก็งกำไรหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ระดับมือเซียนที่หนีคดีแชร์ชาร์เตอร์ไปอยู่เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ นิวยอร์ก ลอนดอน และมาเลเซีย โดยมีธุรกิจร้านเป็ดย่างอันลือชื่ออยู่ที่ลอนดอน การกลับมาที่สาระขัณฑ์ในหนนี้เขาจึงมีหลักฐานและกำลังเงินที่พร้อมจะแฉ กลโกง และปะฉะดะกับตระกุลคนดังคู่ปรับอย่างไม่เกรงกลัว
ความแค้นเดิมของโอเบอรินที่มีต่อตระกูลแลนนิสเตอร์ก็คือ ไทวิน แลนนิสเตอร์ นั้นเป็นผู้รับคำสั่งโดยตรงจาก Mad King ให้ประหาร Elia Martell (พี่สาวของโอเบอริน) อย่างโหดเหี้ยม โดยคนที่เป็นมือสังหารก็คือ เซอร์เกรจอร์ คลีแกน หรือ อัศวิน “The Mountain” ซึ่งทำเกินคำสั่งไปเยอะเพราะยังข่มขืน Elia และฆ่าลูกทั้งสองของ Elia พี่สาวของโอเบอรินอีกด้วย
ความแค้นเดิมของโอเบอรินที่มีต่อตระกูลดัง ก็คือ การเปิดโปงคดี ว.5 โฟร์ซีซั่น, เกาะสวาทหาดสวรรค์ที่มัลดีฟต์, เคยไล่ออกน้องสาวของตระกูลดังเมื่อครั้งที่เคยทำงานอยู่ใกล้ตัวให้ออกจากบริษัท, การเปิดโปงธุรกรรมอำพรางยักย้ายถ่ายเทหุ้น โอนหุ้น ปั่นหุ้นของหุ้นในเครือตระกูลดัง

เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 4 ฉากที่ 3 ห้องโถงราชสำนัก บัลลังก์ดาบเหล็ก
เมื่อจ็อฟฟรีย์เสียชีวิตลง ไทวินก็รีบติดต่อขอเจรจากับโอเบอริน เพื่อเป็นพันธมิตร ขอให้เลิกเป็นศัตรูกัน และเสนอแต่งตั้งโอเบอรินเป็น 1 ในคณะตุลาการ เพื่อสอบสวนความผิดทีเรียน คดีลอบปลงพระชนม์จ็อฟฟรีย์ โดยไทวินจะเป็น ประธานตุลาการผู้พิพากษาเอง  โอเบอรินตอบตกลง แม้จะรู้ว่านี่เป็นเพียงเกม แต่เขาก็ยอมเสี่ยงที่จะเล่นอยู่ในเกมนี้
ไทวิน ลึกๆ ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกชายของตนอย่างทีเรียน จะเป็นคนลงมือวางยาพิษหลานแท้ๆ ของตน ทีเรียนนั้นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ในเมื่อคดีนี้ จำเป็นต้องมีคนที่รับผิดชอบ เขาจึงจำต้องไต่สวนไปตามครรลอง ตามพิธี และพยายามหาทางออกที่ดี เพื่อช่วยเหลือทีเรียน ไม่ให้ต้องถูกประหารชีวิต จึงเสนอแนวคิดที่จะรอมชอมกันระหว่างเซอร์ซี่กับทีเรียน ลูกของตนทั้งคู่ แต่ไม่สำเร็จ
ไทวิน  :  “นี่ไม่ใช่การตัดสินคดีคนแคระ
ทีเรียน  :  “กูถูกตัดสินว่าเป็นคนแคระตั้งแต่กูเกิดมาแล้วและถึงตัวเองจะไม่ได้เป็นคน ฆ่า คิงจอฟฟรีย์ แต่ก็อยากจะเป็นคนทำเองเหลือเกิน
ทีเรียน  :  “ถ้ากูได้เป็นคนฆ่าเองละก็คง ฟินกว่าได้ตีกระหรี่ พันคนซะอีก!!”  เมื่อการไต่สวน ไม่ได้ผล จำเลยยืนยันเสียงแข็ง ว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำ และหลักฐานก็สาวไปไม่ถึงอย่างชัดเจน
ทีเรียนจึงเสนอวิธีแบบโบราณ คือให้มีการประลองกัน โดยต่างฝ่ายต่างส่งมือดี มาต่อสู้กันแบบตัวต่อตัว หากใครแพ้เป็นอันยุติ คือถ้าฝ่ายของเซอร์ซีแพ้ จะต้องยกประโยชน์ให้จำเลย คือปล่อยทีเรียน แต่ถ้าฝ่ายของทีเรียนแพ้ เขาจะต้องถูกประหารชีวิต ฝ่ายของเซอร์ซีเลือกเซอร์เกรจอร์ คลีแกน หรือ The Mountain เป็นตัวแทนฝ่ายตน ในขณะที่ทีเรียน อยากจะเลือกบรอนน์ อัศวินข้างกายที่มารับใช้ แต่พอรู้ว่าต้องต่อสู้กับ The Mountain เพื่อนของตนเอง ก็ขอบาย ชิงหลบหนีหายตัวไปก่อน ดีว่าเจ้าชายโอเบอริน ขอเสนอตัวลงสู้ในนามฝ่ายทีเรียน เพราะมีความแค้นฝังหุ่นอยู่กับ The Mountain อยู่ก่อนแล้ว และนี่จะถือเป็นโอกาสได้ชำระแค้นส่วนตัวไปด้วยในตัว



เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 4 ฉากที่ 4 ลานต่อสู้ บริเวณโคลอสเซียมของคิงแลนด์ดิ้ง การประลองระหว่าง The Mountain vs เจ้าชาย Oberlyn
The Mountain เลือกจะใช้ดาบอัศวิน ส่วนโอเบอรินใช้ทวน  โอเบอรินวาดลวดลายการต่อสู้ด้วยทวนอย่างแคล่วคล่องราวกับสำเร็จวิทยายุทธมาจากหยวนวูปิง (ผู้กำกับคิวบู๊ชื่อดังและ action coach ให้กับเขาจริงๆในการถ่ายทำซีรีส์เกมออฟโทน)  ลีลาฟาดทวนเขากระหน่ำโจมตี The Mountain อย่างไม่ยั้ง หลายกระบวนท่า ทำให้ดูเหมือน The Mountain จะเพลี่ยงพล้ำแล้ว เพราะถูกทวนของ โอเบอรินแทงเข้าที่ช่องท้องจนล้มหงายไปกองกับพื้นแล้ว ท่ามกลางสายตาของผุ้ชมทั้งฝ่ายของเซอร์ซี และฝ่ายของทีเรียน ทุกคนต่างส่งเสียงกรีดร้องทุกครั้งที่ มีการฟาดฟันเข้าถึงเนื้อถึงตัว เลือดกระเซ็น บาดทะลัก โอเบอริน มัวทำท่าเก๊กท่า ดูเหมือนถ้าเขามีโทรศัพท์มือถือในตอนนี้ก็คงจะถ่ายเซลฟี่ตัวเองกับศพของ The Mountain ที่นอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้นจมกองเลือด แต่เขาชะล่าใจเกินไป ไม่รีบชิงลงมือปลิดชีพสังหาร The Mountian ให้มรณภาพไป กลับถูก The Mountain เตะตัดขาจนล้มลง โอเบอรินที่กำลังชะล่าใจ ได้ใจไม่ทันระวังตัวจึงพลาดท่าล้มลง และถูก The Mountain ใช้ 2 มืออันใหญ่หนา แข็งดุจหิน ใช้เล็บมือกดเข้าที่เบ้าตาของโอเบอรินทั้ง 2 ข้าง และกดใบหน้าของโอเบอรินจนแหลกละเอียด ราวกับผลแตงโมแตกทะลัก สิ้นชีพ สิ้นชื่ออย่างน่าอนาถ ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง ของคนดูที่อยู่บนอัศจรรย์ของโคลอสเซียม สภาพดูน่าเศร้าและหดหู่มาก ทีเรียนกับคุณย่าโอเลนน่า แทบหลบสายตา ไม่อยากหันไปมอง ในขณะที่เซอร์ซียิ้มด้วยความสะใจ
การตายของเจ้าชายโอเบอริน ขจรขจายไปทั่วเวสเทอรอส ถูกกระจายไปลงใน นสพ.กระจอกข่าวในทุกสำนักสายลับ ถึงการพบสภาพศพตายอนาถ นอนขึ้นอืด เป็นการถูกหลอกไปอุ้มฆ่า โดยคนมีสี ที่เป็นมือสังหาร โดยใช้นกต่อก็คือไอ้บอลคนขับรถ หลอกพาไปให้ทีมสังหารอุ้มฆ่า จากนั้นนำศพไปอำพรางอยู่ในป่า
การสอบสวนคดีของโอเบอรินต้องยุติคดีไป เนื่องจากญาติพี่น้อง ไม่ต้องการสืบสวนเอาความต่อไปถึงผู้บงการฆ่าต่อ เนื่องจากเกรงว่าจะเจอตอ


ขอจบองก์ที่ 4 แต่เพียงเท่านี้




วันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เกมออฟทน (นิยายแปลง) ตอนที่ 3


จากนวนิยายแฟนตาซี/ซีรีส์อันโด่งดัง Game of Thrones มหาศึกชิงบัลลังก์ สู่การแปลงเป็นนิยายแสบๆ คันๆเรื่อง เกมออฟทน มหาศึกปากมัน ณ แดนสาระขัณฑ์
บทเกริ่นนำ
ณ สาระขัณฑ์ ดินแดนแห่งความขบขัน อัปรีย์ จังไรของใครบางคน และเสียงกรีดร้องเศร้าสะพรึง เครือไปกับเสียงหัวเราะ ขบขันในความโง่งม จมปรัก ดักดาน ไร้ศักดิ์ศรี  ดินแดนที่มีผู้นำบ้องตื้น ไร้น้ำยา นักการเมืองหน้าด้าน หน้าทน แวะเวียนกันเข้ามากอบโกยผลประโยชน์อย่างไร้ยางอาย ไร้เกียรติและศักดิ์ศรี ไร้ความดีและคุณธรรม อย่ามาถามหาจรรยาบรรณ แต่เปลือกนอกถูกฉาบโรยด้วยภาพลักษณ์ ความเป็นคนดีมีคุณธรรม มืออาชีพ เป็นผู้เสียสละ เข้ามาสร้างผลประโยชน์ให้กับประชาชนและบ้านเมือง ขณะกำลังนั่งพิมพ์อยู่นี้ กู(ผู้เขียน) ยังขบขันอยู่เลย อยากจะหัวเราะให้ตกเก้าอี้ ช้ากว่านี้คงไม่ได้การณ์แล้ว ไปอ่านลิเกเรื่องนี้กันได้แล้ว
ฮันเล วังกา เมื่อแขกเขามา ต้องไปดูลิเก เต๊งเตงเต่งเต๊ง เตงเต่งเต๊งเตงเตง
เมื่อเดเนริส ถูกรัฐประหารโค่นล้มอำนาจ เธอก็ตระเวนขอความช่วยเหลือจากคนถ่อย (เอ๊ย! คนเถื่อน) และพันธมิตรแนวร่วม และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กลับคืนมา



เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา จะรวมเอา 3 ซีซั่นเข้าไว้ด้วยกัน) องก์ที่  3 ฉากที่ 1 ที่วินเทอร์เฟล
อารัมภบทก่อนเข้าสู่องก์ที่ 3 ฉากที่ 1 ที่ปราสาทแกร่ง แห่งวินเทอร์เฟล
ก่อนหน้าจะถึงเหตุการณ์วิวาห์เลือด (Red Wedding) ที่วินเทอร์เฟล ธีออน เกรย์จอย ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงเชลยของเนด เอ็ดดาร์ก สตาร์ค ได้ออกอุบายไปขอความช่วยเหลือจากลอร์ดบาลอน เกรย์จอย บิดาของตน เพื่อมาช่วยเป็นกำลังรบให้กับร็อบบ์ แต่ว่า เขากลับกระทำการหักหลัง เข้าทำการยึดอำนาจที่วินเทอร์เฟล และหมายจะจับตัวลูกชายของเนด ที่เหลือ ก็คือ แบรนและริคค่อน ไว้เป็นตัวประกัน แต่บริวารของ 2 คนนั้น ไหวตัวทัน เลยรีบพาเด็กทั้ง 2 คนหลบหนี โดยการช่วยเหลือของ โฮดอร์ กับโอชาลอน  โดยพวกเขาทั้ง 2 ต้องเดินทางพเนจรผ่านป่าและเทือกเขา เพื่อมุ่งหน้าไปหาจอน สโนว์ พี่ชายของเขาที่หน่วยพิทักษ์ราตรี หรือ Night Watch  ด้านร็อบบ์พอทราบข่าวว่าวินเทอร์เฟลถูกยึดโดยธีออน เกรย์จอย ข้าในบ้านแท้ๆ จึงมอบหมายให้รูส โบลตัน ผู้ปฏิญาณตนว่าจะรับใช้ตระกูลสตาร์ค ให้ส่งคนไปยึดคืนปราสาทวินเทอร์เฟลกลับมา รูส โบลตัน จึงมอบหน้าที่นี้ให้กับแรมซีย์ บุตรนอกสมรส หรือลูกเลี้ยงของตนรับหน้าที่นี้ไป ซึ่งเป็นการปรากฏตัวร้ายเพิ่มมาอีก 1 ตัวก็คือ แรมซีย์ ซึ่งเขาจะมีบทบาทอันร้ายกาจต่อไป   
ธีออน  “ฉันจะปลดแอกจากพวกตระกูลสตาร์ค และยึดคืนเอกราชกลับมาสู่เกาะเหล็ก พวกแกคนไหน หากไม่ยินยอมสวามิภักดิ์ต่อฉัน ก็ก้าวออกมา ฉันจะให้แกตามไปอยู่ในนรก”

เมสเตอร์ลูวิน  :  “เอ่อ ใจเย็นๆ ธีออน เธอก็เป็นพวกเรากันเอง เหตุใด ถึงต้องกระทำเช่นนี้ หากร็อบบ์รู้เข้าจะมองหน้ากันไม่ติดนะ”

ธีออน “ไอ้แก่ แกอย่ามาลูกเล่น ถ่วงเวลา ไปเอาตัวแบรนกับริคค่อน ออกมา ไม่งั้นฉันจะฆ่าคนของพวกแกให้หมด”

ทหารยามคนหนึ่งในกำแพงปราสาท วิ่งเริ่กหรั่ก เข้ามากระซิบข้างหูของเมสเตอร์ลูวิน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่    :  “ท่านเมสเตอร์ลูวิน กองกำลังทหารของตระกูลโบลตัน มันมาโอบล้อมไว้หมดแล้ว มันต้องการให้เราส่งมอบตัวธีออน เกรย์จอย ให้กับมันเพียงคนเดียว แล้วที่เหลือจะไว้ชีวิตพวกเราครับ”

เมสเตอร์ “งั้น ก็จัดการเสียสิ”  จากนั้นธีออน ที่กำลังเกรี้ยวกราด โมโหโกรธา กำลังยืนจ้องหน้า ด่ากราดทุกคนที่อยู่ตรงหน้า ก็ถูกนายทหารยามกระแทกดาบเข้าที่ศีรษะเป็นลมหมดสติไป จากนั้นถูกนำตัวไปส่งมอบให้กับแรมซีย์ แต่คนอย่างแรมซีย์มีหรือจะรักษาคำพูด เขาสั่งฆ่าทุกคนที่หลงเหลืออยู่ในวินเทอร์เฟลจนหมด ไม่ว่าจะเป็นคนของวินเทอร์เฟล หรือคนของเกาะเหล็ก ตายสิ้นหมด  พักเรื่องของแรมซีย์ กับธีออนไว้ตรงนี้ก่อน ค่อยมากล่าวต่อในภายหลัง



เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่  3 ฉากที่ 2 ดินแดนอันกว้างใหญ่ ฝั่งทวีปตะวันออก (เอสซอส)

เดเนริส “คาร์ล โดรโก ฉันรับปากเธอนะ ฉันจะเลี้ยงดูลูกของเราให้เติบโตเป็นคนดี เหมือนพ่อของมัน”

คาร์ล โดรโก  “บอกน้อง Pyte Dragon นะ อย่าบินผาดโผนให้มันมากนะ พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นเด็กแว๊นซ์”

เดเนริส “คาร์ล โดรโก ก่อนตายช่วยเซ็นใบหย่าให้ฉันก่อนนะ ฉันจะได้สินสมรสจากเธอครึ่งนึง ฉันและลูกก็จะได้สบาย แล้วเซ็นพินัยกรรมยกกิจการและลูกน้องให้ฉันด้วยนะ ฉันจะได้ไม่ลำบาก”

คาร์ล โดรโก  : “แล้วกูจะเหลืออะไรบ้างหล่ะ ที่รัก”

เดเนริส  “ก็ไม่ต้องเหลืออะไรหรอกคาร์ล ก็จะตายอยู่แล้ว คงเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้หรอก จะโลภไปทำไมอีก”

คาร์ล โดรโก  : “นี่เธอเก็บคำคำนี้ เอาไว้สอนพี่ชายของเธอบ้างสิ ที่รัก ฉันจะจำจนวันตาย”

เดเนริส “หลับให้สบายนะที่รัก แล้วจะทำบุญไปให้”   จากนั้นเดเนริสก็จัดการเผานั่งยางสามีสุดที่รักของเธอในกองไฟ เนื่องจากคาร์ล โดรโก เป็นโรคติดเชื้อที่น่ากลัว จึงต้องทำการเผาร่างให้มอดไหม้ไป ไม่ให้เชื้อโรคมาติดคนอื่น เธอคร่ำครวญเสียใจ จนถึงขนาดอยากจะตายตามสามีไป ด้วยการเดินลุยเข้าไปในกองไฟ เปลวเพลิงไม่สามารถเผาผลาญชีวิตเธอได้ กลับกลายเป็นเธอให้กำเนิดมังกรน้อยออกมาอีก 2 ตัว รวมเป็น 3 ตัว ท่ามกลางความตกตะลึงของบริวารทั้งหลาย เธอได้เปล่งประกายบารมีของวีรสตรีกู้ชาติ หรือผู้คนขนานนามเธอใหม่ว่า วีรสตรีขี่ม้าขาว เอ๊ยไม่ใช่ วีรสตรีขี่มังกรไฟ  

ก่อนหน้านี้ 2 พี่น้องตระกูลทาร์กาเรียน (เดเนริสกับซิฟิลิส) ต้องเผชิญวิบากกรรม ถูกรัฐประหารซ้ำซ้อน จนต้องระเห็จระเหิน หนีออกนอกประเทศ กลายเป็นสัมพเวสีทางการเมือง ด้วยข้อหาอุกฉกรรจ์ มากมาย ทั้งฉ้อฉล ซื้อขายที่ดินให้เมีย แก้กฎหมายหลีกเลี่ยงการจ่ายสัมปทาน ซุกใบกรรมสิทธิ์ (หุ้น) โอนขายกรรมสิทธิ์ (หุ้น) โดยไม่ยอมเสียภาษี บ้านเอื้ออาธร กล้ายาง แทรกแซงกระจอกข่าว ตั้งรัฐบาลนอมินีเครือญาติตัวเอง ทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จีทูจี แก้กฎหมายลักหลับสุดซอย ฯลฯ  แต่เมื่อซิฟิลิส พี่ชายของเดเนริส ต้องมีอันเป็นไปแล้ว เธอจึงเหลือเพียงหัวเดียวกระเทียมลีบ เมื่อถูกทำรัฐประหาร ทำให้เธอต้องตกระกำลำบาก ต้องระเหเร่ร่อนไปขอความเป็นธรรม ร้องขอความช่วยเหลือ ร้องไห้น้ำลายฟูมปาก ขอความเห็นใจ และหาแนวร่วมเป็นคนเถื่อนทั้งหลายมาหนุนหลังสนับสนุนเธอต่อไป เธอมีผู้ติดตามก็คืออัศวินพี่หมี จอร่าห์ เมอร์มองค์ และท่านแม่ทัพหนอนเทา เกรย์วอร์ม กับเมีย ที่คอยติดตามเธอไป ทุกหนแห่ง และครั้งนี้เธอได้มาขอความเป็นธรรมต่อหน้าศาลฏีกา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตจำนำข้าวของเธอ


เกมออฟทน (ภาคที่ 1 หัตถ์ของพระราชา) องก์ที่  3 ฉากที่ 3 บริเวณศาลฏีกา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เดเนริส  : “ศาลค่ะ ดิฉันไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งๆ ที่โครงการนี้มีประโยชน์ และเป็นสิ่งที่ดิฉันหาเสียงเอาไว้ หากไม่ทำตามก็ถือว่าตระบัดสัตย์ต่อประชาชน โครงการนี้ทำให้ชาวนา ได้ลืมตาอ้าปากค้าง ได้หน้าและลืมหลัง ฟังเสียงสวดมนต์ ในห้องดับจิต วิปริตผิดเพศ อาเพททั้งตระกูล เลยค่ะ ใช่มั๊ยคะพี่น้อง”.....เสียงเฮดังออกมาจากนอกศาล ฟังไม่ได้ศัพท์ เซ็งแซ่อื้ออึงไปทั่ว ซักพักมีเสียงกรี๊ด กรีดร้อง ไม่ใช่ๆ ดังลั่นขึ้น

จอร่าห์ เมอร์มองค์  : “เอ่อ...เดเนริส โทษที โพยผิด ไม่ใช่โพยอันนั้น เอาอันนี้ไปอ่านใหม่ มันไม่ใช่”

เดเนริส หันหน้ามาทำมึนงงเล็กน้อย ก่อนจะตวาดกลับไป  : “นี่ จอร่าห์ แกทำโพย ประสาอะไรนะ จะทำให้ฉันขายหน้าหรืออย่างไร”     

ประธานผู้พิพากษาของศาลฏีกาฯ  “เป็นการอ่านคำแถลงปิดคดีด้วยโพยของฝ่ายจำเลย ที่น่าเบื่อที่สุด ศาลอยากจะขอออกไปกินกาแฟก่อน เดี๋ยวจะกลับเข้ามาฟังใหม่นะ เดเนริส”

เดเนริส  “ศาลค่ะ ดิฉันขออ่านคำแถลงการณ์สรุปใหม่นะคะ ดิฉันร่างมาผิดค่ะ ขออ่านใหม่อีกครั้งค่ะ อันเมื่อกี๊ ขอให้เป็นโมฆะนะคะ ล้างออกไปจากบันทึกความจำเลยจะได้มั๊ยค่ะ”

ประธานผู้พิพากษาของศาลฏีกาฯ “ยังจะอ่านใหม่อีกเหรอ วันนี้ฉันฟังเธอมาเป็นรอบที่ 4 แล้วนะ ร่างแถลงปิดคดีด้วยวาจา นี่เธอร่างด้วยมือตัวเองหรือเปล่าเนี่ย ทำไมถึงได้มีหลายฉบับ ผิดเยอะจังเลย ฉบับแรกก็มี thank you 3 times อะไรของเธอเนี่ย อีกฉบับมีต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มันคืออะไร เกี่ยวกันมั๊ย บ้าไปหรือเปล่า มีสติหน่อยสิ  ซักพักเดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวก็หัวเราะ นี่ศาลทำหน้าไม่ถูกแล้วนะ เธอเป็นไบเซ็กช่วล หรือเปล่าฮะ”

ผู้พิพากษาคนที่ 2 นั่งข้างๆ ประธานฯ  “ท่านครับ ไม่ใช่ไบเซ็กช่วล คงหมายถึง ไบโพล่าร์ ใช่มั๊ยครับ”
ประธานผู้พิพากษาของศาลฏีกาฯ “เออใช่นั่นแหละ เล่นเอาศาลมึนไป 3 ตลบ ไม่ต้องแถลงเพิ่มเติมแล้ว ศาลฟังความครบหมดทุกด้านแล้ว จะนัดวันแถลงคำตัดสินอีกที วันที่ 25 สิงหาคมนี้ แล้วมารอรับฟังคำตัดสินในวันนั้นกัน ปิดศาล” 

เดเนริส “ศาลค่ะ ดิฉันไม่ได้รับความเป็นธรรมค่ะ แม้กระทั่งตัวศาลเอง ก็ยังไม่ให้ความเป็นธรรมต่อดิฉัน ที่จะนั่งฟังแถลงการณ์ของดิฉันจนครบถ้วนกระบวนความ อีกเพียงแค่ 125 หน้าเท่านั้นเอง นะคะ” 

เดเนริส สะอื้นร้องไห้ ท่ามกลางมวลชนที่มาให้กำลังใจ มอบช่อดอกไม้ เห็ดกวาง เห็ดหูหนู เธอรับมันด้วยความชำนาญ หัวเราะไป สะอื้นร่ำไห้ ระคนเสียงหัวเราะ จนแม้กระทั่งมวลชนยังต้องผงะ ตกใจ กับอาการแปลกประหลาดของเธอ ไม่รู้อารมณ์ไหน ซักพัก เธอก็ก้าวขึ้นเครื่องบินมังกรไฟของเธอไปอย่างไม่แยแส ไม่หันมามองบรรดานกกระจอก เหยี่ยวข่าวที่มามุงดูและคอยรายงานข่าวความคืบหน้าและเหตุการณ์ในวันนี้ เธอก้าวขึ้นเครื่องบินด้วยรองเท้าบู้ทยี่ห้อ Burberry เหมือนเช่นเคย สะพายกระเป๋ากุชชี่ แอร์เมส สวมแว่นดำของชาแนล เพื่อป้องกันแดด จากนั้นหันมาทักทายทุกคนที่อยู่บนพื้นล่าง ด้วยการฉีกยิ้ม โบกมือทักทายไปทั่ว ก่อนที่มังกรไฟจะเทคออฟสยายปีกโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

เกรย์วอร์ม “งวดนี้คุณนายพร็อพจัดเต็มมาก คิดว่าจะเป็นเหมือนเดิมมั๊ย”

จอร่าห์  “เที่ยวนี้ก็คงจะทัวร์รอบโลกเหมือนเดิมแหละ ทริปยาว เพราะเช่าเครื่องแบบเหมาลำไป ส่วนบริวารก็วิ่งตามไปให้ทัน เพื่อไปดักรอข้างหน้าเอาก็แล้วกันนะ”



จบองก์ที่ 3 แต่เพียงเท่านี้ ไว้ว่างจะมาเขียนต่อตอนที่ 4