วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

เปิดโผรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัล "เปลือกทุเรียนอวอร์ด" แห่งปี 2558

ปีนี้สมาคมลิเกการเมืองไทย (Traditional Dramatic Performance of Thai Politic Association) ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มการมอบรางวัลและประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ อันมีคุณค่าสำหรับผู้ที่มีผลงานอยู่ในแวดวงการเมืองไทย สมาชิกได้ประชุมกันและมีมติให้งดจัดงาน ประกาศผลรางวัล “อ๊อดกล้า ลิเกการเมืองไทย”  สำหรับแวดวงการเมืองไทยสำหรับปี 2558 ลง เนื่องจาก มีผู้ผ่านเกณฑ์และคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะได้รับรางวัล จำนวนน้อยลงมาก ไม่คู่ควรและเข้าเกณฑ์ที่จะพิจารณามอบรางวัลและประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรตินี้ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะให้งดเว้นการจัดงานในปีนี้เป็นปีแรก  แต่เนื่องด้วยภาคีสมาชิกของสมาคมยังมีบางส่วนที่เห็นแย้ง และมีเป้าประสงค์ที่ต้องการให้มีการพิจารณาประกาศรางวัลอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานของสมาคมมิให้ว่างเว้น ทางภาคีสมาชิกบางส่วน ซึ่งประกอบด้วย ชมรมคนรักคลองแสนแสบ สมาพันธ์แม่ค้าทุเรียนตลาดแตก และสมาพันธุ์ผู้เพาะพันธุ์ยุงแห่งประเทศไทย จึงมีมติร่วมกันที่จะให้มีการประกาศรางวัล “เปลือกทุเรียนอวอร์ด”  เป็นปีแรก โดยพิจารณาผลงานจากละครที่ฉายทางฟรีทีวี (ดิจิตอลทีวี ทั้ง 28 ช่อง) ตลอดปี 2558 ซึ่งได้มีการแยกประเภทของสาขาออกเป็น 19 สาขารางวัล  มีดังนี้

1.ละครส่งเสริมการทะเลาะเบาะแว้ง และตบตีกันในครอบครัวดีเด่น

2.ละครส่งเสริมการยกพวกตีกันดีเด่น

3.ละครส่งเสริมการใช้ภาษาไทยสมัยพ่อขุนรามคำแหงดีเด่น

4.ละครส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์, เบี่ยงเบนทางเพศ  ดีเด่น

5.ละครส่งเสริมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ สินค้าดีเด่น

6.สถานีโทรทัศน์ดีเด่น ด้านการส่งเสริมการนัดชุมนุมของยุงดีเด่น

7.ละครยอดเยี่ยมสาขา ยืดย้วย มาราธอนแห่งปี

8.ละครยอดเยี่ยมสาขา เดจาวู ซ้ำซาก หลอกหลอนแห่งปี

9.ละครยอดเยี่ยมสาขา คอสตูมป่วย แห่งปี

10. ละครยอดเยี่ยมสาขา เพลงประกอบละครเปิดกรอกหูให้ฟังแห่งปี

11. ละครยอดเยี่ยมสาขา ตัดต่อ/ลำดับภาพ/เทคนิคด้านภาพ แห่งปี

12. ละครยอดเยี่ยมสาขา ส่งเสริมการหย่าร้าง คบชู้แห่งปี

13. ไดอะล็อกสุดจี๊ด ประโยคจำแห่งปี

14. นักแสดงนำหน้าช้ำ ฝ่ายชายดีเด่น

15. นักแสดงนำหน้าช้ำ ฝ่ายหญิงดีเด่น

16. นักแสดงสมน้ำหน้าดีเด่น

17. นักแสดงคู่โปรโมตดีเด่น

18. ละครยอดเยี่ยม ขวัญใจแม่ค้าทุเรียน ยุงชุม ณ คลองแสนแสบ แห่งปี  ดีเด่น
 
19. Life Time Achivement Award รางวัลทรงเกียรติพิเศษ

 
และโผรายชื่อผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในแต่ละสาขา มีดังนี้

1.ละครส่งเสริมการทะเลาะเบาะแว้ง และตบตีกันในครอบครัวดีเด่น (บ้านแตก ชีวิตรันทด)

- สุดแค้นแสนรัก  , ซีรี่ย์ชุดเลือดมังกร (5 ตอน)  , เพื่อนแพง ,  เลื่อมสลับลาย , เลือดตัดเลือด, บัลลังก์เมฆ , ตะวันตัดบูรพา , ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด  ,สุดแต่ใจจะไขว่คว้า , แม้เลือกเกิดได้

2.ละครส่งเสริมการยกพวกตีกัน ดีเด่น (ยิงกันหูดับ ผู้ร้ายตายหมด พระเอกเดินชิลล์ๆ อย่างเท่)

- ซีรี่ย์ชุดเลือดมังกร (5 ตอน)  , เลือดตัดเลือด   , ตะวันตัดบูรพา  , สิงห์รถบรรทุก  ,ชาติเจ้าพระยา ,กระตุกหนวดเสือ , ตะพดโลกันตร์ ,ข้ามากับพระ

3. ละครส่งเสริมการใช้ภาษาไทยสมัยพ่อขุนรามคำแหงดีเด่น (ด่ากันทั้งเรื่อง)

-สุดแค้นแสนรัก, ซีรี่ย์ชุดเลือดมังกร (5 ตอน) , เพื่อนแพง ,ลีลาวดีเพลิง ,เลื่อมสลับลาย ,ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด ,บัลลังก์เมฆ , น้ำตากามเทพ

4. ละครส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์ ,เบี่ยงเบนทางเพศ ดีเด่น (เบลอภาพ)

-สงครามนางงาม , Gossip Girl Thailand , จัดรักวิวาห์ลวง , ดอกซ่อนชู้ , Club Friday เดอะซีรี่ย์ , แค้นนางไพร , Love Sick 2 , Hormones 3 : The Final Season ,ไฟล้างไฟ ,ลีลาวดีเพลิง , รอยรักแรงแค้น , ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท

5. ละครส่งเสริมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ สินค้าดีเด่น  (โฆษณาแฝง)

-ซีรี่ย์ Hormones 3 , ซิทคอม เป็นต่อ , ซิทคอม เฮงเฮงเฮง  ,ซิทคอมบ้านนี้มีรัก , ซิทคอมระเบิดเถิดเทิง 

6. สถานีโทรทัศน์ดีเด่น ด้านการส่งเสริมการนัดชุมนุมของยุง ดีเด่น (ช่องละครน้ำเน่า)

- ช่อง 3HD,Original  ,  ช่อง 7HD    ,ช่อง ONE HD  , ช่อง 8  , ช่อง PPTV HD ,  ช่อง True4U

7. ละครยอดเยี่ยมสาขา ยืดย้วย มาราธอนแห่งปี (ฉายนาน ยืดตอน)

- แก้วหน้าม้า  , เฮงเฮงเฮง  ,ระเบิดเถิดเทิง  ,น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์  ,เป็นต่อ  ,บ้านนี้มีรัก , คู่กิ๊กพริกกะเกลือ

8.ละครยอดเยี่ยมสาขา เดจาวู ซ้ำซาก หลอกหลอนแห่งปี (รีเมกบ่อย)

-บางระจัน , ผู้กองยอดรัก  , นางสาวทองสร้อย  ,หนึ่งในทรวง , คุณหญิงนอกทำเนียบ ,สุดแต่ใจจะใขว่คว้า , ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด  ,แก้วหน้าม้า , ยอพระกลิ่น (มณีพิชัย) , บ้านทรายทอง-พจมานสว่างวงศ์  ,คนละโลก , ปริศนา , เจ้าสาวของอานนท์

9.ละครยอดเยี่ยมสาขา คอสตูมป่วย แห่งปี  (เครื่องแต่งกายหามาเองจากที่บ้าน,แต่งหน้าจัดเต็ม)

- เพื่อนรักเพื่อนริษยา  ,พลับพลึงสีชมพู ,สะใภ้จ้าว , สองหัวใจนี้เพื่อเธอ , บัลลังก์เมฆ ,ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด ,  แค้นนางไพร , พรายพยากรณ์ ,บ้านทรายทอง

10. ละครยอดเยี่ยมสาขา เพลงประกอบละครเปิดกรอกหูให้ฟังแห่งปี  (เพลงยัดเยียดให้ฟัง)

-เพลงเจ็บนี้จำจนตาย,ให้ตายก็ไม่รักกัน จากละครเรื่อง สุดแค้นแสนรัก , เพลงคิดถึง  จากละครเรื่อง นางชฏา ,เพลงรักให้พอดี จากละครเรื่อง บัลลังก์เมฆ , เพลงสิ่งที่เป็นของฉันก็คือของฉัน,เท่าที่รู้คือฉันรักเธอ จากละครเรื่อง สื่อริษยา  ,เพลงยอพระกลิ่น จากละครเรื่อง ยอพระกลิ่น , เพลงละครเรื่อง มาทันเวลาพอดี จากละครเรื่อง รักนะเป็ดโง่ ,เพลงถ้าเรียกมันว่ารัก,อยากรู้หัวใจตัวเอง จากละครเรื่อง แอบรักออนไลน์  ,อยากเป็นคนสำคัญของเธอ จากละครเรื่อง วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์ , เพลง ที่จริงฉันก็เจ็บ จากละครเรื่อง ลมซ่อนรัก , เพลงลูกผู้ชายพันธุ์ดี จาก ละครเรื่องลูกผู้ชายพันธุ์ดี ,เพลงยอดมนุษย์ดาบเทวดา จากละครเรื่อง ยอดมนุษย์ดาบเทวดา ,เพลงทำไมต้องรัก จากละครเรื่องน้ำตากามเทพ

11.ละครยอดเยี่ยมสาขา ตัดต่อ/ลำดับภาพ/เทคนิคด้านภาพ แห่งปี (ซีจีอลังการงานสร้าง)

-แก้วหน้าม้า ,ยอดมนุษย์ดาบเทวดา  ,ห้องหุ่น  ,บางระจัน , นางชฏา , เสือ , 2 รัก 2 วิญญาณ  ,บุรำปรัมปรา  ,ปาฏิหาริย์รักข้ามขอบฟ้า ,หมอผีไซเบอร์

12. ละครยอดเยี่ยมสาขาส่งเสริมการหย่าร้าง คบชู้ แห่งปี  (ตบตีแย่งสามี ภรรยาชาวบ้าน)

-ไฟล้างไฟ  ,  เพื่อนรักเพื่อนริษยา  ,  ลีลาวดีเพลิง  , เลื่อมสลับลาย  , สื่อริษยา  ,ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด , เพลิงพ่าย ,  แหวนทองเหลือง  , รอยรักแรงแค้น 

13. ไดอะล็อกสุดจี๊ด ประโยคจำแห่งปี (วลีฮิตติดเทรนด์)

“ถึงคุณไม่รักผม ก็ไม่ทำให้ผมหยุดรักคุณ”  จากละครเรื่อง แอบรักออนไลน์ ,
“คนที่ไม่เคยทำอะไรผิด คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย”  จากละครเรื่อง เลือดมังกร : หงส์  ,
“กูจะตามเอาคืนพวกมึงทุกคน” จากละครเรื่อง นางชฏา ,
“คนเราจะประสบความสำเร็จ ก็ต้องประสบความสำเร็จด้วยตนเอง ไม่ใช่ด้วยการประจบประแจงคนอื่น" , "วิธีสกปรกๆ ก็เหมาะ  กับคนสกปรกอย่างเธอ"”  จากละครเรื่องสื่อริษยา  , 
“ยุทธ มาหาย่านะลูกนะ อย่าไปเชื่อคำพวกไอ้หลานอกตัญญู  กูคิดถึงเมิง แต่เมิงมาทิ้งกูไป ไอ้ลูกเสือลูกตะเข้ เลี้ยงไม่เชื่องเลย....กลับมาเถอะนะหลาน กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมนะ.... ไอ้เชื้อไม่ทิ้งแถว เลวระยำเหมือนแม่เมิงไม่มีผิด กูเลี้ยงเมิงมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยยังไม่สำนึกบุญคุณกูอีก ไอ้หลานชั่ว.....”จากละครเรื่อง สุดแค้นแสนรัก ,
เหนื่อยไหมลูก....แม่หมายถึง ปรกเหนื่อยที่ต้องดูแลแม่มากไหม ถ้าเหนื่อยก็พักบ้างนะลูก ไม่ต้องทำอะไรให้แม่ขนาดนี้ก็ได้ เพราะแม่ก็ ไม่ได้ทำอะไรให้ปรกมากเท่ากับที่แม่ทำให้ลูกคนอื่นเหมือนกัน  จากละครเรื่อง บัลลังก์เมฆ  ,
“ปลอม เปลือก พวกมึงก็ดีแต่สร้างภาพไปวันๆ” ,จากละครซีรี่ย์เรื่อง  Hormones 3 The Final Season

14. นักแสดงนำหน้าช้ำ ฝ่ายชายดีเด่น  (คีพคาแร็กเตอร์เดียว เล่นวนหลายเรื่อง)

-บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ จาก แก้วตาหวานใจ,(เลือดมังกร : กระทิง,หงส์), นางร้ายที่รัก,ไฟล้างไฟ

-อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม จาก บางระจัน,ชาติเจ้าพระยา ตอนสิงห์สี่แคว ,บ้านนี้ผี (ไม่) ปอบ

-พุฒิ พุฒิชัย เกษตรสิน จาก ฝันเฟื่อง,ร้อยเล่ห์เสน่ห์ร้าย,รักนะเป็ดโง่,วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์, Club Friday   

-ฌอห์น จินดาโชติ จาก เล่ห์รตี,ดอกไม้ลาดพาดกลอน,รักนะเป็ดโง่:Boy’s Paradise,จุดนัดฝัน

-ศรราม เทพพิทักษ์ จาก บัลลังก์เมฆ , ปริศนา ,เจ้าสาวของอานนท์ ,รัตนาวดี

-เอี๊ยง สิทธา สภานุชาติ จาก ลิเกหมัดสั่ง ,ดอกซ่อนชู้ ,สุดแต่ใจจะใขว่คว้า   

-ฟลุ้ค จิระ ด่านบวรเกียรติ  จาก แหวนทองเหลือง ,เพลิงพ่าย ,คุณหญิงนอกทำเนียบ

-เคลลี่ ธนพัฒน์ จาก คาดเชือก,มนต์รักเพลงผีบอก,คู่หูคู่เฮี้ยน 2,ตะพดโลกันตร์ 

-ธันวา สุริยจักร จาก ลีลาวดีเพลิง ,แหวนสวาท ,คู่ปรับฉบับหัวใจ

-แอมป์ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ จาก รักเต็มบ้าน,ลีลาวดีเพลิง,ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท,ร้กล้นดอย,สาวน้อยอ้อยควั่น

15. นักแสดงหน้าช้ำ ฝ่ายหญิงดีเด่น  (คีพคาแร็กเตอร์เดียว เล่นวนหลายเรื่อง)

-แมท ภีรนีย์ คงไทย  จาก ข้าบดินทร์ ,ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ,ไฟล้างไฟ    

-คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ จากแอบรักออนไลน์ ,เลือดมังกร : เสือ ,นางร้ายที่รัก

-เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา  จาก เล่ห์รตี ,เจ้าสาวของอานนท์, รักนะเป็ดโง่ : Boy’s Paradise

-แป้งโกะ จินตนัดดา ลัมะกานนท์ จาก เคหาสน์ดาว,ห้าแยกลำปางหนา,ตะวันตัดบูรพา,จุดนัดฝัน

-แพ็ตตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา จาก น้ำตากามเทพ, ทอฝันกับมาวิน, รักสุดท้ายที่ปลายฟ้า

-แก้ว จริญญา ศิริมงคลสกุล จาก เพลิงพ่าย ,หลวงพี่ดิจิตอล ,สุภาพบุรุษซาตาน

-มด ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ จาก แม้เลือกเกิดได้ ,ลิเกหมัดสั่ง ,มงกุฏริษยา   

-นุสบา ปุณณกันต์ จาก ลีลาวดีเพลิง ,คุณหญิงนอกทำเนียบ ,บ้านทรายทอง

-ทับทิม อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ จาก ลีลาวดีเพลิง , เพลงรักเพลงลำ ,เจ้านาง

-หยก ธัญญกันต์ ธนกิตต์ธนานนท์  จากพญาโศก ,เขยใหญ่สะใภ้เล็ก ,รักล้นดอย

16. นักแสดงสมน้ำหน้าดีเด่น   (จอมขโมยซีนแห่งปี) 

-รัดเกล้า (ย่าแย้ม) จากสุดแค้นแสนรัก  ,เพื่อน คณิน (ยงยุทธ) จากสุดแค้นแสนรัก  , สายไหม (แม่บัว)  จากข้าบดินทร์  ,น้ำฝน กุณณัฏฐ์ (กติยา)  จากบัลลังก์เมฆ   ,น้องฟรัง นรีกุล (ออย) จากซีรี่ย์ HORMONES 3 : The Final Season , ชาย ชาติโยดม (เล้ง) จากซีรี่ย์เลือดมังกร ,เฌอเบลล์ (ดาว) จากละครเรื่องสื่อริษยา , มาดามมด (มาลี) จากละครเรื่อง มาลีเพื่อนรักพลังพิศดาร

17. นักแสดงคู่โปรโมตดีเด่น   (ฟินแต่ในละคร)

-เจมส์จิ ญาญ่า จากหนึ่งในทรวง  ,   ณเดชณ์ แต้ว จาก ตามรักคืนใจ ,  ฌอห์น เอสเธ่อร์ จาก เล่ห์รตี   ,  มาริโอ้ มิ้นต์ จากสองหัวใจนี้เพื่อเธอ  , โป๊บ มิว จาก สะใภ้จ้าว  , พุฒิ มุก จากรักนะเป็ดโง่ ตอน perfect match   , แท่ง แหม่ม จาก เพราะมีเธอ

18. ละครยอดเยี่ยม ขวัญใจแม่ค้าทุเรียน ยุงชุม ณ คลองแสนแสบ แห่งปี  (น้ำเน่าแห่งปี)

-สุดแค้นแสนรัก ,หนึ่งในทรวง, สะใภ้จ้าว, เพื่อนรักเพื่อนริษยา ,ตามรักคืนใจ ,ไฟล้างไฟ ช่อง 3,

-เพื่อนแพง , ลีลาวดีเพลิง ,เลื่อมสลับลาย ,รอยรักแรงแค้น ,แก้วหน้าม้า,บ้านทรายทอง  ช่อง 7

-สงครามนางงาม  ,  บัลลังก์เมฆ ,เล่ห์รตี , สื่อริษยา ,ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด  ช่อง one

-แหวนทองเหลือง ,เพลิงพ่าย , ดอกซ่อนชู้  คณหญิงนอกทำเนียบ , สุภาพบุรุษซาตาน  ช่อง 8

และสาขารางวัลพิเศษ Lifetime Achivement Award ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษ ที่ถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกิติมศักดิ์อาวุโส โดยไม่ผ่านการเสนอชื่อโดยสมาชิก หรือการโหวดจากสมาชิก แต่ได้รับการเห็นชอบร่วมกันเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิกิติมศักดิ์อาวุโส จำนวน 11 ท่าน เพื่อมอบรางวัลให้แก่บุคคล หรือองค์กร หน่วยงานที่มีส่วนในการส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีเด่นให้กับวงการละครไทย และสอดคล้องกับแนวคิดของชมรมคนรักคลองแสนแสบ สมาพันธุ์แม่ค้าทุเรียนตลาดแตก สมาพันธุ์ผู้เพาะพันธุ์ยุงแห่งประเทศไทย โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผุ้ได้รางวัลนี้ ในวันประกาศผลมอบรางวัล “เปลือกทุเรียนอวอร์ด” พร้อมๆ กับรางวัลอื่นๆ

จะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 19 สาขาในช่วงปลายเดือนหน้า ก.พ. 2559 เร็วๆ นี้โปรดติดตาม


วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2559

20 เรื่องที่เราควรรู้ (17) เกี่ยวกับคุณพ่ออเมริกาผู้น่ารัก ตอนที่ 17

เรื่องที่ 17  เมื่อรัฐบาลไทยไหวตัวทัน ก่อนเป็นเหยื่อทุนยักษ์ตัดต่อพันธุกรรม เปลือยล่อนจ้อน  Monsanto

จากกระแสข่าว กลุ่มนักเคลื่อนไหว ผู้เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม  นักวิชาการ และภาคประชาชนได้ออกมารวมตัวกันคัดค้าน และยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อนายกรัฐมนตรี ให้ทบทวนการผ่าน ร่าง พรบ.ความปลอดภัยชีวภาพ (หรือ GMOs) เจ้าปัญหานี้ หรือนำมาแก้ไขปรับปรุง รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ซึ่งหากยังดื้อดึง เข็นพรบ.นี้ผ่านไป จะรังผลความเสียหายใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ และประชาชน โดยเฉพาะภาคการเกษตรของประเทศไทย อย่างไม่มีวันหวนกลับไปแก้ไขได้ จนเป็นที่มาของการที่ พณ.นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ยกเลิกการพิจารณาร่าง พรบ. GMOs นี้ออกไปก่อน หรือทอดเวลาออกไป เป็นเกมซื้อเวลาหรือว่าจริงใจ เล็งเห็นถึงพิษภัย และปัญหาของการมี พรบ.ฉบับเจ้าปัญหานี้หรือไม่  อะไรคือมูลเหตุจูงใจ หรือที่มาที่ไป ที่มีการผลักดันหรือลากถู เจ้า พรบ.ฉบับนี้เข้ามาในสภา และดูเหมือนมีทีท่าเร่งรีบที่จะผลักดันให้ผ่านไปโดยไม่สนใจผลกระทบที่จะเกิดกับภาคเกษตรและประชาชนคนไทยอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะมีผู้รู้ทัน รีบออกมาประท้วงและเป็นที่มาของภาคประชาชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน และยื่นจดหมายเปิดผนึกให้รัฐบาลทบทวนในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่มีการเตรียมผ่านร่าง พรบ.ไปแบบลักหลับแล้วก็ตาม

ข่าวในประเทศ : นายกฯ สั่ง ครม.ยกเลิกการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. GMO ชี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ อาจใช้ตอนมีสงครามโลก ดร.เจษฎาโพสต์เศร้าใจ “What da hell ?” แนวคิด GMO ด้าน BioThai สนับสนุนรัฐบาลไม่ปล่อยให้กลุ่มบรรษัทยักษ์ใหญ่เกษตรและอาหารกำหนดทิศทางของประเทศผ่านรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเลิกการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ความปลอดภัยทางชีวภาพ หรือ ร่าง พ.ร.บ. จีเอ็มโอ เนื่องจากเป็นพันธสัญญาที่พูดคุยมาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งต่างประเทศมีไว้เพื่อรองรับในภาวะเกิดสงครามผลิตสินค้าทางการเกษตรไม่ได้ หรือเกิดโรคระบาด คาดว่าประเทศไทยคงยังไม่จำเป็นต้องใช้ จึงมีคำสั่งยกเลิกไปก่อน  “พวกนี้เค้าตัดแต่งพันธุกรรม เพื่อให้ใช้น้ำน้อย ต้านทานโรคได้ มีผลผลิตสูง ข้าวโพดก็แมลงไม่กิน อันนี้เป็นตอนสงครามโลก จะเกิดหรือไม่ก็ไม่รู้ ถ้าเกิดก็เตรียมตัว เพราะเรายังไม่ได้ทำพล.อ.ประยุทธ์ กล่าว  ทางด้าน พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เรื่องเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ. ….หรือกฎหมายจีเอ็มโอ ซึ่งมีปัญหาถกเถียงกัน และได้ผ่าน ครม. เข้าสู่ชั้นการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น ปรากฏว่า ได้มีข้อคิดเห็นข้อสังเกตจากประชาชนหลายกลุ่ม อีกทั้ง นายกฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ รวมทั้งนำข้อสังเกต ข้อกังวล ของฝ่ายต่างมาพิจารณา ที่ประชุม ครม. รับทราบความเห็นเพิ่มเติมจากคณะกรรมการกฤษฎีกา สืบเนื่องจาก ครม. มอบให้ไปศึกษารายละเอียดร่าง พ.ร.บ. ความปลอดภัยชีวภาพ พ.ศ….เพิ่มเติม และให้ความเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการปฏิรูปการเกษตร ดังนั้น การนำกฎหมายที่พูดถึงเรื่องอนาคตเกี่ยวกับพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์มาพิจารณาเกี่ยวกับการพิจารณาในช่วงของการปฏิรูป ยังไม่เหมาะสมเพราะการออกกฎหมายล่วงหน้ายังไม่ควรดำเนินการในช่วงเวลานี้ ครม. จึงมีมติให้ส่งเรื่องกลับไปให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาในมุมที่มีข้อทักท้วงเพิ่มเติมให้รอบคอบเสียก่อน  กฤษฎีกาได้แจ้ง ครม. ทราบว่า ขณะที่ประเทศไทยอยู่ระหว่างการปฏิรูปการเกษตร ซึ่งยังไม่เสร็จสิ้น แต่ร่างพ.ร.บ.จีเอ็มโอ เป็นกฎหมายที่พูดถึงเรื่องอนาคตวันข้างหน้า ที่มีต่อพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ เมื่อเรายังปฏิรูปด้านการเกษตรไม่เสร็จ การออกกฎหมายจึงยังไม่เหมาะสม กับช่วงเวลา  พลตรี สรรเสริญ กล่าวว่า การส่งร่างกฎหมายจีเอ็มโอกลับกระทรวงทรัพย์ ฯ ไม่ได้หมายความว่า เมื่อมีเสียงทักท้วงแล้ว ทุกอย่างต้องหยุด หรือต้องชะลอ เพียงแต่รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นด้วยเหตุด้วยผล เอาหลักการมาว่ากัน และได้ข้อสรุปจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการในช่วงนี้  (เครดิตอ้างอิง : คัดลอกจากหน้าข่าว เว็บไซต์ ไทยทริบูน) 

 
การถกเถียงเรื่องประโยชน์ ข้อเสีย และวิธีการนำพืชและสัตว์ดัดแปลงพันธุกรรมมาใช้ในประเทศไทยนั้น เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับทั้งมิติด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง กฎหมาย ระบบนิเวศ และจะส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกคน จึงไม่ควรจะถูกผูกขาดโดยนักวิทยาศาสตร์หรือข้าราชการบางกลุ่มเท่านั้น ในบทความนี้ผู้เขียนเสนอว่ารัฐบาลควรยับยั้งพ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพร่างปัจจุบัน เพราะพ.ร.บ.ฉบับนี้มีจุดอ่อน ไม่สามารถปกป้องเกษตรกร อุตสาหกรรมเกษตร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมจากผลกระทบทางลบที่น่าเป็นห่วงของพืชจีเอ็มโอ และควรเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มในสังคมที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมร่างพ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพอย่างโปร่งใส การเสนอเช่นนี้ไม่ได้แปลว่าผู้เขียนต่อต้านจีเอ็มโอทุกรูปแบบ เพราะผู้เขียนมองว่านักวิทยาศาสตร์ไทยก็มีสิทธิที่จะวิจัยเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าการวิจัยควรอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและกติกาทางสังคมที่ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อผู้อื่น

ความพยายามเผยแพร่จีเอ็มโอ ในประเทศไทยครั้งล่าสุดนั้นเข้มข้นขึ้นมาตั้งแต่ประมาณเดือนต.ค.ปีที่แล้ว เมื่อมีความพยายามให้มีการทดลองพืชดัดแปลงพันธุกรรมในแปลงเปิด ซึ่งจะเปิดทางสู่การปลูกเพื่อการค้า โดยช่วงนั้นหลายๆกลุ่มในประเทศได้เคลื่อนไหวอย่างจริงจังเพื่อคัดค้าน เช่นในวันที่ 30 ตุลาคม 2557 สภาเกษตรกรแห่งชาติ และองค์กรทาง สังคมต่างๆ เช่น เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค สมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมูลนิธิชีววิถี ได้ยื่นจดหมายถึงฯพณฯ นายกรัฐมนตรี โดยมีข้อเรียกร้องข้อหนึ่งให้ยับยั้งการอนุญาตให้มีการปลูกทดลองพืชดัดแปลงพันธุกรรมในแปลงเปิด จนกว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ ซึ่งกำหนดให้มีการชดเชยความเสียหายและรับผิดชอบกรณีที่เจ้าของหรือผู้ปลูกพืชดัดแปรพันธุกรรมทำให้เกิดการปนเปื้อนทางพันธุกรรม

จากการประสานงานของผู้เขียน มีนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เกษตรกรรม อาหาร สิ่งแวดล้อม และการพัฒนา จากประเทศต่างๆทั่วโลก 25 คน ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การเปิดเสรีจีเอ็มโอในประเทศไทย และร่วมลงนามเพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องขององค์กรและกลุ่มทางสังคมที่กล่าวมาข้างต้น (อ่านจดหมายเปิดผนึกจากนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการทั่วโลกถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องพืชดัดแปลงพันธุกรรมและสนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืน ทั้งฉบับภาษาไทยและอังกฤษได้ ที่นี่) ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ เช่น Dr. Michael Antoniou (Head of the Gene Expression and Therapy Group, Faculty of Life Sciences, King’s College London, UK) Dr. Tushar Chakraborty (Principal Scientist & Molecular Geneticist, CSIR-Indian Institute of Chemical Biology, Kolkata, India) Professor Terje Traavik (Special Consultant, GenØk-Centre for Biosafety, Norway and Professor Emeritus of Gene Ecology and of Virology, Faculty of Health Sciences, UiT – the Arctic University of Norway) นักวิชาการด้านกฏหมายเช่น Dr. Peter Drahos (Australian National University) ด้านสังคมศาสตร์ชื่อดังคนอื่นๆ เช่น Dr. Philip McMichael (College of Agriculture and Life Sciences, Cornell University, USA) และนักเคลื่อนไหว/นักวิชาการระดับโลก เช่น Dr. Vandana Shiva (ผู้ได้รางวัล Right Livelihood Award ปี 1993) และ Dr. Raj Patel (Research professor at the Lyndon B. Johnson School of Public Affairs at the University of Texas at Austin, USA)

เมื่อเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนเป็นผล โดยคณะทำงานศึกษาแนวทางการนำสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมและผลิตภัณฑ์มาใช้ในประเทศไทยได้มีมติในเดือนธ.ค.2557 ให้ยึดมติปีพ.ศ.2550 ที่มีเงื่อนไขควบคุมการทดลองจีเอ็มโอภาคสนามที่ค่อนข้างเข้มงวด กลุ่มสนับสนุนจีเอ็มโอจึงผลักดันร่างพ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพต่ออย่างรวดเร็ว ซึ่งร่างพ.ร.บ.นี้ไม่ผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) แต่ได้ผ่านความเห็นชอบคณะรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2558 ร่างพ.ร.บ.นี้ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายๆส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ เช่น สภาพัฒน์และกระทรวงพาณิชย์ สภาเกษตรกร เครือข่ายเกษตรกรหลายๆเครือข่ายเช่น กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน กลุ่มเกษตรอินทรีย์ องค์กรพัฒนาเอกชน เช่นมูลนิธิชีววิถีและกรีนเน็ท อุตสาหกรรมการเกษตร ชมรมแพทย์ชนบท และนักวิชาการทั้งด้านวิทยาศาสตร์และกฏหมาย เป็นต้น โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าจะส่งผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เศรษฐกิจ และจะหาผู้ที่รับผิดชอบยากหรือไม่ได้เลยเมื่อมีการปนเปื้อนทางพันธุกรรม

ผู้เขียนขอสรุปข้อโต้แย้งประเด็นต่างๆและเสนอความคิดเห็นในมุมมองแบบเศรษฐศาสตร์การเมืองเพิ่มเติมเกี่ยวกับจีเอ็มโอและพ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพเป็นข้อๆไปดังต่อไปนี้

1) กระแสต่อต้านการเปิดเสรีจีเอ็มโอและการสนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืน ไม่ใช่การต่อต้านวิทยาศาสตร์และความเจริญก้าวหน้า
ประชาชนต้องระวังวาทกรรมแบบสองขั้วเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของอีกฝ่าย และระวังกับดักทางความคิดแนวที่ว่า เทคโนโลยีจีเอ็มโอ = วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ = ดี = การเท่าเทียมอารยประเทศ แต่เกษตรกรรมยั่งยืนและพันธุ์พื้นเมือง = ล้าหลัง ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ (หรืออ้างว่าเหมือนกับเป็นการกลับไปขี่ควายไถนา)


มีนักวิทยาศาสตร์และผู้สนับสนุนจีเอ็มโอบางส่วนที่พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายที่ต่อต้านจีเอ็มโอและพ.ร.บ.ฉบับนี้ว่าเป็นพวกที่ไม่เข้าใจวิทยาศาสตร์ ถ้าเข้าใจจะไม่ต่อต้านจีเอ็มโอเพราะนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ปัจจุบันสนับสนุนจีเอ็มโอ แต่จริงๆแล้วประชาชนไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์โดยตรงก็สามารถตามข่าวสารและงานวิจัยได้ ว่าไม่ว่าในประเทศไทยหรือต่างประเทศก็ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด(ไม่มีconsensus)ว่าพืชและสัตว์จีเอ็มโอส่งผลเสียระยะยาวทั้งต่อระบบนิเวศและสุขภาพอย่างไร หรือมีผลผลิตและศักยภาพอื่นเหนือกว่าการปรับปรุงพันธุ์แบบอื่นอย่างไร ฉะนั้นควรจะต้องมีมาตรการแนว ปลอดภัยไว้ก่อนเช่น จะเห็นได้จากรายงานของ the International Assessment of Agricultural Knowledge, Science and Technology for Development (IAASTD) ปี 2552 ( ปี2009) ซึ่งใช้เวลาศึกษาถึง 4 ปี โดยนักวิทยาศาสตร์กว่าสี่ร้อยคน ด้วยการสนับสนุนของหลายๆรัฐบาลและองค์การระหว่างประเทศเช่น FAO UNEP และธนาคารโลก โดยได้รับการยอมรับจาก 60 กว่ารัฐบาล ซึ่งได้สรุปไว้ว่าผลกระทบของจีเอ็มโอยังเป็นที่เข้าใจน้อยมาก ยังมีข้อมูลที่ไม่เพียงพอและขัดแย้งกัน ฉะนั้นระบบกฏหมายต้องใช้หลักป้องกันและปลอดภัยไว้ก่อน

ประเด็นสำคัญที่ต้องการจะสื่อก็คือ มีงานวิจัยและความเห็นที่ขัดแย้งกันอยู่มากเกี่ยวกับผลกระทบของจีเอ็มโอทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งในสังคม (ที่พยายามจะเป็น)ประชาธิปไตย แทนที่จะพยายามผูกขาดความคิด ก็ควรจะต้องยอมรับในจุดนี้ว่าเรื่องจีเอ็มโอยังหาข้อสรุปไม่ได้ ไม่ใช่ปฏิเสธหรือสร้างวาทกรรมกล่าวหาหรือทำลายคนที่เห็นต่างอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยทำให้สังคมยอมรับเทคโนโลยีจีเอ็มโอมากขึ้นเลย เช่นในไทย วิฑูรย์ ปัญญากุล จากกรีนเนทได้แสดงความเห็นว่ากลุ่มที่โปรโมทจีเอ็มโอเลือกเอางานวิจัยแค่บางชิ้นมาทำลายความน่าเชื่อถือของเกษตรอินทรีย์

ส่วนในระดับโลก กลุ่มที่สนับสนุนจีเอ็มโอมีทั้งอำนาจเงินและอิทธิพลการเมืองที่เหนือกว่า และสามารถชี้นำสื่อและเวทีต่างๆทั่วโลกได้มาก สามารถให้ทุนวิจัยได้เยอะ เพราะพวกเขาประกอบด้วยกลุ่มทุนข้ามชาติ เช่น มอนซานโต้ และ Gates Foundation ซึ่งบางทีก็พยายามสร้างวาทกรรมเพื่อผลทางการเมืองและการค้า เช่นอ้างว่า คนยุโรปที่ต่อต้านจีเอ็มโอทำให้คนในแอฟริกาหิวโหยและอื่นๆ

ส่วนนักวิทยาศาสตร์ที่ได้เรียนมาทางเทคนิคคล้ายกัน ก็ไม่น่าแปลกใจว่าจะคิดคล้ายกันและมักจะสนับสนุนจีเอ็มโอด้วยความเชื่อมั่น (โดยมักจะไม่ค่อยคิดถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม เพราะอยู่นอกเหนือจากที่เรียนมาแบบวิทยาศาสตร์) หรือถ้าต้องการคิดต่างหรือมีงานวิจัยที่แสดงแง่ลบของจีเอ็มโอ ก็อาจจะกังวลเรื่องการถูกทำลายชื่อเสียงแบบเป็นระบบ เพราะขัดกับแนวคิดของวงการวิทยาศาสตร์และธุรกิจกระแสหลัก (อย่างที่ Séralini โดน)

วาทกรรมกระแสหลักเหล่านี้มีส่วนทำให้ประชาชนหลายส่วนทั่วโลกสงสัยว่าการโปรโมทจีเอ็มโอมีผลประโยชน์ทางกำไรของบริษัทข้ามชาติซ่อนอยู่หรือไม่ นอกจากนั้นยังมีงานเขียนงานวิจัยโต้แย้ง (เช่น ที่กลุ่มมูลนิธิชีววิถีและกรีนเนทนำมาเผยแพร่) มีกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางสังคมทั่วโลก ที่พยายามยกตัวอย่างผลกระทบของจีเอ็มโอเพื่อต้านความเชื่อและวาทกรรมกระแสหลักเหล่านี้ เช่น พยายามชี้ให้เห็นถึงปัญหาของการปลูกฝ้าย Bt ที่มีผลเสียทางสุขภาพและเศรษฐกิจต่อเกษตรกรในอินเดีย

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ การดัดแปลงพันธุกรรมไม่ใช่เทคโนโลยีเดียวในการปรับปรุงผลิตผลทางการเกษตรและสร้างความมั่นคงทางอาหาร รัฐบาลและสังคมไทยควรจะพิจารณาเทคโนโลยีทางเลือกอื่นๆที่มีศักยภาพด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการพึ่งพาเทคโนโลยีอย่างใดอย่างหนึ่งมากไป (การ lock in) เช่น การผสมพันธุ์โดยการคัดเลือกด้วยยีนเครื่องหมาย (marker-assisted plant breeding) และวิธีการผลิตแบบเกษตรนิเวศ (agro-ecological production methods) และวิธีการเกษตรแบบยั่งยืนอย่างอื่น เช่นการใช้จุลินทรีย์เพื่อปรับปรุงดิน การเกษตรผสมผสาน ซึ่งการทำเกษตรแบบนี้ต้องใช้ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วย (เช่น ใช้แล็บเพื่อศึกษาและวัดค่าจุลินทรีย์ในดิน) ซึ่งเป็น ศาสตร์อย่างหนึ่งที่มีมหาวิทยาลัยหลายๆแห่งในโลกเปิดสอนและวิจัย (โดยมีนักวิชาการที่ทำเรื่องนี้อยู่เช่น Miguel A. Altieri, Steve R. Gliessman, Olivier De Schutter ที่เป็น UN Special Rapporteur on the Right to Food (http://www.srfood.org/en/report-agroecology-and-the-right-to-food) และคนอื่นๆ)

ในเมืองไทยมีกลุ่มเกษตรกรรายย่อยหลายกลุ่มได้ทำการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนแบบทดลองด้วยตัวเองหรือแบบตามมีตามเกิดมานานหลายสิบปี ถ้ารัฐบาลให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการวิจัยแนวนี้ โดยเฉพาะการวิจัยแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกร (participatory research)อย่างจริงจัง จะช่วยให้เกษตรกรไทยมีองค์ความรู้ด้านเกษตรยั่งยืนเพิ่มมากและเร็วขึ้น

(เครดิตอ้างอิง : บทความ “พรบ.ความ (ไม่) ปลอดภัยทางชีวภาพ (GMO) ? รัฐบาลต้องฟังเสียงภาคประชาชน ตอนที่ 1,โดย ดร.ประพิมพ์ฝัน เชียงกูล อาจารย์ผู้เชียวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ ภาควิชาการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

ข่างต่างประเทศ : วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมาประชาชนในหลายร้อยเมืองทั่วโลกร่วมเดินขบวนต่อต้านบริษัท มอนซานโต้ ผู้ผลิตพันธุ์พืชดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอรายใหญ่ของโลก การเดินขบวนจัดขึ้นใน 436 เมืองใน 52 ประเทศ โดยมีผู้ร่วมเดินขบวนราว 2 ล้านคน ผู้ประสานงานการจัดชุมนุมครั้งนี้ให้เหตุผลในการจัดการชุมนุมว่า เกิดขึ้นจากการตระหนักร่วมกันในหลายประเด็น ดังต่อไปนี้

งานศึกษาวิจัยหลายชิ้นพบว่าการบริโภคอาหารที่ได้จากพืชดัดแปลงพันธุกรรมนำไปสู่ความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น เนื้องอกมะเร็ง การเติบโตที่ผิดปกติ และการให้กำเนิด

อดีตผู้บริหารมอนซานโต้เข้าไปอยู่เบื้องหลังการกำหนดเรื่องความปลอดภัยด้านอาหารขององค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ปัญหาของเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนี้เป็นที่มาของการที่ไม่เคยมีการวิจัยระยะยาวเกี่ยวกับผลกระทบของผลิตภัณฑ์จีเอ็มโอเลย การออกกฎหมายเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2556 ที่เรียกว่ากฎหมายปกป้องมอนซานโต้ “Monsanto Protection Act” ซึ่งอนุญาตให้บริษัทสามารถขายพันธุ์พืชจีเอ็มโอต่อไปได้แม้ได้รับการตัดสินโดยศาลว่าไม่มีความปลอดภัย เป็นหนึ่งในเหตุผลการเดินขบวนครั้งนี้  มอนซานโต้ได้ให้การอุดหนุนแก่นักการเมืองและผู้บริหารระดับสูงของรัฐ ทำให้นโยบายของรัฐเอื้ออำนวยให้มอนซานโต้ผูกขาดระบบผลิตอาหารของโลก ซึ่งรวมถึงการให้สิทธิบัตรในเมล็ดพันธุ์และเทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรม สร้างผลกระทบและความสูญเสียแก่เกษตรกรรายย่อยและผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์

พืชดัดแปลงพันธุกรรมของมอนซานโต้เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เป็นส่งผลกระทบต่อการล่มสลายของอาณาจักรของประชากรผึ้งทั่วโลก เป็นต้น ประเด็นการรณรงค์ที่เป็นข้อเสนอสำหรับประชาชนที่ขบวนการต่อต้านมอนซานโต้นำเสนอในปฏิบัติการครั้งนี้มี 7 ประเด็นสำคัญคือ

-บอยคอตสินค้าทุกชนิดที่ผลิตจากจีเอ็มโอของมอนซานโต้ โดยให้การสนับสนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์แทน

-เรียกร้องให้มีการติดฉลากสินค้าจีเอ็มโอเพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการตัดสินใจ

-ยกเลิกบทบัญญัติไม่ชอบธรรมที่ปรากฎในกฎหมาย “Monsanto Protection Act” ของสหรัฐ

-เรียกร้องให้มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงจังเกี่ยวกับผลกระทบของพืชจีเอ็มโอ

-ควบคุมผู้บริหารของมอนซานโต้ และนักการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากมอนซานโต้โดยการกดดันโดยตรงของประชาชน สื่อมวลชนภาคประชาชน และสื่อสาธารณะต่างๆ เป็นต้น

-เปิดเผยและให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและการกระทำที่ไม่ชอบของมอนซานโต้ต่อสาธารณะ

-เดินขบวนในท้องถนนเพื่อประกาศต่อโลกและมอนซานโต้ว่าเราจะไม่ยอมจำนน สงบเงียบต่อความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นอีกต่อไป

ประวัติบริษัท มอนซานโต้

บริษัทมอนซานโตก่อตั้งเมื่อปี 1901 โดย จอห์น ฟรานซิส ควีนนี  (John F. Queeny) โดยชื่อมอนซานโต้มาจากชื่อของภรรยาของเขา คือ โอลกา มอนซานโต้ ควีนนี ( Olga Monsanto Queeny ) ผลิตภัณฑ์แรกของบริษัทคือสารเคมีที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล ซัคคารินโดยมีบริษัทโคคา โคล่า เป็นคู่ค้าสำคัญ ในยุคสงครามโลกครั้งที่ บริษัทนี้เริ่มผลิตสารเคมีเองเพราะไม่สามารถนำเข้าสารเคมีจากยุโรปได้ โดยในปี 1929 มอนซานโตเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นบริษัทขนาดใหญ่จากการผลิตสาร PCBs (Polychlorinated biphenyls) สารเคมีนี้ใช้อย่างแพร่หลายในสารหล่อลื่น น้ำมัน และใช้ผสมอยู่ในพลาสติก สีทาบ้าน ต่อมาพบว่าสารเคมีชนิดนี้เป็นสารพิษที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็ง และความพิการในทารก ตลอดจนการเสียชีวิตของทารก

ระหว่างปี 1939 – 1948 บริษัทมอนซานโตได้ร่วมในโครงการทดลองวิจัยแร่เกี่ยวกับยูเรเนียมเพื่อใช้ในโครงการแมนฮัตตัน เพื่อผลิตระเบิดนิวเคลียร์ มอนซานโต้กระโจนเข้าสู่อุตสาหกรรมเคมีเกษตรตั้งแต่ปี 1945 เป็นต้นมา โดยเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสารเคมีปราบวัชพืช 2,4 D สร้างผลกำไรให้แก่บริษัทอย่างมาก

ระหว่างปี 1961-1971 บริษัทมอนซานโต้ซึ่งเป็นร่วมกับบริษัทดาวเคมิคอลในการผลิต สารสีส้มหรือ ฝนเหลือง” (Agent Orange) โดยสารพิษร้ายแรงนี้ได้จากการผสมกันของ สารเคมีชื่อ 2,4,5-T  และ 2,4-D เข้าด้วยกัน สารนี้เป็นพิษร้ายแรงทั้งต่อมนุษย์และพืชพรรณ สหรัฐโปรยสารพิษนี้ทางอากาศเพื่อทำลายผืนป่าและพื้นที่เกษตรในเวียดนาม ป้องกันไม่ให้เวียดกงหลบซ่อนในป่าทึบ ทำลายอาหารในเขตเวียดนามเหนือหวังกดดันให้ศัตรูยอมแพ้เพราะขาดอาหาร สารพิษนี้ถูกพ่นไป 76 ล้านลิตร ในพื้นที่ 10 ล้านแฮกตาร์ หรือ 12% ของพื้นที่ของเวียดนามใต้ในขณะนั้น   ฆ่าชาวเวียดนามไปประมาณ 400,000 คน พิการ 500,00 คน และเจ็บป่วย 1-2 ล้านคน รวมไปทั้งทหารอเมริกันบางส่วนด้วย

ในปี 1972 มอนซานโตผลิตสารเคมีปราบศัตรูพืชชนิดใหม่ชื่อสามัญคือไกลโฟเสท “Glyphosate” หรือชื่อการค้า Roundup สารเคมีชนิดนี้ต่อมาแพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมอนซานโต้ผลิตพืชจีเอ็มโอที่ต้านทานต่อยาปราบวัชพืชนี้ ทำให้สามารถขายควบทั้งเมล็ดพันธุ์และสารเคมีปราบวัชพืชไปพร้อมๆกัน

ในปี 1987 มอนซานโตเริ่มวิจัยพันธุ์พืชจีเอ็มโอแต่เริ่มมีการผลิตและประสบผลสำเร็จในการปลูกเพื่อการค้าอย่างจริงจริงในปี 1996

ก่อนหน้านั้น 2 ปีคือในปี 1994 มอนซานโตได้ผลิตสารกระตุ้นการผลิตน้ำนมในวัว rBGH และ rBST มีชื่อการค้าว่า Polisac การใช้สารนี้ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณการให้น้ำนมของวัวประมาณ 8-17%  สารนี้ได้รับอนุญาตให้ใช้ในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดย CODEX แม้ว่าพยายามถึง 3 ครั้ง ปัจจุบันพบว่าสารกระตุ้นการเจริญเติบโตชนิดนี้เกี่ยวข้องกับการเกิดเนื้องอก มะเร็งทรวงอกและรังไข่ ลดภูมิต้านทานของร่างกาย และเกิดผลกระทบต่อการดื้อยาปฏิชีวนะ โดยประเทศในสหภาพยุโรปยกเลิกการใช้สารเคมีนี้แล้ว เช่นเดียวกับในหลายประเทศ เช่น ญี่ป่น ออสเตรเลีย เป็นต้น

ความสำเร็จของมอนซานโต้ซึ่งเกิดจากการซื้อบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทของตน การใช้กฎหมายสิทธิบัตรเพื่อผูกขาดเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าไปให้การสนับสนุนนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ควบคุมนโยบายเกษตรและอาหาร ทำให้มอนซานโต้สามารถผูกขาดตลาดเมล็ดพันธุ์พืชสำคัญในสหรัฐได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ บริษัทนี้ได้เติบโตอย่างรวดเร็วกลายเป็นบรรษัทเมล็ดพันธุ์ยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก และหนึ่งในห้าบริษัทสารเคมีการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของโลก 
 
(เครดิตอ้างอิง : บทความ "วันปฏิบัติการต้านมอนซานโต้ (Global Action Day Against Monsanto) ,ฝ่ายข้อมูล มูลนิธิชีววิถี ,เว็บไซต์ ไบโอไทยดอทเน็ต , 30 พฤษภาคม 2556)
 
 

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2559

โลก 360 องศา - (ซาอุประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการฑูตต่ออิหร่าน,ต่อเหตุประท้วงบุกสถานฑูตซาอุ ที่สั่งประหารชีวิตผู้นำศาสนานิกายชีอะห์,คาร์บอมพ์ร้านอาหารฝรั่งเศสโดยฝีมือตาลีบัน,ไฟไหม้คืนเคาน์ดาวน์ที่ดูไบ)


เอเจนซีส์ / MGR online – อาเดล อัล-ญูเบอีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย แถลงในวันอาทิตย์ ( 3 ม.ค.) ยืนยันซาอุดีอาระเบียตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน หลังเกิดเหตุกลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านบุกเข้าโจมตีสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯในกรุงเตหะราน นอกเหนือจากการประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัฐบาลริยาดห์และเตหะรานแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียยังสั่งให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตทั้งหมดของอิหร่านต้องเดินทางออกจากแผ่นดินซาอุฯ ภายใน 48 ชั่วโมง  การประกาศของรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียในการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านในคราวนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดต่ำสุดของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองที่ตึงเครียดมายาวนานหลายทศวรรษ โดยที่รัฐบาลซาอุฯซึ่งถือเป็นผู้นำโลกมุสลิมฝ่ายสุหนี่ มักกล่าวหาอิหร่านที่เป็นผู้นำชาติมุสลิมฝ่ายชีอะห์ว่า กระทำการแทรกแซงกิจการของโลกอาหรับ ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ (2 ม.ค.) กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านซึ่งอยู่ในอารมณ์โกรธแค้น พากันบุกเข้าไปยังที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงเตหะราน ก่อนจุดไฟเผาส่วนหนึ่งของอาคารสถานทูต หลังจากที่รัฐบาลริยาดห์ทำการประหารชีวิตอิหม่ามนิกายชีอะห์ชื่อดัง "ชีค นิมรา อัล-นิมรา" ที่มีชื่อเสียงในฐานะนักวิพากษ์วิจารณ์ฝีปากกล้าต่อการปกครองที่กดขี่ของทางการซาอุดีอาระเบียต่อชนกลุ่มน้อยที่เป็นมุสลิมชาวชีอะห์ในประเทศ รายงานข่าวระบุว่า ภายหลังจากกลุ่มผู้ประท้วงที่โกรธแค้น พากันขว้างระเบิดเพลิงเข้าไปภายในสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯในกรุงเตหะราน ก่อนจะสามารถบุกเข้าไปภายในได้ และจากนั้นการทุบทำลายเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้สำนักงาน ตลอดจนหน้าต่างของอาคารสถานทูตซาอุฯ ก็ได้เปิดฉากขึ้นอย่างบ้าคลั่ง โดยผู้ประท้วงหลายรายได้ช่วยกันจุดไฟเผาห้องๆหนึ่งภายในอาคาร ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของอิหร่านจะเดินทางมาถึง และทำการผลักดันผู้ประท้วงออกไปนอกพื้นที่และเริ่มทำการดับเพลิงที่ลุกไหม้  เหตุบุกสถานทูตซาอุฯใจกลางเมืองหลวงของอิหร่านในครั้งนี้ ถือเป็นปฏิกิริยาต่อเนื่อง หลังจากที่ทางการซาอุฯทำการประหารชีวิตหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งผู้ที่ถูกประหารชีวิตในครั้งนี้ประกอบด้วย ชีค นิมรา อัล-นิมรา พร้อมกับชายอีก 47 คนในข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย นำมาซึ่งเสียงประณามจากรัฐบาลอิหร่าน และบรรดาพันธมิตรชีอะห์ทั่วโลก ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม 2015 ศาลสูงสุดของซาอุดีอาระเบียได้ปฏิเสธการยื่นอุทธรณ์โทษประหารชีวิตแก่นิมรา ที่เป็นหนึ่งในผู้นำการเรียกร้องให้มีการชุมนุมสนับสนุนประชาธิปไตยในซาอุดีอาระเบีย ก่อนที่เขาจะถูกจับกุมตัวได้ในปี 2012 นำไปสู่การประท้วงหลายครั้งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย ชีค นิมรา อัล-นิมรา ถูกยกย่องว่าเป็นผู้นำมุสลิมนิกายชีอะห์ที่มีทักษะในการพูดในจังหวัดกอตีฟ ทางตะวันออกของซาอุฯ และเป็นนักวิจารณ์ฝีปากกล้าต่อการปกครองของราชวงศ์ อัล-ซาอุดที่เป็นพวกมุสลิมสุหนี่  ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยซาอุฯ ได้กล่าวหาเขาว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตี ร่วมกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยอื่นๆ ที่ระบุว่าทำงานในนามของกลุ่มมุสลิมชีอะห์สุดโต่งจากอิหร่าน ซึ่งถือเป็นอริหมายเลขหนึ่งของซาอุดีอาระเบีย ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

เอเจนซีส์ / MGR online – กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านซึ่งอยู่ในอารมณ์โกรธแค้น พากันบุกเข้าไปยังที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงเตหะรานก่อนจุดไฟเผาส่วนหนึ่งของอาคารสถานทูตในวันเสาร์ (2 ม.ค.) หลังจากที่รัฐบาลริยาดห์ทำการประหารชีวิตอิหม่ามนิกายชีอะห์ชื่อดัง "ชีค นิมรา อัล-นิมรา" ที่มีชื่อเสียงในฐานะนักวิพากษ์วิจารณ์ฝีปากกล้าต่อการปกครองที่กดขี่ของทางการซาอุฯต่อชนกลุ่มน้อยที่เป็นมุสลิมชาวชีอะห์ในประเทศ  รายงานข่าวระบุว่า ภายหลังจากกลุ่มผู้ประท้วงที่โกรธแค้น พากันขว้างระเบิดเพลิงเข้าไปภายในสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯในกรุงเตหะราน ก่อนจะสามารถบุกเข้าไปภายในได้ และจากนั้นการทุบทำลายเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้สำนักงาน ตลอดจนหน้าต่างของอาคารสถานทูตซาอุฯ ก็ได้เปิดฉากขึ้นอย่างบ้าคลั่ง โดยผู้ประท้วงหลายรายได้ช่วยกันจุดไฟเผาห้องๆหนึ่งภายในอาคาร ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของอิหร่านจะเดินทางมาถึง และทำการผลักดันผู้ประท้วงออกไปนอกพื้นที่และเริ่มทำการดับเพลิงที่ลุกไหม้  เหตุบุกสถานทูตซาอุฯใจกลางเมืองหลวงของอิหร่านในครั้งนี้ ถือเป็นปฏิกิริยาต่อเนื่อง หลังจากที่ทางการซาอุฯทำการประหารชีวิตหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งผู้ที่ถูกประหารชีวิตในครั้งนี้ประกอบด้วย ชีค นิมรา อัล-นิมรา พร้อมกับชายอีก 47 คนในข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายนำมาซึ่งเสียงประณามจากรัฐบาลอิหร่านและบรรดาพันธมิตรชีอะห์ทั่วโลก ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม 2015 ศาลสูงสุดของซาอุดีอาระเบียได้ปฏิเสธการยื่นอุทธรณ์โทษประหารชีวิตแก่นิมรา ที่เป็นหนึ่งในผู้นำการเรียกร้องให้มีการชุมนุมสนับสนุนประชาธิปไตยในซาอุดีอาระเบีย ก่อนเขาถูกจับกุมตัวในปี 2012 นำไปสู่การประท้วงหลายครั้งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย  ชีค นิมรา อัล-นิมรา ถูกยกย่องว่าเป็นผู้นำมุสลิมนิกายชีอะห์ที่มีทักษะในการพูดในจังหวัดกอตีฟ ทางตะวันออกของซาอุฯ และเป็นนักวิจารณ์ฝีปากกล้าต่อการปกครองของราชวงศ์ อัล-ซาอุดที่เป็นพวกมุสลิมสุหนี่  ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยซาอุฯ ได้กล่าวหาเขาว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตี ร่วมกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยอื่นๆ ที่ระบุว่าทำงานในนามของกลุ่มมุสลิมชีอะห์สุดโต่งจากอิหร่าน ซึ่งถือเป็นอริหมายเลขหนึ่งของซาอุดีอาระเบีย ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
รอยเตอร์ - มือคาร์บอมบ์ฆ่าตัวตายตอลิบาน จุดชนวนระเบิดถล่มร้านอาหารฝรั่งเศสแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างชาติในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานในวันศุกร์ (1 ธ.ค.) เหตุโจมตีระลอกล่าสุดของนักรบกลุ่มนี้ ซึ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนหน้าการเจรจาสันติภาพ ขณะที่เบื้องต้นตำรวจเผยมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 5 คน  เหตุมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีเมืองหลวงของอัฟกานิสถานหนล่าสุด มีเป้าหมายที่่ร้าน “Le Jardin” หนึ่งในร้านอาหารเล็กๆ ในกรุงคาบูลที่ยังคงมีชาวต่างชาติแวะเวียนไปใช้บริการอยู่เป็นประจำ ขณะที่เหตุรุนแรงคราวนี้เกิดขึ้นเกือบ 1 ปี หลังมีผู้เสียชีวิต 21 ราย ในนั้น 13 คนเป็นชาวต่างชาติ จากเหตุโจมตีร้านอาหารเลบานอนชื่อดังในเมืองแห่งนี้  ตำรวจและบุคลากรด้านความมั่นคงจำนวนมากเข้าปิดกั้นพื้นที่ ซึ่งบางส่วนยังคงสว่างไสวจากเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ตามหลังเหตุระเบิด ขณะที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเปิดเผยว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน ส่วนตอลิบานออกมาอ้างความรับผิดชอบ โดยระบุบนทวิตเตอร์ว่า "มีผู้รุกรานบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจำนวนมาก"  ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ตอลิบานเพิ่งออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีฆ่าตัวตายใกล้สนามบินคาบูล คร่าชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ และบาดเจ็บ 33 คน เช่นเดียวกับปฏิบัติการโจมตีอีกแห่งในสัปดาห์นี้ที่ปลิดชีพทหารอเมริกา 6 นาย ซึ่งกำลังลาดตระเวนใกล้กับฐานทัพอากาศบากรัม รอบนอกเมืองหลวง  เหตุโจมตีต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความพยายามฟื้นฟูกระบวนการสันติภาพกับตอลิบานที่พังครืนลงไปในเดือนกรกฎาคม ตามหลังมีข่าวหลุดออกมาว่านายมุลเลาะห์ โมฮัมหมัด โอมาร์ ผู้นำตอลิบาน เสียชีวิตเมื่อ 2 ปีก่อน  เจ้าหน้าที่จากอัฟกานิสถาน ปากีสถาน สหรัฐฯและจีน มีกำหนดพบปะกันในปากีสถานในวันที่ 11 มกราคม ในการประชุมที่มีเป้าหมายวางกรอบการเจรจากับพวกกบฏ อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ฝ่ายตอลิบานที่กำลังพยายามระงับเหตุสู้รบนองเลือดแย่งชิงสืบทอดอำนาจกันภายใน ปฏิเสธเข้าร่วมโต๊ะเจรจา หากว่ากองกำลังต่างชาติยังอยู่ในอัฟกานิสถาน
   

เอเอฟพี - เปลวเพลิงมหึมาโหมไหม้โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในค่ำคืนวันพฤหัสบดี (31 ธ.ค.) ระหว่างที่ผู้คนรวมตัวกันชมงานเฉลิมฉลองปีใหม่อยู่ใกล้ ๆ กัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน  ศูนย์สื่อมวลชนของรัฐบาลดูไบ ระบุบนทวิตเตอร์ว่า ได้รับแจ้งไฟไหม้ที่โรงแรมแอดเดรส ดาวน์ทาวน์ เวลานี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ ณ จุดเกิดเหตุเพื่อจัดการกับเหตุการณ์นี้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า โรงแรมสูง 63 ชั้น ซึ่งอยู่ติดกับเบิร์จ คาลิฟา อาคารสูงที่สุดในโลก ถูกไฟลุกท่วมปกคลุมหลายชั้น ท่ามกลางเสียงไซเรนดังลั่นทั่วเมือง และมีเฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่ด้านบน พลตำรวจเอก คามิส มาตาร์ อัล-เอ็มเซมา ผู้บัญชาการตำรวจดูไบ เปิดเผยว่า แขกและพนักงานของโรงแรมได้รับการอพยพออกจากจุดเกิดเหตุหมดแล้ว ขณะที่ไฟยังคงลุกไหม้อยู่แม้เวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงแล้ว  ทุกคนออกมาหมดแล้ว และจนกว่าจะดับไฟได้สำเร็จ เราจะยังไม่มีข้อมูลว่าอะไรคือต้นตอของเหตุเพลิงไหม้คราวนี้เขากล่าว ในส่วนของจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น ตัวเลขเบื้องต้นยังคงสับสน โดยเอเอฟพีอ้างคำข้อมูลบนทวิตเตอร์ของเจ้าหน้าที่แพทย์ ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 14 ราย บาดเจ็บปานกลาง 1 คน และล้มฟุบด้วยอาการโรคหัวใจอีก 1 คน สืบเนื่องจากผู้คนเบียดเสียดหนีออกมาท่ามกลางกลุ่มควันอย่างไรก็ตาม ทางรอยเตอร์อ้างคำสัมภาษณ์ของแพทย์คนหนึ่งซึ่งอยู่ ณ จุดเกิดเหตุบอกว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 60 ราย โดยทั้งหมดบาดเจ็บแค่เล็กน้อย ไล่ตั้งแต่สำลักควันและจากการเบียดเสียดขณะกำลังอพยพลงทางบันไดของอาคาร  เอเอฟพีอ้างผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า ไฟได้เริ่มลุกไหม้ตอน 21.30 น. (ตรงกับเมืองไทย 00.30 น.) จากนั้นก็แผ่ลามขึ้นด้านบนอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมบริเวณหลายสิบชั้น ขณะที่รัฐบาลระบุในทวิตเตอร์ว่าไฟปะทุขึ้นที่ชั้น 20 แต่ก่อผลกระทบแค่ส่วนนอกของอาคารเท่านั้น เจ้าหน้าที่ดับเพลิง 4 ทีมถูกส่งเข้าควบคุมไฟ”  ก่อนหน้านี้ ในวันพฤหัสบดี (31 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่เผยว่าได้กระจายกำลังบุคลากรด้านความมั่นคงหลายพันนาย เพื่อรับประกันความปลอดภัย ให้นักท่องเที่ยวและพลเรือนสนุกสนานกับงานเทศกาลต้อนรับปีใหม่อย่างเต็มที่ คณะผู้บริหารเมืองดูไบ วางแผนสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ประชาชนที่เข้าร่วมงาน ด้วยการแสดงพลุไฟประกอบแสงสีเสียง โดยเริ่มต้นจากตึกเบิร์จคาลิฟา ก่อนแผ่ขยายต่อเนื่องไปยังจุดอื่น ๆ ทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นเบิร์จอาหรับ และใกล้ ๆ กับดูไบ มารินา  ทั้งนี้ แม้มีเหตุเพลิงไหม้ แต่รัฐบาลประกาศเดินหน้างานเฉลิมฉลองต่อไป งานฉลองปีใหม่จะเดินหน้าตามกำหนดผู้บริหารเมืองระบุในทวิตเตอร์
เอเอฟพี - มอสโกในวันพุธ (30 ธ.ค.) เรียกร้องอังการาจับกุมกบฏรายหนึ่งที่ระบุเป็นคนลงมือฆ่านักบินรัสเซียที่เครื่องบินถูกตุรกียิงตกตามแนวชายแดนซีเรียเมื่อเดือนก่อน หลังนักรบรายนี้โผล่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนตุรกี อ้างถึงความชอบธรรมในการลงมือแก้แค้น  เราเรียกร้องเจ้าหน้าที่ตุรกีดำเนินมาตรการต่างๆในทันทีเพื่อจับกุมนายอัลพาร์สลาน เซลิคและผู้สมคบคิดของเขา พาตัวพวกเขาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมฐานฆาตกรรมนักบินรัสเซียมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียระบุในถ้อยแถลง  ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เฮอร์ริเยตของตุรกีเมื่อวันอาทิตย์ (27 ธ.ค.) กบฏเติร์กเมนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นพลเมืองตุรกี บอกว่า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขามิอาจเพิกเฉยต่อบุคคลคนหนึ่งที่ทิ้งระเบิดใส่พลเรือนเติร์กเมนทุกๆ วันได้โดยอ้างถึงนักบินชาวรัสเซียที่ถูกสังหาร  สองนักบินของเครื่องบินทิ้งระเบิด ซู-24 ที่ถูกเครื่องบินรบเอฟ-16 ของตุรกียิงตก ดีดตัวและกระโดดร่มลงสู่แนวชายแดนฝั่งซีเรีย อย่างไรก็ตาม หนึ่งในนั้นถูกสาดกระสุนใส่จากกลุ่มกบฏที่อยู่บนภาคพื้นจนเสียชีวิต การแก้แค้นคือสิทธิโดยธรรมชาติของมนุษย์เซลิคให้สัมภาษณ์  มอสโกและอังการาตกอยู่ท่ามกลางสงครามน้ำลายเกี่ยวกับเหตุเครื่องบิน ซู-24 ของรัสเซียถูกยิงตกเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ด้วยเครมลินได้ออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อตุรกีเป็นชุดๆเพื่อแก้แค้น  ซาคาโรวาบอกว่า การเผยแพร่คำสัมภาษณ์นายเซลิค ของสื่อมวลชนหลักตุรกีได้กระพือความโกรธเคืองและสร้างความประหลาดใจแก่รัสเซีย พร้อมกล่าวหาหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ว่ามีนโยบายเผยแพร่คำคุยโวของพวกก่อการร้ายและอาชญากร และแพร่กระจายความเกลียดชังที่มีต่อรัสเซียและประชาชนชาวรัสเซีย ผ่านอุดมการณ์ชาตินิยม เธอระบุด้วยว่าความเห็นของนายเซลิคเท่ากับยอมรับว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในเหตุฆาตกรรมนักบินรัสเซีย  ตุรกีกล่าวหารัสเซียว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทางเชื้อชาติในซีเรีย โดยมีเป้าหมายที่ชาวเติร์กเมนและประชากรสุหนี่ ที่ต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด พันธมิตรเก่าแก่ของมอสโก อังการาอ้างว่าเครื่องบินรัสเซียละเมิดน่านฟ้าของพวกเขาและเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายรอบ ขณะที่มอสโกยืนกรานว่าเครื่องบินไม่ได้ข้ามไปจากฝั่งซีเรียและกล่าวหาตุรกีว่าวางแผนยั่วยุ
       

(เครดิตอ้างอิง : คัดลอกจากเนื้อหาคอลัมน์ข่าวต่างประเทศ ,เว็บไซต์ MGR online )

รำลึกดาวรุ่งผู้ล่วงลับ ดาวดับที่ลับร่วง 2

R.I.P for The Star

ปีที่ผ่านมามีศิลปิน ดารา บุคคลผู้มีชื่อเสียงในแวดวงบันเทิงเสียชีวิตหลายท่าน ทั้งในแวดวงต่างประเทศ และในประเทศ ในต่างประเทศที่เป็นที่รู้จัก อาทิ Ben E. King,  B B King, และรายล่าสุด Natalie Cole เมื่อช่วงสิ้นปีนี้เอง ส่วนในไทยที่โด่งดังก็
เป็นรายของ พี่อู๋ อรรถพล ประเสริฐยิ่ง ,น้องสิงห์ ประชาธิป มุสิกพงศ์ สมาชิกวง Squeeze Animal หรืออย่างในแวดวงวรรณกรรมก็มีอย่างนักเขียนชั้นครูอย่าง อ.ประภัสสร เสวิกุล และไหนๆ จะขอรำลึกอาลัยแล้ว จึงขอพ่วงเอาศิลปินในดวงใจผู้เขียนที่เสียชีวิตไปก่อนหน้า เมื่อปีก่อนนู้น มาอีก 3 ราย ก็คือ เอมี่ ไวน์เฮ้าส์,โรบิน วิลเลี่ยมส์ และ พอล วอลค์เกอร์ ด้วย ขอให้พวกเขาเหล่านี้ ไปสู่สุคติ และขอขอบคุณพวกเขาที่ได้สร้างผลงานไว้ให้เราได้เสพ และจะจดจำพวกเขาไปตลอดกาล


 

  

  


วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Merry Christmas and Happy New Year 2016



Have a happy and prosperous New Year.  May the blessings of the Lord enrich your family and friends, not only in wealth but in health, love and happiness.
       ขอให้ปีใหม่นี้จงมีแต่ความสุข สดใส ขอพระเจ้าจงมอบพรแก่ครอบครัว และมิตรสหายของคุณ มิใช่เพียงแค่มั่งคั่ง แต่ขอให้ร่ำรวยทั้งสุขภาพ ความรัก และความสุข
 
 
 
 

May the good Lord continue to bless you and your family with things that matter most if life – a gift of good health, happy home and peace of mind these holidays and throughout the coming year.  Merry Christmas and happy new year!
        ขอพระผู้เป็นเจ้า มอบพรที่ล้ำค่าแก่ชีวิตให้คุณและครอบครัว ทั้งสุขภาพที่แข็งแรง บ้านที่อบอุ่น จิตใจที่แข็งแกร่ง ทั้งในเทศกาลแห่งความสุขนี้จวบจนตลอดทั้งปี สุขสันต์วันคริสต์มาสและสวัสดีปีใหม่
 

 

 
May 2016 be the year when all your dreams come true,
all your hard work reap great results and rewards. Happy New Year.
ขอให้ปี 2016 เป็นปีที่ความฝันทุกอย่างกลายเป็นความจริง
ได้รับรางวัลและผลตอบแทนที่ดีจากการทำงานหนัก สวัสดีปีใหม่
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Karaoke on The Blog - Season 4 เวอร์ชั่นเศร้า เหงา ไปคนเดียว

คิดๆ แล้วน่าใจหายเหมือนกัน ปุ๊บปั๊บ ปี 2015 กำลังจะผ่านไปอย่างรวดเร็วแล้ว ปีนี้เป็นปีที่เลวร้ายในหลายๆ เรื่อง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การก่อการร้าย การเมืองที่ไม่คืบหน้าไปไหน การเงินฝืดเคืองเหลือหลาย แต่ยังคงต้องยิ้มสู้ กัดฟันสู้กันต่อไป เป็นปีที่เศร้าใจกับหลายๆ สิ่งที่เกิดขึ้น แต่ขอให้มันผ่านพ้นไปกับปีเก่า แล้วมาเริ่มนับหนึ่งกับปีใหม่ 2016 ก็แล้วกัน ขอให้กำลังใจทุกๆ คน สู้ไป อย่าท้อ แล้วมันก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี