วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

10 สุดยอดปรากฏการณ์ทางการตลาดแห่งปี 2016 (อันดับ 8,9,10)



 
อันดับ 10  บัลลังก์ของผู้เล่นรายใหญ่ โทรศัพท์มือถือสะเทือนเป็นครั้งแรก

มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะผู้เล่นรายใหม่พะยี่ห้อแบรนด์จากจีน กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่น คู่แข่งในตลาดโทรศัพท์มือถืออย่างน่ากลัว และพร้อมที่จะแก่งแย่งกันเป็นเบอร์ 1 แซงเจ้าตลาด พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ทำได้ดีกว่าแบรนด์ใหญ่ ในขณะที่สนนราคาถูกกว่า รูปลักษณ์สวยงามไม่แพ้กันด้วย ในขณะที่พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของคนไทย เป็นตัวบ่งบอก แนวโน้มการใช้ประโยชน์จากโทรศัพท์มือถือ ไปแบบพลิกฝ่ามือ คนไทยเสพติดการใช้โทรศัพท์มือถือ เสียยิ่งกว่ายาเสพติดไปแล้ว ทำให้พฤติกรรมการใช้จ่าย-บริโภคเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

อีริคสัน ได้เปิดเผยรายงาน Ericsson Mobility Report และแนวโน้มการพัฒนาของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย 

·         ประเทศไทยจัดเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศอันดับต้นๆ ที่มีตัวเลขผู้ใช้งานโมบายเพิ่มเข้ามาในช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2559

·         ตัวเลขการใช้งานสมาร์ทโฟนในประเทศไทยคาดว่าจะสูงถึง 50 ล้านเมื่อถึงสิ้นสุดปี พ.ศ. 2559

·         เกือบครึ่งของผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยนั้นใช้เข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิรค์ บริการส่งข้อความและบริการชมวิดีโอออนไลน์เป็นประจำทุกวัน

รายงาน Mobility Report ฉบับล่าสุดของ Ericsson (NASDAQ: ERIC เปิดเผยให้เห็นว่าจำนวนอุปกรณ์ Internet of Things หรือ IoT นั้นกำลังจะแซงหน้าโทรศัพท์มือถือและกลายเป็นอุปกรณ์ที่จะมีการเชื่อมต่อที่มีมากที่สุดภายในปี พ.ศ. 2561

โดยระหว่างปี 2558 – 2561 จำนวนอุปกรณ์ IoT คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 23% ต่อปี โดยอุปกรณ์ IoT ที่จะเชื่อมต่อกับเครือข่ายมือถือ เซลลูลาร์ หรือเรียกอีกอย่างว่า Cellular IoT นั้นคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงที่สุด โดยจาก 2,800 ล้านเครื่องมือทั้งหมดที่จะมีการเชื่อมต่อในปี 2564 เกือบ 1,600 ล้านเครื่องจะเป็นเครื่องมือ IoT

คนไทยใช้สมาร์ทโฟน 4 ชั่วโมง/วัน

นีลเส็น ประเทศไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของคนไทยในช่วงไตรมาสที่ปี 2559 (เมษายนมิถุนายน) พบว่าคนไทยใช้เวลาในการใช้สมาร์ทโฟนเฉลี่ย 234 นาที หรือเกือบ 4 ชั่วโมงต่อวัน

ใช้พีคสุด 2-3 ทุ่ม

ช่วงที่คนไทยตื่นตัวกับการใช้สมาร์ทโฟนคือช่วง 8 โมงเช้าถึง 5 ทุ่ม เฉลี่ย 12 นาทีต่อชั่วโมง แต่ช่วงเวลาที่ผู้ใช้มากสุด จะอยู่ในช่วง 2 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม เฉลี่ยการใช้ 13.1 นาทีต่อชั่วโมง

ใช้แชตโทรผ่านไลน์มากสุด 66 นาที/วัน

เมื่อลงลึกถึงกิจกรรมที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนในไทยใช้เวลามากที่สุดพบว่า

อันดับ 1 คือ การสื่อสาร (communications) โดยใช้เวลาทั้งหมด 78 นาที/วัน ซึ่งในจำนวนการใช้งาน 78 นาทีนี้ จะใช้ Chat  และ VOIP  เช่น การแชตผ่านไลน์ บีทอล์ก เฟซบุ๊ก แมสเซนเจอร์ และโทรศัพท์ผ่านไลน์ มากที่สุด โดยจะใช้เวลาในกิจกรรมเหล่านี้ถึง 66 นาที/วัน ใช้เพื่อโทรแค่ 8 นาทีต่อวัน ใช้ส่งอีเมล 2 นาที และส่งข้อความ 2 นาที

อันดับ 2 ใช้แอปพลิเคชั่น ใช้เวลา 66 นาทีต่อวัน เช่น ยูทิลิตี้ต่างๆ 63 นาที/วัน

อันดับ 3 ใช้เพื่อความบันเทิง ใช้เวลา 42 นาทีต่อวัน ไปกับการเล่นเกม 20 นาที/วัน มัลติมีเดีย 22 นาที/วัน

อันดับ 4  การจัดการเกี่ยวกับตัวเครื่อง Device Management ใช้เวลา 27 นาที/วัน ใช้เกี่ยวกับ Phone Navigation  (พิกัดมือถือ) 6นาที/วัน ระบบรักษาความปลอดภัย (กดรหัสล็อกเครื่อง) 21 นาที

อันดับ 5 การค้นหาข้อมูล 21 นาที/วัน

คนไทยแชต/โซเชียลเน็ตเวิร์คสนั่นสุด เที่ยงและ 6 โมง – 3 ทุ่ม

เมื่อดูพฤติกรรมในการใช้แชต (ไลน์, บีทอล์ก, เฟซบุ๊ก แมสเซนเจอร์) จะกินเวลา 66 นาที/วัน และโซเชียลเน็ตเวิร์ค (เฟซบุ๊ก) จะอยู่ที่ 40 นาที/วัน 

เมื่อแยกช่วงเวลาในการใช้แชตและ VOIP หนักที่สุดในช่วงเวลา 9-11 โมง และมาพีคอีกทีในช่วงกลางคืน ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม ในขณะที่การโซเชียลเน็ตเวิร์คจะถูกใช้เยอะที่สุดในช่วงเที่ยง และ 2-3 ทุ่ม

จับตาโมบายแบงกิ้ง/เอ็มคอมเมิร์ซมาแรง

ผลสำรวจของนีลเส็น ยังได้พบพัฒนาการที่น่าสนใจของการใช้งานด้านการเงินบนสมาร์ทโฟน ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเข้าถึงของเอ็ม-คอมเมิร์ซในอนาคต

ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าการชำระเงินผ่านมือถือ หรือ mobile payment (ทรูมันนี่, SCB UP TO ME, M-PAY,เพย์พาล, อาลีเพย์,ไลน์เพย์) นั้นมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 100% เมื่อเทียบระหว่างไตรมาสแรกของปี 2015 และ 2016 การช้อปออนไลน์ผ่านมือถือ (ตลาดดอทคอม, ขายดี, ลาซาด้า, ไลน์ช้อป, วีเลิฟช้อปปิ้ง, อาลีบาบา รวมทั้งธุรกิจค้าปลีกที่เปิดแอปขายผ่านออนไลน์ เช่น เทสโก้ โลตัส) มีการเติบโต 57% และการใช้งานในส่วนของ banking, financial services และ insurance (โมบายแบงกิ้ง) นั้นมีอัตราเพิ่มขึ้นที่ 39%

การเติบโตนี้ชี้ชัดถึงการเปลี่ยนแปลงในไลฟ์สไตล์ของคนไทย ซึ่งมีการใช้งานสมาร์ทโฟนด้านการเงินการธนาคาร และชำระเงินผ่านมือถือ รวมถึงช้อปปิ้งผ่านมือถือมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการเปิดรับเอ็ม-คอมเมิร์ซมากขึ้น ทำให้เห็นถึงโอกาสสำหรับตลาดการซื้อขายบนโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย และเป็นโอกาสขององค์กรต่างๆ ในการดึงผู้บริโภคให้เข้ามามีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มนี้ ด้วยการทำให้แพลตฟอร์มนี้รองรับการให้บริการของตนมากขึ้นรวมถึงใช้ช่องทางนี้ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ายุวดี กล่าว

วิธีการที่ดีที่สุดที่จะดึงให้ผู้ใช้เข้ามามีส่วนร่วมก็ยังคงเหมือนเดิม นั้นคือการทำความเข้าใจแรงผลักดัน และแรงจูงใจของพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ จากนั้นพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดซึ่งสามารถเข้าถึงแรงผลักดันและแรงจูงใจนั้นๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการประสบความสำเร็จ

(เครดิตข้อมูลจาก Positioningmag.com)

บทเรียนความผิดพลาดแบบไม่ได้ตั้งใจของซัมซุง อาจหมายถึงการสูญเสียมาร์เก็ตแชร์ครั้งยิ่งใหญ่

เป็นข่าวใหญ่ที่ส่งกระทบผู้ใช้สมารท์โฟน Galaxy Note 7 และกระทบความเชื่อมั่นของแบรนด์ Samsung อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่เรื่อง Galaxy Note 7 เครื่องระเบิด จนมีการเรียกคืนและผลิตใหม่และจำหน่ายในต่างประเทศอีกครั้งเป็นล็อตที่ 2 แต่กลับมีปัญหาลุกไหม้อีก หลายเครื่องซึ่งผิดปกติเมื่อเทียบกับ Galaxy Note รุ่นอื่นที่ไม่มีปัญหานี้เลย จน Samsung ตัดสินใจเลิกผลิตเครื่องเมื่อ 10 ตุลาคม 2559 ก่อนที่จะประกาศทางการในวันนี้ ( 11 ตุลาคม 2559 ) ว่า Samsung ยุติจำหน่าย Galaxy Note 7 ทั่วโลก

โดยรายละเอียดประกาศเผยว่าทาง Samsung หยุดจำหน่าย Galaxy Note 7 ทั่วโลก และหยุดเปลี่ยนเครื่อง Note 7 เครื่องใหม่ด้วย และผู้ที่ได้รับเครื่อง Galaxy Note 7 แล้ว ให้ปิดเครื่อง หยุดใช้งาน แล้วนำเครื่องไปขอรับเงินคืน หรือรับส่วนลดสำหรับการเปลี่ยนเครื่องเป็น Samsung รุ่นอื่นต่อไป ขณะเดียวกัน Samsung ก็จะตรวจสอบหาสาเหตุของระเบิดและปัญหาเครื่อง Galaxy Note 7 ไหม้ต่อ เพราะความปลอดภัยของผู้ใช้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ซึ่งประกาศนี้อาจส่งผลกระทบให้การส่งมอบเครื่อง Galaxy Note 7 ในไทยอาจเลื่อนออกไปอีก  (จากเดิมมีกำหนดส่งมอบเครื่องภายในช่วง 30 พฤศจิกายน 2559) และตอนนี้รอความชัดเจนจากทาง ไทยซัมซุง ที่จะออกมาตรการชดเชยอย่างไรกับลูกค้าที่สั่งจองเครื่อง รวมถึงผู้ที่ผ่อนผ่านบัตรเครดิตด้วย แต่ประกาศนี้โอกาสสูงว่า Samsung จะเลิกขาย Galaxy Note 7 ถาวร 

 

Huawei ยึดอันดับ 3 แบรนด์มือถือโลกเหนียวแน่น ตั้งเป้าแซง Apple สู่อันดับ 2 ด้าน Samsung ยังครองแชมป์ด้วยส่วนแบ่งกว่า 28.3% ของตลาดโลก!

 

ในงาน CES 2016 ณ เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ทางบริษัท Huawei ได้จัดแถลงข่าวเกี่ยวกับความสำเร็จอีกขั้นของบริษัทด้านส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดมือถือโลก โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ชื่อของแบรนด์ Huawei ที่เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสเปคระดับไฮเอนด์ในราคาย่อมเยาเริ่มเป็นที่รู้จัก และถูกจดจำมากขึ้นอย่างรวดเร็ว 

จากผลการสำรวจด้านส่วนแบ่งทางการตลาดทั่วโลกของบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2015 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าบริษัท Huawei มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 9.7% ซึ่งนับเป็นอันดับ 3 รองลงมาจาก Samsung ผู้ครองตำแหน่งอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 28.3% และบริษัท Apple ในอันดับที่ 2 โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 11.8% สำหรับบริษัทอื่นๆ ที่รองลงมาได้แก่ OPPO ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 5.3%, Xiaomi มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 5.2%Lenovo มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 3.9% และ LG กับ Microsoft มีส่วนแบ่งการตลาดเท่ากันที่ 2.6% 

นอกจากนี้ทาง Huawei ได้ตั้งเป้าหมายในการขึ้นเป็นอันดับ 2 ของบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดให้ได้ และคาดว่าจะทำสำเร็จในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้อย่างแน่นอน

สำหรับในประเทศไทยเองสมาร์ทโฟนแบรนด์ Huawei ก็เป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย ด้วยการเป็นแบรนด์ที่ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติระดับสูง แต่มีราคาวางจำหน่ายไม่แพงมาก อีกทั้งยังสามารถตอบสนองทุกความต้องการใช้งานของผู้ใช้ แต่การจะขึ้นเป็นบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดเป็นอันดับ 2 นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า Huawei จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่

Table 1

Worldwide Smartphone Sales to End Users by Vendor in 2Q16 (Thousands of Units)

Company
2Q16
Units
2Q16 Market Share (%)
2Q15
Units
2Q15 Market Share (%)
Samsung
76,743.5
22.3
72,072.5
21.8
Apple
44,395.0
12.9
48,085.5
14.6
Huawei
30,670.7
8.9
26,454.4
8.0
Oppo
18,489.6
5.4
8,073.8
2.4
Xiaomi
15,530.7
4.5
15,464.5
4.7
Others
158,530.3
46.0
160,162.1
48.5
Total
344,359.7
100.0
330,312.9
100.0

Source: Gartner (August 2016)

หมายเหตุ ตัวเลขยอดขายในตารางนี้ เป็นตัวเลข ณ สิ้นสุดไตรมาสที่ 2/2016 แต่ก็พอจะคาดคะเนได้ว่าผู้นำของเครื่องโทรศัพท์มือถือของโลกก็ยังคงเป็น ซัมซุง แต่ผลสะเทือนของการยุติการจำหน่ายและผลิตซัมซุงรุ่น กาแล็คซี่ โน้ต 7 น่าจะมีผลต่อยอดขายรวมทั้งปี และไม่แน่ว่าเร็วๆ นี้หัวเหว่ยอาจจะแซงหน้าซัมซุงขึ้นไปอยู่บนบัลลังก์แชมป์เครื่องโทรศัพท์มือถือ ตามที่บทวิเคราะห์ทั่วโลกคาดการณ์กันไว้

 


 
อันดับ 9  อาณาจักรฟิตเนสโตไม่หยุด จากพื้นที่ออกกำลังกายส่วนบุคคล กำลังจะกลายเป็นพื้นที่ออกกำลังทางธุรกิจ

จากข่าวที่ฟิตเนสชื่อดังอันดับ 1 อย่าง California Wow ที่ถูกฟ้อง ผู้บริหารหลบหนีไป เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงิน ผู้บริหารถูกกล่าวหาว่าฉ้อฉลเงินค่าสมาชิกเข้ากระเป๋าตนเอง ไปซื้อที่ดิน ทรัพย์สินเก็บไว้ ในขณะที่ไม่พัฒนางานบริการของตนเอง ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ไม่มีเงินจ่ายทั้งค่าเช่าที่ ค่าพนักงานเทรนเนอร์ ไม่สามารถให้บริการสมาชิกได้อย่างคุ้มค่าสมาชิก มีการเก็บเงินค่าสมาชิกรายปี รายเดือนไปเป็นจำนวนมากแล้วทำไมไม่นำไปพัฒนางานบริการของตน โดยนายแอริค ผู้บริหารของ California Wow อ้างว่าเป็นเพราะ Major Cineplex นั่นแหละ ตัวการใหญ่ที่ถอนหุ้นออกจากกิจการไป ทำให้กระทบฐานะทางการเงินของเขา แต่สุดท้ายแล้วต้องถูกธ.กรุงเทพฟ้องล้มละลาย ต้องเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ กิจการถูกปิดไปแบบถาวร สมาชิกจำนวนมากสูญเสียเงินค่าสมาชิก เสียหายจากการบริการที่ไม่เป็นธรรม กลายเป็นข่าวขึ้นหน้า 1  บริษัทถูกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ผลพวงจากเรื่องนี้ยังตามมาหลอกหลอนผู้บริโภคคนไทยอยู่จนถึงทุกวันนี้

แต่ด้วยมูลค่าทางการตลาดกว่าหมื่นล้าน อันหอมหวาน ของธุรกิจฟิตเนสในไทยยังมีช่องว่างทางการตลาด และตลาดยังสามารถโตได้อีกมาก เนื่องจากกระแสผู้รักสุขภาพกำลังเป็นเทรนด์ฮิตไปทั่วโลก อีกทั้งปัจจุบันคนรุ่นใหม่ หันมาใส่ใจสุขภาพ และการออกกำลังกายกันเยอะมาก ดังนั้น นอกจากกรณีศึกษาเรื่อง California Wow จะไม่มีผลกระทบต่อตลาดผู้บริโภคแล้ว ยังกลายไปเป็นกรณีศึกษาให้ผู้ประกอบการเจ้าอื่น นำเอาข้อบกพร่องนี้ไปพัฒนาต่อยอดให้ธุรกิจฟิตเนสของตนตอบสนองความต้องการได้อีกด้วย  

รูปแบบการออกกำลังกายสมัยนี้ ไม่ได้มีเพียงการเข้าไปวิ่งบนลู่วิ่ง ยกเวท เท่านั้น ยังมีเรื่องของการเต้นที่ผสมผสานการออกกำลังกายไปด้วยในตัว การเล่นโยคะ หรือแม้กระทั่งการชกมวย ศิลปะการต่อสู้ในหลายรูปแบบ ถูกนำมาผสมผสานกับการออกกำลังกายได้หมด และเทรนด์ล่าสุดก็คือการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ถูกคิดค้น พัฒนาขึ้น ให้คนสามารถเข้าไปเล่นเหมือนสวนสนุก แต่เป็นการบริหารร่างกายเราไปด้วยในตัว เพื่อให้ไม่รู้สึกเบื่อ หรือกำลังรู้สึกว่ากำลังออกกำลังกาย เสมือนกำลังเล่นเครื่องเล่น หรือผจญภัยในสวนสนุกมากกว่า เป็นต้น

ความนิยมในการออกกำลังกายถูกจุดกระแสขึ้นจากบรรดาดารา เซเลปคนดังในวงการบันเทิงมากมาย ไม่ว่จะเป็น กาละแมร์ พัชรศรี, วู๊ดดี้, ชมพู่ อารยา, นาวินต้าร์, ตุน บอดี้สแลม ,แม้กระทั่งอดีตนักมวยชื่อดังทั้งหลาย ต่างเปิดยิมฝึกสอนมวย,ค่ายมวย เป็นของตนเอง ฯลฯ และเมื่อพูดถึงธุรกิจฟิตเนสออกกำลังกายแล้ว มันยังพ่วงเอาธุรกิจที่เกี่ยวข้องตามมาอีกด้วย อาทิ อาหารเสริม พวกเวย์โปรตีน (ก็เห็นดาราหลายคนฮิตผลิตใส่แบรนด์ของตนเอง ขายทางอินสตาแกรม กันเป็นล่ำเป็นสัน) หรืออย่างพวกอาหารคลีนฟู้ด (ทำเป็นเซ็ทเป็นกล่อง มีบริการเดลิเวอร์ลี่ด้วย) เอากันเข้าไป เป็นที่เอิกเกริกมากในยุคนี้

ดังกรณีข่าวความขัดแย้ง ของดาราเซเลปตัวแม่ 2 คนคือ (เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ vs บุ๋ม ปนัดดา เชื้อผู้ดี)  เกี่ยวกับปัญหาที่จอดรถของยิมออกกำลังกายของทั้ง 2 คน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สุดท้ายต้องลงเอยด้วยการที่ต้องอัปเปหิ อีกฝ่ายออกไป โดยยอมเคลียร์จ่ายค่าเสียหายให้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่พอ ทับซ้อนกัน (จริงๆ เป็นเรื่องของการแย่งลูกค้ากันมากกว่า)

บุกอาณาจักรฟิตเนส เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ  911 by JT

รักการออกกำลังกายจนเปลี่ยนจากหุ่นอวบแก้มซาลาเปามาเป็นตัวแม่หุ่นเป๊ะ สุดเซ็กซี่ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เลยอาศัยความรัก ความชอบเปิด สปอร์ตคลับ 911 by JT แต่ระดับตัวแม่ทั้งทีจะเปิดเล็กๆก็ใช่เรื่อง งานนี้จากสปอร์ตคลับก็กลายเป็นอาณาจักรหุ่นเป๊ะไปเล้ย

The Studio  


ห้องสตูดิโอขนาดใหญ่รายล้อมด้วยกระจกรอบห้อง แถมเกร๋ๆด้วยไฟดาวไลท์และแสงไฟวิบวับที่ช่วยให้สนุกสนานกับการออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนี้แต่ละอย่างก็มันส์สุดติ่งจริงๆ เลยต้องขอยกคลาสเด็ด ถูกใจขาแดนซ์มาให้ชม

ZUMBA
กับครูหนุ่ม ยอดชาย ยมะคุปต์ ครูสอนเต้นซุมบ้าที่ฮอตที่สุดในเมืองไทย ณ ขณะนี้ ถามว่าซุมบ้าคืออะไร ก็คือการออกกำลังกายกระชับสัดส่วนด้วยการเต้นในสไตล์ลาติน ที่มีจังหวะหนัก จังหวะเบาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายให้ยิ่งเผาผลาญได้เร็วยิ่งขึ้นและยัวช่วยเพิ่มการทำงานของหัวใจให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมลวดลายการเต้นก็ง่าย ไม่ล้ำลึก 18 ระดับ เผลอๆจบคลาสเต้นได้ท่าโพสต์สุดเซ็กซี่สไตล์สาวลสตินกลับไปเป็นของแถมด้วย ที่สำคัญการเต้น 1 ชั่วโมง ช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 500 – 1000 kcal  เลยนะ

Piloxing
การออกกำลังกายที่ผสมผสานระหว่าง มวย พิลาธิส และการเต้น เข้าไว้ด้วยกัน 911 JTถึงกับให้นิยามไว้ 3 คำสั้น แต่เชื่อเหอะว่าโดนใจมาก ทั้ง Sleek, Sexy  และ Powerful เป็นคลาสที่เบิร์นหนักมาก เห็นผลไว ไม่เพียงแค่น้ำหนักนะที่ลง แต่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ด้วย

Hulax
เอา ล่ะ เราจะเลิกระบำชาวเกาะแบบนวลๆแบบที่ทำมาตั้งกะวัยเนอสเซอรี่ แล้วเต้นระบำแบบชาวฮาวายให้สะโพกกลม ไร้หน้าท้อง แถมยังไม่ต้องกระโดดให้ทรมานเข่า และที่สำคัญคาร์ดิโอเพลินเลยล่ะ 

Fusion Yoga Rhythm
ชื่อ ไม่คุ้นเนอะ ก็แหงสิมีที่ 911 by JT ที่แรกและที่เดียวนะ เป็นการผสมระหว่าง การเต้น โยคะ และไทเก๊ก ผสมกันหลายอย่างแบบนี้ให้ผลลัทธ์ด้านไหน ก็ต้องตอบว่า ต้นแขน ต้นขา และก้นเด้งๆ ไงค่ะ แถมล้ำกว่านั้นเมื่อให้ผลด้านผิวพรรณด้วย เนื่องจากช่วยกระตุ้นระบบต่างๆภายในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น

สาวๆอย่างเราบางทีก็ไม่ได้อยากเรียนมวยเพื่อทำท่า หนุมานถวายแหวน ให้เป๊ะ แต่เพราะประโยชน์ของมวยไทยที่ก็รู้กันอยู่ว่าเล่นแล้วหุ่นเฟิร์มได้แบบไม่น่าเชื่อ เพราะงั้นมันจะเริ่ดเลอกว่าป่ะถ้าเป็น มวยไทยเพื่อการลดน้ำหนักมวยไทยที่ผสมหลักการออกกำลังกายแบบ HITT ที่สลับจังหวะช้าเร็วอย่างต่อเนื่องภายใน 90 นาที (ไม่เบิร์นให้มันรู้ไป) ครูมวยจะจัดฐานเพื่อให้เผาผลาญได้มากที่สุดทำให้ผู้ฝึกต้องฟังการให้จังหวะของครูมวยอย่างเคร่งครัด ช่วงท้ายของการฝึกแต่ละครั้งครูมวยจะจัด เซอร์กิตเทรนนิ่ง ซึ่งเป็นการออกำลังกายรูปแบบที่เน้นได้ทุกส่วนรวมถึงความแข็งแรงของหัวใจ และตรงเนี้ยสำคัญก็เพราะจะกระตุ้นให้หัวใจเข้าสู่อัตรา Target Heart Rateที่จะทำให้ร่างกายเผาผลาญต่อเนื่องไปอีก 48 ชั่วโมง

เมื่อร่างกายผ่านการฝึกฝนในระดับเบื้องต้น และสอบผ่าน เขาก็มีระดับมาเนียร์รออยู่ โดยจะเป็นคลาสที่สอนตามความสามารถทางมวยของผู้เรียน แถมยังแอดวานซ์จัด มวย H.I.T.T เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเบิร์นให้หนักหน่วงไปอีก อ้อ! คลาสไพรเวทก็มีนะ เขาจะคำนวณให้เสร็จสรรพว่า ควรต้องเบิร์นเท่าไหร่ กินแค่ไหน น้ำหนักถึงจะลดได้ตามเป้า  ดีใช่ไหมล่ะ

The Bloc 


การออกกำลังกายแนวใหม่ที่ทั้งเซ็กซี่ ร้อนแรง และสนุกสนาน

TRAMPOLINE

เคลื่อนไหวบนแทรมโพลีนให้สุดเหวี่ยงมือจับแฮนด์ให้มั่นไม่ต้องกลัวว่าจะล้ม ไม่ต้องกลัวว่าเข่าจะพัง เพราะการออกกำลังกายแบบนี้ต่อให้โลดเต้นบิดเกลียว 16 ครั้ง จบด้วยการเอาเข่าลง ก็ไม่สะท้านเพราะเป็นการออกกำลังกายแบบซับแรง แต่เผาผลาญหนักมาก ชั่วโมงนึงได้ 800 – 1000 kcal แค่ฟังก็กรี้ดแล้ว ยิ่งเจอครูฝึกกระตุ้นทั้งจังหวะเพลงและแรงใจ แค่มองก็เหนื่อยแทนคนเล่นแล้ว การกระโดดบนแทรมโพลีนนอกจากจะได้ความเฟิร์มของต้นขาแล้ว หน้าท้องก็ตามมาด้วย ตามแรงแกร็งหน้าท้องที่ฮึบไว้ตลอดกรเต้น

Shape
พิลาทิสก็ว่าเซ็กซี่แล้ว แต่พิลาทิสบนเก้าอี้มันเซ็กซี่ขั้นกว่าจริงๆ แถมทำได้ง่ายๆ แต่ยังคงกระชับทุกสัดส่วนเหมือนเดิม

นอกจากในส่วนของการออกำลังกายแล้ว หุ่นจะปัง สุขภาพจะดี ได้ก็ต้องมีเรื่องอาหารการกินเข้ามาส่งเสริม ไม่อย่างนั้นเราไม่เรียกว่า อาณาจักรหุ่นเป๊ะหรอก

Calories Project

ร้านขายอาหารและธัญพืช รวมถึงของออร์แกนิค ทั้งหมดในร้านเป็นอาหารที่แคลต่ำ แถมยังปลอดสาร จะหยิบชิ้นไหนขึ้นมา ชีวิตก็ดีทั้งนั้น แม้แต่ข้าวกล่องที่ร้านจัดเซตไว้ก็ควบคุมไม่ให้เกิน 400  kcal พร้อมกำกับโปรตีน ไขมัน ไว้อย่างครบถ้วน ออกกำลังกายมาเหนื่อยๆก็กินได้ไร้กังวล

The Coffee Society
 ร้านน้ำสมูทตี้ กาแฟ โกโก้ และชา มีตามปกติ ที่เพิ่มเติมคือ Super Food ที่ผสมลงไปให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าต้องการบำรุงในด้านไหน

อย่างแก้วเนี้ย กล้วย โยเกิร์ตไขมันต่ำ อาซาอิ และเมล็ดเจีย สอง Super Food ที่ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เร่งการเผาผลาญ ลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มท้องได้นาน  แก้วนี้ราคา 180 บาท

นอกจากอาหารยังมีอย่าgงอื่นให้ทำไม่ว่าจะเป็น  Pro Stream  ล้างรถด้วยไอน้ำที่ไม่ต้องให้ช่างมาขัดถูรถคันโปรดให้เป็นรอย หรือจะตัดผมเท่ๆสไตล์แมนๆที่ Never Say Cutz  ร้านตัดผมของหนุ่มฮิปฮอป เวย์ ไทเทเนี่ยม และนวดคลายเมื่อที่ เสือเบอร์ตอง

ไหนๆก็พูดเรื่องออกกำลังกายล่ะ ขอแถมเรื่อง Gadget ที่พ่วงเอาแฟชั่น มาไว้ด้วยกันอย่าง ACTIVITY TRACKING JEWELRY จาก SWAROVSKI ที่หน้าตาก็เข้าที่ มีความแววาว ใส่ออกกำลังกายเกร๋ๆแบบว่าฉันนั้นรวยมาก แถมยังทำได้ทั้ง นับก้าว นับแคล วิเคราะห์การนอน ได้ด้วย

เทรนด์สุขภาพบูมจัด ส่งผลธุรกิจฟิตเนสมูลค่าเกือบหมื่นล้านบาทเฟื่องตาม ผุดกว่า 1,000 แห่งในไทย ทั้งแบรนด์ใหญ่จากต่างประเทศ หรือแบรนด์โลคอลต่างโหมกระหน่ำดึงลูกค้า จับตาเกมรุก เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ที่จะเข้ามาท้าชนเจ้าตลาดอย่างฟิตเนสเฟิรส์ท โลคอลแบรนด์ใหม่อย่าง เอ็มฟิตเนส ที่ลุกขึ้นมาปั้นแบรนด์อย่างจริงจัง แนวใหม่อย่างแทรมโพลีนของแบรนด์ บ๊าวซ์ ที่เข้ามาทำตลาดในไทยเมื่อปีที่แล้ว ก็เตรียมบุกตลาดมากขึ้น

เทรนด์สุขภาพยังคงมาแรง และกระจายไปหลายธุรกิจมากขึ้นทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย หรือฟิตเนสกลับมาบูมขึ้นอีกครั้ง ผู้บริโภคหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าแต่ก่อนมีแบรนด์ฟิตเนสรายใหญ่เพียงไม่กี่แบรนด์ และบางแบรนด์ก็ล้มหายตายจากไปจากประเทศไทย เพราะปัจจัยหลายๆ อย่าง แต่ทว่าในปัจจุบันมีแบรนด์ฟิตเนสเกิดขึ้นมากมายทั้งแบรนด์อินเตอร์ที่เข้ามาตีตลาดในไทย และแบรนด์โลคอลท้องถิ่นที่ลุกขึ้นมาทำตลาดเอง หรือเหล่าบรรดาเซเลบริตี้ก็หันมาทำฟิตเนสเองด้วยเช่นกัน

4 แบรนด์ใหญ่ครองตลาด 90%


มีการประเมินตลาดฟิตเนสในปีนี้มีมูลค่าราว 9,000 ล้านบาท มีการเติบโต 9-10% จากการสำรวจตลาด พบว่า ในประเทศไทยมีฟิตเนสที่จดทะเบียนราว 1,000 แห่ง แต่เป็นแบรนด์ใหญ่ที่มีสาขาทั่วประเทศเพียงแค่ 4 แบรนด์ ได้แก่ ฟิตเนส เฟิรส์ท, เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ, ทรูฟิตเนส และวี ฟิตเนส มีสาขารวมกันกว่า 40 สาขา มีมูลค่าการลงทุนมหาศาลคิดเป็น 90% ของมูลค่าตลาด ส่วนสาขาที่เหลือ 900 สาขา เป็นฟิตเนสของผู้เล่นโลคอล

รายงานของ International Health Racquet & Sports Club Association ปี 2558 พบว่าสัดส่วนของประชากรไทยที่ใช้บริการฟิตเนสมีเพียง 0.6% ของประชากร ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับตัวเลขค่าเฉลี่ยของชาติในทวีปเอเชียที่ 8% โดยที่ประเทศสิงคโปร์ที่มี 8% และออสเตรเลีย 13% เทรนด์พฤติกรรมของคนไทยได้หันมาดูแลสุขภาพร่างกาย และรูปร่างของตนเองมากยิ่งขึ้น ส่งให้ธุรกิจฟิตเนสในประเทศไทยยังมีแนวโน้มการเติบโตได้อีกมาก

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เปิดแนวรบใหม่


ล่าสุด แบรนด์ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ได้เข้าท้าชนเจ้าตลาดอย่างฟิตเนสเฟิรส์ท รวมถึงแบรนด์โลคอลแบรนด์ใหม่อย่าง เอ็มฟิตเนส ที่ลุกขึ้นมาปั้นแบรนด์อย่างจริงจัง พร้อมขยายสาขา หรือธุรกิจการออกกำลังกายแนวใหม่อย่างแทรมโพลีนของแบรนด์ บ๊าวซ์ ที่เข้ามาทำตลาดในไทยเมื่อปีที่แล้ว ก็เตรียมบุกตลาดมากขึ้น

ในส่วน เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ใหญ่ที่เป็นเชนจากต่างประเทศ มีอายุกว่า 20 ปี มีสาขา 10 ประเทศ และได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ 2 ปี ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ ตึกเอ็มไพร์, เอ็มควอเทียร์, เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต และล่าสุดที่สยามดิสคัฟเวอรี่

เมื่อเทียบระหว่างไทยและต่างประเทศ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ พบว่า สมาชิกแอ็กทีฟรายสัปดาห์ของไทยจะใช้บริการเฉลี่ย 4 ครั้ง/คน ในขณะที่ประเทศอื่นๆ จะเข้าคลับเฉลี่ย 2 ครั้ง/คน นอกจากนี้พฤติกรรมคนไทยชอบเล่นฟิตเนสกับกลุ่มเพื่อน และมีการเข้าคลาสราว 70% ต่างจากประเทศอื่นที่มีพฤติกรรมต่างคนต่างเล่น จึงมีการแอ็กทีฟน้อยกว่า

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ มองว่าโอกาสในการขยายธุรกิจยังมีอยู่มาก เพราะคนไทยยังเป็นสมาชิกฟิตเนสน้อย จึงตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มให้ครบ 20 สาขาภายใน 6 ปี เน้นทำเลศูนย์การค้า อาคารสำนักงานเป็นหลัก ด้วยงบลงทุนรวม 5,200 ล้านบาท เฉลี่ยลงทุนสาขาละ 300 ล้านบาท ซึ่งสาขาจะมีขนาดใหญ่ขึ้น

เนื่องจากโจทย์ใหญ่ของเวอร์จิ้น แอ็คทีฟไม่ต้องการจำกัดของการเป็นแค่ ฟิตเนส อย่างเดียว แต่ต้องเป็น ไลฟ์สไตล์แบรนด์ ด้านอื่นๆ ทั้งการออกกำลังกาย ทำงาน พักผ่อน ด้วยการวางโพสิชันในแบบพรีเมียมเพื่อสร้างความแตกต่าง โดยออกแบบคลับ และเสริมบริการต่างๆ มีสระว่ายน้ำ หน้าผาจำลอง รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่นเสื้อผ้า ผ้าขนหนู เพื่อต้องการสร้างความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ

ด้วยการเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์ปัญญ์ปุริ ผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย และบำรุงผิวสำหรับใช้ในห้องน้ำ และแบรนด์กีฬา Under Armour ในการเป็นโคแบรนด์ทำเสื้อผ้าใส่ในคลับ และมีชอปภายในคลับ

แมทธิว บัคนาลล์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้ก่อตั้งเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ บอกว่า เราถือว่าเป็นน้องใหม่ในตลาดฟิตเนสในประเทศไทย  เพราะได้ทำตลาดมา 2 ปี โดยหลังจากทำวิจัยแล้วพบว่า คนไทยสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น แต่เป็นสมาชิกฟิตเนสน้อย ทำให้ยังมีโอกาสอีกเยอะ ยิ่งเห็นตัวเลขการเข้าคลับของคนไทยที่มีความถี่มากกว่าประเทศอื่น ทำให้ยิ่งมีการเติบโตสูง

ใน 3 สาขาที่เปิดบริการไปแล้วนั้น มีสมาชิกรวมกว่า 11,400 คน แบ่งเป็นที่ตึกเอ็มไพร์ 4,700 คน เอ็มควอเทียร์ 4,000 คน และเซ็นทรัล เวสต์เกต 2,700 คน ในสาขาใหม่ๆ ที่จะเปิดได้ตั้งเป้าว่าจะต้องมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 3,000 คน

เอ็ม ฟิตเนสฟิตเนสแบรนด์โลคอล เจาะกลุ่มชุมชน


สำหรับเอ็ม ฟิตเนส แบรนด์ฟิตเนสของคนไทย วางแผนลงทุนเปิด 10 สาขา ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่เปิดมาแล้ว 2 ปี มี 3 สาขา ได้แก่ มหาชัย, พระราม 2 และตากสิน แต่ละสาขาค่อนข้างอยู่นอกตัวเมือง เพราะเป็นกลยุทธ์หลักของแบรนด์ ด้วยความที่เป็นแบรนด์เล็ก จึงนำแบรนด์เข้าไปหาผู้บริโภคตามชุมชนต่างๆ รูปแบบฟิตเนสจึงเป็นแบบสแตนอโลนติดริมถนน และเลือกโลเคชันที่มีชุมชน โดยที่จะมีการดีไซน์ให้เข้าแต่ละพื้นที่แตกต่างกันออกไป แต่ละยิมจะมีพื้นที่เฉลี่ย 400-1,200 ตารางเมตร

วิสุทธิ์ สุระเฉลิมกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม ฟิตเนส จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์หลักคือเลือกเอายิมเข้าไปใกล้กับกลุ่มคน ใกล้ที่พักอาศัย และที่ทำงาน มีต้นทุนการก่อสร้างที่ต่ำ ทำให้โลเคชันเป็นการตลาดไปในตัว เลือกติดริมถนนใหญ่ ลูกค้าสามารถนั่งรถผ่านแล้วเห็นได้ง่าย ทำให้คนได้เห็น มีป้ายเด่นชัด ให้เห็นบรรยากาศ และให้ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ต้องเดินทางไกลต่างจากแบรนด์อื่นที่ต้องเข้าไปอยู่ในชอปปิ้งมอลล์ และในปัจจุบันกระแสรักสุขภาพ หรือข่าวดาราก็มีส่วนช่วยทำพีอาร์ให้ ทำให้ฟิตเนสเป็นที่สนใจของผู้คน คนรุ่นใหม่เข้าใจฟิตเนสแล้ว เป็นโอกาสและจุดแข็งทำให้ตลาดเติบโต

โดยที่ 3 สาขาของเอ็มฟิตเนสมีหลักการเลือกสถานที่แตกต่างกัน สาขามหาชัย ริมถนนเอกชัย-บางบอน วิสุทธิ์บอกว่าตอนนั้นยังไม่มีฟิตเนสละแวกนั้น คนจะเล่นฟิตเนสต้องขับรถออกไป เลยยกฟิตเนสเข้าไปใกล้เขา สาขาถนนพระราม 2 ตอนนั้นก็ยังไม่มีฟิตเนสที่เห็นเด่นชัด เลยทำเป็นรายแรกที่ติดถนนใหญ่ และสาขาตากสิน แยกมไหสวรรค์ เลือกที่ตั้งให้อยู่ตรงข้ามกับชุมชน

ภายในสิ้นปีนี้ตั้งเป้ามีรายได้รวม 20 ล้านบาท และไปถึง 100 ล้านบาท ให้ได้ภายในในปี 2018 มีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 10 สาขา ภายใน 5 ปี ซึ่งจะมีทั้งรูปแบบการลงทุนเองทั้งหมด และการร่วมลงทุนกับนักลงทุนที่สนใจ โดยการลงทุนแต่ละสาขาใช้เงินลงทุนประมาณ 9 -25 ล้านบาท และตั้งเป้ามีฐานสมาชิกได้กว่า 5,000 ราย

บ๊าวซ์ปลุกกระแสแทรมโพลีนในไทย


แม้จะไม่ใช่ตลาดฟิตเนสโดยตรง แต่บ๊าวซ์ก็ได้รับอานิสงส์จากกระแสการออกกำลังกายในประเทศไทยเช่นกัน หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับคำว่าแทรมโพลีน เพราะค่อนข้างใหม่สำหรับในประเทศไทย เป็นการออกกำลังกายแนวใหม่ แต่หลังจากที่ บ๊าวซ์ได้ทำตลาดมาแล้วเกือบ 1 ปีเต็ม การบุกตลาดอย่างต่อเนื่องคงเป็นคำตอบอย่างดีสำหรับผลตอบรับในประเทศไทย

บ๊าวซ์ ประเทศไทย เริ่มเปิดสาขาแรกเมื่อปลายปี 2558 ที่ห้างเดอะสตรีท รัชดาฯ ด้วยพื้นที่ 5,600 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนพร้อมค่าไลเซนส์รวม 300 ล้านบาท วางจุดยืนเป็นแทรมโพลีนพาร์คระดับพรีเมียม ซึ่งจัดอยู่ในธุรกิจสปอร์ตเทนเมนต์ เป็นการออกกำลังกายเพื่อความสนุกสนาน ถือว่าเป็นธุรกิจใหม่ในประเทศไทย ยังไม่มีมูลค่าตลาดที่ชัดเจน ตลาดนี้ไม่ได้เป็นคู่แข่งของฟิตเนสโดยตรง เพราะจุดประสงค์ในการเล่นแตกต่างกัน แต่จะเป็นการเสริมตลาดซึ่งกันและกันจากการออกกำลังกาย

เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ การเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยจึงเลือกเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นโรงเรียนนานาชาติ เพราะจะมีความคุ้นเคยและรู้จักกับแทรมโพลีนอยู่แล้ว ซึ่งลูกค้ากลุ่มหลักของบ๊าวซ์เป็นกลุ่มเด็กราว 80%

จากนั้นจึง สร้างกระแส โดยใช้สื่อโซเชียลมีเดีย และเซเลบริตี้ เพื่อให้คนที่ไม่เคยรู้จัก ได้รู้จักบ๊าวซ์ และแทรมโพลีนมากขึ้น ประกอบกับการเลือกโลเคชันที่อยู่ในศูนย์การค้า เพราะพฤติกรรมคนไทยมักใช้เวลาว่างในการเดินศูนย์การค้า และเดินทางสะดวกด้วย

มาร์ค จอบบลิงค์ ประธานบริษัท เบ๊าซ์อิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด บอกว่า การที่ บ๊าวซ์ ได้รับความนิยมขึ้นมาก็เป็นเพราะคนไทยสนใจสุขภาพมากขึ้น และหันมาเล่นกีฬาแบบเอ็กซ์ตรีมมากขึ้น รวมถึงในยุคดิจิทัลที่เด็กๆ อาจจะติดเกมหรือเชียลมีเดีย ทำให้พ่อแม่ต้องหากิจกรรมอื่นๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ

จากสาขาแรกที่เดอะสตรีทสามารถทำรายได้ 13-15 ล้านบาทต่อเดือน ในไตรมาสแรกของปี 2559 มีรายได้แล้ว 40 ล้านบาท ทำให้บ๊าวซ์ต้องรีบรุกตลาดมากขึ้นในขณะที่เหล็กยังร้อน เล็งที่จะเปิดอีก 2 สาขาในปีนี้ที่ ดิ เอ็มควอเทียร์ในเดือนกันยายน และเซ็นทรัลบางนาในเดือนธันวาคม พร้อมโซนกิจกรรมใหม่ด้วยงบลงทุนรวม 250 ล้านบาท

สาขาดิเอ็มควอเทียร์มีพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 80 ล้านบาท และที่เซ็นทรัลบางนาพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท และเปิดโซนกิจกรรมสนาม เอ็กซ์พาร์ค ที่สาขาเดอะสตรีทเพิ่มเติม เพื่อเป็นโซนสำหรับดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ คือกลุ่มวัยรุ่น และเพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เวลาอยู่ในบ๊าวซ์นานขึ้น ใช้งบลงทุน 20 ล้านบาท

จากนั้นในปี 2560 หรือปีหน้าค่อยขยายไปยังต่างจังหวัด สาขาแรกที่ได้เห็นจะเป็นที่เซ็นทรัลโคราช พื้นที่ 2,000 ตารางมเตร เปิดในช่วงเดือนกันยายน และมองทำเลต่อไปก็คือราชพฤกษ์ เจริญนคร และขอนแก่น กำลังอยู่ในช่วงกำลังพูดคุยกันอยู่

บ๊าวซ์ตั้งเป้ารายได้รวมในปีหน้า 400 ล้านบาท แบ่งเป็นสาขาเดอะสตรีท 200 ล้านบาท เอ็มควอเทียร์ 100 ล้านบาท และเซ็นทรัลบางนา 100 ล้านบาท และต้องมีการเติบโตเฉลี่ย 20% ในทุกปี

 

อันดับ 8  พรีเซ็นเตอร์แห่งปี 2016 

หากจะเอาที่สุดของพรีเซ็นเตอร์ และงานอีเว้นต์ตัวจริงของจริงฝ่ายหญิงปีนี้คงต้องยกให้ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ เพราะโดดเด่นที่สุด ทั้งงานอีเว้นต์ โชว์ตัว,งานโฆษณาสินค้า,การเป็นพรีเซ็นเตอร์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ให้กับสินค้ามากมาย ส่วนที่เบียดมาคู่คี่ก็คือใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ (ซึ่งเป็นแชมป์เก่าของปีที่แล้ว) ส่วนฝ่ายชายนั้นจะดูยากซักหน่อย เพราะกระจายหลากหลายมาก ถ้าเป็นงานอีเว้นต์ โชว์ตัว เบียดๆ กันระหว่าง มาริโอ้ เจมส์จิ ณเดชณ์ ดีเจพุฒิ ต่อธนภพ แต่หากจะเอางานนอก โกอินเตอร์ด้วย และโดยรวมๆ มีถ่ายแบบโฆษณา เดินแบบ โชว์ตัว รวมๆ ก็ต้องยกให้มาริโอ้ เมาเร่อ จริงๆ ในปีนี้ เหตุเพราะว่ามาริโอ้ แทบไม่มีผลงานทางด้านการแสดงเลยในปีนี้ (มีภ.ไทยเรื่อง Take Me Home สุขสันต์วันกลับบ้าน,กำลังถ่ายละคร 2 เรื่องคือ บัลลังก์ดอกไม้,บ่วงบรรจถรณ์ รอออนแอร์ปี 60 และมีไปถ่ายซีรีส์ที่จีน) แต่กลับมีงานอีเว้นต์ และโชว์ตัว เป็นพรีเซ็นเตอร์ โดดเด่นมากในปีนี้ ฝ่ายชายจึงยกให้ มาริโอ้ นำโด่งมาคนเดียว

มาริโอ้ เมาเร่อร์  (ฝ่ายชาย)  เคียงคู่  ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ (ฝ่ายหญิง)

โฆษณาที่มาริโอ้ เมาเร่อร์ รับเป็นพรีเซ็นเตอร์ในปีนี้  ได้แก่

·         Gatsby Moving Rubber ให้ผู้ชายทุกคน "เปลี่ยนสู่ความเท่ขั้นสุด" (ปี 2559)

·         iamkoncept (ปี 2559)

·         คาลพิสแลคโตะให้ด้วยใจไปกับ "มาริโอ้" (ปี 2559)

·         Koncept Mario (ปี 2559)

·         Nissin "Eco Cup" (ปี 2559)

·         ทูตการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปี3 (ปี2559)

·         รถจักรยานยนต์ Honda Click 125i (ปี 2559)

·         แป้ง AA แมทท์คูชั่น (ปี 2559)

·         ครีมอาบน้ำ Be Nice ฟรุ๊ตเอสเซ้นส์ (ปี 2559)

·         ยาลดไข้บรรเทาปวด ซาร่า (ปี 2559)

·         สมาร์ทโฟน ZTE รุ่น AXON 7 (ปี 2559)

·         แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติฟิลิปปินส์ Penshoppe ร่วมกับ พัก ซาน-ดารา (ปี 2559)

·         Koncept เลิฟซีนของโอ้ (ปี 2559)

·         UnicefBasketOfHope (ปี 2559)

ยังไม่นับงานถ่ายโฆษณา เดินแบบที่ประเทศจีนและฟิลิปปินส์

โฆษณาที่ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับเป็นพรีเซ็นเตอร์ในปีนี้ รับไปเบาๆ กว่า 33 ตัวแล้ว ยังไม่หมดปี ได้แก่

เยลลี่ ตราโยโย่

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยำยำ จัมโบ้ รสต้มยำรสกุ้ง,ต้มยำกุ้งรสน้ำข้น

แบรนด์รังนกแท้ แคมเปญตรุษจีน ร่วมกับ หมีเซียะ

เครื่องสำอางเมย์เบลลีน นิวยอร์ก แป้งเคลียร์สมูท ออลอินวัน

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มีพลัส

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยำยำ จัมโบ้  รสต้มยำทะเลหม้อไฟ

มันฝรั่งทอดกรอบเลย์  ชุด เลย์สไมล์ ยิ้ม แชร์ ชิง

เครื่องแต่งกายมิสตี้ มิงซ์

คอนโดมิเนียมวิสซ์ดอม

มันฝรั่งทอดกรอบเลย์  รสฮันนี่บัตเตอร์และป็อปคอร์นคาราเมล

เครื่องสำอางเมย์เบลลีน นิวยอร์ก  เบบี้ ลิปส์ บลูม

แบรนด์รังนกแท้  ชุด ปรากฏการณ์ The Eternal Proof บทพิสูจน์ความเป็นตลอดกาล ร่วมกับ หลี่เหลียงเหว่ย (ติงลี่)

เครื่องสำอางเมย์เบลลีน นิวยอร์ก  บาร์บี้ มาสคาร่า

เครือข่ายบริการทรูมูฟ เอช  แพ็กเกจย้ายค่าย ชุดเปิดซิมยกก๊วน 3G

เครือข่ายบริการทรูมูฟ เอช  แพ็กเกจย้ายค่าย ชุดซิมดับแน่นอนค่ะ

สายการบินบางกอกแอร์เวย์  ชุด เก็บความรู้สึกพิเศษ...ในทุกการเดินทางกั­บบางกอกแอร์เวย์

สายการบินบางกอกแอร์เวย์  ชุด ชุด FlyerBonus

สายการบินบางกอกแอร์เวย์  ชุด Lounge

สายการบินบางกอกแอร์เวย์  ชุด In-Flight

คอนโดมิเนียมวิสซ์ดอม

ผลิตภัณฑ์แชมพูและครีมนวดผมแพนทีน

แบรนด์รังนกแท้  ชุด รักของแม่เอาชนะได้ทุกอย่างแม้แต่มะเร็ง

ครีมบำรุงผิวหน้าพอนด์ส   ชุด ไวท์เทนนิ่งที่ดีที่สุดของพอนด์ส

เซเว่น อีเลฟเว่น  ชุด แสตมป์เพื่อนที่รู้ใจ

ครีมอาบน้ำโชกุบุสซึ

ผ้าอนามัยลอรีเอะ

เครื่องแต่งกายมิสตี้ มิงซ์

ครีมบำรุงผิวหน้าพอนด์ส  ชุด แบบไหนที่ใช่คุณ

มันฝรั่งทอดกรอบเลย์  เลย์ทรีดีและเลย์เน็ต

เครือข่ายบริการทรูมูฟ เอช

แบรนด์รังนกแท้  เคล็ดลับที่เราเชื่อหมดใจ

ครีมบำรุงผิวหน้าพอนด์ส

เซเว่น อีเลฟเว่น  ชุด ของพรีเมี่ยมรอบ 2

(อ้างอิงข้อมูลจาก วิถีพีเดีย สารานุกรมออนไลน์)

บทวิเคราะห์และเรียบเรียงโดย หยิกแกมหยอก

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ทีมประสิทธิภาพแห่งปี 2016 (ตอนที่ 2)


มาเข้าสู่โหมดของการเชิดชูทีมประสิทธิภาพแห่งปี 2016 ตามธรรมเนียมของบล็อกเรา ก็จะจัดหมวดและประกาศ โดยจำแนกออกเป็น 5 หมวดใหญ่ๆ คือ 1.ทีมประสิทธิภาพสาขากีฬา ,2.ทีมประสิทธิภาพสาขาสื่อสารมวลชน 3.ทีมประสิทธิภาพสาขาหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานสาธารณะบริการประชาชน และ 4.ทีมประสิทธิภาพสาขาหน่วยงานภาคเอกชนหรือหน่วยธุรกิจให้บริการประชาชน รวมสายบันเทิงไว้ในหมวดนี้ด้วย  5.ทีมด้อยประสิทธิภาพแห่งปี  เพื่อประกาศเกียรติคุณให้กับหน่วยงานเหล่านั้น ที่ได้สร้างผลงานอันน่าประทับใจเอาไว้ในปีนี้ ซึ่งเราได้รวบรวมไว้แล้ว

ปีนี้สมรภูมิทีวีดิจิตอลแข่งขันดุเดือดมาก ตั้งแต่ต้นปียันปลายปีกันเลย ได้เห็นศักยภาพของทีวีดิจิตอลบางเจ้าที่มาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมธุรกิจทีวีในบ้านเราได้ก้าวรุดหน้าไปไกลมาก แต่ก็มีบางเจ้าต้องยกธงขาว โบกมือลาไปในปีแรกของสมรภูมิเดือดนี้ บางเจ้าต้องขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับทุนใหญ่เพื่อมาถือหุ้น ค้ำจุนกิจการต่อไป บางเจ้าต้องหาพันธมิตรจากสื่อยักษ์ใหญ่จาก ตปท.หรือบางเจ้าต้องสั่งรื้อทีมผู้บริหารใหม่หมด และมีการลดขนาดองค์กร ปรับลดพนักงาน เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ ในสภาพวะที่เศรษฐกิจยังไม่กระเตื้อง บวกกับพฤติกรรมคนดูที่เปลี่ยนแปลงไป ภูมิทัศน์ทางธุรกิจสื่อเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง การเติบโตของธุรกิจสื่อโซเชียลมีเดีย กลายมาเป็นคู่แข่งที่แท้จริงของทีวีดิจิตอลไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะงบโฆษณาที่เป็นฐานรายได้หลักของทีวีดิจิตตอล นอกจากจะไม่เพิ่มขึ้น ยังเหลือไม่เท่าเดิม เพราะถูกแชร์แบ่งไปลงในสื่อโซเชียลแทน ซึ่งได้ผลตรงกลุ่มเป้าหมายมากกว่า ทั้งตอบโจทย์และยังประหยัดงบโฆษณาได้มากกว่าลงสื่อทีวี ปีหน้าตัววัดของธุรกิจทีวีดิจิตอลหลักก็คือเรตติ้ง เพราะบริษัทกันตาร์ บริษัทเรตติ้งที่ได้มีการจัดตั้งใหม่เป็นอีกค่ายคู่แข่ง ที่แต่เดิมมีเพียง AGB Neilsen เพียงเจ้าเดียว ที่ยังคงใช้วิธีวัดเรตติ้งในแบบฐานเดิม วิธีการวัดเรตติ้งแบบตั้งกล่องในจุดซึ่งเป็นฐานเดิม กลุ่มตัวอย่างเดิมๆ ทำให้ช่องเกิดใหม่รู้สึกไม่เชื่อมั่น ทั้งๆ ที่ภูมิทัศน์ด้านสื่อใหม่ๆ มีเข้ามา พฤติกรรมคนดูเปลี่ยนแปลงไปมาก ตักศิลาด้านเรตติ้ง หรือผู้ชี้วัดเรตติ้ง ก็ควรถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยหรือตัวแปรใหม่ๆ เหล่านี้ด้วย ในเมื่อบริษัทเรตติ้งเก่ายังคงยึดมั่นในวิธีเดิมๆ และเชื่อมั่นในวิธีการเก่าๆ ในขณะที่ผู้เล่นรายใหม่ๆ ในห่วงโซ่ทีวีดิจิตอล ไม่เชือมั่นถึงความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการจัดเรตติ้งที่มีอยู่เดิม เหตุใดแชมป์และรองแชมป์ยังคงเป็นเจ้าเดิมอยู่ร่ำไป จึงเป็นที่มาของการมีสถาบันวัดเรตติ้งเกิดขึ้นมาใหม่ และดูว่ามีผู้ให้การยอมรับมากกว่า โดยทีวีดิจิตอลในระบบเกือบทั้งหมดจะหันมาใช้บริการของบริษัทกันตาร์ ยกเว้นช่อง 7,8 เท่านั้นที่ไม่ใช้บริการบริษัทวัดเรตติ้งใหม่แห่งนี้ และขอใช้บริการ AGB Neilsen ต่อไป  อะไรจะเกิดขึ้น และบรรดาเอเจนซี่โฆษณาทั้งหลายจะเชื่อมั่นเจ้าใดมากกว่ากัน

1.ทีมประสิทธิภาพแห่งปี สาขาด้านกีฬา ได้แก่
ทีมฟุตบอลชายไทยชุดช้างศึก (ทีมชาติไทยชุดใหญ่)   ซึ่งมีโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผู้ปลุกปั้นทีมช้างศึกชุดนี้ ทำให้กระแสกีฬาฟุตบอลไทยฟีเวอร์กลับมาอีกครั้ง, ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย ,ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย (ชบาแก้ว) , ทีมฟุตบอลสโมสรเมืองทองยูไนเต็ด ,แบดมินตันทีมชาติไทย ,ทีมวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติไทย, ทีมฟุตบอลสโมสรเชลซี,ทีมฟุตบอลสโมสรเรียลแมดริด,ทีมฟุตบอลสโมสรไลป์ซิก,,ทีมฟุตบอลสโมสรลิเวอร์พูล ฯลฯ

 

2.ทีมประสิทธิภาพแห่งปี สาขาสื่อสารมวลชน จำแนกเป็นสื่อกระแสหลัก (ฟรีทีวี,นสพ.วิทยุ,เว็บไซต์) กับสื่อกระแสรอง (ทีวีดาวเทียม,สำนักข่าวเอกชน,สื่ออิสระ,เอ็นจีโอ,โซเชียลมีเดีย)

สื่อกระแสหลัก (เน้นการแพร่ข่าวสาร,บทวิเคราะห์เจาะลึกที่น่าเชื่อถือ,ทันสถานการณ์,นำเสนอตรงไปตรงมาไม่บิดประเด็น,ไม่จำเป็นต้องเป็นกลาง,ไม่จำเป็นต้องเร็วมาก,มีแหล่งข่าวที่ดี,ไม่ชี้นำสังคม,แยกแยะผิดถูกชั่วดี,กล้านำเสนอความจริง) ได้แก่  ช่อง 7HD,TPBS, ไทยรัฐทีวี,Nation ทีวี, Now 26 ,สปริงนิวส์, TNN24, Bright TV, NEW) tv, One HD, 8, PPTV, 3HD,3SD ,นสพ.ไทยโพสต์, นสพ.โพสต์ทูเดย์-บางกอกโพสต์ ,นสพ.ผู้จัดการ-MGR online ,นสพ.กรุงเทพธุรกิจ-เนชั่น-คมชัดลึก นสพ.ข่าวสด-ประชาชาติธุรกิจ, วิทยุคลื่น 90.5, 105 LiveTalk ,101-RR1
 
สื่อกระแสรอง (เน้นการแพร่ข่าวสาร,บทวิเคราะห์เจาะลึกที่น่าเชื่อถือ,ทันสถานการณ์,นำเสนอตรงไปตรงมาไม่บิดประเด็น,ไม่จำเป็นต้องเป็นกลาง,ไม่จำเป็นต้องเร็วมาก,มีแหล่งข่าวที่ดี,ไม่ชี้นำสังคม,แยกแยะผิดถูกชั่วดี,กล้านำเสนอความจริง) ได้แก่ ทีวี News 1,ฟ้าวันใหม่ ,วิทยุ สวพ. 91 ,จส.100,เฟซบุ้คคุณทนง ขันทอง, เว็บไซต์แบงคอคบิสนิวส์, เว็บไซต์ไทยพับลิก้า, เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์, เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ ,สำนักข่าวอิศรา ,เว็บไซต์ MGR online

3.ทีมประสิทธิภาพแห่งปี สาขาหน่วยงานภาครัฐ,หน่วยงานบริการสาธารณะชน,องค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ ได้แก่
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ,สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ,กรมศุลกากร ,กระทรวงวัฒนธรรม , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร , มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค, มูลนิธิทูบีนัมเบอร์วัน, ศูนย์ประชาบดี 1300 ,ศูนย์เอราวัณ 1646 ,สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ,มูลนิธิชัยพัฒนา ,มูลนิธิพระดาบส ,มูลนิธิสายใจไทย ,มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ,คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล  ,รพ.รามาธิบดี ,เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย, เครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหิน ,สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ,เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ,จิตอาสาทุกคนบริเวณรอบสนามหลวง ,มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ,สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย, มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก , มูลนิธิเด็ก ,มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง , มูลนิธิร่วมกตัญญู , อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน




 

4.ทีมประสิทธิภาพแห่งปี  สาขาหน่วยงานภาคเอกชน หรือหน่วยธุรกิจให้บริการประชาชน และสาขาบันเทิง  ได้แก่
ค่ายเพลงแกรมมี่โกลด์ , ค่ายเพลงจีนี่เรคคอร์ด ,  ค่ายเพลงสมอลล์รูม , ค่ายเพลงวอทเดอะดักส์ ,ค่ายเพลงบีอีซี-เทโร มิวสิค  , ค่ายเพลงดักส์บาร์ , ค่ายเพลงไอแอม , ค่ายเพลง แชนเดอร์เลียร์ , ค่ายเพลงสไปซี่ดิสค์ , ค่ายเพลงอาร์สยาม , ค่ายเพลงเอ็มบีโอ , ค่ายเพลงไวท์มิวสิค

บริษัทเอไทม์โชว์บิซ ,บริษัทเฟรชแอร์ เฟสติวัล, บริษัทอินเด็กซ์ครีเอทีฟวิลเลจ ,บริษัทเซ้นส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ,บริษัทมีมิติ ,แร็บบิทสตูดิโอ ,บริษัททริปเปิ้ลทู ,บริษัทมีมิติ , บริษัทเวิร์คพ้อยท์และโต๊ะกลมโทรทัศน์ , บริษัททรูมิวสิค , บริษัทครีเอทิสมีเดีย , บริษัทกันตนากรุ๊ป , บริษัททีวีธันเดอร์ , บริษัททีวีบูรพา , บริษัทแฮปอะกู้ดดรีม , บริษัทเซ้นส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ , บริษัทโพลีพลัสเอ็นเตอร์เทนเม้นต์






 

บริษัทกู๊ดฟิลลิ่ง , บริษัทเมตตาและมหานิยม ,บริษัทละครไท ,บริษัทฮูแอนด์ฮู ,บริษัทบรอดคาสท์ไทยเทเลวิชั่น , บริษัทดี วัน ทีวี , บริษัทกัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ,บริษัทควิซแอนด์เควส ,บริษัทโซนิกส์ บูม 2013 , บริษัทมาสเตอร์วันวีดีโอโปรดักชั่น , บริษัทแอค-อาร์ต เจเนอเรชั่น ,บริษัทเอ็กซ์แซ็กท์และซีนาริโอ ,บริษัทจีเอ็มเอ็มทีวี ,บริษัทกันตนาเรฟโวลูชั่น ,บริษัทเจเอสแอลโกลบอลมีเดีย , บริษัทพอดีคำเอ็นเต อร์เทนเม้นต์ ,บริษัทบางกอกออดิโอวิชั่น , บริษัทดีด้าวีดีโอโปรดักชั่น , บริษัทโคลีเซียมอินเตอร์กรุ๊ป , บริษัทดาราวีดีโอ , บริษัทสามเศียร ,บริษัทมาสเคอเรต ,บริษัทมงคลการละคร ,บริษัทสามัญการละคร ,บริษัทปรากฏการณ์ดี ,บริษัทมีเดียสตูดิโอ , บริษัทป้าสั่งย่าสอน, บริษัทมุมใหม่ , บริษัทกันตนามูฟวี่ทาวน์ (2002) , บริษัทฮันนี่แอนด์เฟรนด์ออกาไนซ์ ,บริษัทเมกเกอร์เจ กรุ๊ป , บริษัทเมกเกอร์วาย , บริษัทเป่าจินจง ,บริษัททีวีซีนแอนด์พิคเจอร์, บริษัทมายน์แอทเวิร์คส์ , ,บริษัทโพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ,บริษัท ฟิลกู๊ด เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ,บริษัท 9 บีเวอร์ฟิล์ม ,บริษัทกู๊ดซีนส์ ,บริษัทเดอะวันเอ็นเตอร์ไพร์ซ , บริษัทเมกเกอร์กรุ๊ป ,บริษัทเมจิกอิฟเอ็นเตอรเทนเม้นท์ ,บริษัทอู่ข้าวอู่น้ำภาพยนตร์ ,บริษัท ๙ แสนสตูดิโอ , บริษัททาเล้นต์วันมูฟวี่สตูดิโอ , บริษัทกลมกล่อมโปรดักชั่น , บริษัทหนุมานโปรดักชั่น , บริษัทโมโนบรอดคาซท์ , บริษัทดีมากโปรดักชั่น, บริษัทดีคืนดีวัน ,บริษัทโชคดีมีสุข คณะทำงานและทีมจัดการแสดงโขนพระราชทาน ชุด พิเภกสวามิภักดิ์

 

บริษัทนาดาวบางกอกและจีทีเอช , บริษัทเอ็ม 39 ,บริษัทสหมงคลฟิล์ม ,บริษัทกันตนาโมชั่นพิคเจอร์ส ,บริษัท ,บริษัทโมโนพิคเจอร์ ,บริษัทเฟรชแอร์เฟสติวัล , บ.เวิร์คพ้อยท์พิคเจอร์ , บริษัท CJ Major , บริษัท M Picture , บริษัทนอร์ทสตาร์โปรดักชั่น

5.ทีมด้อยประสิทธิภาพแห่งปี รางวัลนี้ยกให้กับ DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ จากผลงาน กรณีคดีพิเศษ การตายแบบปริศนา มีเงื่อนงำของนายธวัชชัย อนุกูล เจ้าหน้าที่ที่ดิน จ. พังงา จากการถูกจับในคดีทุจริตอนุมัติออกโฉนดที่ดินกว่า 10,000 ล้าน เมื่อถูกควบคุมตัวในห้องขัง ระหว่างรอให้ปากคำต่อศาล ปรากฏว่าเสียชีวิตในเรือนจำ ตอนแรกเจ้าหน้าที่อ้างว่า เจ้าตัวผูกคอตายเสียชีวิต ภายหลังมีการตั้งข้อสังเกตจากคุณหมอ นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ในวันที่เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ในการปฐมพยาบาล พบหลักฐานว่าไม่ได้เสียชีวิตจากการผูกคอตาย ภายหลัง DSI ก็ออกมาชี้ว่า สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจเสียชีวิตจากตับแตกตาย หรือกล่าวโทษไปยัง นพ.เหรียญทองว่า เป็นผู้มีสวนทำให้ผู้ตายเสียชีวิต ในระหว่างปฐมพยาบาล จากนั้นก็เกิดการวิวาทะกันขึ้นระหว่างฝ่ายของ นพ.เหรียญทอง จาก รพ.มงกุฏวัฒนา กับ DSI จนทำให้คดีนี้มีการพลิกการชันสูตรศพใหม่ โดยให้นิติวิทยาศาสตร์ โดย คุณหญิงหมอพรทิพย์ เข้ามาร่วมในการชันสูตรพลิกศพ พบว่ามีร่องรอยของกระดูกคอหัก ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ทำให้สังคมเคลือบแคลงถึงมาตรการความปลอดภัยในการดูแลผู้ต้องหาในเรือนจำ เหตุใดในวันเกิดเหตุ กล้องวงจรปิดในเรือนจำถึงเสีย โดยไม่มีกล้องซักตัวจับภาพผู้ต้องหาในเรือนจำได้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลนักโทษในเรือนจำ ถึงได้โกหก และอีกหลายประเด็น จนทุกวันนี้คดียังอยู่ในศาล และก็กลายเป็นอึมครึม แล้วก็จะเงียบไป ถ้าสื่อมวลชนไม่ติดตามข่าวต่อ จนมาถึงคดีพระธัมมชโย วัดธรรมกาย ที่ถูกอัยการสั่งฟ้องแบบเร่งรัดผิดปกติ ส่งเผือนร้อนมาให้ DSI ต้องทำการจับกุมตัวในหลายคดี อาทิ ทุจริตเงินของสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น โดยอ้างว่าเป็นเงินบริจาค, คดีการฟอกเงิน ฯลฯ แต่กว่า 4-5 เดือนที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีการจับกุมตัวพระธัมมชโยได้ โดยคว้าน้ำเหลวทุกครั้ง อีกทั้งสร้างข่าวว่าจะไปจับแต่ก็ล้มเหลวตลอดมา นี่จึงเป็นบทสรุปของความด้อยประสิทธิภาพของหน่วยงานนี้ เราจึงยกตำแหน่งและรางวัล ทีมด้อยประสิทธิภาพแห่งปี 2016 ให้กับ DSI ในปีนี้

 

หยิกแกมหยอก วิเคราะห์และเรียบเรียง 

ทีมประสิทธิภาพแห่งปี 2016 (ตอนที่ 1)





บุคคลแห่งปี 2016

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของบล็อกหยิกแกมหยอก เมื่อครบ 1 ปี ก็จะมาสรุป ความเป็นสุดยอดใน 2 ด้าน คือเรื่องของตัวบุคคล กับเรื่องของคณะบุคคล (การทำงานเป็นทีม) เราเรียก 2 รางวัลนี้ว่า บุคคลแห่งปี กับทีมประสิทธิภาพแห่งปี ซึ่งในสาขาบุคคลแห่งปี ในปีนี้ เราแทบไม่ต้องคิดอะไรเลย เพราะว่าสาขาบุคคลแห่งปีในปีนี้ เราคงต้องน้อมถวายรางวัลนี้แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร อันเนื่องจากวโรกาสที่ทรงครองราชย์ยาวนานถึง 70 พระชันษา ซึ่งถือว่าเป้นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก อีกทั้งเป็นปีแห่งความเศร้าโศกเสียใจของพสกนิกรคนไทยทั้งประเทศ เนื่องจากทรงเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 เป็นวันแห่งความวิปโยคของแผ่นดินไทย มีความสำคัญทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ของชาติไทยและของโลก คุโณปการที่ทรงทำให้แก่ชาติบ้านเมือง (สยามประเทศ,ประเทศไทย) นั้นยิ่งใหญ่หลวง พระราชกรณียกิจมากมายกว่า 4,400 โครงการ ครอบคลุมในเกือบทุกด้านทั้งด้านเกษตร,ด้านการแพทย์,ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ,ด้านการศึกษา,ด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ,ด้านภาษาและวรรณกรรม-ประพันธ์และแปลหนังสือ,ด้านวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี,ด้านการกีฬา,ด้านสันทนาการ-ประพันธ์ดนตรี,ด้านเพาะพันธุ์สัตว์เลี้ยง-การประมง,ด้านการทหาร-ดำริให้กรมอู่ทหารเรือต่อเรือรบใช้เอง,ด้านเศรษฐศาสตร์-ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง,ด้านการปกครอง-ทศพิธราชธรรม,ด้านการศาสนา-ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก-ชำระคัมภีร์พระไตรปิฏก เป็นต้น

พระราชประวัติของในหลวง
 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ สืบแทนสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งเสด็จสู่สวรรคาลัยโดยกะทันหัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือนอ้าย ปีเถาะ จุลศักราช ๑๒๘๙ รัตนโกสินทร์ศก ๑๔๖ ตรงกับวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๐ ณ โรงพยาบาลเมานท์ ออเบิร์น (Mount Auburn) เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสสาชูเซทท์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนกได้ทรงศึกษาวิชาแพทย์อยู่ ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ ๓ พระนามเดิมว่า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดชต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๗๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระฐานันดรศักดิ์เป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระเชษฐภคินี ๑ พระองค์ และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ๑ พระองค์ มีพระนามเดิมและพระอิสริยยศต่อมาตามลำดับ ดังนี้

หม่อมเจ้าหญิงกัลยาณิวัฒนา ประสูติเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทรงได้รับการสถาปนาเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและทรงได้รับการสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๘ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เป็นสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ต่อมาปีพุทธศักราช ๒๕๓๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ให้ทรงมีพระยศทรงกรมว่า กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

หม่อมเจ้าอานันทมหิดล ประสูติเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๖๘ ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี ทรงได้รับการสถาปนาเป็นพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ รัฐบาลจึงได้ทูลเชิญพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอานันทมหิดล เสด็จขึ้นครองราชย์สืบสันตติวงศ์เป็น พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๘ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘ ทรงพระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตโดยกะทันหัน เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง
สมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมราชชนก ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี ทรงพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช ทรงได้รับการสถาปนามีพระยศทรงกรมว่า กรมหลวงสงขลานครินทร์ ได้เสด็จทรงศึกษาวิชาการแพทย์ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา และทรงสำเร็จวิชา แพทยศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยม จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการพยาบาลจากโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๙ ต่อจากนั้นทรงได้รับทุนการศึกษาของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ไปทรงเรียนวิชาพยาบาลเพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๐ ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระบรมราชชนก ขณะดำรงพระยศ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๓

เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๑ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมพรรษาได้ ๑ พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงสำเร็จการศึกษาและเสด็จกลับประเทศไทย ครั้งนั้นได้ประทับที่วังสระปทุม ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า อีกหนึ่งปีต่อมา ในเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๒ สมเด็จพระบรมราชชนก ทรงพระประชวร และสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ในปีเดียวกัน 
เมื่อทรงพระเยาว์ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ทรงรับพระราชภาระแห่งความเป็นแม่อย่างใหญ่หลวง เพราะต้องทรงอภิบาลพระโอรสธิดาองค์น้อยๆ โดยลำพังถึง ๓ พระองค์ และที่นับว่าเป็นพระราชภาระที่หนักยิ่งกว่าภาระของแม่ใดๆ ก็เพราะว่าพระโอรสธิดาที่ทรงอภิบาลรับผิดชอบนั้นต่อมาเป็นพระประมุขของประเทศถึง ๒ พระองค์ เพราะฉะนั้น การอภิบาลรักษาและการถวายการอบรมสั่งสอน จึงมีความยากและมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

พระราชจริยาวัตรในเชิงสร้างสรรค์ที่สำคัญประการหนึ่ง คือสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ทรงสอนพระโอรสธิดา ให้เรียนรู้เรื่องแผนที่และการใช้แผนที่ กล่าวคือ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ โรงเรียนเพาะช่างในสมัยนั้นจัดทำแผนที่ประเทศไทยโดยผลิตเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีกล่องไม้พร้อมฝาปิดเปิดสำหรับใส่เพื่อให้พระโอรสธิดาทั้ง ๓ พระองค์ ทรงเล่นเป็นเกมส์สนุกคล้ายการต่อรูปต่างๆ เป็นการสอนให้รู้จักประเทศไทย และรู้จักการดูการใช้แผนที่ไปพร้อมๆ กัน จึงกล่าวได้ว่าพระราชดำริสร้างสรรค์เหล่านี้ ประกอบกับคุณธรรมอีกหลายประการได้มีบทบาทอย่างใหญ่หลวงต่อการที่ทรงอภิบาลและฝึกสอนพระโอรสธิดา ดังจะเห็นได้ว่าพระราชอัธยาศัยและพระราชจริยาวัตรอันงดงามหลายประการในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ส่งผล ไปถึงพระราชอัธยาศัยและพระราชจริยาวัตรของพระโอรสธิดา อาทิ พระราชอัธยาศัยโปรดการถ่ายรูปและถ่ายภาพยนตร์ ได้สืบทอดมายังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างครบถ้วน ดังจะเคยได้เห็นการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ใดจะทรงมีสิ่งของประจำพระองค์ คือ ทรงมีแผนที่ กล้องถ่ายรูป และดินสอที่มียางลบด้วย เวลาทรงงานจะทรงใช้ยางลบเสมอ เมื่อทรงพบเห็นอะไรก็จะทรงขีดเขียนบนแผนที่ เช่นเดียวกับพระบรมราชชนนีที่ทรงกระทำมาก่อน บางครั้งจะทรงพบว่า ณ จุดทรงงานนั้นเป็นสถานที่บนภูเขาแต่ตามระวางของกรมแผนที่ระบุไว้ว่าเป็นธารน้ำ จึงดูคล้ายกับน้ำไหลขึ้นสูง และได้พระราชทานข้อสังเกตนี้แก่กรมแผนที่ซึ่งกรมแผนที่ได้สำรวจใหม่จึงพบว่าเป็นเรื่องผิดพลาดของเจ้าหน้าที่เอง กลายเป็นน้ำไหลกลับขึ้นที่สูง จากนั้นกรมแผนที่ได้เขียนเป็นเอกสารถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรติว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักแผนที่ผู้ชำนาญพระองค์หนึ่งด้วย

พุทธศักราช ๒๔๗๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ พรรษา ได้เสด็จทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร เป็นเวลา ๑ ปี หลังจากนั้นได้เสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ทั้งนี้เนื่องจากสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชไม่ทรงแข็งแรง จำเป็นต้องประทับในสถานที่ซึ่งอากาศดีและไม่ชื้น พลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร พระปิตุลา ทรงแนะนำให้เสด็จไปประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระองค์ได้ทรงเข้าศึกษาชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนเอกอลเมียร์มองต์ (Ecole Mieremont) เมืองโลซานน์ พร้อมด้วยพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เมื่อจบชั้นประถมศึกษาแล้ว ก็ทรงเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนเอกอล นูแวล เดอ ลาซืออิส โรมองด์ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) เมืองแชลลี ซูร โลซานน์ (Chailly-sur-Lausanne)

พุทธศักราช ๒๔๘๑ ทรงจบการศึกษาจากโรงเรียนยิมนาส คลาสสิค กังโตนาล (Gymnase Classique Cantonal) แห่งเมืองโลซานน์ ทรงได้รับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ แล้วทรงเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยโลซานน์ แผนกวิทยาศาสตร์ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๘ ได้เสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นครั้งที่ ๒ โดยเสด็จ สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช หลังจากเคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยชั่วคราวครั้งที่ ๑ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๑ ครั้งหลังนี้ได้เสด็จประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวังจนกระทั่งถึงวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เสด็จสวรรคตโดยกะทันหัน คณะรัฐบาลไทยในขณะนั้นได้กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชย์สืบสันตติวงศ์ต่อจากสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชในวันเดียวกัน 
เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีพระราชภารกิจในการศึกษาต่อ จึงได้เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเดือนมิถุนายนของปีนั้น รวมเวลาที่เสด็จประทับในประเทศไทยได้ ๖ เดือน ในการทรงศึกษาต่อครั้งนี้ ทรงเลือกเรียนวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์แทนวิชาวิทยาศาสตร์ที่ทรงศึกษาอยู่แต่เดิมก่อนเสด็จนิวัตประเทศไทย 

เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ ได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาองค์ใหญ่ของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ผู้ซึ่งต่อมา เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯสถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคลและในพุทธศักราช ๒๔๙๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรมมีพระนามว่า พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ 
พุทธศักราช ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินนิวัตประเทศไทย ประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลในเดือนมีนาคม ปีเดียวกัน 

วันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ณ วังสระปทุม มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ และเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในเดือนต่อมา

ที่มา :http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_01678.php : เครดิตข้อมูลและภาพจาก facebook ของคุณ 1 King 1 Heart  ตามลิ้งค์นี้    https://www.facebook.com/notes/1-king-1-heart/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87/204838602935209/

สุนทรพจน์ของทูตสหรัฐฯประจำ UN กล่าวสดุดีและชื่นชมในหลวง ดังนี้

นาง ซาแมนทา พาวเวอร์  เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีความผูกพันอย่างมากกับสหรัฐอเมริกา พระราชบิดาและพระราชมารดาของพระองค์ทรงพบกันที่เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมตซาชูเสตส์ พระราชบิดาศึกษาด้านการแพทย์ ที่ฮาร์วาร์ด พระราชมารดาศึกษาที่วิทยาลัยพยาบาลซิมมอนส์ แม้ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยประทับในสหรัฐขณะยังทรงพระเยาว์เท่านั้น แต่ที่เคมบริดจ์ยังรู้สึกได้ถึงการดำรงอยู่ของพระองค์จนถึงปัจจุบัน
 
เธอกล่าวเช่นนี้ได้เพราะก่อนมาร่วมทำงานในรัฐบาลประธานาธิบดีบารักโอบามา เคยสอนที่เคนเนดี สกูล ออฟ กอฟเวอร์เมนต์ ที่เคมบริดจ์ และเดินผ่านจตุรัส คิง ภูมิพล ที่อยู่ในละเวกใกล้เคียง เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นคนไทยแวะเวียนมาสักการะ ถ่ายรูปกับป้ายชื่อจตุรัส และเวลานี้ มีผู้คนนำดอกไว้มาวางเพื่อแสดงความอาลัย  เกือบ 2 ทศวรรษที่แล้ว เคยมีผู้สื่อข่าวคนหนึ่งถามพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า มีพระประสงค์ให้เป็นที่จดจำอย่างไร พระองค์ตรัสตอบว่า ไม่ใส่ใจนักว่าประวัติศาสตร์บันทึกถึงพระองค์อย่างไร แต่หากพวกท่านต้องการเขียนถึงข้าพเจ้าในทางที่ดีแล้ว ควรเขียนว่าข้าพเจ้าได้ทำสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ 
 
ในสายพระเนตรของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ การกระทำสิ่งอันเป็นประโยชน์ คือการแสวงหาหนทางแก้ปัญหาต่างๆที่กระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชนกลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส และหนทางเดียวที่ จะทรงรู้ได้ว่าสิ่งใดมีประโยชน์ จะเข้าใจได้ถึงปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่ คือการเสด็จพระราชดำเนินยังสถานที่นั้น ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะชนบทและพื้นที่ยากจน ทรงพบปะกับประชาชน ทั้งชาวไร่ชาวนา ชาวประมง นักเรียน ครู ตำรวจ เพื่อทรงรับทราบและแก้ไขปัญหาที่เกิดกับราษฎรของพระองค์  ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีแนวพระราชดำริที่สร้างสรรค์และทรงพระปรีชาสามารถ ทรงจดทะเบียนสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของพระองค์ 40 ฉบับ ส่วนใหญ่มาจากการคิดค้นและทรงทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาให้ราษฎรทั้งสิ้น  รวมถึงโครงการที่มีชื่อเล่นว่า แก้มลิง พระราชดำริที่ได้จากการเห็นลิงเก็บอาหารไว้ที่แก้มแล้วนำมากินในภายหลัง พระองค์ทรงออกแบบมาเพื่อใช้แก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเป็นระบบกักเก็บน้ำในช่วงน้ำหลากก่อนนำมาใช้ประโยชน์ด้านการชลประทานในภายหลัง ซึ่งยังคงใช้อยู่ทั่วประเทศจนถึงวันนี้

พระราชดำริของพระองค์ผนวกการอนุรักษ์กับการพัฒนามนุษย์ไว้ด้วยกัน ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมคือความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาวนั้น เป็นแนวทางที่ในหลวงทรงล้ำหน้ามาหลายทศวรรษ  เมื่อครั้งกลับมาเยือนสหรัฐอเมริกาอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2503 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีดไวท์ ไอเซนฮาวร์ พระองค์ได้ตรัสสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมรัฐสภาสหรัฐ ขณะพระชมม์มายุเพียง 32 พรรษา ว่า ทรงตอบรับคำเชิญด้วยเหตุผลส่วนหนึ่ง เนื่องจากความปรารถนาธรรมดาของมนุษย์คนหนึ่งที่อยากเห็นสถานที่ประสูติ คือเคมบริดจ์ ซึ่งพระองค์ได้กลับไปเยือน นอกจากนี้ ยังเป็นการมาเพื่อตอกย้ำมิตรภาพพิเศษและค่านิยมร่วมกันของสองประเทศ  พระองค์ตรัสกับรัฐสภาสหรัฐด้วยว่า คุณค่าสูงสุดสำหรับคนไทยคือครอบครัว คนในครอบครัวจะช่วยเหลือกันในยามยาก การให้คือคุณค่าในตัวเอง ผู้ให้ไม่คาดหวังจะได้ยินคำสรรเสริญเยินยอหรือผลตอบแทนใดๆ กระนั้นผู้รับจะรู้สึกขอบคุณ พระองค์จะสืบสานพันธกิจนี้เช่นกัน พระราชดำรัสของพระองค์สะท้อนวิถีการแสวงหาหนทางที่เป็นประโยชน์กับพสกนิกร  ชีวิตแห่งการให้ และการบำเพ็ญประโยชน์ในทุกทุกวัน มิใช่เพื่อการแซ่ซ้อง และไม่หวังสิ่งใดตอบแทน แต่เป็นการทำเพื่อครอบครัว พระองค์ถือว่าทุกคนในประเทศเป็นครอบครัวของพระองค์ คนไทยโชคดีเหลือเกินที่มีในหลวงเป็นสมาชิกในครอบครัว และคนทั่วโลกโชคดีที่ได้เรียนรู้แนวทางการดำเนินชีวิตจากพระองค์

หยิกแกมหยอก วิเคราะห์และเรียบเรียง

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559

5 ธันวามหาราช






      ธ เสด็จ    สู่สวรรค์   ครรลัยแล้ว

ทรงประพาส  นิราศแกล้ว  สู่สรวงศานต์

อาลัยโศก  อาลัยโลก วิโยคกาล

ดาวจะดับ  เดือนจะคล้อย  ลับอัสดง


     89  ปี    ที่ (ทรง)  ประสูติ    บนผืนโลก 

สร้างประโยชน์   โภชน์โภคา   มรรคาผล

คุณอเนก   พิพัฒน์คณา   ศิริมงคล

ประเทศไทย  ที่ผ่านพ้น  ด้วยบารมี 


    ต่อจากนี้   คุณธรรม  จะนำชาติ

ร่วมประกาศ   ให้โลกเห็น  เป็นศักดิ์ศรี

ลูกจะน้อม  ลูกจะทำ  แต่ความดี  

กราบปฐพี  แด่ภูมิพล  ในดวงใจ.



ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อมขอเดชะ  ข้าพระพุทธเจ้า เว็บเพจ หยิกแกมหยอก

เนื่องด้วยวโรกาส วันคล้าย วันพระราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช 

5 ธันวามหาราช 

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ทรงตอบรับเสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10

 

 
 
ทรงตอบรับเสด็จขึ้นทรงราชย์ สนองพระราชปณิธานและประโยชน์ของชาวไทยทั้งปวง

วันนี้(1 ธ.ค.) เวลา 19.16 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานวโรกาศให้ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท

โอกาสนี้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กราบบังคับทูลเชิญองค์รัชทายาท เสด็จฯ ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ สืบราชสันตติวงศ์ ความว่า

ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทรงทราบ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระพุทธเจ้า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ขอพระราชทานพระราชวโรกาส กราบบังคมทูลในนามของปวงชนชาวไทยว่า โดยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จสวรรคต เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2557 มาตรา 2 วรรค 2 ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 23 วรรค 1 ได้บัญญัติเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ ว่า ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลง และในกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งทายาทไว้ ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภา เรียกประชุมรัฐสภา เพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์รัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป และให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ

บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้แจ้งให้ประธานสภานิติบัญญัติทราบ ซึ่งทำหน้าที่ประธานรัฐสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทราบ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2559 ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงแต่งตั้ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ดำเนินการเรียกประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อรับทราบ ในคราวประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 76/2559 เป็นพิเเศษ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2559 และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้รับทราบการแต่งตั้งพระรัชทายาทแล้ว ข้าพระพุทธเจ้า ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ในนามของปวงชนชาวไทย จึงขอพระราชทานอัญเชิญใต้ฝ่าละอองพระบาท ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบราชสันตติวงศ์สืบไป เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2557 มาตรา 2 วรรค 2 ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 23 วรรค 1 ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559
ควรมิควร แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์ ความว่า

ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทยเชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ถ้าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาลว่า ด้วยการสืบสันตติวงศ์กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง
จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เสด็จฯ ไปประทับราบ ณ พระสุจหนี่ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงกราบถวายบังคม ทรงเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ ทรงกราบราบ

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับคณะผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
บัดนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงตอบรับคำกราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จฯ ขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แล้ว 

เครดิตข้อมูลและภาพจาก MGR online

 


ขอจงทรงพระเจริญ 

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า เพจหยิกแกมหยอก