วันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2560

10 พฤติกรรมน้ำเน่าของนักการเมืองไทย (วงจรอุบาทว์ของนักการเมืองประเทศสาระขัณฑ์)

10 พฤติกรรมน้ำเน่าของนักการเมืองไทย ที่เข้ามาปกครองประเทศ มักทำกันเวลาเป็นรัฐบาล (วงจรอุบาทว์ของนักการเมืองประเทศสาระขัณฑ์)



1.ตั้งรัฐบาลโดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน คือเห็นโผ ครม.แล้วต้องร้องยี้ แบบที่เรียกว่า ตั้งคนไม่เหมาะสมกับงาน หรือไม่เหมาะกับความรู้ความสามารถ โดยชอบอ้างความเหมาะสม

2.งานแรกของการเข้ามาเป็นรัฐบาลก็คือ ต้องแก้รัฐธรรมนูญ (คือถ้ารัฐธรรมนูญมันพูดได้ มันก็คงบอกว่า กูผิดอะไรเนี่ย เอะอะ จะแก้กูอยู่นั่น ทุกยุคทุกสมัย) ของมันดีอยู่แล้ว แต่หากมันมีกฏหมายใดมาขวางการใช้อำนาจของตน ก็จะหาทางแก้หรือปรับเปลี่่ยน โดยยุคหลังนิยมฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แล้วร่างใหม่ โดยหาความชอบธรรมด้วยการ ให้มีการลงมติรับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ร่างเสร็จแล้ว โดยที่คนที่ร่างรัฐธรรมนูญคือกลุ่มคนเดิมๆ หน้าเก่าๆ ตั้งแต่ยุคพระเจ้าเหา ประชาชนไม่เคยมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ หรือเป็นคนกำหนดกรอบโครงสร้างแต่อย่างใด

3.ข้ออ้างในการเข้ามาเป็นรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ลำดับแรกมักจะอ้างเรื่องการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลก่อน และตามมาด้วยการโยกย้ายข้าราชการ โดยอ้างว่าเพื่อจะได้ทำให้รัฐบาลใหม่ทำงานสะดวก ราบรื่น เพราะข้าราชการชุดเดิมเป็นคนของรัฐบาลก่อน หรือไม่สนองนโยบาย เกียร์ว่างกันบ้าง คือ ข้าราชการเป็นอาชีพที่เล่นเก้าอี้ดนตรีมากที่สุดของประเทศนี้ แต่พยายามจะไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลตัวเอง โดยชอบพูดว่า ถ้ามีหลักฐานก็เอามาให้ดู จะไม่ละเว้น ไม่ว่าจะเป็นใคร ใหญ่ขนาดไหน แต่ก็ไม่เคยมีขบวนการคิดที่จะเล่นงานไอ้คนใหญ่คนโตเหล่านี้ได้เลย เพราะเป็นบิ๊กเนมผู้มีอำนาจใกล้ตัว หรือเป็นคนที่จัดตั้งรัฐบาลนั่นแหละ จึงเข้าอิหรอบ ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเองอยู่ร่ำไป

4.พอทำงานไปซักระยะ จะถูกติดตามตรวจสอบจากสื่อในทุกเรื่อง ทุกโครงการของรัฐบาล จนรัฐบาลรู้สึกอึดอัดที่ถูกจับตาและจับผิด สิ่งที่รัฐบาลมักทำก็คือ
-มุกทะเลาะกับสื่อ อ้างว่าสื่อถามคำถามไม่สร้างสรรค์ หรือมักตั้งคำถามชี้นำ หรือใส่ความรัฐบาล
-มักอ้างว่ารัฐบาลทำงานหนัก กว่าผลงานจะปรากฏ ต้องใช้ระยะเวลา หรือขอเวลาให้รัฐบาลทำงานก่อน อย่ามาจี้ หรือใจร้อน

5.พอสื่อขุดคุ้ย นักวิชาการออกมาติง กระแสเรื่องราวฉาวโฉ่เกี่ยวกับการทุจริต หรือการทำงานของรัฐที่ผิดพลาดมากขึ้น รัฐบาลโดยผู้นำรัฐบาล จะออกมาเกรี้ยวกราดใส่สื่อ เกิดความไม่พอใจสื่อนั้น สื่อนี้ ที่คอยขุดคุ้ย วิเคราะห์เจาะลึก นำเสนอ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานรัฐบาลแบบเกาะติด สาวไส้อย่างตรงไปตรงมา เกิดอาการงอนสื่อ ในบางรัฐบาลถึงกับแทรกแซงการทำงานของสื่อ สั่งปิดสื่อ หรือกลั่นแกล้งไม่ให้สื่อนั้นเข้าทำเนียบ หรือตัดงบโฆษณา ที่เคยลงในสื่อนั้นออก สรุปคือสื่อคือคนผิด? เวลามีข่าวเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับรัฐบาล หรือบ้านเมือง

6.พอไม่มีผลงานหนักๆ เข้า หรือผลงานไม่เข้าตาประชาชน

-ด้านเศรษฐกิจ จะโทษเศรษฐกิจโลกหรือต่างประเทศเป็นต้นตอที่ทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศไม่ดีไปด้วย และมักแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง ด้วยการแจกเงินประชาชน เพราะคิดอะไรไม่ออก แจกเงินคนจน ง่ายดี (ซึ่งเป็นประชานิยม ประชารัฐ หรือประชาสงเคราะห์ แล้วแต่จะใช้คำอะไร ก็อีหรอบเดียวกัน)
-ด้านการเมือง จะโทษนักการเมืองเก่า หรือรัฐบาลก่อนหน้า ว่าเป็นคนสร้างปัญหาเอาไว้ ให้ตนมาแก้ไข จึงยาก แล้วในบางรัฐบาลถึงกับกลาวว่า เป็นเพราะประชาชนโง่ เลือกนักการเมืองแบบเก่าๆ เข้ามา สร้างปัญหา โดยไม่มองตัวเองว่าก็ไม่ต่างกัน
-ด้านสังคม เวลามีปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งในสังคม ข่าวอาชญากรรมในสื่อมากมาย จะโทษอิทธิพลของภาพยนตร์/ละครทางทีวี หรือละครน้ำเน่า เป็นต้นตอที่ทำให้คนในสังคมเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ซึ่งในความเป็นจริงคนที่ก่ออาชญากรรมโดยอ้างว่าได้รับอิทธิพลมาจากการดูละครหรือภาพยนตร์มีน้อยมาก ส่วนใหญ่มันเลวโดยสันดาน หรือตั้งใจที่จะก่ออาชญากรรมอยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่หยิบยืมวิธีการจากภาพยนตร์หรือละครมาใช้เท่านั้น

7. ซื้อเวลาด้วยการปรับ ครม.ก่อน ในด่านแรก (ด้วยหน้าตาของโผ ครม.ใหม่ที่อาจจะหน้าตาดีกว่าเดิม แต่ประชาชนยังคงร้องยี้เหมือนเดิม) สาเหตุมักมาจากโพลสำรวจความนิยมชี้ว่าความนิยมในตัวรัฐบาลหรือผู้นำตกต่ำลง ไม่มีผลงาน หรือมีข่าว กระแสการทุจริตคอร์รัปชั่นในรัฐบาลมากมาย แต่การปรับคณะรัฐมนตรีที่ได้ใหม่นี้ ยังคงเอาคนที่ไม่เหมาะสมกับงาน หรือความรู้ความสามารถมาเป็นเหมือนเดิม เพราะเงื่อนไขในการปรับครม.นั้น แท้ที่จริงก็คือ การสับเปลี่ยนเพื่อคานอำนาจกันภายในมุ้ง เนื่องจากมีการเลื่อยขาเก้าอี้ หรือแทงข้างหลัง พร้อมที่จะทิ้งลำเรือรัฐนาวากัน หรือกลุ่มก้อนที่มีหลายกลุ่มที่หนุนหลังการจัดตั้งรัฐบาลนั่นเอง หรือ ปรับ ครม.ตามที่เคยให้สัญญากันไว้ ไม่ได้ปรับเพราะคำนึงถึงประชาชน หรือเพื่อสร้างผลงานใหกับประเทศชาติหรือประชาชนอย่างแท้จริง

8.เริ่มสร้างอีเว้นต์ เดินสาย เยือนต่างประเทศ หรือมีผู้นำจาก ตปท.มาเยือน จะออกข่าวใหญ่โต สร้างเครดิตด้วยการไปกล่าวปาฐกถา ตามงานซัมมิท มีทติ้ง ในเวทีสากลระดับโลก หรือเวทีสัมมนาในประเทศ สร้างภาพลักษณ์ ด้วยการมีซีนโชว์กึ๋น โชว์วิสัยทัศน์ ตามมาด้วยโปรเจ็คท์ขายฝัน เมกะโปรเจ็คท์ ที่จะผลาญเงินงบประมาณ สร้างหนี้สาธารณะในระยะยาว เพื่อสนอง need สนองกึ๋นตนเองว่าเป็นผู้นำที่มองการณ์ไกล สร้างอนาคต (หนี้บานตะไท) ไว้ให้ลูกหลาน

9.พอปลายรัฐบาล (ช่วงขาลง) เมื่อทำทุกอย่างแล้วไม่ได้ผล ก็จะงัดไม้เด็ด ที่จะเอาชนะใจ เอาคะแนนจากประชาชน ด้วยการออกมาพูดว่าจะปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ, ปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ อย่างจริงจัง (ซึ่งก่อนหน้านี้ อยู่มาจวนจะสิ้นรัฐบาล พูดให้ตายยังไง ก้นก็ไม่ขยับ ไขลานหยอดน้ำมันก็แล้ว ก็ยังเข้าเกียร์ว่าง เดินถอยหลังอยู่เป็นประจำ แต่พอมาช่วงนี้ จะขมีขมันออกข่าวเรื่องการปฏิรูปอย่างเป็นจริงเป็นจัง แต่ก็ไม่วายซื้อเวลาต่ออีก ด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษางาน หรือตั้งคณะกรรมการปฏิรูปขึ้นมาเพื่อทำงาน ทั้งๆ ที่ ถ้าตั้งใจจะปฏิรูปจริง มึงควรผ่านพ้นช่วงเวลาศึกษางานไปนานแล้ว และมันเป็นช่วงที่ต้องรื้อ ต้องลงมือทำเลย มิใช่ตั้งคณะกรรมการบ้าบอคอแตกอะไรอีก ขึ้นมาทำงาน แถมคนที่ตั้งมายังเป็นคนหน้าเดิมๆ ที่อยู่ในปัญหาเองนั่นแหละ หาใช่คนที่อยู่วงนอก หรือภาคประชาชน นักวิชาการที่รู้จริงเรื่องปัญหามาทำงานหรือทำหน้าที่ปฏิรูปแต่อย่างใด สรุปคือซื้อเวลาต่อจนวินาทีสุดท้ายของรัฐบาล เพื่อจะได้จบรัฐบาลไปก็ยังไม่ได้ทำห่าอะไรเลย เหมือนเดิม

10.ปลายรัฐบาลของจริง ทนเสียงโห่ไล่ โพลทุกโพลรวมหัวกันขยันทำกันจัง ออกมาชี้ว่า หมดความนิยม กระแสขาลงเต็มที่ เสียงยี้ เสียงกร่นด่าเต็ม 2 รูหู งัดไม้ตาย กลยุทธ์สุดท้าย เพื่อซื้อใจประชาชนหนสุดท้าย ด้วยการเดินสาย ประชุม ครม.สัญจร ไปตามต่างจังหวัด เพื่อให้ดูเหมือนรัฐบาลเข้าถึงประชาชน เป็นรัฐบาลติดดิน ลงไปรับฟังปัญหา แก้ไขปัญหาให้ประชาชนถึงถิ่น (แต่ทำไมมึงคิดช้า ทำช้าขนาดนี้ อยู่จนคนเขาโห่ไล่แล้ว ค่อยลงไปโอ๋ เอาใจเขา) ยังจำโมเดลอาจสามารถ ของรัฐบาลทักษิณได้มั๊ย และแล้วรัฐบาล คสช.ก็เลียนแบบเขาบ้าง ครม.สัญจรโคราชและภาคอีสาน (ภาคอีสานจะเป็นสมรภูมิที่นักการเมืองจะไปทำหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ขอคะแนนสงสาร และพูดตอแหลให้ฟังมากที่สุด สงสารคนอีสานที่สุด)  เพราะเห็นว่าทักษิณทำแล้วได้ผล ทางที่ดี ควรมีซีน กินไก่โชว์ นั่งช้าง ทำพิธีไสยศาสตร์ต่อกรรม ต่อดวงชะตาด้วย นะท่านผู้นำ ถึงจะครบสูตรสำเร็จ

ต่อคำถามที่ว่า แล้วรัฐบาลนี้กระแสความนิยมจะลดลงเหมือนที่โพลเขาทำสำรวจมาจริงเหรอ ก็ดูว่า รัฐบาลนี้มีพฤติกรรมอะไรที่มันต่างจากนักการเมืองเก่า ที่ตนเองไปทำรัฐประหารมาบ้างหล่ะ คำตอบมันก็ชัดเจนอยู่ในพฤติกรรมของรัฐบาลอยู่แล้ว 

โอ้ มายกอด , โอละพ่อ , เอวัง ด้วยประการฉะนี้







บทวิเคราะห์โดย หยิกแกมหยอก

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เกมออฟทน (นิยายแปลง) ตอนที่ 6






จากนวนิยายแฟนตาซี/ซีรีส์อันโด่งดัง Game of Thrones มหาศึกชิงบัลลังก์ สู่การแปลงเป็นนิยายแสบๆ คันๆเรื่อง เกมออฟทน มหาศึกปากมัน ณ แดนสาระขัณฑ์

เมื่อคนดีถูกทรยศหักหลัง คนชั่วลุ่มหลงมัวเมาเอาแต่ประโยชน์ฝ่ายตน ก็ถึงเวลาต้องแตกหัก รักสุดรักแค่ไหน ก็ต้องจำต้องทำลายกันให้สิ้นซากกันไปข้างหนึ่ง 

บทสรุปรวบยอดแบบยาวมาก จากองก์ที่ 4-5 (ตอนที่แล้ว) ก่อนจะเข้าสู่องก์ที่ 6





-ซานซ่าหนีตามปีเตอร์เบลิซไปยังปราสาทเอียรี่ ได้พบกับไลซ่า แอริน กับโรเบิร์ต บุตรชาย ที่ไม่สมประกอบนัก ไลซ่ายังคงรักในตัวปีเตอร์เบลิซ เธอคาดหวังว่าปีเตอร์จะกลับมาแต่งงานกับเธอ แต่เธอแอบเห็นปีเตอร์แสดงความรักต่อซานซ่าด้วยการจูบ เธอเกิดความหึงหวง และต้องการจะกำจัดซานซ่าในทันที แต่ปีเตอร์เบลิซ เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ปีเตอร์ตัดสินใจผลักไลซ่าตกจากหอคอยปราสาท จบชีวิตไป จากนั้นซานซ่ากับปีเตอร์ร่วมกันโกหกต่อสภาขุนนางในแคว้นแอริน ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการตายของไลซ่า เพื่อความอยู่รอด จากนั้นปีเตอร์ยังหลอกให้ซานซ่าไปยังวินเทอร์เฟล เพื่อไปแต่งงานกับแรมซีย์  โดยอ้างว่าตระกูลโบลตันเป็นพันธมิตรกับร็อบบ์ จะช่วยเธอได้ โดยปีเตอร์พาเธอไปพบกับแรมซีย์  คืนแต่งงาน ซานซ่าถูกแรมซีย์ข่มขืน กระทำชำเราจนเธอทุกข์ระทม ซานช่าเมื่อพบเจอธีออน อีกครั้งก็ไม่ไว้ใจ เพราะธีออนเคยทรยศต่อครอบครัวของเธอ และข่มขืนอยู่หลายคืนติดๆ โดยให้ธีออนได้แต่ฟังเสียงอยู่นอกห้อง แต่ธีออนสงสารในชะตากรรมของซานซ่าที่ถูกกระทำย่ำยีจากแรมซีย์เหมือนตน จึงพยายามที่จะช่วยเหลือซานซ่าหลบหนี โดยฉวยโอกาสตอนที่แรมซีย์ไม่อยู่ (แรมซีย์ยกทัพไปบดขยี้กองกำลังของสแตนนิสที่บุกมา) พาซานซ่ากระโดดหน้าผากำแพงแล้วหลบหนีไป แต่แรมซีย์พอรู้ก็ส่งหน่วยไล่ล่าและสุนัขจิ้งจอกของตนออกล่า ดีว่าบริแอนน์มาพบเจอแล้วช่วยเหลือไว้ได้ทัน
-ลอร์ดปีเตอร์เบลิซก็เดินทางมาพบเซอซี่ที่คิงส์แลนดิ้ง และบอกว่าตนเองรู้แล้วว่าซานช่าอยู่แดนเหนือ (แกล้งทำเป็นว่า รู้มาจากที่อื่น) ซึ่งซานช่ากำลังจะแต่งงานกันแรมซี่ลูกของลอร์ดรูส โบลตัน และนั่นจะทำให้โบลตันมีสิทธิ์ชอบธรรมในแดนเหนือทันที  ปีเตอร์เบลิซเสนอว่า ให้รอแสตนนิสกับโบลตันตีกันเองก่อน และถ้าฝ่ายใดชนะ คิงส์แลนดิ้งค่อยบุกไปตีฝ่ายที่รอด ซึ่งในตอนนั้นกำลังทัพของฝ่ายที่รอดส่วนใหญ่ ต้องอยู่ในสภาพอิดโรยและบาดเจ็บ ง่ายที่จะตีซ้ำ ซึ่งในตอนนี้ คิงส์แลนดิ้ไม่มีแม่ทัพเหลืออยู่เลย คิงทอมเมนยังเด็ก อาของเซอซี่ก็ขี้ขลาด(เซอซี่ว่างั้น) เจมี่ก็ไม่อยู่(ไปดอร์นชิงตัวเมย์เซลล่า) ปีเตอร์เบลิซ จึงอาสานำทัพอาณาจักรเวลล์ ของหุบเขาแห่งอารีนไปทำศึกครั้งนี้เอง โดยปีเตอร์เบลิซขอปกครองแดนเหนือถ้าทำสำเร็จ เซอซี่ก็ตกลง.. (ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผนนี้ ลอร์ดปีเตอร์เบลิซก็จะมีสองอาณาจักรอยู่ในมือ คือ เดอะเวลล์ และ เดอะนอร์ธ) เจ้าตัวละครตัวนี้มันฉลาดเป็นกรด ตามตำราคือคบไม่ได้ คล้ายๆ ลิโป้ ในสามก๊ก
-อาร์ย่าเมื่อหลบหนีจากเงื้อมมือของเดอะฮาวน์ กับบริแอนน์ที่จะมาพาเธอกลับบ้าน เธอก็ออกเดินทางเพื่อที่จะข้ามเรือไปยังเมืองบราวอส เพื่อไปหานักฆ่าไร้หน้า จาเค็น โดยเมื่อตอนที่อยู่คิงแลนด์ดิ้ง จาเค็นเคยให้เหรียญแก่อาร์ย่าไว้ตามหาเขาให้เจอ เพื่อให้เขาสอนวิชาการต่อสู้ให้กับเธอ อาร์ย่าข้ามทวีปมาที่เมืองบราวอส เซอร์เมอริน ทรานท์ ยังคงสุขสำราญกับการทรมานเด็กสาว 3 คน ใช้ไม้ทุบตีเรียงคน แต่มีเด็กสาวคนหนึ่งทนเจ็บยืนนิ่งเฉยจนน่าแปลกใจ เซอร์เมอริน จึงไล่เด็กสาวอีก 2 คนออกไปก่อน จากนั้นก็กระทุ้งหมัดใส่เด็กสาวคนนี้ทรุดลงไปนั่ง แต่แล้วทันใดนั้น เด็กสาวคนนี้ก็แปลงโฉมเป็น อาร์ยา สตาร์ค ! กระโดดใช้มีดพุ่งแทงเข้าไปที่เบ้าตาเซอร์เมอริน จนบอดสนิททั้งสองข้าง กระหน่ำแทงอีกหลายแผล แล้วค่อยสาธยายเผยตัวตนเล่าความแค้นให้อัศวินชะตาขาดฟัง จากนั้นค่อยจับปาดคออย่างเลือดเย็น! หลังจากนั้น อาร์ยา กลับไปที่วิหารพหุพักตรเทพ ปรากฏว่า จาเค็น ฮาการ์ จับได้และรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว เพื่อเป็นการลงโทษที่นำหน้าคนจากวิหารนี้ไปใช้สังหารคน หนึ่งชีวิตที่เสียไปต้องแลกด้วยหนึ่งชีวิต จาเค็น นำยาพิษขึ้น เด็กสาวอีกคนจับอาร์ยาไว้แน่น แต่แล้ว จาเค็น กลับซดยาพิษตายคาที่เสียเอง! อาร์ยา ถึงกับช็อก วิ่งไปดูจาเค็นปรากฏว่า เด็กสาวที่ยืนจับเธออยู่เมื่อกี้ กลายเป็น จาเค็น!  (งงในงง กูยอมแล้ว) ชีวิตสับสน อาร์ยา งงเป็นไก่ตาแตก เธอจับหน้าศพที่นอนตาย ปรากฏว่าเปลี่ยนไปหลายหน้าเป็นใครก็ไม่รู้ (เปลี่ยนหน้าอย่างกับจับหน้าจอไอแพดเลยนะเธอว) สุดท้ายกลายเป็นหน้าตัวเอง!! จาเค็น บอกว่า "คนที่นอนตายตรงนั้น ไม่ใช่ใครและไม่มีตัวตน แต่ อาร์ยา ยังมีตัวตน ยังเป็นบางคน สำหรับคนที่มีตัวตน ใบหน้าก็เปรียบเสมือนยาพิษ" ทันใดนั้น อาร์ยา ก็ตาบอดเป็นต้อหินทันที
-แบรนผู้มีญาณหยั่งรู้ สืบทอดพลังจาก อีกา 3 ตา หลังจาก โฮดอร์ ยอมสละชีวิต เพื่อช่วยให้ มีรา รีด พา แบรน สตาร์ค หลบหนีจากกองทัพผีห่าภูติหิมะ แต่พวกเขาก็ยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่โชคดี เบนจิน สตาร์ค อาของแบรน ที่ตอนนี้เป็นครึ่งปีศาจครึ่งมนุษย์ โผล่มาช่วยไว้ได้ทัน และนำทั้งสองคนลงใต้มายังผากำแพง
-ยาร่า เกรย์จอย เมื่อรู้ว่าน้องชายถูกตระกุลโบลตันจับตัวไป จึงขอร้องให้พ่อ (บาลอน) ส่งกองกำลังไปช่วย แต่พ่อไม่เห็นด้วย ยาร่าจึงตัดสินใจบุกไปเดรดฟอร์ท เพื่อช่วยธีออน ด้วยตนเอง ลงเรือไปกับลูกน้องหลายคน แต่เมื่อไปถึง ธีออนไม่ยอมหลบหนี โดยอ้างว่าตนไม่ใช่ธีออน แต่เป็นริค ขณะแรมซีย์ต้องการจับตัวยาร่าที่บุกมาติดกับ ยาร่าตัดสินใจถอนกำลัง เมื่อเห็นว่าน้องชายเปลี่ยนไปเป็นคนละคน และยอมเป็นทาสของแรมซีย์แล้ว เธอจึงกล่าวว่า ธีออนไม่ใช่น้องชายของเธออีกต่อไป  ยูรอน เกรย์จอย ลุงของยาร่ากับธีออน ทำการโค่นล้มอำนาจบารอน (บิดาของตน) ด้วยการสังหาร แล้วกะว่าจะเข้ามาฟื้นฟูเกาะเหล็ก ให้มีกองเรือที่ยิ่งใหญ่ แต่ธีออนสนับสนุนให้พี่สาวของเขาเป็นลอร์ดผู้หญิง แต่ยูรอนไม่ยินยอม โดยอ้างว่าหากมีผู้นำเป็นหญิงหรือผุ้นำที่ไม่มีกระจู๋ (ธีออน) ก็จะไม่สามารถเป็นผู้นำที่มีศักยภาพได้ ยาร่ากับธีออนตัดสินใจชิงกองเรือออกจากเกาะเหล็กทั้งหมด ตัดหน้ายูรอนที่กำลังหมดสติอยู่ โดยยาร่ากับธีออนตัดสินใจจะนำกองเรือไปเข้าร่วมเป็นพันธมิตรและสวามิภักดิ์ต่อกองทัพของเดเนริส เพื่อแลกกับการให้เดเนริสสนับสนุนเธอเป็นผู้นำแห่งเกาะเหล็ก
-ภายในราชสำนักคิงแลนด์ดิ้ง เมื่อต้องสูญเสียคิงจ็อฟฟรีย์ไป ก็จัดให้มีการสถาปนากษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นแทน ก็คือคิงทอมเมน พระอนุชาของจ็อฟฟรีย์เอง จากนั้นมาเจอร์รี่ก็ได้อภิเษกสมรสกับคิงทอมเมนด้วย เนื่องจากตระกูลแลนนิสเตอร์กับไทเรล ผูกสัมพันธ์กันแล้ว ที่จะให้ดองกันตั้งแต่รุ่นจ็อฟฟรีย์ พอจ็อฟฟรีย์ตายก็เปลี่ยนมาเป็นทอมเมน ดูเหมือนมาเจอร์รี่จะชื่นชอบและประทับใจในตัวทอมเมนมากกว่าเสียอีก เนื่องจากทอมเมนรูปร่างหน้าตาดีกว่า และอุปนิสัยใจคอดี เป็นเด็กหัวอ่อน ว่านอนสอนง่ายกว่าจ็อฟฟรีย์มาก  
-เซอร์บาริสตัน อดีตอัศวินฝีมือเยี่ยมที่เคยรับใช้คิงโรเบิร์ต ถูกปลดออกจากคิงแลนด์ดิ้ง เขาจึงเดินทางไปรับใช้แดเนอริส เนื่องจากสืบทราบว่าเดเนริส เป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลทาร์กาเรียนที่หลงเหลืออยู่ แล้วเขาเคยรับใช้ตระกูลนี้มาก่อน เซอร์บาริสตันเข้ามาถูกจังหวะ ช่วยชีวิตเดเนริสไว้ได้ เมื่อเธอเกือบจะถูกทำร้ายจากข้าทาสรับจ้างที่ไม่ชอบเธอ
-ทีเรียนถูกปรักปรำว่าเป็นคนฆ่าจ็อฟฟรีย์ โดยคนที่ให้การเป็นพยานคือเช หญิงสาวคนรักของเธอเอง เขารู้สึกผิดหวังและเสียใจมาก เมื่อถูกคุมขังรอการประหารชีวิต เจมี่บุกเข้าไปช่วยเหลือเขาให้หนีออกจากคุก แต่ก่อนที่ทีเรียนจะหนีออกจากคิงแลนด์ดิ้ง เขาไปยังห้องนอนของพ่อ (ไทวิน) พบว่าเช กำลังนอนเปลือยกายอยู่บนเตียงของพ่อ จึงรู้ว่าที่แท้เช แอบเป็นชู้กับพ่อตนเอง ซึ่งพ่อเคยกีดกันเขา ไม่ให้มีอะไรกับโสเภณีคนนี้ ทีเรียนโกรธแค้นจัด จึงลงมือสังหารเชจนเสียชีวิต และเดินเข้าไปยังห้องส้วม พบเห็นพ่อกำลังนั่งปลดทุกข์ ตัดสินใจใช้หน้าไม้ธนูยิงสังหารบิดาตนเองจนเสียชีวิต เป็นการจบชีวิตแบบปิตุฆาตของไทวิน ภายใต้เงื้อมมือลูกชังของตนเอง จากนั้นทีเรียนลงเรือหลบหนีไปพร้อมกับลอร์ดแวเรียสมุ่งหน้าสู่เอสซอส ที่เตรียมการหนีให้กับทีเรียนไว้แล้ว ระหว่างทางที่เขามาขึ้นฝั่ง เขาเผชิญกับการตกระกำลำบาก เกือบถูกจับไปขายเป็นทาส ดีว่าจอห์ร่า เมอร์มองค์มาช่วยไว้ได้ จอร่าห์พยายามกลับเข้าไปในกองทัพของเดเนริสอีกครั้ง ลอร์ดแวเรียสแนะนำให้ทีเรียนเสนอตัวเองเป็นที่ปรึกษาให้กับเดเนริส
-ในงานศพของลอร์ดไทวิน  เซอซี่ก็ได้พบกับอดีตญาติชู้รักของตนเองที่ชื่อ แลนเชล (แลนเชลยังเป็นคนรินไวน์จนทำให้คิงโรเบิร์ตเมาขาดและบาดเจ็บจนตาย) ซึ่งบัดนี้ แลนเชลคือหนึ่งในนักบวชลัทธิสแปร์โรว์ ซึ่งคลั่งการชำระบาปอย่างมาก สแปรโรว์นั้นมีอุดมการณ์แรงกล้าที่คิดว่า ทุกๆคนล้วนมีบาป ไม่เว้นแม้แต่ชนชั้นสูงอย่างราชวงศ์กษัตริย์ เซอซี่จึงคิดแผนการเลวร้ายบางอย่างได้ โดยคิดหาประโยชน์จากลัทธิคลั่งนี้ เพื่อกำจัดพวกไทเรลออกไปให้พ้นๆ ,เซอซี่ได้รับของขวัญที่ส่งมาจากดอร์น เป็นรูปปั้นงูที่คาบสร้อยของเมย์เซลล่า  (เอลลาเรีย แซนด์ ส่งของขวัญชิ้นนี้มา) เจมี่และเซอซี่รู้ทันที ว่านี่คือคำขู่ฆ่าลูกสาวของเธอเอง เจมี่จึงอาสาแอบไปอาณาจักรดอร์น เพื่อลอบชิงตัวเมย์เซลล่ากลับบ้านด้วยตนเอง และเจมี่ก็พาบรอนน์ไปดอร์นด้วย เซอซี่สั่งให้ลอร์ด เมส ไทเรล (พ่อของลอราสกับมาจอรี่) ไปเจรจากับธนาคารเหล็กในเมืองบราวอสทวีปเอสซอส เรื่องหนี้สินที่คิงส์แลนดิ้งติดค้าง โดยเซอซี่ส่งเซอร์เมอร์ลีนเดินทางไปอารักขาลอร์ดไทเรลด้วย เซอซี่นั้นปลดไฮเซปตัน หรือผู้นำสูงสุดทางศาสนาคนก่อนออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้งให้ ไฮสแปร์โรว์ ขึ้นเป็นไฮเซปตันคนใหม่ เซอซี่ให้อำนาจไฮสแปร์โรว์เต็มที่ในการจัดตั้งกองทัพศาสนา และมอบ เกรท เซปท์ ออฟ เบลอร์ ให้กับไฮสแปร์โรว์ไว้เป็นศูนย์กลางบัญชาการศาสนาด้วย เท่านั้นยังไม่พอ เซอซี่ยังชี้นำเบาะแสเรื่องราวของเซอร์ลอราสที่เป็นชายรักชาย ผิดจารีตของศาสนาอย่างแรง บรรดาสแปโรว์ (พวกนักบวชในลัทธิ) จึงไปจับตัวเซอร์ลอราสและขังทรมาน เพื่อให้เซอร์ลอราสสารภาพบาป
-แคว้นดอร์น เจ้าชายดอรัน มาร์เทล พร้อมด้วยเจ้าหญิงเอลลาเรีย แซนด์ มาส่งแขก เจมี แลนนิสเตอร์, เจ้าหญิงเมอร์เซลลา และ บรอนน์ ลงเรือกลับคิงส์แลนดิ้ง ก่อนจากกัน เจ้าหญิงเอลลาเรีย เดินมาขอโทษและจูบลาเจ้าหญิงเมอร์เซลลา อย่างเป็นมิตรหลังจากเรือออกจากฝั่ง ในห้องพัก เจมี ได้สนทนาอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหญิงเมอร์เซลลา และแล้วความลับก็เฉลย เจ้าหญิงเมอร์เซลลา สารภาพว่าเธอรู้แล้วว่า เจมี เป็นพ่อแท้ๆ แต่ช่วงเวลาความสุขนั้นแสนสั้น ระหว่างพ่อ-ลูกได้พูดคุยโอบกอดกันด้วยความปิติ เจ้าหญิงเมอร์เซลลา ก็เลือดออกจมูกช็อกตายต่อหน้า เจมี !!! ที่แท้เป็นเพราะจูบอาบยาพิษนั่นเอง !
-สแตนนิส บาราเทียน และกองกำลังของเขาบุกไปช่วยเหลือจอน สโนว์ ที่กำลังถูกพวกเผ่าคนเถื่อนรุมทำร้าย โดยแมนซ์ หน.คนเถื่อนถูกจับตัวได้ สแตนนิสต้องการให้เหล่าคนเถื่อนเป็นพวกไปร่วมรบกับตระกูลโบลตันที่ยึดวินเทอร์เฟลอยู่ จึงบอกจอนให้เกลี้ยกล่อมแมนซ์ให้ยอมเป็นพวก แต่แมนซ์ไม่ยอมก้มหัวให้ จึงถูกนำตัวไปเผาทั้งเป็น จอนตัดสินใจยิงธนูปลิดชีพแมนซ์ เพื่อไม่ให้เขาต้องทรมาน ท่ามกลางสายตาของคนเถื่อนอื่นๆ สแตนนิสต้องการให้จอนสโนว์เป็นจิ๊กซอว์สำคัญเกลี้ยกล่อมพรรคพวกที่หน่วยพิทักษ์ราตรี มาเป็นพันธมิตรกับตน เพื่อบุกยึดครองคิงแลนด์ดิ้งกลับคืนมา โดยจะเสนอให้จอน ได้ขึ้นเป็นราชันย์แห่งแคว้นเหนือ ที่ตำแหน่งว่างลง (เนื่องจากร็อบบ์ตาย) ซึ่งจอนรู้ดีว่า ภัยร้ายกำลังจะมาในไม่ช้า (คือกองทัพของพวกเหมันตภูติ white walker) แต่การที่สแตนนิสสังหารแมนซ์ หน.เผ่าคนเถื่อน ย่อมไม่เป็นผลดีต่อเขา เพราะเหล่าคนเถื่อนย่อมจะเข้าใจผิดตน
-ที่เดอะวอลล์ เมื่อเรื่องวุ่นๆจบลง และอีกไม่กี่ชั่วโมง จะถึงเวลาเลือกตั้งลอร์ดคอมมานเดอร์ไนท์วอซคนใหม่ คิงสแตนนิสเสนอให้ จอน สโนว์ คุกเข่ายกแดนเหนือให้ตนเอง แล้วตนจะอนุญาติให้ใช้นามสกุลสตาร์ค และเป็น จอน สตาร์ค ลอร์ดแห่งวินเทอร์เฟลที่แท้จริง ดีกว่าที่จอนต้องเป็นไนท์วอซ ที่ อาจจะได้อัลลิเซอร์เป็นลอดคอมมานเดอร์ เพราะสิ่งแรกที่อัลลิเซอร์จะทำหลังจากได้รับการเลือก คือกำจัดจอนแน่นอน แต่จอนก็เลือกที่จะยอมรับชะตา เพราะให้สัตย์สาบานตนเป็นไนท์วอซแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง จอน สโนว์ ก็ได้รับเลือกให้เป็นลอร์ดคอมมานเดอร์คนใหม่ ได้คะแนนที่มากกว่าอัลลิเซอร์เพียงคะแนนเดียว (เมสเตอร์เอมอน ทากาเรี่ยน มอบผลโหวตสุดท้ายของตนเองให้จอน สโนว์) ลอร์ดคอมมานเดอร์ จอน สโนว์ แห่งไนท์วอซ คิดที่จะให้ทอร์มุนด์กลับไปรวบรวมคนเถื่อนที่อยู่นอกกำแพง และหนีเข้ามาอยู่หลังกำแพงให้หมด แล้วลอร์ดสโนว์จะยกที่ดินในแดนเหนือส่วนนึงให้คนเถื่อนอาศัย ลอร์ดสโนว์ต้องการกำลังคนมากที่สุดเพื่อสู้กับไวท์วอร์คเกอร์ และ ถ้าไวท์วอร์คเกอร์มา คนเถื่อนที่อยู่นอกกำแพงจะโดนเป็นพวกแรก ลอร์ดสโนว์สาบานตนปกป้องดินแดนมนุษย์ และคนเถื่อนก็คือมนุษย์เช่นกัน ทอมุนจึงออกความเห็นว่า ลอร์ดสโนว์ต้องไปที่ฮาร์ดโฮม ซึ่งเป็นดินแดนคนเถื่อนกับทอมุนด้วย ซึ่งการที่ลอร์ดสโนว์จะสงบศึกกับคนเถื่อนและให้ที่พักพิง ก็ถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากไนท์วอซส่วนนึง แต่ลอร์ดสโนว์ก็ยังดึงดันจะทำตามความคิดนี้อยู่ดี  เรื่องที่ลอร์ดสโนว์จะรับคนเถื่อนมาอยู่ด้วยนั้น สร้างความเจ็บปวดให้กับหนุ่มน้อย ออลลี่ เป็นอย่างมาก เพราะครอบครัวตนเองทั้งหมดต้องตายด้วยคนเถื่อน และหนึ่งในคนเถื่อนที่สังหารยกครอบครัวออลลี่ก็คือ ทอร์มุนด์ นั่นเอง
 -ศึกทางเหนือ แม่มดแดงเมลิซานเดร เห็นน้ำแข็งเริ่มหลอมละลายจึงมโนเอาว่าเป็นลางดี นางเลยรีบเดินจ้ำอ้าวไปแจ้งต่อ แสตนนิส บาราเทียน ว่า "เทพแห่งแสงได้ทำตามสัญญาที่มอบไว้ ไฟของเทพช่วยหลอมละลายหิมะ หนทางจึงปรอดโปร่ง เทพแห่งแสงทรงให้ข้าเห็นธงโบลตันมอดไหม้" ส่วน แสตนนิส ไม่สนใจ เดินสะบัดบ๊อบออกไปอย่างไร้เยื่อใย เนื่องจากยังคงไม่สบอารมณ์ที่นังแม่มดแดงเป็นคนเสนอให้ตนต้องจับลูกสาวมาเผาทั้งเป็น แต่พอออกมาจากเต๊นท์ นายทหารทูลแจ้งว่ามีทหารรับจ้างหนีทัพไปกว่าครี่ง! แถมทหารอีกคนมาทูลแจ้งด้วยว่า ราชินีเซลีสตรอมใจผูกคอตาย ! สถานการณ์พลิกผัน นังแม่มดแดง ทำงามหน้าเปิดตูดขี่ม้าหนีออกจากค่ายไปยังปราสาททมิฬเฉย ส่วน แสตนนิส ได้แต่ยืนอึ้งมืดแปดด้าน แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นกษัตริย์ขี่หลังเสือแล้ว ยังไงก็ต้องเดินหน้าลุยต่อ! ปรากฏว่ายังไม่ทันตั้งขบวนทัพ ตระกูลโบลตันก็ยกพลมารุมสกรัมยำตีนกองทัพแสตนนิสเละเป็นโจ๊กแตกพ่ายภายในพริบตา ไม่เหลือรอดสักราย แต่ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์นักรบ แสตนนิส บาราเทียน เอาตัวรอดมาได้แบบหมดสภาพ เหมือนจะโชคดี สุดท้ายกรรมก็มาตามสนอง พอดริค เห็นความเคลื่อนไหวกองทัพของแสตนนิส จึงมาแจ้ง อัศวินสาวบริแอนน์ ถึงข่าวศึกครั้งนี้ พอรู้ว่าเป็นกองทัพแสตนนิส เธอจึงตัดสินใจผละออกมาและตามไปปลิดชีพแสตนนิส บาราเทียน ล้างแค้นให้ เรนลี บาราเทียน ได้ตามคำสาบาน
-เดอเนริส ได้ปกครองแคว้นมีรีน และขยายกองกำลังทหารฝ่ายของตนเพิ่มขึ้น ทั้งอ่าวค้าทาส กิสคาร และคาร์ธ จนกลายเป็นราชินีคาลิซีแห่งดินแดนเอสซอส เดเนอรีสยึดปีรามิดอันยิ่งใหญ่ของเมียร์รีนเป็นวังหลวงของตนเอง แต่แล้ว.. ก็มีกลุ่มนักฆ่าที่เรียกตนเองว่า Sons of the Harpy ซึ่งใส่หน้ากากทองปิดบังใบหน้า ทำการลอบฆ่าผู้ไร้มลทินของเดเนอรีส  การปะทะครั้งใหญ่ของบุตรแห่งฮาร์ปี้ ทำให้ผู้ไร้มลทินล้มตายไปหลายคน เกรย์วอร์มแม่ทัพของผู้ไร้มลทินบาดเจ็บหนัก และ เซอร์เซลมี่ก็ตายไปในการลอบฆ่าครั้งนี้ (ตอนนี้โดรกอนมังกรแดงนั้นบินหายไปแล้ว ส่วนอีกสองตัวถูกขังอยู่ใต้ปีรามิดเมืองเมียร์รีน) เดเนอรีสเสียใจมาก ที่เซอร์เซลมี่ตายไปเพราะคนขลาดที่ลอบฆ่าและซ่อนตัวอยู่ใต้หน้ากาก เดเนอรีสจึงจับนายทาสที่เหลือทุกคนในเมืองมาไต่สวน โดยการพาลงไปหาวีเซอเรี่ยนและเรียกัล (มังกรอีกสองตัวที่ถูกล่ามไว้ใต้ปีรามิด) นายทาสหนึ่งคนก็ถูกย่างสดด้วยเพลิงมังกร ก่อนจะถูกฉีกร่างแบ่งกันกิน และเดเนอรีสจะทำเช่นนี้ทุกวันกับนายทาสวันละคน จนกว่าจะมีใครสารภาพ ว่าใครอยู่เบื้องหลังการกระทำบุตรแห่งฮาร์ปี้
-ในวันไต่สวนความผิดเซอร์ลอราส ไทเรล ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนของเซอซี่ เมื่อไฮสแปร์โรว์สั่งให้จับกุมตัวควีนมาจอรี่ไปทรมานอีกคน ข้อหามีส่วนร่วมในการปิดบังให้เซอร์ลอราสพี่ชายของตน สร้างรอยร้าวที่ยากจะเหมือนเดิมให้กับคุณย่าโอเลนน่า ไทเรล ที่เซอซี่บังอาจทำให้หลานๆทั้งสองของโอเลนน่าต้องถูกพวกบ้าศาสนาจับ คุณย่าโอเลนน่า ไทเรล พยายามจะไปเจรจากับไฮสแปร์โรว์ให้ปล่อยตัวหลานทั้งสอง แต่ก็ไม่เป็นผล ระหว่างทางกลับ คุณย่าโอเลนน่าก็ได้สาส์นลับจากดอร์น



เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 6 ฉากที่ 1 ที่เกรท เซปท์ ออฟ เบลอร์ อาณาจักรคราวแลนด์ 
ด้านเซอร์ซี่ ก็ถูกไฮสแปร์โรว์สั่งจับไปอีกคน ด้วยข้อหาสมรู้ร่วมคิดสังหารคิงโรเบิร์ต ข้อหาผิดประเวณีสมสู่กับน้องชายสายเลือดเดียวกัน ทุกอย่างที่เซอร์ซี่คิดไม่ดีมุ่งร้ายคนอื่นด้วยการให้อำนาจไฮสแปร์โรว์ จึงย้อนกลับมาเล่นงานตัวเธอเอง อย่างคาดไม่ถึง
เซอร์ซี่ “นี่มันอะไรกัน ไฮสแปร์โรว์ นี่แกจะเล่นงานฉันด้วยงั้นเหรอ ฉันเป็นคนอุปถัมภ์ค้ำจุนแกให้ได้ขึ้นมาเป็นสังฆราชนะ”
ไฮสแปร์โรว์  : “ไม่เกี่ยวกัน เซอร์ซี่ สิ่งที่เธอทำมันถือเป็นความผิดบาป เธอก็รู้ว่า วันนึงเธอก็ต้องชดใช้บาปกรรมนั้นเสีย ไม่เกี่ยวกับว่าเธอเป็นคนแต่งตั้งฉันเป็นสังฆราช แล้วจะไม่ต้องรับผิดใดๆ”
เซอร์ซี “แล้วที่ฉันบริจาคเงินช่วยเหลือวัดของแกให้ได้เงินทอดกฐินหลายพันล้าน นี่แกไม่รู้สึกสำนึกบุญคุณฉันเลยหรือไง ที่ดินที่ใช้สร้างวัด ฉันก็เป็นคนบริจาคให้แก อีกทั้งฉันยังยอมเป็นภิกษุณีแม่ชีจันขนนกยูง หรือสานุศิษย์ในระดับชั้นเทพให้กับแกอีก แกยังมีหน้าจะมาจับกุมฉันเพื่ออะไร”
ไฮสแปร์โรว์ : “ผิดเลยเซอร์ซี่ การที่แกบริจาคเงินให้กับทางวัดเยอะ มันเป็นการส่งเสริมบุญให้แกได้ไปนิพพานได้เร็วขึ้น อานิสงส์ผลบุญมันเกิดกับแกไปแล้ว ทางวัดไม่ได้บุญไปกับแกด้วย ส่วนชุดขนนกยูงเป็นกุศโลบายเพื่อไว้หลอกเศรษฐีโง่ๆ อย่างแก ให้มาบริจาคเงินกับทางวัดเราเยอะๆ ถ้าฉันให้แกแต่งชุดเซลาร์มูน แกจะเชื่อถือทางวัดของเราเหรอ ดังนั้นอย่ามารำเลิกบุญคุณ มันไม่เกี่ยวกัน”
เซอร์ซี่ “ไอ้แก่ มึงทรยศกู คอยดูเถอะ กูจะต้องเอาคืนมึงให้ได้คอยดู.....”
ไฮสแปร์โรว์  “เซอร์ซี่ กลิ่นคาวอสุจิ คาวเลือด และกลิ่นสาปแห่งความโลภ ละโมบ ตัณหาราคะในตัวเธอ มันส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งตลบอบอวล ไปทั่วเวสเทอรอส จำเป็นที่คณะลูกขุนแห่งเบลอร์จะต้องจับเธอลงตะกร้าล้างน้ำ เพื่อชำระบาปให้กลายเป็นคนบริสุทธิ์เสียที”
เซอร์ซี่ถูกคณะลูกขุนของศาสนจักรลงโทษ แห่ประจานความผิด ด้วยการกล้อนตัดผมให้สั้น และจับเดินแก้ผ้าไปตามท้องถนนตั้งแต่ เกรท เซปท์ ออฟ เบลอร์ ไปจนถึงปราสาทเรดคีฟในคิงส์แลนดิ้ง พร้อมด้วยชาวบ้านแห่มามุงดู และส่งเสียงตะโกนด่า สาปแช่ง ด่าทอของชาวบ้าน และถูกขว้างปาของสิ่งของใส่ ตามทางโรยด้วยกุหลาบให้เธอเดิน ทำเอารถติดไปทั่วสี่แยกราชประสงค์ ผู้คนกร่นด่าขบวนอีเว้นต์แห่แหนนี้เต็มทน แต่เมื่อรู้ว่าเป็นการแห่ประจานเซอร์ซี ราชินีตัวแสบ ผู้คนก็เข้าใจ
เวลานี้ภายในใจของเซอร์ซีเธอทั้งอับอาย ทั้งอัปยศอดสูใจ จนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี น้ำตาแห่งความช้ำสะเทือนใจ ไม่คิดว่า ชะตากรรมของราชินีหญิงแกร่งแห่งบัลลังก์เหล็ก จะต้องมีวันนี้



เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 6 ฉากที่ 2 ลานหิมะ ด้านล่างของเดอะวอลล์ 
ที่เดอะวอลล์ แซม ทาร์ลี่ ขอให้ลอร์ดสโนว์อนุญาติให้ตนเองและกิลลี่กับลูกของนาง เดินทางไปที่โอลด์ทาวน์ในอาณาจักรเดอะรีซ เพราะในโอลด์ทาวน์นั้นคือที่อยู่ของ ชิทาเดล สถานที่ฝึกฝนเมสเตอร์ แซมต้องการเป็นเมสเตอร์มากกว่าเป็นไนท์วอซ และทั้งสามคนก็ออกเดินทางลงใต้ไปทันที  ด้านทางเซอร์ดาวอสที่กำลังถกเถียงกับลอร์ดสโนว์ เรื่องที่จะให้คนเถื่อนยกทัพลงไปช่วยสแตนนิส แต่สตรีแดงก็ขี่ม้ากลับมาคนเดียว และบอกว่าบัดนี้สแตนนิสพ่ายแพ้และถูกสังหารแล้ว ลูกเมียก็ไม่รอด โดยสตรีแดงยังไม่บอกความจริงกับเซอร์ดาวอส ว่านางเป็นคนสั่งเผาลูกสาวของสแตนนิสเอง
ลอร์ดสโนว์ : “ฮะ..แกพบคุณอาเบนเจน สตาร์ค แล้วงั้นเหรอ เขาอยู่ไหน”
อัลลิเซอร์ ธอร์น “นี่ไง....ฉันเจอดาบของอาแกในร่างของแก”   อัลลิเซอร์แทงดาบเข้าที่ช่องท้องของสโนว์
ในคืนนั้น ออลลี่เข้ามาหลอกลอร์ดสโนว์ว่า หนึ่งในคนเถื่อนเคยเห็น เบนเจน สตาร์ค  ข่าวว่าคนเถื่อนบอกว่าเห็นท่านอาของเจ้าอยู่แถวๆ HardHome ในคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งล่าสุด ลอร์ดสโนว์รีบลงไปข้างล่างอย่างรวดเร็วโดยไม่ระวัง แต่พอ จอน สโนว์ ไปถึงจุดนัดพบ ปรากฏว่าไม่มีคนเถื่อน มีเพียงแค่ไม้กางเขนเขียนคำว่า "ทรยศ" ปักอยู่ พอหันมา แอลลิเซอร์ ธอร์น ก็ใช้มีดจ้วงแทง จอน สโนว์ เป็นคนแรก จากนั้นก็ตามด้วยสมาชิกหน่วยพิทักษ์ราตรีอีก 4 คน ปิดท้าย ไอ้หนูออลลี่ จ้วงแผลที่ 6 ทุกคนที่จ้วงพูดคำว่า "For The Watch" หรือ "เพื่อหน่วยพิทักษ์ราตรี" จากนั้น จอน สโนว์ ก็นอนตาค้างจมกองเลือด ..และนี่คือแผนการลอบสังหารลอร์ดสโนว์ โดยอัลลิเซอร์คือผู้อยู่เบื้องหลัง  ลอร์ดคอมมานเดอร์ จอน สโนว์ จึงตายลงด้วยน้ำมือผู้ใต้บังคับบัญชาของตน


จบองก์ที่ 6 แต่เพียงเท่านี้




วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เกมออฟทน (นิยายแปลง) ตอนที่ 5



จากนวนิยายแฟนตาซี/ซีรีส์อันโด่งดัง Game of Thrones มหาศึกชิงบัลลังก์ สู่การแปลงเป็นนิยายแสบๆ คันๆเรื่อง เกมออฟทน มหาศึกปากมัน ณ แดนสาระขัณฑ์

เมื่อผู้กุมอำนาจในคิงแลนด์ดิ้งหลงติดอยู่ในกับดัก เสพติดอำนาจ ผลาญเงินงบประมาณ ประเคนสัมปทานให้กับมหาอำนาจ

บทสรุปเก็บตกเพิ่มเติมจากองก์ที่ 4 (ตอนที่แล้ว) ก่อนจะเข้าสู่องก์ที่ 5
-อาร์ย่าที่หนีออกจากคิงแลนด์ดิ้ง รอดพ้นเงื้อมมือของตระกูลแลนนิสเตอร์มาได้ ก็เป็นเพราะนักฆ่าพันหน้าจาเค็นช่วยเธอไว้ และสอนวิธีการเอาตัวรอดให้เธอ และรับปากเธอว่าจะสอนวิชาให้ ถ้าเธอยอมติดตามไปหาเขาที่เมืองบราวอส แต่ตอนนั้นอาร์ย่ายังไม่พร้อม โดยอ้างว่าต้องการไปหาพี่ชาย และช่วยแม่ช่วยน้องอีก 2 คนที่หายสาบสูญไป เวลาต่อมาเธอตามแม่กับพี่ชายไปถึงริเวอร์รันแล้ว แต่พบว่าแม่กับพี่ชายถูกลอบสังหาร จึงหลบหนีออกมาโดยได้รับการช่วยเหลือจากเซอร์แซนเดอร์ คลีแกน(เดอะฮาวน์) ที่มีจุดประสงค์จะจับกุมตัวเธอไปเรียกค่าไถ่ แต่ภายหลังเธอหนีจากเดอะฮาวน์มาได้ ระหว่างที่เดอะฮาวน์มาเจอกับบริแอนน์ บริแอนน์ไม่ชอบหน้าเดอะฮาวน์อยู่ก่อนแล้ว เพราะเป็นคนของแลนนิสเตอร์ และเกิดการต่อสู้กัน โดยเดอะฮาวน์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ได้รับบาดเจ็บตกจากหน้าผาลงไป อาร์ย่าฉวยโอกาสนั้นหลบหนีไปได้
- จอน สโนว์ ร่วมกับหน่วยพิทักษ์ราตรี อุทิศตัวทำทุกวิถีทางเพื่อพิทักษ์รักษาผากำแพงเอาไว้ให้รอดพ้นจากการรุกรานของกองทัพคนเถื่อน ระหว่างการต่อสู้ปะทะกันอย่างหนักหน่วง ด้วยว่า แมนซ์ เรย์เดอร์ นำทัพคนเถื่อนมามากกว่า 100,000 คน บุกมาเป็นระลอก ทำให้หน่วยพิทักษ์ราตรีแทบจะยันไม่อยู่ยื้อไม่ไหวกำลังจะเพลี่ยงพล้ำแล้ว ทันใดนั้น กองทัพของแสตนนิส บาราเทียน ก็บุกมาขัดขวางระงับศึกเอาไว้ได้ ขณะที่ศึกครั้งนี้ จอน สโนว์ ต้องสูญเสียคนรักสาว อิกริต ไปอย่างน่าเศร้า
-แดเนริส ทาร์แกเรียน เดินทางมาขอเจรจาซื้อกองกำลังทหารทาสจากนายทาส หลังจากที่พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง นายทาสต้องการเงิน เรียกร้องทรัพย์สินจากเดเนริสจำนวนมากเพื่อแลกกับทาส และขัดแย้งกันเรื่องการปลดปล่อยทาสผู้ไร้มลทินให้เป็นอิสระ นายทาสกลับดูถูกเหยียดหยามเธอ สุดท้ายยอมแลกมังกร 1 ตัว กับกองทัพผู้ไร้มลทิน แต่เดเนริสประกาศต่อหน้าทาสเหล่านั้นว่า ถ้ามาอยู่กับเธอ ต้องมาอยู่ด้วยใจภักดิ์ เป็นอิสระชน ไม่ต้องเป็นทาส แล้วปล่อยมังกรมาจัดการนายทาสจนตาย ยึดเมืองมิรีน พร้อมกับปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระได้สำเร็จ เดเนริสสืบรู้ว่า เซอร์จอราห์ มอมอนต์ อัศวินคนสนิท แท้จริงแล้วเป็นไส้ศึกคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของกองทัพเธอให้กับสายลับฝั่งเวสเทอรอสและโดยเฉพาะพวกแลนนิสเตอร์ ทำให้เธอตัดสินใจขับไล่เซอร์จอราห์ออกจากกองทัพ นอกจากนี้ยังมีปัญหามังกรที่หลุดออกไปเผาบ้านคร่าชีวิตชาวเมือง ทำให้แดเนริส ต้องล่ามโซ่ขังมังกรที่เหลือไว้ ส่วนชาวเมืองมิรีนก็ดูจะไม่ค่อยชอบใจการปกครองในแบบของเธอสักเท่าใด
-หลังจากหลบหนีออกจากวินเทอร์เฟลที่โดนเผาไป กลุ่มของโจเจ็น และ มีร่า รีด กับ แบรน สตาร์ค และโฮดอร์ มุ่งหน้าขึ้นเหนือตามหาอีกาสามตาที่ปรากฏในนิมิตร และสามารถไปถึงจุดหมายปลายทางและได้พบต้นดวงใจขนาดใหญ่ยักษ์ แต่ว่าพวกเขาต้องสูญเสีย โจเจ็น ที่ถูกผีโครงกระดูกฆ่าตายเสียก่อน ระหว่างต่อสู้กับผีโครงกระดูกนี่เอง เด็กแห่งพงไพรได้ปรากฏตัวช่วยเหลือกลุ่มของแบรนพร้อมกับพาไปพบอีกาสามตา

เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 5 ฉากที่ 1 ห้องทำงานของลอร์ดปีเตอร์ เบลิซ

ย้อนความกลับไป เมื่อตอนที่ไทวิน แลนนิสเตอร์เดินทางมาถึงคิงแลนด์ดิ้ง และเป็นผู้นำพิชิตศึกลำน้ำทมิฬ ที่พวกลอร์ดสแตนนิส ยกพลกองเรือมาตีคิงแลนด์ดิ้ง แล้วแพ้กลศึกของทีเรียน ทีเรียนได้ใช้ลูกไฟยิงเข้าใส่กองเรือของสแตนนิส จนทำให้กองเรือของสแตนนิสแตกพ่าย ก่อนที่กองกำลังของไทวินจะเข้ามาสมทบและไล่ถล่มจมกองเรือของสแตนนิสจนแพ้ราบคาบ จากนั้นไทวินปลดทีเรียนออกจากตำแหน่งหัตถ์ของพระราชา และแต่งตั้งตนเองเป็นแทน เวลาต่อมาลอร์ด ปีเตอร์เบลิซ มีแนวคิดที่จะเดินทางไปปราสาทเอียรี่ เพื่อไปรับใช้ไลซ่า แอริน จึงมาขอลาออกจากตำแหน่งขุนคลังของคิงแลนด์ดิ้ง ทำให้ไทวินเสนอให้ทีเรียนมารับตำแหน่งขุนคลังของราชสำนักแทนปีเตอร์เบลิซ แต่ตอนแรกทีเรียนไม่อยากเป็น เพราะเนื่องจากตนเองไม่มีความรู้ และไลฟ์สไตล์ก็เป็นคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เมื่อถูกบังคับจากพี่สาว (เซอร์ซี) กับพ่อ (ไทวิน) ให้มาเป็น ก็จำต้องรับตำแหน่ง แล้วเดินทางมาหาปีเตอร์เบลิซ เพื่อขอศึกษางาน และรับมอบงาน  
ปีเตอร์เบลิซ  : “ลอร์ดทีเรียน ผมไม่มีอะไรจะสอนคุณหรอก คุณหน่ะเก่งอยู่แล้ว”
ทีเรียน “ใครๆ ในดินแดนเวสเทอรอส ก็บอกตรงกันทั้งนั้นว่า คุณหน่ะเป็นขุนคลังที่หาเงินเก่ง และควบคุมค่าใช้จ่ายการเงินในคิงแลนด์ดิ้ง ได้ดีมาก จนได้รับคำกล่าวว่าเป็น มือขุนคลังที่เก่งที่สุดในเวสเทอรอส”
ปีเตอร์เบลิซ  “ใครกล่าวเช่นนั้น แสดงว่าคนที่กล่าวเช่นนั้น ไม่เคยรู้อะไรเลยเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของคิงแลนด์ดิ้งในเวลานี้”
ทีเรียน “ลอร์ดปีเตอร์ คุณหมายความว่าอย่างไร?
ปีเตอร์เบลิซ  “พวกเขามองเห็นแต่ภาพสวยหรูเบื้องหน้า ที่เห็นว่าเราหน่ะมั่งคั่งร่ำรวย ภาพลักษณ์การเป็นเมืองหลวง ศูนย์กลางของเวสเทอรอส แต่หารู้ไม่ว่า ข้างในมันต๊ะติ๊งโหน่งมากๆ หน่ะสิ”
ทีเรียน  “ในความเป็นจริงก็เป็นอย่างนั้นมิใช่เหรอ หรือว่า เรากำลังไม่มีเงินเดือนจ่ายข้าราชการ ภาษีเก็บไม่ได้ ต้องขึ้น vat เป็น 10% ต้องทำตัวเป็น เวสเทอรอส 4.0  ส่งเสริม start up ให้เกิดขึ้นในเวสเทอรอส ก็ในเมื่อเรากำลังมีรัฐธรรมนูญใหม่ของเวสเทอรอส กำลังจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วมิใช่เหรอ”
ปีเตอร์เบลิซ  “ลอร์ดทีเรียน จะเอาความจริง หรือตอแหล หล่ะ ผมจะได้บอกคุณถูก”
ทีเรียน  “เอาความจริงสิ ผมเป็นคนตรง ๆ และไม่ชอบการเสแสร้ง แกล้งอำ กันไปมา ของผู้มีอำนาจในเวสเทอรอส”
ปีเตอร์เบลิซ  “ประเทศเวสเทอรอสของเราเป็นสังคมเกษตรกรรม ถูกต้องมั๊ย เรากว่าจะขายข้าวโอ๊ต ข้าวบาเล่ย์ เก็บองุ่นไปขาย ขนเครื่องเทศเต็มเกวียน ขนหนังแกะวัวควายลงลำเรือไปขาย กว่าจะได้เงินมา เลือดตาแทบกระเด็น ได้ไม่กี่มากน้อย แต่ดูท่านผู้นำไทวิน ท่านอยากจะได้อาวุธแต่ละอย่างสิ เครื่องยิงลูกไฟ ไฟร์โวลด์ ,เรือดำน้ำ 3 ลำ, รถม้าความเร็วสูง 4 สาย ,อาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย ที่ต้องไปเจรจาซื้อจากชาติมหาอำนาจ แต่เรามีรายได้เพียงแค่นี้ สิ่งทีกำลังทำก็คือไปกู้เขามา ทั้งๆ ที่ประชาชนชาวเวสเทอรอสกำลังจะอดตาย ชักหน้าไม่ถึงหลัง หนี้ครัวเรือนบานเบอะ ในขณะที่รัฐบาลเวสเทอรอสกำลังสนุกกับการช็อปปิ้งซื้ออาวุธ”
ทีเรียน  “ก็ไหนพ่อบอกว่า จีดีพีโกรธของ เวสเทอรอสกำลังเติบโต สูงกว่า 3-4% มิใช่เหรอ”
ปีเตอร์เบลิซ “แต่มันเป็นจีดีพีโกรธของใครกันแน่ ของบรรดาเศรษฐีคหบดีที่มาตั้งโรงงานแล้วได้รับการยกเว้นภาษี จากนั้นผลิตของส่งออกไป โดยจ้างแรงงานราคาถูกของชาวต่างด้าวที่มาทำงานในเวสเทอรอส ถามว่าประชาชนรากหญ้าในเวสเทอรอส ได้อะไรจากจีดีพีบ้าง มันเป็นภาพลวงตา จากนั้นคหบดีที่มาจากต่างถิ่นเหล่านี้มันทิ้งขยะอุตสาหกรรม กากมูลทางอุตสาหกรรมไว้เป็นมลภาวะเป็นพิษทางสิ่งแวดล้อมไว้ให้เรารับผลกรรม ผลกระทบกันไป ชาวต่างด้าวเหล่านั้นก็มาร่วมใช้บริการสาธารณะสุขของชาติเราด้วยโดยไม่ต้องออกเงิน ในขณะที่เราต้องแบกหน้าไปกู้เงินจากต่างชาติมาสร้างสาธารณูปโภคให้กับคนเหล่านี้ โดยอ้างว่าเพื่อรองรับการลงทุน ประเทศได้จีดีพีโกรธ เพียง 3-4 % เพือแลกกับตัวเลขการเป็นหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นไป จนตอนนี้เกือบ 49% ของจีดีพี คิดว่าคุ้มค่ากันมั๊ย”
ทีเรียน  “คุณกำลังบอกกับผมว่า เราไม่ได้มีเงินหลงเหลืออยู่ในคงคลังมากมายขนาดที่จะทำตัวเป็นเศรษฐีช็อปปิ้งอาวุธทันสมัยอย่างนั้นเหรอ”
ปีเตอร์เบลิซ  : “จริงๆ แล้วเราเป็นเศรษฐีตกยากมานับตั้งแต่ปี 2540 วิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง คุณรู้จักมั๊ย ตอนนั้นคุณยังเป็นดักแด้ในครรภ์มารดาคุณอยู่เลยมั๊ง”
ทีเรียน  “ถ้าอย่างนั้น บรรดาผู้มีอำนาจในเวสเทอรอส กำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย ก็ในเมื่อเราไม่มีเงิน แล้วเรายังจะไปกู้เงินมา เพื่อทำบ้าทำบออะไรขนาดนั้น มันไม่เข้าท่าเลย”
ปีเตอร์เบลิซ  “นั่นหล่ะ ทีเรียน ที่ผมคิดว่า คุณควรเอาข้อมูลเหล่านี้ไปบอกกับบิดาคุณ ว่าให้เลิกทำตัวเป็นเศรษฐีจมไม่ลง ก่อนที่จะประเทศชาติเวสเทอรอสจะล่มสลายได้แล้ว จริงๆ มันก็เป็นการดีนะ ที่เขาแต่งตั้งคุณมาเป็นขุนคลังต่อจากผม เพราะในกลุ่มผู้นำ บริหารประเทศอยู่ในเวลานี้ ไม่มีใครพอจะมีศักยภาพเดินหน้าชนกับท่านผู้นำไทวิน ได้เท่ากับตัวคุณแล้วหรอก ทีเรียน”
ทีเรียน  : “ที่คุณลาออกจาก รมว.คลัง ก็เพราะเหตุนี้ใช่มั๊ย”
ปีเตอร์เบลิซ  “ไม่ใช่หรอก ที่ผมออกก็เพราะ มันไม่มีเงินเหลือในคลัง ให้ผมต้องบริหารอีกแล้วหน่ะสิ ผมจะนั่งเฝ้าหนี้ไว้ทำไม เสียเวลา เสียเครดิตคนอย่างผมเปล่าๆ  เอ้า....เอาไปบัญชีของหล่งจู๊ ไว้ดูกิจการหนี้สินของกงสี ไปศึกษาดูให้ละเอียด ผมให้คุณได้แค่นี้แหละ”
ทีเรียน ทำหน้าตาไม่ถูก ไม่รู้จะตอบปีเตอร์เบลิซอย่างไร ได้แต่เรียกพ็อด อัศวินคนรับใช้ ให้มาขนสมุดบัญชีหนาเตอะ จำนวนหลายเล่ม ไปไว้ที่ห้องของตน นั่นคือเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จ็อฟฟรีย์จะตาย และเขากลายเป็นผู้ต้องสงสัยลอบปลงพระชนม์จ็อฟฟรีย์ ก่อนที่จะเกิดเกมพนันต่อสู้แบบตัวต่อตัวของฝ่ายเซอร์ซีที่ใช้อัศวิน เดอะเมาเท่น กับฝ่ายทีเรียนที่ได้ เจ้าชายโอเบอริน มาต่อสู้กัน ผลก็คือเจ้าชายโอเบอรินถูกสังหารเสียชีวิต จนทำให้ทีเรียนถูกขัง รอวันประหารชีวิต



เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 5 ฉากที่ 2 บริแอนน์กับเจมี่ แลนนิสเตอร์ ถูกทหารอัศวินของตระกูลโบลตัน จับตัวกลับไปหารูส โบลตัน
ระหว่างทางที่บริแอนน์นำตัวเจมี่ แลนนิสเตอร์เพื่อจะกลับไปยังคิงแลนด์ดิ้ง ตามอุบายของแคทลิน เพื่อแลกกับการปล่อยตัว 2 สาว ซานซ่า กับอาร์ย่า สตาร์ค แต่ระหว่างทางพวกเขาไปเจอกับผู้เชิญธงของกองกำลังทหารตระกุลโบลตัน จึงถูกควบคุมตัวไปทั้งคู่ เจมี่พูดจาเยาะเย้ยถากถางทหารของโบลตันมาตลอดทาง และพยายามขัดขืนต่อสู้ ไม่ยอมก้มหัวให้ จึงถูกตัดข้อมือขวาขาดไปข้างนึง และถูกกระทืบ ทำร้ายร่างกายปางตาย เมื่อไปถึงเดรดฟอร์ท เขาได้อนุญาตให้ลงสระน้ำเพื่อชำระร่างกาย ด้วยการอาบน้ำในสระทั้งคู่  และได้สนทนากัน
เจมี่ “บริแอนน์ ทำไมเธอถึงยังจงรักภักดีต่อตระกูลบาราเทียนอีก ในเมื่อพวกเขาต่างก็ตายกันไปหมดแล้ว”
บริแอนน์  “ฉันภักดีต่อลอร์ดเรนลี ของฉันเพียงคนเดียว บาราเทียน คนอื่นฉันไม่สน และไม่ใช่เจ้านายของฉัน”
เจมี่ “แต่เรนลีก็ตายไปแล้ว เธอคงอดเสียดายไม่ได้ใช่มั๊ย ที่ยังไม่ได้นอนกับเขาก่อนตายเท่านั้นเอง แต่เขาเป็นเสือไบนะ เธอไม่รู้หรอกเหรอ เขาคงไม่ชอบผู้หญิงร่างยักษ์อย่างเธอหรอก”
บริแอนน์  “หยุดปากพร่อยเสียที เจมี่ นี่โดนฉันชก กระทืบไปหลายที คงยังไม่เข็ดหราบใช่มั๊ย เรื่องนายเก่าของฉัน ฉันจะรักเขาอย่างไรมันก็เรื่องของฉัน แกอย่ามาสะเออะ สาระแน เรื่องของคนอื่น”
เจมี่  : “แต่นี่ฉันหวังดีกับเธอนะ จริงๆ แล้วเธอก็เป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง ไอ้พวกทหารในเดรดฟอร์ท มันหื่นทุกตัวแหละ เห็นเป็นผู้หญิง คลำดูไม่มีหาง มันก็เอาหมดแหละ ดีไม่ดี มันจะลงแขกเธอจนหายอยากเลยแหละ แล้วอย่าไปขัดขืนพวกมันนะ พวกนี้ ถ้ามันไม่พอใจ มันอาจจะฆ่าเธอก็ได้”
บริแอนน์  “เจมี่ มึงเก็บคำพูดเหล่านี้ไปบอกเมียมึงเถอะ อีคุณนายเซอร์ซี่ พี่สาวจอมกระแดะของมึงนั่นแหละ สมสู่กันจนได้ลูกชายเอ๋อๆ แบบไอ้จ็อฟฟรีย์ กษัตริย์หมาๆ ดูแล้วน่าสมเพทจริงๆ”
เจมี่ “บริแอนน์ นี่เธอ ปากคอเราะร้ายเหมือนกันนะ เห็นทึ่มๆ ควายๆ แบบนี้ ไม่น่าเล่า ถึงยังไม่มีผัวหน่ะ”
บริแอนน์  “มันเรื่องของกู ถ้ากูจะมีผัวแบบมึง กูขออยู่ขึ้นคานแบบนี้ มีความสุขกว่ากันเยอะ”
เจมี่ “บริแอนน์ ชีวิตมึงมีความสุขบ้างมั๊ยเนี่ย ไปใช้ชีวิตเป็นเอ็นจีโอ ประท้วงนั่น ประท้วงนี่ แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้อะไร โดนพี่สาวกู กับพ่อกูเล่นงาน กลายเป็นคนไม่มีเจ้า บ่าวไม่มีนาย ทำตัวเองแท้ๆ”
บริแอนน์  : “นายของกู ก็คือแผ่นดินนี้ เวสเทอรอสเป็นที่ให้เกิด ให้ที่อยู่ ให้ที่กิน กูสำนึกบุญคุณของแผ่นดินเวสเทอรอสเว๊ย พวกพ่อมึงเอาสัมปทานพลังงานไปประเคนให้มหาอำนาจ แล้วให้พวกมันจ่ายค่าต๋งเราราคาถูกๆ ส่วนพวกมันมาขนมาสูบน้ำมันบ้านเราไปขายยังตลาดโลก กินส่วนต่างโกยผลประโยชน์มหาศาล พวกเราได้แต่นั่งดูประเทศในแถบเอสซอสใช้น้ำมันราคาถูกๆ ส่วนเรามีน้ำมันเอง ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์กว่าแท้ๆ แต่กลับต้องไปบริโภคน้ำมันราคาแพง โดยอ้างอิงราคาน้ำมันของพวกเกาะเวลล์ ทั้งๆที่พวกมันไม่มีน้ำมันแม้แต่หยดเดียว อย่างนี้ไม่เรียกว่าขายชาติ แล้วจะให้กูเรียกพวกมึงว่าอย่างไร”  
เจมี่  “บริแอนน์ ฉันถึงบอกแล้วไงว่า เธอสู้ไปก็ไม่มีวันชนะ มีแต่แพ้”
บริแอนน์  : “ถึงจะรู้ว่าแพ้ กูก็จะสู้ ให้ลูกหลานมันจดจำเราว่า ในช่วงชีวิตของบรรพบุรุษของพวกมัน เราได้สู้อย่างถึงที่สุดแล้ว เพื่อรักษาอธิปไตยของทรัพยากรอันมีค่าของแผ่นดินเราอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ผู้มีอำนาจมันไม่เหลียวแล ไม่สนใจ และเต็มใจที่จะถวายพาน มอบผลประโยชน์ทั้งหมดให้กับมหาอำนาจแทน”


เกมออฟทน (ภาคที่ 2 บัลลังก์ดาบเหล็กสั่นสะเทือน) องก์ที่ 5 ฉากที่ 3 ลอร์ดแวเรียสสืบความลับจนรู้ว่าลอร์ดปีเตอร์เบลิซ เตรียมหลบหนีออกจากคิงแลนด์ดิ้งไปกับซานซ่า ส่วนตนเองก็เตรียมแพ็คของหนีเช่นเดียวกัน
ลอร์ดแวเรียส หาทางที่จะช่วยเหลือทีเรียน  ไปสนทนาหาความลับจากปากของปีเตอร์เบลิซ และไปสนทนากับคุณย่าโอเลนน่า ที่ยังอาศัยอยู่ในคิงแลนด์ดิ้ง
ลอร์ดแวเรียส  “โอว..คุณย่า ผมหาตัวแทบแย่แหนะ มาหลบอยู่ตรงนี้ นี่เอง”
คุณย่าโอเลนน่า “ทำไมฉันจะต้องหลบหล่ะ ฉันก็เดินเล่นในสวนหย่อม บ้านพักตากอากาศของฉันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว มีอะไรเหรอท่านลอร์ดแวเรียส ถึงมาหาข้าได้”
ลอร์ดแวเรียส  :   “คุณย่า จำที่เราคุยกันครั้งก่อนได้มั๊ย ที่ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้เลดี้มาเจอร์รี่แต่งงานกับคิงจ็อฟฟรีย์ แล้วก็แนะนำซานช่าให้กับเซอร์ลอรัส ว่าที่ลอร์ดแห่งไทเรล แล้วดูตอนนี้สิเป็นไง จ็อฟฟรีย์ก็มาเสียชีวิตลงแล้ว ราชินีมาเจอร์รี่ต้องกลายมาเป็นหม้ายโดยทันที แล้วนี่ซานซ่าก็กำลังจะหนีตามปีเตอร์เบลิซไปอีก แผนการดูจะไม่เข้าทางเอาเสียเลย”
คุณย่าโอเลนน่า “ข้าคุยกับปีเตอร์เบลิซแล้ว เขาจะช่วยซานช่าจริงๆ ที่เจ้าแนะนำซานช่าให้กับลอร่า หลานชายของข้านั้น ข้าคิดว่าพวกเขาไม่ได้ชอบกัน เรื่องนี้คงไปบังคับกันไม่ได้ ส่วนมาเจอร์รี่ มันเป็นเกมของไทวิน ที่ต้องการดึงพวกเราไปเป็นพวก มาเจอร์รี่เป็นเพียงหมาก เขาไม่มีสิทธิ์เลือก แต่คิดว่าหลานของฉันจะต้องไม่อาภัพเช่นนั้น เพราะว่าเซอร์ซีกำลังดันทอมเมนขึ้นเป็นกษัตริย์ และให้แต่งกับมาเจอร์รี่ทันที”
ลอร์ดแวเรียส “โอว...มันช่างเหมาะเหม็งอะไรเช่นนั้น”
คุณย่าโอเลนน่า  “แล้วท่านมาพบข้า เพียงเรื่องแค่นี้หน่ะเหรอ”
ลอร์ดแวเรียส  “ผมมาสืบข่าวเรื่องการตายของจ็อฟฟรีย์ต่างหาก ผมไม่อยากให้ทีเรียนต้องกลายมาเป็นแพะรับบาป เพราะผมมั่นใจว่าทีเรียนไม่ได้เป็นคนทำ ถึงแม้เขาจะเกลียดจ็อฟฟรีย์เท่ากระดูกดำก็ตาม”
คุณย่าโอเลนน่า  “เรื่องการตายของจ็อฟฟรีย์ ท่านไปถามเอาจากปีเตอร์เบลิซเถอะ”
ลอร์ดแวเรียส  :   “เขารู้งั้นเหรอ หรือว่าเขาจะเป็น......? คุณย่ารู้อะไรบอกกันบ้างสิ ....."

คุณย่าโอเลนน่า :  "ไม่รู้ ฉันรู้แต่เราจะเป็นเวสเทอรอส 4.0 เราจะก้าวกระโดดจากสังคมเกษตรสู่สังคมปัญญาประดิษฐ์เลย โดยข้ามสังคมอุตสาหกรรม กับสังคมภาคบริการในยุคดิจิตอล”
ลอร์ดแวเรียส  : “คุณย่าเป็นคนฉลาดเน๊อะ เรียนรู้เร็ว บอกอะไรไปก็เชื่อ และเรียนรู้ได้เร็วมาก”
คุณย่าโอเลนน่า “ศัพท์แสง คำเหล่านี้ มาจากเธอหรอกเหรอ ฉันจำเอามาจากไทวินอีกที”
ลอร์ดแวเรียส “คำเหล่านี้ทั้ง เวสเทอรอส 4.0,EEC (Eastern Economics Corridor) ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ,Start Up, S-Curve  ผมเป็นคนคิดคำ แล้วจับป้อนเข้าปากของไทวินกับเซอร์ซีเอง ให้เขาพูดมากๆ ให้ดูเหมือนจะได้ฉลาด ประชาชนจะได้รู้สึกว่าผู้นำของเขาฉลาดและเก่ง แค่นั้นเอง”
คุณย่าโอเลนน่า “แต่ในความเป็นจริง เซอร์ซีไม่ได้ฉลาดกว่าที่คิด นี่มันคำของทีเรียนที่พูดเสมอนี่”
ลอร์ดแวเรียส “คำพูดนี้ ก็เป็นผมที่สอนทีเรียน ไว้ใช้พูดกับเซอร์ซีอีกทีครับ”


จบองก์ที่ 5  แต่เพียงเท่านี้