วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561

โลกมายาฮอลลีวู้ด ตอนที่ 5 สิบอันดับผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้าของยุคนี้ (3)


โลกมายาฮอลลีวู้ด  ตอนที่  5  สิบอันดับผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้าของยุคนี้ (3)

1.Steven Spielberg  
2.James Cameron
3.Ridley Scott
4.Christopher Nolan
5.Peter Jackson
6.Michael Bay
7.J J Abrams
8 Anthony & Joe Russo , Zack Snyder, Brian Singer
9.Guillermo del Toro
10.2 พี่น้อง Wachowski คือ Lana & Lilly Wachowski 





3. Ridley Scott

เกิด 30 NOV.1937  อายุ 81 ปีแล้ว ชาวอังกฤษ สัญชาติอเมริกัน เขาเกิดที่ ทางตอนใต้ของ แถบชนบท Durtham ในประเทศอังกฤษ เรียนจบมาทางด้านกราฟฟิกดีไซน์ เริ่มต้นชีวิตทำงานที่บีบีซี โดยทำในฝ่ายออกแบบฉาก หลังจากนั้นก็มาทำบริษัทโฆษณา หลังจากนั้นเขาก็เดินทางมาทำงานที่สหรัฐ โดยเริ่มตั้งบริษัทผลิตซีรีส์ในอเมริกาและสร้างหนัง เขาผ่านการสมรสมาแล้ว 3 ครั้งกับภรรยา 3 คน มีบุตร 3 คน อาชีพผู้กำกับภาพยนตร์และโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์  เขาเป็นคนที่สนใจติดตามความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ด้านมืดของวิทยาศาสตร์



จุดเด่นในงานหนังของ Ridley Scott  มักเล่นกับภาพอันน่าหวาดกลัว หรือโลกอันเลวร้าย (Dystopia) ซึ่งตรงกันข้ามกับโลกในอุดมคติ (Utopia) และตัวเขาสนใจแนวหนังไซไฟ หรือวิทยาศาสตร์เป็นพิเศษ หนังฟิล์มนัวร์แนววิทยาศาตร์โลกอนาคต เป็นงานถนัดของเขา  งานหนังของเขาจะเล่นกับด้านมืดในจิตใจมนุษย์ ปมปัญหา หรือด้านลึกในจิตใจมนุษย์ที่จะแสดงออกมาอย่างไร หากถูกกดดันภายใต้สิ่งแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่เป็นปัญหาหรือไม่คาดคิด ยังไม่นับรวมว่าหากสถานการณ์นั้นมันเกิดภายใต้โลกวิทยาศาสตร์ในอนาคต ซึ่งมนุษย์จะจัดการกับปัญหานั้นอย่างไร งานหนังของเขาจะเน้น และขยี้ในประเด็นนี้แทบทุกเรื่อง ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นเด่นชัด ผู้เขียนขอไปเปรียบเทียบกับงานของ Spielberg  งานของ Spielberg ตัวละครจะมีมุมมองเชิงบวก แบบโลกสวย คนดูจะลุ้นเอาใจช่วยตัวละครของ Spielberg เสมือนเอาใจช่วยพระเอกนางเอกให้รอดปลอดภัย  แต่งานหนังของ Scott ตัวละครจะเป็นขั้วตรงข้ามเลย ดาร์กสุดๆ โชว์ด้านมืดในจิตใจ หรือบางครั้งสถานการณ์จะบีบบังคับ กดดันให้ตัวละครแสดงด้านมืดในจิตใจออกมา เพื่อเอาตัวรอด ซึ่งเหมือน ขาวกับดำ หนังของ Spielberg จะมีมารขาวโผล่มา (ซึ่งมารตัวนั้น บางทีก็ไม่น่ากลัวมากอะไรด้วย เผลอๆคนดูจะเอาใจช่วยมารขาวตัวนั้นซะอีก) แต่หนังของ Scott จะเป็นมารดำโผล่มาในร่างของพระเอกนางเอกเองเลย อันนี้สิ จะเป็นการทดสอบจิตใจ มโนธรรม สำนึกในจิตใต้สำนึกของคนดูว่า คุณยังจะเอาใจช่วยพระเอกนางเอกคนนั้นมั๊ย ที่ถูกความชั่วเข้าครอบงำจิตใจ เพื่อที่จะทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์ภายใต้แรงกดดันอันชั่วร้าย เลวร้ายหรือเกินกว่าที่มนุษย์จะรับมือได้



ถ้ากล่าวถึง Ridley Scott แล้วไม่กล่าวถึง Tony Scott ก็เห็นจะไม่ครบถ้วนสมบุรณ์ ต้องถือว่าเป็นคู่พี่น้องคู่แรกของฮอลลีวู้ด ที่สร้างงานในระดับบ็อกออฟฟิซมาก่อน (มาก่อนคู่พี่น้อง Wachowski, Coen, Rosso)  ถึงแม้ว่า Tony Scott จะเสียชีวิตลงไปแล้ว (เสียชีวิตด้วยการกระโดดสะพานฆ่าตัวตายในปี 2012)  แต่ผลงานของ Tony ก็มีแนวทางคล้ายๆ พี่ชายของเขาอยู่เหมือนกัน แม้ว่าจะไม่ใช่คู่พี่น้องที่ช่วยกันกำกับในเรื่องเดียวกัน เหมือนคู่พี่น้องคู่อื่นๆ  หนังของ Tony ก็จะเน้นประเด็นด้านมืดในจิตใจของมนุษย์เช่นกับพี่ของเขา แต่แตกต่างกันตรงที่งานของ Tony จะไม่ถนัดแนวไซไฟ แต่จะเน้นไปในแนวดราม่าทริลเลอร์กับแอ็คชั่นดราม่าเสียเป็นส่วนใหญ่

ถ้าถามผู้เขียน ผู้เขียนชอบงานของคู่พี่น้อง Scott มากกว่า Spielberg เสียเป็นส่วนใหญ่ (บางเรื่องก็ไม่ชอบ) ไม่ใช่เพราะตัวเองเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย หรือไม่คิดบวก แต่เพราะงานของคู่พี่น้อง Scott พยายามตั้งคำถามและค้นหาคำตอบของจิตใจมนุษย์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันตอบโจทย์และสอดคล้องกับโลกความเป็นจริงในปัจจุบันและอนาคตมากกว่า แต่ใช่ว่างานของ Spielberg จะไม่เรียลลิสติก แต่ผู้เขียนมองว่างานของ Spielberg ดูเพื่อความบันเทิง อิ่มเอมใจ ประทับใจ แต่เราจะไม่สามารถเรียนรู้ หรือให้บทเรียน สอนใจแก่เราได้ในโลกแห่งความเป็นจริงก็เท่านั้น  งานของ Spielberg จึงมีคุณค่าอยู่แต่ในยุคสมัยของเขา แต่มองไปในอนาคตจะดูว่ามันเชย และอาจจะดูขบขันไปซักเล็กน้อย แต่งานของคู่พีน้อง Scott จะนำกลับมาดูกี่รอบจะดูเหมือนว่ามันยังสดใหม่ และประเด็นข้อคิดยังดูทันสมัยอยู่เสมอ

ผลงานหนังคู่พี่น้อง  Scott แยกตามปี ที่ออกฉาย ดังนี้  
Ridley  Scott  กำกับ Tony  Scott  กำกับ
1971 Loving Memory
1977 The Duellists
1979 Alien
1982 Blade Runer
1983 The Hunger
1985 Legend
1986 Top Gun
1987 Someone to Watch Over Me 1987 Beverly Hills Cop 2
1989 Black Rain
1990 Revenge
Days of Thunder
1991 Thelma & Louise 1991 The Last Boy Scout
1992 1492 : Conquest of Paradise
1993 True Romance
1995 Crimson Tide
1996 White Squall 1996 The Fan
1997 G.I. Jane
1998 Enemy of the State
2000 Gladiator
2001 Hannibal 2001 Spy Game
Black Hawk Down
2003 Matchstick Men
2004 Man on Fire
2005 Kingdom of Heaven 2005 Domino
2006 A Good Year 2006 Dejavu
2007 American Gangster
2008 Body of Lies
2009 The Taking of Pelham 123
2010 Robinhood 2010 Unstoppable
2012 Prometheus
2013 The Counselor
2014 Exodus : Gods and Kings
2015 The Martian
2017 Alien :  Covenant
All the Money in the World



ในบรรดาหนังของเขา (Ridley Scott) มีเรื่องใดได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆ บ้าง ดังนี้

-เวที BAFTA ปี 1995 ได้รางวัล Outstanding British Contrubution to Cinema, ปี 2018 ได้รางวัล BAFTA Fellowship  เวที Directors Guild of America ได้รางวัล  Lifetime Achivement Award ปี 2017 และยังได้รับรางวัลจากเวที Emmy Awards จากทีวีซีรีส์ 2 เรื่อง ปี 2002 จากเรื่อง The Gathering Storm, ปี 2011 จากเรื่อง Gettysburg ,เวทีลูกโลกทองคำ Golden Globe Award ได้รางวัล ภ.ยอดเยี่ยมสาขาตลกและมิวสิคัล จากเรื่อง The Martian, เวที National Board of Review ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเรื่อง The Martian, เวที Saturn Award ได้รับรางวัล ปี 1980 ได้รางวัล ผกก.ยอดเยี่ยม, ภาพยนตร์ไซไฟยอดเยี่ยมจากเรื่อง Alien, ปี 2016 ได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม จากเรื่อง The Martian 


สิ่งที่เป็นความตั้งใจของเขาก็คือ เขาต้องการสร้างภาคต่อของ ภาพยนตร์แฟรนไชส์ชุด Alien ต่ออีก 6 ภาค หลังจากภาคต่อเรื่องล่าสุด Alien : Covenant (จริงๆ Alien มี 12 ภาค ไม่นับภาคแยกกับ Predator) ส่วนอีกโปรเจ็คท์นึงก็คือ เขาอยากสร้าง ภาค 2 ของ ภาพยนตร์ Gladiator ไม่รู้ว่าความตั้งใจของเขาทั้ง 2 สิ่งนี้จะเป็นจริงหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป เพราะหนังแนวไซไฟของเขาช่วงหลังๆ ก็ไม่ค่อยทำเงินซักเท่าไหร่


เว็บไซต์ Indiewire.com ได้จัดอันดับหนังของ Ridley Scott ไว้ ว่าเรื่องใดคือที่สุดของเขาบ้าง เราเลือกมาแค่ 10 อันดับแรกล่ะกัน ดังนี้

1.Alien (1979)
2.Blade Runner (1982)
3.Kingdom of Heaven (2005)
4.Thelma & Louise  (1991)
5.The Duellists  (1977)
6.The Counselor  (2013)
7.Black Hawk Down  (2001)
8.Matchstick Men (2003)
9.Gladiator  (2000)
10.Prometheus  (2012)






โปรดติดตามรายละเอียดของผู้กำกับท่านอื่นๆ ในตอนถัดไป




วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2561

โลกมายาฮอลลีวู้ด ตอนที่ 4 สิบอันดับผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้าของยุคนี้ (2)

โลกมายาฮอลลีวู้ด  ตอนที่ 4  สิบอันดับผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้าของยุคนี้ (2)

1.Steven Spielberg  
2.James Cameron
3.Ridley Scott
4.Christopher Nolan
5.Peter Jackson
6.Michael Bay
7.J J Abrams
8 Anthony & Joe Russo , Zack Snyder, Brian Singer
9.Guillermo del Toro
10.2 พี่น้อง Wachowski คือ Lana & Lilly Wachowski 

โลกมายาฮอลลีวู้ด  ตอนที่ 4  สิบอันดับผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้าของยุคนี้





2. James Cameron

เกิด 15 AUG.1954  อายุตอนนี้  64 ปี  ผู้กำกับชาวแคนาดาท่านนี้เคยประกาศตนว่าเป็น “King of the World”  เขาเป็น 1 ในผู้กำกับที่ทะเยอทะยาน ใฝ่สูงที่สุดคนหนึ่ง และท้าทายความสามารถตนเองอยู่ตลอดเวลา จากพื้นเพเดิมเคยเรียนด้านช่างกล อาชีพเดิมเป็นคนขับรถบรรทุก สุดท้ายก้าวขึ้นมาเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ และผู้กำกับชื่อดังในที่สุด เขาเกิดที่  Kapuskasing เมือง Ontario ประเทศแคนาดา ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่ที่ แถบ Maibu ,California USA  อาชีพที่ระบุไว้ของเขา คือ ผู้สร้างหนัง, นักบุญ และนักสำรวจใต้ทะเล ฟังดูเก๋ไก๋ไฮเปอร์มากๆ สำหรับบุคคลคนนี้

ประวัติครอบครัวอันโชกโชนของเขา มีเมียถึง 5 คน เคยสมรสครั้งแรกกับ Kathryn Bigelow (หย่า) - สมรสครั้งที่ 2 กับ Gale Anne Hurd (หย่า) - สมรสครั้งที่ 3 กับพนักงานเสิรฟจากร้านอาหาร Bob's Big Boy's Restaurant (หย่า) - สมรสครั้งที่ 4 กับ Linda (หย่า) - สมรสครั้งที่ 5 กับ Suzy Amis เป็นม่าย และมีบุตรทั้งหมด 4 คน  , การศึกษา : จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา




เกร็ดประวัติส่วนตัวเกี่ยวกับตัวเขา James Cameron ที่คนทั่วไปอาจไม่รู้ ก็คือ

·         หนังในดวงใจตลอดกาลของเขาคือ Wizard of Oz หนังเพลงปี 1939 ของ วิคเตอร์ เฟลมมิ่ง โดยบอกว่านี่คือการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
·         ก่อนจะเข้าสู่วงการภาพยนตร์ คาเมรอนหาเลี้ยงตนเองด้วยการขับรถบรรทุก และมีงานอดิเรกคือฝึกเขียนบท และใช้เวลาเข้าห้องสมุดอ่าน จด และถ่ายเอกสารวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาด้านภาพยนตร์ในเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งทำให้เขาสะสมความรู้ด้านการถ่ายทำและเทคนิคพิเศษ
·         Star Wars หนังไซไฟเรื่องดังของ จอร์จ ลูคัส ในปี 1977 ทำให้คาเมรอนตัดสินใจลาออกจากการขับรถบรรทุก และอยากทำหนังไซไฟ ซึ่งทำให้เขาเริ่มฝึกทำหนังสั้นเรื่องแรกความยาว 10 นาทีเรื่อง Xenogenesis ในปี 1978
·         ก่อนจะกลายเป็นผู้กำกับหนังทำเงินอย่างทุกวันนี้ คาเมรอนเริ่มต้นอาชีพด้วยการทำงานหลายตำแหน่งกับของราชาหนังเกรดบีทุนต่ำอย่าง โรเจอร์ คอร์แมน ก่อนจะได้รับการว่าจ้างเป็นฝ่ายเทคนิคพิเศษจากหนังสยองขวัญเรื่อง Piranha  ในปี 1978 และมีงานกำกับชิ้นแรกที่ไม่น่าจดจำนักคือ  Piranha Part Two: The Spawning (1981) เนื่องจากผู้กำกับดั้งเดิมถอนตัวระหว่างถ่ายทำ จึงกลายเป็นผู้กำกับจำเป็นในตอนนั้น และเขาเองก็ถูกไล่ออกในภายหลัง(แม้ในที่สุดยังมีเครดิตอยู่ก็ตาม) ท่ามกลางปัญหามากมายจากสภาพอากาศในจาไมก้า
·         แม้จะประเดิมผลงานแรกด้วยประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำ มิหนำซ้ำยังป่วยจากอาหารเป็นพิษ แต่ฝันร้ายขณะป่วยเกี่ยวกับหุ่นยนต์ในมาดมือปืนสุดแกร่งที่มาจากอนาคตเพื่อฆ่าเขาได้ถูกพัฒนากลายเป็นบทหนังเรื่อง The Terminator ที่สร้างชื่อให้กับเขา
·         แม้ผลงานที่ผ่านมาของคาเมรอนจะได้รับคำชมไม่มากก็น้อย แต่ในอดีตคาเมรอนเป็นผู้ร่วมเขียนบทหนังเรื่อง Rambo: First Blood Part II หนังดังของ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ในบทแรมโบ้ที่ทำรายได้ไปกว่า 150 ล้านเหรียญ แม้ผลวิจารณ์จะย่ำแย่จนได้รับรางวัล ราซซี่ อวอร์ด หรือ “ออสกล้วย” หนังยอดแย่ประจำปี ค.ศ.1986 ถึง 5 สาขาด้วยกันคือ หนังยอดแย่แห่งปี นักแสดงชายยอดแย่ บทยอดแย่ เพลงประกอบยอดแย่ และนักแสดงสมทบหญิงยอดแย่
·         เขาเลิกดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลังจากกำกับหนังเรื่อง Terminator 2: Judgment Day(1991) ปัจจุบันเขาดื่มกาแฟแบบไม่มีคาเฟอีน
·         เขาเปิดเผยว่ามีกระสุนฝังที่บริเวณแขนของเขาซึ่งเกิดจากการถ่ายทำเรื่อง  Terminator 2: Judgment Day แต่เขาไม่เคยเอามันออก
·         เขาซื้อบ้านของ จอร์จ ซี.สก็อตต์(1927-1999) นักแสดงชาวอเมริกันผู้โด่งดังจากบทนายพลแพตตัน จากภาพยนตร์เรื่อง Patton(1970) ซึ่งส่งให้เขาได้รางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชาย
·         เขายังประสบอุบัติเหตุฟันหักในการถ่ายทำเรื่อง Avatar แต่กลับไม่เคยไปทำฟันใหม่ ด้วยคำตอบง่ายๆ ว่า “ผมไม่ใช่คนยิ้มแป้นอยู่แล้ว”
·         ในปี 2004 เจมส์ คาเมรอน ขอถอนสถานะพลเมืองอเมริกันของตนเองออกไปหลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ได้ดำรงตำแหน่งอีกครั้ง
·         ปี ค.ศ.2010 เจมส์ คาเมรอน ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร วานิตี้ แฟร์ ให้เป็นบุคคลที่มีรายรับตลอดปีอันดับหนึ่ง คือ 257 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมาจากรายได้ของหนังเรื่อง Avatar ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2009 นั่นเอง
·         มีกบที่ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่คาเมรอนด้วย ! Pristimantis jamescameroni คือชื่อของสปีชี่ส์กบสีส้ม-น้ำตาลในวงศ์กบ Leptodactylidae ที่ค้นพบในประเทศเวเนซุเอล่าเมื่อปี 2555 (ปัจจุบันอยู่ในกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์) และตั้งชื่อดังกล่าวให้ในเดือนตุลาคม 2556 จากความพยายามของคาเมรอนในการกระตุ้นเตือนปัญหาสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการเป็นมังสวิรัติเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าอีกด้วย
·         คาเมรอนเคยดำลงไปสำรวจใต้น้ำด้วยพาหนะมาแล้ว 76 ครั้ง โดย 33 ครั้งเป็นการดำสำรวจเรือไททานิก
·         ไม่ต้องแปลกใจหากเขาจะเอ่ยถึงการอยากไปเยือนดาวอังคาร คาเมรอนเคยมีตำแหน่งในสภาที่ปรึกษาขององค์การนาซ่า ช่วงสั้นๆ มาแล้วซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจไปดาวอังคารนั่นเอง แต่ว่ากันว่าสไตล์การทำงานของเขาไม่สามารถเข้ากันได้กับนาซ่านัก
·         16 สิงหาคมนี้(ปี 2557) คาเมรอนจะอายุครบ 60 ปี ในวันที่เขาดำไปกับยานสำรวจ Deepsea Challenger เขาอายุ 64 ปีแล้ว

(อ้างอิงข้อมูลจาก : เว็บ sarakadee.com)



James Cameron ในยุคแรก เขาจะชิมลางกับหนังสัตว์ประหลาดใต้ทะเล จนเขาค้นพบว่าตนเองชอบความลึกลับของโลกใต้ทะเล ในเวลาต่อมา หนังของเขาจึงง่วนอยู่กับหนังที่ค้น สำรวจ ความลึกลับ และสิ่งมหัศจรรย์ใต้ทะเล และเกือบทั้งหมดเป็นงานในโลกวิทยาศาสตร์ หรือหนังไซไฟ เกือบทั้งสิ้น แม้แต่หนังแอ็คชั่น ผลงานสร้างชื่ออย่าง Aliens, The Terminator, Terminator 2  ก็เป็นแอ็คชั่นในรูปแบบแอ็คชั่นไซไฟ ที่กลายมาเป็นแนวหนังแบบใหม่ ที่สร้างต่อๆ ตามกันมา โดยผู้สร้างรุ่นหลังก็ได้รับแรงบันดาลใจและอิทธิพลมาจากเขาเอง 

งานของ James Cameron จะเล่นกับงานด้านภาพที่วิจิตรพิสดาร ที่เต็มไปด้วยสเปเชียลเอ็ฟเฟ็คท์ และเทคนิคพิเศษด้านภาพที่ใช้มุมกล้อง และพัฒนาการของนวัตกรรมด้านภาพใหม่ๆ เสมอ ในหนังของเขา จนบางครั้งหนังของเขาต้องมาตกม้าตายที่บทภาพยนตร์นี่แหละ ที่มันขาดความเชื่อมโยงและสมเหตุสมผล แต่คอหนังและบรรดาแฟนคลับของผู้กำกับท่านนี้ เข้าใจและพร้อมจะยอมให้อภัยเขาเสมอ เนื่องจากจุดเด่นของหนังของเขา มันไม่ได้อยู่ที่ตัวบท แต่อยู่ที่ Production Design (การออกแบบงานสร้าง) และเทคนิคด้านภาพ ที่มันอลังการ วิจิตรพิสดาร จนทำให้เด่นกลบจุดด้อยในเรื่องบทของหนังไปโดยสิ้นเชิง  และเขามักมาพร้อมกับโปรเจ็คที่ตื่นตาตื่นใจ แปลกใหม่เสมอ จนคนดูเดาทางไม่ถูก และมักอึ้งและทึ่งกับโปรเจ็คท์หนังใหม่ๆ ของเขาเสมอ จะเรียกได้ว่าเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เพียงคนเดียวในฮอลลีวู้ดที่กล้าประกาศตนว่า ตนเองคือ King of the World  หรือผู้สร้างโลกใหม่ให้กับโลกภาพยนตร์ได้จริงๆ และกับโปรเจ็คท์หนังเรื่อง Avatar ของเขา ได้กลายเป็นโปรเจ็คท์หนังแฟรนส์ไชส์ ที่กล้าประกาศสร้างล่วงหน้าไป 4-5 ภาค โดยที่นายทุน หรือสตูดิโอผู้สร้าง พร้อมใจควักเงินสนับสนุนให้กับโปรเจ็คท์ของเขา และสปอนเซอร์สินค้าระดับโลกพร้อมควักเงินลงขัน ทุ่มหมดหน้าตักให้กับโปรเจ็คท์หนังทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นรูปร่างหน้าตา และอะไรเลยทั้งสิ้น มีเพียงฟุตเทจ และภาพตัวอย่างจาก Avartar ภาค 1 เท่านั้น ให้กับผู้ลงทุนเป็นหลักประกันความสำเร็จ (ใช่สิ ถ้า Avatar ภาค 1 มันไม่ทำเงินถล่มทลาย จนกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดอันดับ 1 ตลอดกาล >2.787 พันล้านเหรียญ> มีหรือนายทุน สตูดิโอทั้งหลาย จะกล้ายอมเสี่ยงอนุมัติเงินให้กับ James Cameron ไปใช้ลงทุนสร้าง ภาค 2-5 ได้มากมายถึงเพียงนี้ แล้วก็ยังไม่รู้ว่า มันยังจะประสบความสำเร็จได้เท่าภาคแรกอีกหรือไม่) แต่ในเมื่อเครดิตความน่าเชื่อถือ และหนังของเขาทั้ง Avartar กับ Titanic ติดอันดับ 1,2 ของหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลทั่วโลกขนาดนี้ ไม่ว่าเขาจะเสนอโปรเจ็คท์หนังมนุษย์ต่างดาวนอกโลกแบบไหนก็ตาม นายทุนเจ้าของสตูดิโอที่ไหนก็ต้องอยากอนุมัติให้เงินสร้างแก่เขาทั้งนั้น

ไม่เชื่อว่าเขาอยู่วงการนี้มานานกว่า 40 ปี แต่มีผลงานภาพยนตร์สร้างชื่อเพียง ประมาณ 12 เรื่องเท่านั้น และในจำนวนนี้ เป็นหนังเรื่องเดิม แต่มีหลายภาค อยู่ถึง 5 เรื่อง สรุปคือ เขาสร้างหนังอยู่เพียงไม่กี่เรื่อง และเป็นพล็อตเดิมๆ ทั้งนั้น แต่กลับสร้างชื่อ และรายได้ ให้เขามีเครดิต อยู่มาได้จนถึงปัจจุบันนี้



ผลงานหนังของ James Cameron แยกตามปี ที่ออกฉาย ดังนี้

1978   Xenogenesis
1981   Piranha 2 : The Spawning
1984   The Terminator
1986   Aliens
1989   The Abyss
1991   The Terminator 2 :  Judgement Day
1994   True Lies
1997   Titanic
2002   Expedition : Bismarck
2003   Ghosts of the The Abyss
2009   Avatar
2020   Avatar 2
2021   Avatar 3
2023   Avatar 4
2025   Avatar 5









ในบรรดาหนังของเขา มีเรื่องใดได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆ บ้าง ดังนี้
-The Terminator (ภาคแรก) ได้รับรางวัลผู้กำกับและเขียนบท จากเวที Avoriza Fantastic Films Fest, Saturn Awards

-Rambo : First Blood Part 2  ได้รางวัลเขียนบท(ห่วย)  จากเวที Razzie Award for Worst Screenplay 

-Aliens (ภาคแรก) ได้รางวัลผู้กำกับและเขียนบท จากเวที Hugo Award, Saturn Awards

-The Abyss  ได้รางวัลผู้กำกับและเขียนบท จากเวที Saturn Awards  อีกแล้ว

-Terminator 2 : Judgement Day  ได้รับรางวัลกำกับ,เขียนบท,โปรดิวเซอร์ จากเวที MTV Movie Awards, Ray Bradbury Award, Hugo Award, Saturn Award, Peaple’s Choice Awards

-True Lies  ได้รับรางวัลกำกับ,เขียนบท,โปรดิวเซอร์ จากเวที Saturn Award

-Titanic  ได้รางวัลกำกับ,เขียนบท,โปรดิวเซอร์,ตัดต่อ จากเวทีมากมาย ยก ต.ย เวทีดังๆ เท่านั้น ดังนี้  จากเวที Academy Award (Oscar), Golden Globe Award, Broadcast Film Critics Association Award, Directors Guild of America Award, Producer Guild of America Award, MTV Movie Award ,National Broad of Review Spotlight Award,Online Film Critics Society Award,People’s Choice Awards

-Avatar  ได้รางวัลกำกับ,เขียนบท,โปรดิวเซอร์,ตัดต่อ  ได้รับรางวัลเกือบจะทุกเวทีเหมือนเรื่อง Titanic ยกเว้นพลาดจากเวที Academy Award (Oscar)  แต่มาได้เพิ่มจากเวที Saturn Award ,Scream Award และ  Teen Choice Award แทน


เว็บไซต์ Thetoptens.com ได้จัดอันดับหนังของ James Cameron ไว้ ว่าเรื่องใดคือที่สุด 10 อันดับมีดังนี้



1.Terminator 2 : Judgement Day
2.Aliens
3.Titanic
4.Avatar
5.The Terminator
6.True Lies
7.The Abyss
8.Aliens of the Deep
9.This Time It’s  War
10. Piranha 2 : The Spawning

โปรดติดตามรายละเอียดของผู้กำกับท่านอื่นๆ ในตอนถัดไป




วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2561

โลกมายาฮอลลีวู้ด ตอนที่ 3 สิบอันดับผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้าของยุคนี้ (1)


โลกมายาฮอลลีวู้ด  ตอนที่ 3   10 อันดับผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้าของยุคนี้ (1)

ถ้าจะพูดถึงผู้กำกับในแวดวงฮอลลีวู้ดที่มีฝีมือในระดับแถวหน้า หรือระดับชั้นครูทั้งหลาย ผู้เขียนก็จะนึกถึง Steven Spielberg, Martin Scorsese, Quentin Tarantino, Alfred Hitchcock, Stanley Kubrick, James Cameron, Clint Eastwood, Francis Ford Coppola, Ridley Scott, Christopher Nolan, Woody Ellen,David Fincher, Peter Jackson,  Roman Polanski ,Robert Zemeckis, Ang Lee, Alejandro G.Inarritu , Michael Bay, George Miller, George Lukas, Guillermo del Toro , J J Abrams, Zack Snyder , Anthony & Joe Russo , Joel & Ethan Coen , Lana & Lilly Wachowski , Bernardo Bertolucci ,Oliver Stone  etc. 


แต่ถ้าถามว่า ในบรรดาผู้กำกับเหล่านี้ ใครคือพ่อมดฮอลลีวู้ดที่แท้จริง ?

ผู้เขียนก็ขอวิเคราะห์ว่า น่าจะต้องเป็นผู้กำกับที่สร้างงานในระดับโปรดักชั่นใหญ่ ,เป็นงานที่น่าจดจำ (สร้างชื่อเสียง)  มีคาแร็กเตอร์หรือลายเซ็นต์เฉพาะสำหรับผู้กำกับท่านนั้น  ทำเงินหรือสร้างรายได้หรือได้รางวัล เป็นงานคุณภาพในระดับที่นักวิจารณ์ นักชมหนังทั่วโลกให้การยอมรับในวงกว้าง หรือได้รับการยอมรับในแวดวงคนทำหนังด้วยกันเองมากที่สุด

ถ้าตัดเอาผู้กำกับรุ่นเก่า,ที่เสียชีวิตไปแล้ว และ/หรือ ไม่ค่อยมีผลงานสร้างชื่อในยุคปัจจุบันออกไป ก็จะเหลือเพียงรายชื่อ 10 อันดับที่เข้าข่าย ดังต่อไปนี้

1.Steven Spielberg  
2.James Cameron
3.Ridley Scott
4.Christopher Nolan
5.Peter Jackson
6.Michael Bay
7.J J Abrams
8 Anthony & Joe Russo , Zack Snyder, Brian Singer
9.Guillermo del Toro
10.2 พี่น้อง Wachowski คือ Lana & Lilly Wachowski 


ถ้าเป็นยุค 50’s-60’s ก็คงต้องยกให้เป็นยุคของผู้กำกับ Alfred Hitchcock,Akira Kurosawa, David Lean , John Ford, Stanley Kubrick  

ยุค 60’s-70’s เป็นยุคของผู้กำกับ Ingmar Bergman, Sergio Leone, Billy Wider, Roman Polanski  

ยุค 70’s-80’s  ก็เป็นยุคของผู้กำกับ Francis Ford Coppola ,Martin Scorsese, Stanley Kubrick, Ridley Scott, Roman Polanski  

ยุค 80’s-90’s  เป็นยุคของผู้กำกับ Robert Zemeckis, Sam Raimi, Joel Schumacher, Brian de Palma, Wes Craven, George Lukas, Steven Spielberg , Tim Burton ,John Woo, 

ยุค 90’s-2000’s  เป็นยุคของผู้กำกับ Jonathan Demme , Quentin Tarantino, Steven Spielberg, Martin Scorsese, David Fincher, Michael Mann ,Mel Gibson 

ยุค 2000’s เป็นยุคของผู้กำกับ 2 พี่น้อง Wachowski, Pual Thomas Anderson, Christopher Nolan, Joel Coen, Ang Lee ,Danny Boyle, Sam Mandes, Clint Eastwood, Ron Howard , Alejandro G. Inarritu, Guy Ritchie, Guillermo del Toro , Steven Soderbergh , Woody Ellen ,Peter Jackson , David O.Russel ,M Night Shyamalan  พอเข้าสู่ยุคปัจจุบัน 

ยุค 2010’s  เป็นยุคของผู้กำกับ Ron Howard, Roman Polanski, Peter Jackson, Ang Lee, Damien Chazelle,  2พี่น้อง Coen , 2พี่น้อง Russo, Alfonso Cuaron, Christopher Nolan , J J Abrams , Zack Snyder ,Brian Singer ,James Wan ,Guillermo del Toro, ,Alejandro G.Inarritu  etc.

ที่เลือก 10 ผุ้กำกับ 10 อันดับนี้ เป็นผู้กำกับแถวหน้าของฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ก็เพราะว่า เขามีงานสร้างชื่อ และสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการภาพยนตร์ไว้มากมาย โดยกลายเป็นตำนานที่ต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว  เราจึงเรียกพวกเขาว่าเป็น  “พ่อมดแห่งฮอลลีวู้ด” 


1.Steven Spielberg  

เกิด 18 Dec 1946  อายุตอนนี้ 72 ปี  เขาเป็นนักสร้างหนัง เป็นผู้บุกเบิกการสร้างหนังฮอลลีวู้ดในยุคใหม่ ที่เรียกว่า  "New Hollywood Era"  และยังเป็น 1 ในผู้ก่อตั้งสตูดิโอสร้างหนังชื่อดัง Dreamwork Studios ด้วย โดยยุคแรก เขามักสร้างหนังให้กับ Universal Studios ในนามของบริษัทส่วนตัวของเขาที่ชื่อ Amblin Entertainment ก่อนจะชวนเพื่อนซี้ใน Universal มาร่วมก่อตั้ง Dreamwork SKG ( SKG มาจากอักษรชื่อหลังของผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 3 คน คือ S : Steven Spielberg , K : Jeffey Katzenberg, G : David Geffen)  เขาผ่านการสมรสมาแล้ว 2 ครั้ง กับภรรยา 2 คน และมีบุตร 7 คน 

เขาเป็นผู้กำกับชาวยิว สัญชาติอเมริกัน เกิดที่ ซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เริ่มอาชีพในวงการฮอลลีวู้ด ด้วยการเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ ก่อนจะก้าวมาเป็นผู้กำกับ คนเขียนบท และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ (Executive Producer) เขาเป็น 1 ในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในแวดวงภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ด เพราะงานของเขาได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมวงการ และงานโดยรวมของเขาติดอันดับหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลหลายเรื่อง และเป็นงานสร้างชื่อเสียงให้กับวงการ อีกทั้งได้รับรางวัลมากมาย 

จัดเป็นเจ้าพ่อหนังสูตรสำเร็จ หรือว่าเป็นผู้กำกับที่มีทาง (ลายเซ็นต์) ของตัวเองชัดเจน และมักเล่นกับอารมณ์คนดูได้อย่างถึงแก่น หนังของ Spielberg จะไม่ใช่หนังที่มีบทอันสลับซับซ้อน ตัวละครมีปมปัญหาอะไรมากนัก แต่ตรงกันข้าม หนังของเขา เดาทางได้ถูกทั้งเรื่อง เพียงแต่ตลอดระยะเวลาของการเล่าเรื่อง  เขาจะค่อยๆ ขยี้ เร้าอารมณ์คนดู เล่นกับอารมณ์ความรู้สึก เอาใจช่วย และให้ผู้ชมลุ้นไปกับตัวละครของเขา จนถึงฉากสุดท้าย นั่นจึงไม่แปลกที่หนังของ Spielberg มักจบลงด้วยความประทับใจ อิ่มเอมใจคนดู และเป็นหนังขวัญใจคนดูตลอดมา  หนังที่สร้างขื่อให้กับ Spielberg มีอะไรบ้าง อาทิ  Jaws, Close Encounters of the Third Kind, Raiders of the Lost Ark, E.T. the Extra-Terrestrial, Twilight Zone :The Movie, Indiana Jones and the Temple of Doom,The Color Purple, Indiana Jones and the Last Crusade, Jurassic Park, Schindler’s List, Amistad, Saving Private Ryan, A.I. Aritificial Intelligence, Minority Report,  Catch Me if You Can,The Terminal, War of the Worlds, Munich , Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull, The Adventures of Tintin, War Horse, Lincoln,ฺBridge of Spices,The BFG, The Post, Ready Player One ในหนังจำนวนทั้งหมดนี้ มีเรื่อง Close Encounters of the Third Kind กับ A.I. Artificial Intelligence ที่ Spielberg เขียนบทเองด้วย

ในจำนวนหนังที่สร้างชื่อให้เขาเหล่านี้ มีเรื่องใดบ้างที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ได้รับรางวัลออสการ์ ในฐานะภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม มีเพียงเรื่องเดียวก็คือ Schindler’s List และภาพยนตร์ที่ Spielberg ได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม มีอีกเรืองนึงก็คือ Saving Private Ryan  ในเวที Directors Guild of America Award  เขาเคยได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม จากเรื่อง The Color Purple, Schindlier’s List และ Saving Private Ryan   ในขณะที่เวทีลูกโลกทองคำ Golden Globe Award  เขาได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง  E.T. The Extra-Terrestrial  ,Schindler’s List และ Saving Private Ryan  ได้ทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม  The Adventures of Tintin ยังได้รางวัล ภ.แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม จากเวทีนี้ด้วย  นอกเหนือจากรางวัลทางด้านภาพยนตร์แล้ว ในส่วนของ ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์หรือทีวีซีรีส์ ก็ได้รับรางวัลจากเวทีเอ็มมี่อวอร์ด จาก ภ.เรื่อง A Pinky and the Brain Christmas Special, Band of Brothers, Taken และ The Pacific    หนังที่ทำเงินสูงสุดของ Spielberg ตลอดกาลก็คือเรื่อง Jurassic Park รายได้รวม 1.029 พันล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ในอันดับที่ 28 ของตารางทำเงินสูงสุดตลอดกาล

ในเว็บไซต์ Ranker ได้จัดอันดับหนังของ Spielberg ที่ดีที่สุด ไว้ดังนี้

1.Jaws 
2.Indiana Jones and the Raiders of the Lost Ark
3.Schindler’s List
4.Saving Private Ryan
5.Jurassic Park
6.E.T  The Extra-Terrestrial
7.Indiana Jones and the Last Crusade
8.Close Encounters of the Third Kind
9.Catch Me if You Can
10.Indiana Jones and the Temple of Doom
    







รายละเอียดของผู้กำกับท่านอื่นๆ โปรดติดตามในตอนถัดไป