วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

รำลึกการจากไปของฟูจิโมโต้ กับ 45 ปีของการ์ตูนอมตะของโลกอย่าง โดราเอมอน


“โดราเอม่อนเป็นหุ่นยนต์แมวสีฟ้าที่ไม่มีหู กลัวหนู และชอบกินแป้งทอดเป็นชีวิตจิตใจ เขาเดินทางจากศตวรรษที่ 22 มาเพื่อช่วยเหลือโนบิตะ เด็กผู้ชายวัย 10 ขวบ ที่ไม่เอาไหนและพบเจอแต่เรื่องซวยๆ”

นี่คือเรื่องย่อของการ์ตูนที่พวกเราคุ้นเคยกันดีอย่างโดราเอมอน โดราเอมอนได้รับการตีพิมพ์เป็นตอนๆ ครั้งแรกในเดือนธันวาคมปี 1969 และพิมพ์รวมเล่มในปี 1974 -1996  โดยมีการเขียนขึ้นทั้งหมด 1,344 ตอน รวมเป็นหนังสือการ์ตูนพ็อคเก็ตบุ้คได้ 45 เล่ม ทำยอดขายได้ทั้งหมด 1 ร้อยล้านเล่มทั่วโลก และได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ จีน ฮินดี ไทย ลาว ฯลฯ โดราเอมอนเป็นการ์ตูนขนาดสั้นจบในตอน แต่ละตอนมีลักษณะคล้ายกัน คือเปิดเรื่องมาด้วยโนบิตะพบกับปัญหาบางอย่าง จากนั้นโดราเอมอนก็จะเอาของวิเศษออกมาช่วยเหลือ แต่ด้วยการที่ใช้ผิดวิธีส่งผลให้เหตุการณ์อลหม่านบานปลายจนสุดท้ายโดราเอมอน (หรือเพื่อนๆ คนอื่นๆ ของโนบิตะ) ต้องมาคอยช่วยเหลือแก้ไขให้อยู่เสมอ ไฮไลท์ในแต่ละตอนจะอยู่ที่ของวิเศษที่โดราเอมอนดึงออกมาจากกระเป๋าหน้าท้อง 4 มิติ ซึ่งของที่หลายคนจำได้ก็มี อาทิ คอปเตอร์ไม้ไผ่ ,ยานไทม์แมชชีน, ประตูวิเศษไปที่ไหนก็ได้, วุ้นแปลภาษา, ผ้าคลุมล่องหน เป็นต้น  จุดเด่นของของวิเศษเหล่านี้ก็คือ มันไม่ได้มีรูปลักษณ์ไฮเทคล้ำยุค เหมือนในหนัง การ์ตูนแนวไซไฟทั่วไป แต่มีลักษณะเหมือนของใช้ประจำบ้านที่เข้าถึงง่าย ซึ่งของวิเศษส่วนใหญ่มีหลักการทำงานแบบวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีบางชิ้นที่แฝงไว้ด้วยไสยศาสตร์และความเชื่อพื้นบ้านด้วย

 

ร่วมรำลึกและคารวะผู้เขียนเรื่องนี้ 2 ท่าน ก็คือ ฟูจิโกะ และฟูจิโอะ

ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ (Fujiko Fujio) เป็นนามปากการ่วมของสองนักเขียนการ์ตูน ฮิโรชิ ฟูจิโมโต้ (1993-1996) และโมโตโอะ อาบิโกะ (1934-ปัจจุบัน) ทั้งคู่เป็นเพื่อนเรียนร่วมชั้นเดียวกันสมัยประถมที่จังหวัดโทยามะและหลงใหลในการวาดการ์ตูนเหมือนกัน โดยมีนักเขียนในดวงใจคือ เท็ดสึกะ โอซามุ (ผู้เขียน เจ้าหนูอะตอม) ในช่วงมัธยมต้น ทั้งคู่ได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนของโอซามุ จนสร้างผลงานการ์ตูนชิ้นแรกของพวกเขาขึ้นมา และเริ่มส่งผลงานไปตามนิตยสารการ์ตูนต่างๆ ทั้งยังเปิดบัญชีร่วมกันเพื่อระดมเงินมาซื้ออุปกรณ์วาดรูป โดยใช้วิธีแบ่งรายรับและรายจ่ายกันคนละครึ่ง ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ทั้งคู่ทำไปตลอดชีวิตการร่วมงาน ในช่วงมัธยมปลาย ผลงานของทั้งคู่ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในปี 1951 และในปีนั้นเอง พวกเขาได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านของ เท็ดสึกะ โอซามุ และโชว์ภาพวาดผลงานเรื่อง Ben Hur ให้ดู โอซามุกล่าวชื่นชมทั้งคู่และยังเผยในภายหลังว่า เขารู้ในตอนนั้นว่าทั้งสองคนจะกลายเป็นคนสำคัญในวงการการ์ตูนอย่างแน่นอน ซึ่งเหตุการณ์นี้จุดประกายให้ฟูจิโมโต้และอาบิโกะอย่างมาก พวกเขาเคยคิดจะใช้นามปากกาว่า เท็ตสึกะ ฟูจิโอะ เพื่อแสดงความเคารพ เท็ตสึกะ โอซามุ ด้วยซ้ำ หลังจากจบมัธยม ทั้งคู่ที่เป็นลูกชายคนโตจึงไปหางานที่บริษัททำเพื่อความมั่นคง โดยฟูจิโมโต้ไปทำงานในบริษัทลูกกวาด ส่วนอาบิโกะทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของโทยามะ แต่ไม่นานฟูจิโมโต้ก็ได้รับบาดเจ็บจากเครื่องจักร และลาออกมาเขียนการ์ตูนส่งให้นิตยสาร โดยมีอาบิโกะคอยมาช่วยในยามว่าง ในที่สุด ทั้งคู่ก็ตัดสินใจก้าวเข้าสู่การเป็นนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพ โดยเดินทางไปกรุงโตเกียวในปี 1954
 
ชีวิตนักเขียนการ์ตูนในช่วงแรกของพวกเขานั้นต้องพบเจอกับอุปสรรคมากมายทั้งการป่วยเป็นวัณโรค ถูกเลิกจ้าง การ์ตูนไม่ได้รับความนิยม แต่ทั้งสองก็สู้สุดใจและได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านเช่าในแถบโทคิวะ-โช ซึ่งเป็นศูนย์รวมนักเขียนการ์ตูนหน้าใหม่ในยุคนั้น  ตั้งกลุ่มนักเขียนการ์ตูนยุคใหม่ (Shin Manga-to) และตั้งหน้าตั้งตาเขียนการ์ตูนแบบบ้าพลัง บางเดือนทำผลงานลงนิตยสารได้ถึง 6 เรือ่งก็มี  ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ เริ่มมีชื่อเสียงจาก ผีน้อยคิวทาโร่ ในปี 1964 ที่ได้ตีพิมพ์รวมเล่มและกลายเป็นแอนิเมชั่นในเวลาต่อมา หลังจากส่งต้นฉบับไม่ทันจนเสียเครดิต พวกเขาจึงตัดสินใจลงทุนก่อตั้งบริษัท Studio Zero เพื่อผลิตการ์ตูนมังงะและแอนิเมชั่น เช่น ภ.การ์ตูน Astro Boy และซีรี่ย์ทีวี คิวทาโร่ สตูดิโอชีโรเติบโตอย่างรวดเร็ว จนมีพนักงานถึง 80 คน แต่สุดท้าย บริษัทก็ต้องปิดตัวลงด้วยปัญหาทางการเงิน พวกเขาเริ่มเขียนโดราเอมอนลงในนิตยสาร “โชกักอินจิเน็นเซย์-โยะเน็นเซย์”  เมื่อปี 1969 โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้อ่านวัยเด็ก ในช่วงแรกการ์ตูนเรื่องนี้ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่พอมันได้รับการผลิตเป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นฉายทางโทรทัศน์ใน 3 ปีต่อมา ความนิยมของโดราเอมอนก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วและกลายเป็นการ์ตูนที่ดังที่สุดในชีวิตของพวกเรา  นอกเหนือจากการ์ตูนโดราเอมอนแล้ว ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ยังมีผลงานการ์ตูนอีกมากมาย เช่น ปาร์แมน, นินจาฮาโตริ , 21 เอม่อน,เจ้าชายจอมเปิ่น ,เจ้าหญิอลเวง ,มามิสาวน้อยมหัศจรรย์, ตำรวจกาลเวลา ,ชิมปุย และรวมผลงานสั้นของ   ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ซึ่งเรื่องหลังนี้แม้จะมีลายเซ็นต์ที่เรียบง่ายสบายตาคล้ายโดราเอมอน แต่เนื้อหากลับพูดถึงปรัชญา วิทยาศาสตร์ และด้านมืดของมนุษย์ที่ลุ่มลึกและน่าสนใจ  ทั้งคู่ร่วมงานกันจนถึงปี 1987 จึงแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง โดยฟูจิโมโต้ใช้นามปากกาว่า ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ  ส่วนอาบิโกะ ใช้นามปากกาว่า ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ โดยฟูจิโมโต้ยังคงเขียนโดราเอมอนต่อ ทั้งยังวาดและแต่งเรื่อง ให้โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์เป็นประจำทุกปี ส่วนอาบิโกะได้แยกตัวไปทำนินจาฮาโตริ และโปรกอล์ฟซารุฉบับที่ฉายในโรงภาพยนตร์

 
ในปี 1996 ฟูจิโมโต้ได้ถึงแก่กรรมในวัย 62 ปี ส่วนอาบิโกะยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน

ในปี 2011 มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ในเมืองคาวาซากิ ซึ่งรวบรวมผลงานของเขาเอาไว้มากมาย และแน่นอนว่า ไฮไลท์ย่อมหนีไม่พ้น โดราเอมอน นี่เอง


การ์ตูนโดราเอมอน ได้รับแรงบันดาลใจเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) เนื่องจากนักวาดการ์ตูนทั้ง 2 ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ ได้ลงโฆษณาการ์ตูนเรื่องใหม่ของเขาทั้งสองไว้ว่าจะมีตัวเอกที่ออกมาจากลิ้นชัก ในนิตยสารการ์ตูนฉบับต้อนรับปีใหม่ ที่จะมาแทนการ์ตูน เจ้าชายจอมเปิ่น แต่ในความจริงแล้วทั้งสองยังไม่มีไอเดียเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้แม้แต่น้อยเลย เมื่อใกล้ถึงเวลาส่งต้นฉบับก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับทั้งสองเป็นอย่างมาก  ฮิโรชิ ฟุจิโมโตะ หนึ่งในนักวาดการ์ตูน ได้เผอิญเห็นแมวจรจัดที่มักแอบเข้ามาเล่นที่บ้านของตนเองเป็นประจำ เขามักจะชอบจับแมวตัวนี้มาหาหมัด จนเวลาล่วงเลยมาถึง 4.00 น. ก็ยังไม่มีไอเดียเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องใหม่ ทำให้ฮิโรชิโมโหตัวเองเป็นอย่างมาก และคิดเลยเถิดไปว่าโลกนี้น่าจะมีไทม์แมชชีน เพื่อย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต หลังจากนั้นฮิโรชิได้เผลอหลับไปด้วยความอ่อนล้า เมื่อเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา ทำให้เขาตกใจว่าตนเองเผลอหลับไป จึงรีบวิ่งลงจากบันไดบ้านไปสะดุดกับตุ๊กตาล้มลุกญี่ปุ่นของลูกสาวที่ตกอยู่บนพื้น  เหตุนี้เองทำให้ฮิโรชิเกิดไอเดียขึ้นโดยนำหน้าแมวจรจัดมาผสมกับตุ๊กตาญี่ปุ่น สร้างออกมาเป็นตัวละครหุ่นยนต์แมวจากอนาคตคอยช่วยเหลือเด็กชายที่แสนจะไม่ได้เรื่อง และตั้งชื่อว่า โดราเอมอน เป็นคำผสมระหว่าง "โดราเนโกะ" กับ "เอมอน" ในภาษาญี่ปุ่น โดราเนโกะนั้นแปลว่าแมวหลงทาง ส่วนคำว่า "เอมอน" เป็นคำเรียกต่อท้ายชื่อของเด็กชายในสมัยก่อนของประเทศญี่ปุ่น และได้เปิดตัวในปีเดียวกัน เริ่มตีพิมพ์ในนิตรยสารโยะอิโกะ, นิตรยสารโยชิเอ็ง และนิตยสารเพื่อการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 4 (เดือนมกราคม ค.ศ. 1970)  การ์ตูนโดราเอมอน ลงตีพิมพ์พร้อมกันในนิตยสาร 6 ฉบับคือ นิตรยสารโยะอิโกะ, นิตรยสารโยชิเอ็ง, นิตรยสารโชงะกุอิชิเน็นเซ (นิตยสารเพื่อการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 1), นิตรยสารโชงะกุนิเน็นเซ (นิตยสารเพื่อการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 2), นิตยสารโชงะกุซังเน็นเซ (นิตยสารเพื่อการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 3) และนิตยสารโชงะกุโยเน็นเซ โดยมีทั้งหมด 1,344 ตอน โดยเขียนให้เหมาะกับผู้อ่านแต่ละระดับอายุ ซึ่งการ์ตูนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และในวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2540 โดราเอมอนได้รับ รางวัลเท็ตซึกะ โอซามุ เป็นการ์ตูนดีเด่น

รู้ไว้ใช่ว่า...เกี่ยวกับโดราเอมอน

-แอนิเมชั่นทางทีวีของโดราเอมอนนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 ช่วง ช่วงแรกเริ่มฉายในปี 1973 โดย Nippon Television แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าไร ช่วงที่ 2 เริ่มฉายปี 1979 โดย TV Asahi ซึ่งงวดนี้โด่งดังเป็นประวัติการณ์ มีการสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งหมด 1,787 ตอน (เวอร์ชั่นคลาสสิกที่ฉายทางช่อง 9 การ์ตูน ก็คือเวอร์ชั่นนี้) ช่วงที่ 3 เริ่มฉายในปี 2005 เมื่อ TV Asahi ได้เริ่มสร้างโดราเอมอน Episode ใหม่ โดยทำการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เช่น ทีมงาน,คนให้เสียงพากย์,การออกแบบตัวละคร ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ได้ไปฉายในอเมริกาและประเทศฝั่งตะวันตกด้วย

-โดราเอมอนทั้งฉบับหนังสือการ์ตูนและการ์ตูนแอนิเมชั่นที่เข้าไปเผยแพร่ในตะวันตก ได้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดหลายอย่างเพื่อให้เข้าถึงผู้ชม่ง่ายขึ้น เช่น ตัดต่อใหม่,เปลี่ยนแปลงสกุลเงินเป็นดอลล่าร์ และข้อความต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ เปลียนชื่อตัวละครให้ออกเสียงง่ายขึ้น เช่น โนบิตะเป็นโนบี้, ชิซูกะเป็นซู,ซูเนโอะเป็นสนีช, ไจแอนท์เป็นบิ๊กจี (ถ้าเวอร์ชั่นนี้เข้ามาในไทยแล้วตั้งชื่อตามนี้คงถูกด่ากันขรมแน่)

-โดราเอมอนเคยถูกดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นคนแสดงมาแล้วในโฆษณาโตโยต้าเมื่อปี 2011 โดยนำเสนอตัวละครในอีก 20 ปีต่อมา และได้นักแสดงอย่าง ฌอง เรโน (Leon) มารับบทเป็นโดราเอมอน (ซึ่งใครดูต่างก็บอกว่า ลาก่อน ภาพความฝันอันงดงามในวัยเยาว์ของฉัน)
 
-โดราเอมอนเคยมีตอนจบอยู่ในตอนสุดท้ายของเล่ม 6 เมื่อปี 1971 ในชื่อตอน “ลาก่อนโดราเอมอน” โดยโดราเอมอนต้องกลับไปในโลกอนาคต (ซึ่งเป็นตอนที่อยู่ในหนัง Stand by Me Doraemon ด้วย) เนื่องจากผู้เขียนตั้งใจตัดจบ เพราะตอนนั้นโดราเอมอนยังไม่ได้รับความนิยม แต่พอตีพิมพ์ ก็มีคนอ่านเรียกร้องว่าไม่อยากให้จบ ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ จึงเขียนตอนต่อมา และก็ไม่เคยมีการพูดคุยกันถึงตอนจบอีกเลย จนกระทั่งทั้งคู่แยกทางกันในปี 1987 และฟูจิโมโต้เสียชีวิตในปี 1996 ด้วยเหตุนี้ทำให้ตอนจบอื่นๆ ซึ่งแพร่หลายในอินเตอร์เน็ท (เช่น จบโดยให้โนบิตะ ที่จริงแล้วเป็นเด็กป่วยหนักใกล้เสียชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนโดราเอมอนและตัวละครเสริมอื่นๆ นั้นไม่มีจริง) ล้วนแต่เป็นแฟนฟิคชั่นแต่งขึ้นมาเอง
 
 
 

พิภพราชา ภาค 4 (ภาคผนวก 2)






 






 

 
 


                                                             
 


 

 

พิภพราชา ภาค 4 (ภาคผนวก 1)




 

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

โลก 360 องศา - (โลกช็อกอีกครั้ง เหตุการณ์จับกุมตัวประกัน 2 จุด ที่ปารีสเกี่ยวพันกลุ่มก่อการร้ายกราดยิงหนังสือพิมพ์ในปารีส,ระเบิดพลีชีพที่เยเมน,พบซากส่วนหางของเครื่องบินแอร์เอเซีย)




รอยเตอร์/เอเอฟพี - ฟรังซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแถลงยืนยันเมื่อวันศุกร์(9ม.ค.) ว่ามีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 4 รายในเหตุจับตัวประกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งทางตะวันออกของกรุงปารีส ส่วนผู้ก่อเหตุถูกวิสามัญเช่นเดียวกับ 2 ผู้ต้องสงสัยสังหารหมู่ที่สำนักงานนิตยสารรายสัปดาห์ ท่ามกลางข้อมูลที่ปรากฏชัดว่าทั้ง 3 คนร่วมมือกัน ขณะที่เหล่าผู้นำทั่วยุโรปเตรียมแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับแดนน้ำหอม ด้วยการตอบรับร่วมเดินขบวนสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น  ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแถลงหลังเหตุจับตัวประกันสิ้นสุดลง โดยบอกว่า "พวกคนบ้าคลั่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับศาสนาอิสลาม" เขากล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ พร้อมเตือนว่า "ภัยคุกคามต่างๆของฝรั่งเศสต้องเผชิญคงไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ" นอกจากนี้ออลลองด์ ยังประณามเหตุสังหารตัวประกัน 4 คนที่ซูเปอร์มาร์เก็ตโกเชร์ ทางภาคตะวันออกของกรุงปารีส ว่าเป็นพฤติกรรมต่อต้านยิวที่น่าสะพรึงกลัว  ผู้นำแดนน้ำหอมรายนี้บอกว่าเขาจะไปร่วมเดินขบวนแสดงความเป็นเอกภาพของชาติในวันอาทิตย์นี้(11ม.ค.) ที่คาดหมายว่าจะมีประชาชนหลายแสนคนเข้าร่วมเช่นเดียวผู้นำเยอรมนี อิตาลี อังกฤษ สเปน และเบลเยียมที่ตอบรับเรียบร้อยแล้ว ขณะที่นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานสภายุโรปและนายฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป บอกว่าจะไปร่วมเดินขบวนในกรุงปารีสเช่นกันแม้แต่เกาหลีเหนือและคิวบาก็ยังส่งสารแสดงความเสียใจต่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่สหรัฐฯในวันศุกร์(9ม.ค.) ออกมาสนับสนุนฝรั่งเศส โดยประกาศพร้อมให้ความช่วยเหลือในทุกรูปแบบเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามของพวกนักรบอิสลามิสต์หัวรุนแรง  ความเคลื่อนไหวของนานาชาติ มีขึ้นหลังจากกองกำลังตำรวจของฝรั่งเศสบุกจู่โจมช่วยเหลือตัวประกัน 2 จุดในเวลาไล่เลี่ยกันในวันศุกร์(9ม.ค.) ปลิดชีพ 2 พี่น้องที่อยู่เบื้องหลังเหตุสังหารหมู่ที่สำนักงานนิตยสารรายสัปดาห์แนวเสียดสี ชาร์ลี เอ็บโดและผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามในเหตุการณ์ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตโกเชร์ มีตัวประกันเสียชีวิต 4 คน
มือปืนผู้ก่อเหตุจับตัวประกันในซูเปอร์มาร์เก็ตชาวยิวในกรุงปารีสเมื่อวันศุกร์(9ม.ค.) เผยกับสื่อมวลชนท้องถิ่นระหว่างหลบหนีว่าเขาร่วมมือกับ 2 พี่น้องผู้ต้องสงสัยโจมตีสำนักงานหนังสือพิมพ์นิตยสารรายสัปดาห์แนวเสียดสี ชาร์ลี เอ็บโดก่อนทั้งหมดจะถูกปลิดชีพในปฏิบัติการจู่โจม 2 จุดไล่เลี่ยกันของหน่วยคอมมานโด พร้อมกันนั้นยังบอกด้วยว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นภารกิจที่ดำเนินการในนามกลุ่ม AQAP หรืออัลกออิดะห์สาขาเยเมนและกบฏรัฐอิสลาม(ไอเอส)

 
สรุปเหตุการณ์
       - ตำรวจฝรั่งเศสกระจายกำลังไปในแถบชนบทเพื่อไล่ล่านายเชรีฟ กูอาชี นักรบอิสลามวัย 32 ปี ที่เคยถูกจำคุก 18 เดือนในปี 2008 โทษฐานมีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่ายลักลอบส่งนักรบไปยังอิรัก และซาอิด พี่ชายวัย 34 ปีของเขา โดยทั้งคู่เกิดในปารีส 2 ผู้ต้องสงสัยสังหารหมู่ที่สำนักงานนิตยสารรายสัปดาห์แนวเสียดสีชาร์ลี เอ็บโดเมื่อวันพุธ(7ม.ค.) ขณะที่ทั้งสองยังหลบหนีเป็นคืนที่ 2
       - พอถึงช่วงเช้าวันศุกร์(9ม.ค.) ตอนเวลาประมาณ ตำรวจขับรถยนต์ไล่ล่าด้วยความเร็วสูงและยิงตอบโต้รถยนต์คันหนึ่งบนทางหลวง N2 ทางตะวันออกเฉียงเหนือของปารีส ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นยานพาหนะที่พี่น้องกำลังใช้หลบหนี
       - หลังจากจนมุมในช่วงสาย สองพี่น้องก็บุกจับตัวประกันคนหนึ่งที่โรงพิมพ์ CTD ในดามมาแตง ออง กูเลอ เมืองเล็กๆที่มีประชากรราว 8,000 คน ห่างจากท่าอากาศยานหลักของปารีส ชาร์ลส เดอ โกล แค่ 12 กิโลเมตร ทำให้ตำรวจต้องปิดล้อมเมืองดังกล่าวและส่งเฮลิคอปเตอร์บินตรวจตราวนไปวนมาอยู่ด้านบน พร้อมสั่งอพยพตามโรงเรียนที่อยู่โดยรอบและห้ามประชาชนที่อยู่ในละแวกดังกล่าวออกนอกบ้าน
       - เครื่องบินโดยสาร 2 ลำของสายการ "แอร์ ฟรานซ์" ต้องยกเลิกการลงจอดในสนามบิน ชาร์ลส เดอ โกล เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ของทางการที่ไล่ล่าตัวคนร้าย บินวนเวียนอยู่ในบริเวณนั้น
       - ถึงช่วงนั้น ประธานาธิบดี ฟรองซัวร์ โอลองด์ ได้เข้าร่วมการประชุมของกระทรวงมหาดไทย เพื่อรับฟังสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุด ส่วนนายกรัฐมนตรี มานูเอล วอลส์ ได้ประกาศว่า ฝรั่งเศสไม่ได้ทำสงครามกับศาสนา แต่กำลังทำสงครามกับผู้ก่อการร้าย
       - ระหว่างนั้นตอนเวลาประมาณ 13.00น.(ตรงกับเมืองไทย 19.00น.) ได้เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญอีกคดีแทรกขึ้นมา โดยมีมือปืนเปิดฉากยิงที่ซูเปอร์มาร์เก็ตนิวแห่งหนึ่งที่ปอร์เตอเดอ แวงซองน์ ทางตะวันออกของปารีสและจับตัวประกันไว้อย่างน้อย 5 คน โดยเชื่อกันว่ามือปืนคนนี้คือผู้ต้องสงสัยที่เพิ่งก่อเหตุยิงตำรวจหญิงนายหนึ่งเสียชีวิตทางใต้ของปารีสเมื่อวันพฤหัสบดี(8ม.ค.)และต่อมาก็ปรากฎความชัดเจนว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับสองพี่น้องกูอาชี
       - เมื่อถึงเวลา 17.00น.(ตรงกับเมืองไทย 23.00น.) หน่วยคอมมานโดฝรั่งเศส ก็บุกจู่โจมเข้าไปยังอาคารที่สองพี่น้องกูอาชีจับตัวประกันและหลบซ่อนอยู่ ท่ามกลางเสียงปืนและระเบิดที่ดังขั้นสนั่นหวั่นไหว ต่อมาพบว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ถูกกองกำลังความมั่นคงวิสามัญ ส่วนตัวประกันเป็นอิสระโดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
       - ระหว่างนั้นตอนประมาณ 17.15 น.(ตรงกับเมืองไทย 23.15 น.) หน่วยคอมมานโดอีกชุดก็บุกจู่โจมซูเปอร์มาร์เก็ตยิวเพื่อช่วยตัวประกัน แต่คราวนี้มีผู้เสียชีวิต 5 คน ในนั้นรวมถึงมือปืน นอกจากนี้แล้วยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 4 คน

เอพี/เอเอฟพี - ตำรวจนายหนึ่งเผยวันศุกร์(9ม.ค.) ว่ามือปืนที่จับตัวประกันอย่างน้อย 5 คนที่ซูเปอร์มาร์เก็ตโกเชร์ ทางภาคตะวันออกของกรุงปารีส ขู่ฆ่าตัวประกันหากว่าเจ้าหน้าที่จู่โจมสองพี่น้องผู้ต้องสงสัยสังหารหมู่นิตยสารรายสัปดาห์แนวเสียดสีชาร์ลี เอ็บโดช่วงกลางสัปดาห์ ที่กำลังถูกตำรวจต้อนจนมุม  สำนักข่าวเอพีอ้างคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่นายหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนามเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยสถานการณ์จับตัวประกันต่อสาธารณะ ระบุชัดเจนว่า "ทั้งสองเหตุการณ์เชื่อมโยงกัน" เจ้าหน้าที่เผยว่ามีประชาชนได้รับบาดเจ็บหลายคนตอนที่มือปืนเปิดฉากยิงในซูเปอร์มาร์เก็ตของชาวยิว ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของเมืองหลวงฝรั่งเศส ในช่วงบ่ายวันศุกร์(9ม.ค.) โดยเหล่านั้นสามารถหลบหนีออกมาก่อนได้รับรักษาทางการแพทย์ แต่ไม่ชัดเจนว่ายังมีผู้ได้รับบาเจ็บคนอื่นๆลงเหลืออยู่ภายในหรือไม่  ตำรวจแพร่ภาพถ่ายชายหญิงคู่หนึ่ง ที่เชื่อว่าเป็นผู้ลงมือจับตัวประกันไว้ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตดังกล่าว โดยทั้งสองคนมีชื่อว่าอาเมดี คัวลิบาลี วัย 32 ปี และ ฮายัต บัวเมดดีน วัย 26 ปี ที่ถูกพิจารณาในฐานะบุคคลอันตรายและมีอาวุธ และเชื่อว่าคนผู้ชายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดียิงตำรวจหญิงเสียชีวิตเมื่อวันพฤหัสบดี(8ม.ค.)  อย่างไรก็ตามในรายงานของสำนักข่าวเอพี บอกว่าไม่ชัดเจนว่าคนผู้หญิงที่ถูกระบุว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในประกาศจับของตำรวจอยู่ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ในวันศุกร์(9ม.ค.) พลซุ่มยิงถูกส่งเข้าประจำการบนหลังคาและเฮลิคอปเตอร์บินวนโดยรอบย่านธุรกิจเล็กๆในเมืองดามมาแตง ออง กูเลอ ห่างจากท่าอากาศยานหลักของปารีส ชาร์ลส เดอ โกล แค่ 12 กิโลเมตร หลังสองพี่น้องผู้ต้องสงสัยว่าก่อเหตุโจมตีนิตยสารเชิงเสียดสีรายสัปดาห์ "ชาร์ลี เอ็บโด" ได้จับตัวประกันเอาไว้ 1 คน หลังจากถูกตำรวจไล่ต้อนจนมุม  แต่ระหว่างนั้นก็เกิดเหตุระทึกขวัญซ้อนขึ้นมาทางตะวันออกของเมืองหลวงฝรั่งเศส เมื่อมีรายงานว่าชายหญิงคู่หนึ่ง ก่อเหตุยิงและจับตัวประกันอย่างน้อย 5 คนไว้ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตโกเชร์ โดยเชื่อว่าคนผู้ชายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดียิงตำรวจหญิงเสียชีวิตเมื่อวันพฤหัสบดี(8ม.ค.) เบื้องต้นมีมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยแล้ว 2 คน แหล่งข่าวตำรวจเปิดเผยว่ามีความเชื่อมโยงกันระหว่างมือปืนคนผู้ชายกับสองพี่น้องที่ถูกกล่าวหาว่าลงมือสังหารหมู่ที่สำนักงานนิตยสารรายสัปดาห์ชาร์ลี เอ็บโดโดยอาเมดี คัวลิบาลี เคยถูกพบเห็นอยู่กับนายเชรีฟ กูอาชี ผู้ลงมือสังหารโหด ณ สำนักงานนิตยสาร เมื่อปี 2010 ระหว่างการสืบสวนเหตุพยายามแหกคุกในฝรั่งเศส ทั้งนี้ คัวลิบาลี ถูกตัดสินว่ามีความผิดต่อบทบาทในความพยายามดังกล่าวและ คัวลิบาลี เป็นที่รู้จักดีของตำรวจต่อต้านก่อการร้าย

คนร้ายใช้ไรเฟิลบุกยิงสำนักพิมพ์การ์ตูนเสียดสีในกรุงปารีส ฝรั่งเศส คาด ไม่พอใจที่ตีพิมพ์การ์ตูนล้อเลียนศาสนาอิสลาม เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2558 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุคนร้ายพร้อมอาวุธปืนไรเฟิล บุกถล่มกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์การ์ตูนเสียดสีรายสัปดาห์ ชาร์ลี เอ็บโด ทำให้เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตประมาณ 12 ราย เป็นตำรวจ 2 นาย สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ หลังจากที่คนร้ายได้โจมตี ก็ได้ขโมยรถยนต์ก่อนขับหลบหนีไป พร้อมกับพุ่งชนคนบนทางเท้าอีกหลายคน ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น คาดว่าน่าจะมาจากสำนักพิมพ์ตีพิมพ์การ์ตูนล้อเลียนศาสดาของศาสนาอิสลามของหนังสือพิมพ์เดนมาร์กซ้ำ ซึ่งเรื่องนี้เคยสร้างความโกรธแก่ชาวมุสลิมเมื่อปี 2549 มาแล้ว ก่อนถูกวางระเบิดในปี 2554 ต่อมา เรื่องนี้ถูกนำขึ้นศาลคดีเหยียดชาติพันธุ์ (racism) แต่สำนักพิมพ์ก็ยังคงตีพิมพ์การ์ตูนล้อเลียนต่อไปในปี 2555 ด้วยเหตุนี้ ทำให้เกิดกระแสประท้วงต่อต้านจากชาวมุสลิมในหลายประเทศ และบรรณาธิการก็ต้องให้ตำรวจช่วยคุ้มกันความปลอดภัยเพราะกลัวอันตราย ก่อนที่จะมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอีกครั้ง
 

วันนี้(6 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดพลีชีพในเมือง Ibb ทางตอนใต้ของประเทศเยเมน ระหว่างพิธีการทางศาสนา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 33 ราย และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือผู้ว่าการเมือง Ibb ล่าสุดยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่คาดว่า  เป็นฝีมือ เครือข่ายอัลกออิดะห์ มีรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายขับรถมินิบัสบรรทุกวัตถุระเบิดก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย ใกล้วิทยาลัยตำรวจกลางกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน มีผู้เสียชีวิต 30 คน และบาดเจ็บหลายสิบคน ขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายใดอ้างว่าเกี่ยวข้อง แต่ที่ผ่านมาเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ในเยเมน ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่อันตรายที่สุดในโลก และเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงโจมตีสหรัฐฯ หลายครั้ง
 

เอเอฟพี - หัวหน้าทีมค้นหาอินโดนีเซียแถลงยืนยันวันนี้ (7 ม.ค.) ว่าทีมค้นหาซากเครื่องบินโดยสารของสายการบิน "แอร์เอเชียตรวจพบส่วนหางของเที่ยวบิน QZ8501 ที่ตกลงสู่ในทะเลชวาแล้ว ในยามที่ปฏิบัติการค้นหาย่างเข้าสู่วันที่ 11   บัมบัง โซลิสต์โย ผู้อำนวยการสำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติอินโดนีเซียระบุกับผู้สื่อข่าว ณ กรุงจาการ์ตาว่า เราค้นพบชิ้นส่วนเครื่องบินตรงตามเป้าหมาย โดยเราขอยืนยันว่า พบส่วนหาง (ของเครื่องบินลำนี้) แล้ว  ทั้งนี้ การค้นพบซากเครื่องบินบริเวณก้นทะเลนั้นอาจช่วยผ่าทางตันของภารกิจค้นหาครั้งนี้ เนื่องจากโดยปกติแล้วส่วนหางของเครื่องบินนั้นเป็นจุดที่มีการติดตั้งอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน หรือ กล่องดำเอาไว้ ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญที่สามารถชี้ชัดได้ว่า เครื่องบินลำน้ำดิ่งลงทะเลได้อย่างไร  เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา เครื่องบินลำนี้อันตรธานหายไปจากหน้าจอเรดาร์ขณะเกิดพายุ ระหว่างออกเดินทางจากเมืองสุราบายา ของอินโดนีเซีย ไปยังสิงคโปร์ พร้อมลูกเรือและผู้โดยสารรวม 162 ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเมืองแดนอิเหนา  แม้ว่าปฏิบัติการกู้ซากเครื่องบินครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้จะได้รับความช่วยเหลือจากหลายชาติ ทว่า ภารกิจก็ยังคงดำเนินไปอย่างกะท่อนกระแท่น เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางการค้นหา โดยในเวลานี้ ทีมค้นหาพบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 39 ราย โดยศพทั้งหมดที่พบลอยขึ้นสู่ผิวน้ำก่อนหน้านี้ บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยค้นหาและกู้ภัยแถลงว่า ได้ตรวจพบชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของเครื่องบินแล้ว 5 ชิ้น แต่ยังไม่ได้ระบุแน่ชัดว่า วัตถุเหล่านั้นคือส่วนใดของอากาศยาน ทั้งนี้ อินโดนีเซียแถลงว่า เที่ยวบิน QZ8501 ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นบนในวันที่ตก นอกจากนี้อินโดนีเซียยังได้สั่งห้ามไม่ให้เที่ยวบินใดๆ ของแอร์เอเชียให้บริการในเส้นทางสุราบายา - สิงคโปร์อย่างไม่มีกำหนดนับตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา (3)เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (7) กระทรวงคมนาคมแดนอิเหนาระบุว่า ได้สั่งปลดเจ้าหน้าที่ในกระทรวงหนึ่งคน รวมทั้งลงโทษเจ้าหน้าที่อีกหลายคน ตามมาตรการลงโทษขั้นรุนแรง หลังเกิดเหตุเครื่องบินตก ขณะที่กระทรวงคมนาคมกำลังเร่งตรวจสอบว่า อากาศยานลำนี้ขึ้นบินโดยไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างไร  ฮาดี มุสโตฟา เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมกล่าวกับเอเอฟพีว่า จนถึงตอนนี้เราได้ใช้มาตรการลงโทษเจ้าหน้าที่ไปแล้ว 8 คน โดย 2 คนเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคม ส่วนอีก 4 คนเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเดินอากาศ AirNav และอีก 2 คนที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินสุราบายา    เจ้าหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมถูกไล่ออกหนึ่งคน ขณะที่อีกคนถูกสั่งพักงาน ส่วนเจ้าหน้าที่อีก 6 คนที่เหลือไม่ถูกสั่งพักงานก็ถูกโยกย้าย

ทางด้าน สายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซียยังคงปฏิเสธที่จะออกมาให้คำชี้แจงใดๆ ภายหลังถูกกล่าวหาว่านำเครื่องบินออกให้บริการทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยทางการสิงคโปร์กล่าวว่า แอร์เอเชียมีสิทธิ์บินในเส้นทางสุราบายา - สิงคโปร์ เฉพาะวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และวันเสาร์ เท่านั้น ขณะที่วันเกิดเหตุเป็นวันอาทิตย์  ทั้งนี้ อากาศยานลำดังกล่าวอยู่ภายใต้การบริหารงานของ แอร์เอเชียอินโดนีเซียกิจการในเครือของ แอร์เอเชียซึ่งมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในมาเลเซีย และสามารถรักษาประวัติความปลอดภัยในการบินไว้ได้ดีมาโดยตลอด  มุสโตฟากล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ ทางกระทรวงจะตรวจสอบใบอนุญาตและตารางบินของสายการบินทั้งหมดที่ให้บริการในอินโดนีเซียเพื่อดูว่า มีการละเมิดกฎระเบียบหรือไม่  ที่เมืองปังกาลันบุน บนเกาะบอร์เนียว อันเป็นที่ตั้งของทางวิ่งเครื่องบินซึ่งอยู่ใกล้จุดตกของแอร์เอเชียมากที่สุด เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมส่งอากาศยานออกค้นหาร่างผู้เสียชีวิต และซากเครื่องบิน  จากการประเมินเบื้องต้นโดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซียพบว่า อากาศเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เที่ยวบิน QZ8501 ดิ่งทะเล โดยภาพถ่ายดาวเทียมชี้ว่า อากาศยานลำนี้บินผ่านกลุ่มเมฆที่มีอุณหภูมิติดลบ 80-85 องศา จึงมีความเป็นไปได้ว่า อาจมีน้ำแข็งเกาะอุปกรณ์สำคัญต่างๆ กระทั่งเครื่องยนต์เสียหาย  อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า เหตุใดเครื่องบินลำอื่นๆ ที่บินในเส้นทางเดียวกันนั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ และนักวิเคราะห์คนอื่นๆ ทักท้วงว่า ยังมีข้อมูลไม่เพียงพออธิบายสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้จนกว่าจะพบกล่องดำ

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

ฟรีทีวีดิจิตอล ในปี 2558 มีอะไรน่าสนใจบ้าง




 
ปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลอย่างเต็มตัวแล้ว ดังนั้น สมรภูมิการขับเคี่ยวและแข่งขันกันของช่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านข่าว ละคร กีฬา รายการคอนเท้นต์ต่างๆ ก็คงจะงัดกลยุทธ์กันออกมาฟาดฟันกันอย่างสนุกสนานเต็มที่ หากจะมีกั๊กกันไว้บ้าง ก็คงจะเป็นเจ้าใหญ่ๆ ที่เขาคงมีไม้เด็ดต่างๆ ที่ซุ่มเงียบอยู่ รอวันงัดออกมาใช้เมื่อถึงคราวจำเป็น หรือช่วงที่เรตติ้งเพลี่ยงพล้ำอยู่บ้าง สำหรับด้านเรตติ้งนั้น ในช่วงแรกของสมรภูมิเดือดนี้ คิดว่าที่ 1 กับที่ 2 คงจะลอยลำไปเลยโดยภาพรวม (หมายถึงช่อง 7กับช่อง 3)  หาทางโค่นได้ยาก แต่ที่ 3 ลงมา คงจะต้องขับเคี่ยวแย่งชิงกันหน้าดำคร่ำเครียดซักหน่อย และมีสิทธิ์ที่จะพลิกไปพลิกมาได้เสมอ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีรายการคอนเท้นต์ดีๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของคนดูได้ และคิดว่าอันดับ 3 ลงมา จะไม่สามารถช่วงชิงฐานคนดูได้ทุกช่วงเวลา หรือได้ตลอดเวลา หากว่าช่องคู่แข่งอื่นๆ มีรายการคอนเท้นต์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจกว่ามาเรียกความสนใจของคนดูได้ เป็นรายการ เป็นเรื่องๆ ไป  แต่ช่องที่มีฐานแฟนคลับเป็นของตนเองจะได้เปรียบกว่า ไม่ว่าจะเป็น ช่อง 7,ช่อง 3,ช่อง one+Gmm ,ช่อง workpoint, ช่อง 8, ช่อง mono 29, ช่อง true4u+tnn24, ช่อง ไทยทีวี+loca, ช่อง nation+now, ช่อง pptv, ช่องไทยรัฐทีวี, ช่อง tpbs, ช่อง voice+springnews เป็นต้น
สมรภูมิการแข่งขันของทีวีในทุกยุคทุกสมัยก็คงหนีไม่พ้น อันดับแรกก็คือรายการข่าว หรือรายการวิเคราะห์ข่าว รายการสนทนาเกี่ยวกับข่าวสาร ประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ หรือให้ความสนใจของบุคคลโดยทั่วไปในขณะนั้น สิ่งที่ช่องต่างๆ มักแข่งขันกันก็คือ ทีมผู้ประกาศข่าว สกู๊ปเจาะข่าวรวมถึงผู้สื่อข่าวภาคสนาม อุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ในการนำเสนอ เช่น จอทัชสกรีน led ในห้องส่งที่ใช้สำหรับรายงานข่าว , โต๊ะเก้าอี้ ฉากหลังของผู้ประกาศข่าวในห้องส่ง, รถโมบายล์ถ่ายทอดสด เฮลิคอปเตอร์สำหรับนำผู้สือ่ข่าวลงไปยังพื้นที่ทำข่าวที่ยากลำบาก หรือเพื่อมุมกล้องที่สวยงาม ที่ยากต่อการได้ภาพในมุมกว้าง เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีไปไกลถึงขั้นมีโดรนติดกล้องถ่ายภาพจากมุมสูง (ซึ่งเราได้เห็นเจ้าเทคโนโลยีตัวนี้ชัดๆ ก็ในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. นั่นเอง) นอกเหนือจากนี้ก็คือเนื้อหาจริงๆ ของข่าว เสน่ห์เฉพาะตัวหรือคาแร็กเตอร์ ลักษณะการอ่านข่าว การพูดคุยของผู้ประกาศข่าว นักเล่าข่าว ทัศนคติการวิเคราะห์ข่าว รวมถึงภูมิความรู้ที่แท้จริงของผู้ประกาศข่าว ปัจจุบันนอกเหนือจากผู้ประกาศข่าวที่มีประสบการณ์สูงๆ หรือมีชื่อเสียงในลำดับต้นๆ ของประเทศ ยังก่อให้เกิดผู้ประกาศหน้าใหม่ๆ ที่มีท่วงท่าลีลาในการอ่านข่าวที่สร้างความสนใจเกิดขึ้นมากมาย เนื่องจากช่องทีวีดิจิตอลที่เปิดใหม่ทั้งหลาย ต่างยื้อแย่งซื้อตัวกันจากช่องทีวีคู่แข่งหรือจากเคเบิ้ลทีวีมา บางที่ก็ใช้เลือดใหม่ปั้นลูกหม้อของตนเองขึ้นมา แต่หลายทีก็ผสมผสานกันระหว่างผู้ประกาศข่าวที่มีชื่อเสียงและที่สร้างขึ้นมาใหม่ มาดูกันว่าช่องข่าวหลักๆ นั้นใช้ทีมผู้ประกาศข่าว อย่างไรกันบ้าง

ช่อง 3 อนาล็อค,3HD,3SD,3Family (จุดเด่นคือซื้อตัวผู้ประกาศเด่นๆ จากต่างช่องๆ ให้ไหลมารวมกันอยู่ที่นี่ เรียกว่าครอบครัวข่าว) แต่ก่อนช่อง 3 เคยมีผู้ประกาศข่าวเด่นๆ เป็นของตนเอง อาทิ จินดารัตน์,นลธวัช,ชาญชัย,พรหมพร,ปราย,พิมลวรรณ เป็นต้น แต่คนเหล่านี้ไม่ทราบว่าทำไมช่อง 3 ไม่ผลักดันเท่าที่ควร สุดท้ายก็ย้ายหนีช่อง 3 ไปเป็นตัวเด่นที่ช่องอื่นแทน ส่วนที่ซื้อตัวมาก็คือคนที่คุ้นหน้า เคยเป็นตัวเด่นมาจากช่อง เนชั่นบ้าง ไอทีวีบ้าง ช่อง 7 บ้าง ช่อง 9 บ้าง กลายเป็นช่องที่ลูกหม้อที่ปั้นมาเองกับมือ ไม่ได้เกิด เหมือนนักเรียนการแสดงของช่อง 3 หรือนักแสดงเก่าๆ ลูกหม้อของช่อง  3 ปัจจุบันไปมีผลงานช่องอื่นหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น ดิลก ทองวัฒนา,รัญญา,ศิยานนท์,ธงชัย ประสงค์สันติ,กล้วย ก้อย ปรารถนา ปาริฉัตร,รอน บรรจงสร้าง,สถาพร นาควิไลโรจน์ ,วีระชัย หัตถโกวิท ,กษมา นิสสัยพันธ์ ฯลฯ  นอกเหนือจากทีมผู้ประกาศข่าวที่จัดว่าเป็นช่องที่รวมดาวผู้ประกาศข่าวไว้มากที่สุดแล้ว ด้านอื่นๆ เช่น อุปกรณ์ยุทโธปกรณ์นั้น ช่องนี้ถือว่าแข็งแรงที่สุด โดยมีแม่ทัพผู้นำข่าวอย่าวสรยุทธ์ กับกิตติ ที่ยังสามารถสร้างเรตติ้ง ครองความเป็น 1 ด้านรายการข่าวอยู่
ช่อง 5 (น่าสงสารมาก เป็นโรงเรียนผลิตผู้ประกาศข่าวชั้นดี ที่ให้ช่องอื่นๆ ซื้อตัวไป) เรียกว่าผู้ประกาศเก่งๆ แม้จะไม่มีชื่อเสียงมากนัก แต่หน้าตาดี มีบุคลิกภาพที่ดี อ่านข่าวเก่ง คล่องแคล่ว ล้วนเป็นเป้าถูกหมายตาจากช่องข่าวหลัก ๆ ซื้อตัวไปจนหมด ไปอยู่รวมกันที่ช่องไทยรัฐทีวีมากหน่อย บางส่วนไปอยู่ pptv บ้าง เนื่องจากช่อง 5 จะกลายเป็นทีวีสาธารณะ หมดเสน่ห์ในแง่ความสำคัญและเรตติ้งลง ผู้ประกาศข่าวเจ๋งๆ รวมถึงผู้ผลิตรายการใหญ่ จึงต่างตบเท้าบินหนีไปเกือบหมด

ช่อง 7,7HD (ช่องนี้ก็จัดเป็นโรงเรียนผลิตผู้ประกาศข่าวชั้นดีเช่นกัน และแม้ว่าจะถูกดูด ถูกดึงซื้อตัวเด็ดๆ ไปมากแล้วก็ตาม แต่ที่ยังอยู่และจงรักภักดีต่อช่องก็จัดเป็นพวกหัวกระทิทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคุณภัทร,คุณพิศิทธิ์,คุณสมโภชน์,คุณอนุวัต,คุณนิลาวัณ,คุณศศินา,คุณศรีสุภางค์,คุณชมพูนุช,คุณเหมือนฝัน ฯลฯ ยังไม่นับรวมผู้ประกาศข่าวกีฬา เรียกว่าช่อง 7 เขามีตัวและทีมผู้ประกาศข่าวที่ยังปึ้กที่สุดช่องหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว แม้ว่าทีมผู้ประกาศข่าวของบริษัทลูกอย่างมีเดียออฟมีเดียส์ จะยกทีมลาออกไปยกชุดก็ตาม (นำทีมโดยคุณต๊ะ นารากรกับพวกย้ายไปอยู่ช่อง one) แต่ที่ยังเหลืออยู่ บางส่วนปลุกปั้นขึ้นมาเป็นสายเลือดใหม่ สามารถทดแทนทีมเก่าได้เป็นอย่างดี
ช่อง Mcot HD,Mcot Family (ช่องนี้ แต่เดิมก็ไม่ค่อยมีผู้ประกาศเด่นๆ มากนัก ส่วนใหญ่เป็น new gen ที่ปลุกปั้นมาจากโครงการสร้างผู้ประกาศข่าวหน้าใหม่ของช่อง ช่องนี้จึงไม่ค่อยเดือดร้อนจากการถูกแย่งซื้อตัวจากช่องอื่นมากนัก) ข้อดีข้อเด่น ก็คือความที่เป็นสำนักข่าวไทย ซึ่งชื่อของสำนักข่าวไทยทำให้ดูมีความน่าเชื่อถือของสถานีอยู่แต่เดิมแล้ว ซึ่งสิ่งนี้ต้องรักษาเอาไว้ ช่วงหลังมีการปรับรูปแบบข่าวให้สั้นกระชับฉับไวขึ้น มีอุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยช่องหนึ่งของเมืองไทย แต่นอกเหนือจากนั้น ช่อง 9 ยังไม่สามารถสร้างเอกลักษณ์ คาแร็กเตอร์ของตนเองให้โดดเด่นได้ ข่าวช่อง 9 จึงได้รับความสนใจในระดับกลางๆ มาตลอด

ช่อง TPBS HD (ช่องนี้แต่เดิมเคยมีผู้ประกาศเก่าๆ ที่โอนย้ายมาจากสถานีโทรทัศน์ไอทีวี มาบางส่วน และเป็นลูกหม้อสายเลือดใหม่ที่ปั้นขึ้นมาเอง แต่โดยส่วนใหญ่มีทักษะพื้นฐานการผ่านข่าวดีมากช่องหนึ่ง จัดเป็นโรงเรียนผลิตผู้ประกาศข่าวอีกช่องหนึ่ง จึงมีผู้ประกาศหลายรายถูกแก่งแย่งซื้อตัวไปเป็นระยะๆ คล้ายๆ ช่อง 5 ตัวท็อปๆ ถูกซื้อตัวไป หายจ้อยไปจากช่องเกือบหมด ไปโผล่ช่อง 3 มากสุด,ไทยรัฐทีวีบ้าง แต่บรรดาหัวกระทิ ก็ยังมีอยู่บ้าง และขอให้กำลังใจทำหน้าทีต่อไป ไม่งั้นข่าวของช่องทีวีสาธารณะจะไม่มีคนดู เสียดายภาษีประชาชน เสียดายคอนเท้นต์ดีๆ ที่ผลิตไปแต่ไม่มีคนดู
ช่องไทยรัฐ,เวิร์คพ้อยท์,ช่อง 8,ช่อง one,ช่อง pptv,ช่อง Bright,ช่อง new)tv โมเดลเหมือนกันหมด เสริมทัพทีมข่าวด้วยการซื้อผู้ประกาศข่าวตัวเด่นๆ มาและสร้างทีมข่าวของตนเองที่เป็นเลือดใหม่เข้าไปผสม เนื้อหารูปแบบดูคล้ายๆ กัน ต่างกันตรงที่วิธีการนำเสนอ ซึ่งไทยรัฐทีวีดูโดดเด่นสุด

ช่อง Nation,Now,Voice,Springnews,TNN24 พวกนี้จัดเป็นช่องข่าวโดยธรรมชาติ จึงมีการสร้างบุคลากรเป็นของตนเอง เป็นโรงเรียนผลิตผู้ประกาศข่าวโดยธรรมชาติ ช่องเหล่านี้มีบุคลากรด้านข่าวที่มีประสิทธิภาพสูงและมีนักวิเคราะห์ข่าว ผู้บรรยาย นักเล่าข่าว นักวิชาการประจำช่องเป็นของตนเอง ความหลากหลายและการเจาะประเด็น การวิเคราะห์ข่าวจะรอบด้าน และลงลึกกว่าช่องทีวีดิจิตอลอื่นๆ โดยทั่วไปอยู่แล้ว

 
ช่อง Mono 29,ไทยทีวีและ Gmm channel  พยายามจะสร้างคาแร็กเตอร์ของการนำเสนอข่าวที่ไม่ติดยึดในแพ็ทเทิร์นเดิมๆ เหมือนช่องหลักๆ โดยใช้ทีมผู้ประกาศข่าวที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง จัดว่าน่าสนใจทั้ง 3 ช่อง รูปแบบการนำเสนอจึงต่างออกไป จัดเป็นทางเลือกที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครดี อาทิ ช่อง Gmm channel เสริมทีมผู้ประกาศข่าวด้วยดารา celeb ชื่อดังที่เคยเป็นนักร้อง นักแสดง พิธีกร หรือวีเจ มานั่งอ่านข่าว เป็นช่องแรกๆ ที่สร้างจุดสนใจโดยใช้อิทธิพลของ celeb มาเรียกกระแส ความน่าสนใจ และดึงดูดคนดู ก็ต้องลองดูว่าจะเวิร์คหรือไม่ คาดว่าจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ 
มาถึงด้านละครกันบ้าง เฉพาะโผรายชื่อละครที่จะออนแอร์ให้ชมกันในปีนี้ พอเปิดชื่อออกมาก็ฮือฮา น่าสนใจแล้ว มีทั้งละครรีเมกจากบทประพันธ์เก่ามีชื่อเสียง ละครที่เป็นบทประพันธ์ใหม่ๆ ละครฟอร์มยักษ์ ละครย้อนยุค ละครแนวพล็อตสมัยใหม่ มาประชันขันแข่งกันมากมาย กลายเป็นทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้นของประชาชนคนดู ดังรายนามต่อไปนี้    

หากเปรียบวงการละครเป็นเหมือนวงการฟุตบอลเมืองนอก แล้วหล่ะก็ จะขอแยกออกเป็นสมรภูมิพรีเมียร์ลีคกับสมรภูมิลีกแชมป์เปี้ยนชิพ แล้วบรรดาช่องต่างๆ เราถือเสมือน สโมสรทีมฟุตบอล ,บรรดาค่ายละครผู้จัด เราถือเสมือนเป็นเทรนเนอร์หรือผู้จัดการทีม,โค้ช, ส่วนบรรดานักแสดง หรือซุปตาร์ต่างๆ เราถือเสมือนนักเตะ ผู้เล่น ส่วนบรรดาละครเรื่องต่างๆ เราถือเสมือนแม็ทช์การแข่งขันที่สำคัญต่างๆ เป็นต้น ถ้าใช้ตรรกะของผู้เขียนเอง จะขอจัดแบ่งช่องและผู้จัดละครแยกเป็นกลุ่มพรีเมียร์ลีกกับกลุ่มลีกแชมป์เปี้ยนชิพดังนี้
กลุ่มพรีเมียร์ลีก ประกอบด้วย ช่อง 7,ช่อง 3,ช่อง one-gmm, ช่องmcot, ช่องเวิร์คพ้อยท์,ช่อง 8 และช่อง True4u
กลุ่มลีกแชมป์เปี้ยนชิพ ประกอบด้วย ช่อง THV-loca,ช่องโมโน29,ช่อง PPTV, ช่องไทยรัฐทีวี,ช่องTPBS,ช่อง 5





ขอเริ่มที่ ช่อง 7 ก่อน (เจ้าแห่งวงการละครเมืองไทย,เจ้าแห่งละครถ่ายไปออนไป)  ปีนี้ประเดิมด้วยละครใหม่ ลีลาวดีเพลิง,บ้านทรายทอง,ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท,เพื่อนแพง,อตีตา,นางชฏา,รักเร่,ดั่งสวรรค์สาป,รอยรักแรงแค้น,มรสุมสวาท,จับกัง,เลือดตัดเลือด,ปลาหลงฟ้า,เทวดาฟันน้ำนม,นางเหยี่ยวรัตติกาล,แฝดล่องหน,ข้ามากับพระ,ไฟรักเกมร้อน ,ทะเลไฟ,ขุนกระทิง,วิหคหลงลม ,สาปเสน่หา,น้ำเซาะทราย,เพลิงพระนาง,ตะพดโลกันต์,เพลงรัก เพลงลำ,เพลิงตะวัน,แหวนสวาท,เลื่อมสลับลาย,คุณชายไก่โต้ง,คนละโลก,บ้านศิลาแดง,คาดเชือก,หวานใจนายจิตระเบิด,เจ้าบ่าวกลัวฝน และบทประพันธ์ที่ซื้อไว้รอสร้างอีกมาก ฯลฯ และที่ยังรออนุมัติหรือยังไม่เป็นข่าวอีกจำนวนหนึ่ง

 
 
ช่อง 3 (คู่แข่งตลอดกาล,เจ้าแห่งละครดองค้างปี)  ปีนี้ประเดิมด้วยบางระจัน,สายลับสามมิติ,แอบรักออนไลน์,ลมซ่อนรัก,กลกิโมโน,ข้าบดินทร์,ชาติเจ้าพระยา,ซีรี่ยชุดมาเฟียเลือดมังกร (เสือสิงห์กระทิงแรดหงส์),หนึ่งในทรวง,สุดแค้นแสนรัก,นางสาวทองสร้อย,ตามรักคืนใจ,หัวใจปฐพี,เพื่อนรักเพื่อนริษยา,ใต้เงาจันทร์,เทพบุตรสุดเวหา,พ่อครัวหัวป่าก์,ผู้กองยอดรัก,สะใภ้จ้าว,นางร้ายที่รัก,ไฟล้างไฟ,กำไลมาศ,ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ,ชาติพยัคฆ์,ห้องหุ่น,พลับพลึงสีชมพู,วิมานเมขลา,แก้วตาหวานใจ,สองหัวใจนี้...เพื่อเธอ,ดอกไม้ใต้เมฆ,บ่วงอธิษฐาน,แรงตะวัน,พิรุณพร่ำรัก,วัยแสบสาแหรกขาด,สุดร้ายสุดรัก,แผนร้ายลงท้ายว่ารัก,เจ้าบ้านเจ้าเรือน แรงเงา2,สะใภ้สายลับ,มือปราบสายเดี่ยว,นายยิ้มมะยมหวาน ,เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ, และบทประพันธ์ทีซื้อไว้รอสร้างอีกมาก ฯลฯ รวมถึงละครที่รออนุมัติอยู่
 
 
ช่อง One+Gmm  (เจ้าแห่งละครทางเลือก และพล็อตสมัยใหม่)  ปีนี้คงประเดิมด้วย เงาใจ,เคหาสน์ดาว,เล่ห์รักกลลวง,หัวใจมีเงา,ร้อยเล่ห์เสน่ห์ร้าย,นางบาป,สัญญาแค้นแสนรัก,สองรักสองวิญญาณ,จัดรัก,ตี๋ใหญ่,เล่ห์รตี,บัลลังก์เมฆ,The O.C. (City of Light) ,ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด,ตะวันตัดบูรพา,น้ำตากามเทพ,Club Friday ปี 5-6 ตอนใหม่, Hormones season 3,ทอฝันกับมาวิน และบทประพันธ์ที่ซื้อไว้รอสร้างอีกมาก ฯลฯ และที่ซื้อลิขสิทธิ์มาแล้วเตรียมสร้างคือ A love to kill , F4  เป็นต้น
 
ช่องเวิร์คพ้อยท์ จะมีละครซิทคอม เรื่อง ระเบิดสิงโตทอง, เพลงรักบ้านเช่า, แม่จ๋าอย่าหักโหม และซีรี่ย์เรื่อง 7 วันจองเวร ซีรี่ย์เกมริษยา (รอลุ้นซีซั่น 2 ต่อไป)

ช่อง 8  จะมีละครเรื่อง คุณหญิงนอกทำเนียบ,ฯลฯ ตามข่าวเท่าที่ทราบ

ช่อง 9  จะมีซิทคอมใหม่ชื่อเรื่อง โอมมหาจรวย ,ซีรี่ย์ love sick season 2
ช่อง pptv จะมีละครเรื่องเพลิงดาว ตามข่าวเท่าที่ทราบ

กล่าวโดยสรุป ปี 2558 วงการละครบ้านเราก็ยังคงเป็นปีแห่งละครรีเมก ละครพีเรียด และละครโรแมนติกคอมเมดี้จิ้นฟินจิกหมอนอีกปีหนึ่ง ในขณะที่ละครในแนวทางใหม่ก็อาจมีให้เห็นบ้างประปราย เริ่มมีการซื้อลิขสิทธิ์ซีรี่ย์จากต่างประเทศมาสร้างใหม่เป็นเวอร์ชั่นไทยก็เริ่มมีให้เห็นแล้ว ต่อไปอาจกลายเป็นกระแสหลักในอีกปีสองปีข้างหน้าก็เป็นได้

ส่วนทางด้านรายการวาไรตี้ เรียลลิตี้ และเกมส์โชว์ที่เห็นเปิดตัวมาแล้วคือช่องเวิร์คพ้อยท์ ได้แก่ คดีสีชมพู รายการที่ตัดสินคดีความรักให้กับทุกคู่รักที่มีปัญหา, เท่ง โหน่ง วิทยาคม รายการบันเทิงเริงความรู้ กับเหล่าคณาจารย์สุดฮา , เชฟหม่ำ พ่อครัวหัวเหลี่ยม รายการที่ทุกเมนูเด็ดบนโลกนี้จะถูก cover ใหม่โดยพ่อครัวที่ฮาที่สุดในประเทศไทย, แฟนพันธุ์แท้ยอดนักชิม เกมโชว์น้ำลายสอ กับการค้นหาสุดยอดนักชิม, บิ๊กเบน วาไรตี้เลิศหรู โดย เบน ชลาทิศ , The Singer Thailand รายการประกวดหานักร้องเสียงคุณภาพ , Bao Young Blood การประกวดวงดนตรีสายเลือดใหม่ เพื่อสืบสานบทเพลงคาราบาว, ล้านซ่อนรูป เกมโชว์ที่ชวนให้คุณไขความลับที่ซ่อนอยู่ภายในรูป , สามสนิท กฤษณ์ ตั๊ก ป๋อง รายการที่จับเอา 3 เพื่อนซี้ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ - ป๋อง กพล ทองพลับ และ ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง มาทำภารกิจตามล่าหาสาวหน้าใสไร้เครื่องสำอางมาเผยหน้าสด, สตูดิโอโกแกง รายการเพลง เอาใจคอเพลง, Honey Hero สู้เพื่อเธอ เกมโชว์วัดใจคู่รัก ที่เขาต้องใช้กำลัง ส่วนเธอต้องใช้สมอง ตามมาด้วยรายการที่สร้างความฮือฮามาแล้วทั่วโลก อย่าง Let me in ศัลยกรรมพลิกชีวิต ซึ่งกำลังมีขึ้นในเมืองไทย โดยใช้ชื่อว่า Let me in Thailand   ในขณะที่ช่องอื่นๆ ยังคงซุ่มเงียบกับการปรับผังรายการใหม่รับปี 2558 กันอยู่ จึงยังไม่ได้เปิดตัวรายการใหม่ๆ และไม่ได้มาเป็นแพ็กเกจแบบช่องเวิร์คพ้อยท์ จึงคงต้องติดตามดูกันต่อไป ใช่ว่าช่องที่เปิดตัวก่อน แรงๆ จะเป็นผู้ชนะในสงครามเรตติ้งเสมอไป คงต้องพิสูจน์กันในช่วงเวลาจริงๆ และวัดผลเรตติ้งโดยบริษัทสำรวจเรตติ้งจริงๆ ว่าในช่วงเวลาใด ใครคือรายการยอดฮิตที่สุดที่คนเขาดูกัน
นอกเหนือจากรายการเกมส์โชว์ ,เรียลลิตี้โชว์เด่นๆ ช่องเวิร์คพ้อยท์แล้ว ช่องอื่นๆ อย่างช่อง 7 ก็มีรายการใหม่ เช่น The Choice เลือกได้ให้เดต (เรียลลิตี้โชว์แฟรนไชส์จากต่างประเทศ),รายการฮิตเดิมๆ เช่น เชฟกระทะเหล็ก และโหดมันฮา ซีซั่นใหม่ก็ยังคงน่าสนใจ, การกลับมาของเรียลลิตี้โชว์สุดฮิต The Star 11 ทางช่อง ONE ,KPN award ทางช่อง 3

ช่อง PPTV  เสิร์ฟซีรี่ย์เกาหลีเพียบ อาทิ Advertising Genius Lee Taebaek อัจฉริยะสร้างฝัน, Bigman,Mandate of Heaven โจซอน หมอหลวงบัลลังก์เลือด,King’s Daughter,I summon you Gold บ้านป่วนก๊วนไฮโซ,All my Love ครอบครัวป่วนยกขบวนฮา,ซีรี่ย์ญี่ปุ่น No Dropping Out ส่งป้ามาปราบเกรียน,ซีรี่ย์เกาหลี Golden Rainbow ทอรักสีรุ้ง,Hope for Dating,Bride of the Century คำสาปร้ายวิวาห์รัก,Medical Top Team ทีมหมอใจเพชร,Shark ล่ารักล่าแค้น,The Tomorrow People คนพันธุ์อนาคต

ซีรี่ย์ฝรั่ง Scandal เจาะเรื่องฉาวทำเนียบขาว season 3,Revolution วันเปลี่ยนโลก season 2,Nikita สวยสังหาร season 2,Intelligence สายลับสมองกล

ช่อง Mono 29  เสริฟซีรี่ย์อเมริกาสุดดัง อาทิ NCIS Los Angeles season 4,Gossip Girl season 2,CSI : NY season 2,CSI : Crime Scene Investigation season 2,Crossing Line season 1,The Vampire Daires season 2,CSI : Miami season 7,Helix season 1,Unforgettable season 1,Prison Break season 4,Thirteen เพชรฆาตรหัสระห่ำ,Terminator season 2,The Flash วีรบุรุษเหนือแสง,Hawaii Five-0 season 3,Alcatraz season 1 และซีรี่ย์จีน อาทิ Hero ศึกมหาบุรุษโค่นบัลลังก์,เพ็กฮ่วยเกี้ยม เทพบุตรงูทอง, มังกรหยก 1,เทพประยุทธ์พิชิตฟ้า


ช่อง Workpoint มีทั้งซีรี่ย์จีนและซีรี่ย์เกาหลีเพียบเช่นกัน อาทิ ซีรี่ย์เกาหลี อารัง ภูติสาวรักนิรันดร์,Who are You วิญญาณรักนักสืบ,City Hall วุ่นรักนักการเมือง,When A Man Loves ขอหัวใจเธอได้ไหม,ซุนชู ยอดบุรุษพิทักษ์แผ่นดิน, ซีรี่ย์จีน อาทิ มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ,8 เทพอสูรมังกรฟ้า

บทความ วิพากษ์ทีวีดิจิตอล : The News Station Battle การต่อสู้กันของสถานีข่าว  โดย กิตตินันท์ นาคทอง
ปรากฏการณ์รายการข่าวบนหน้าจอโทรทัศน์เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ไล่ตั้งแต่รายการข่าวช่อง 9 ที่เปลี่ยนโฉมจากข่าวในพระราชสำนักและประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล มาเป็นข่าวจากพื้นที่จริง พัฒนามาถึงรายการวิเคราะห์ข่าว รายการคุยข่าว ที่มี สรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นต้นแบบ มาถึงตอนนี้ก็เริ่มมีรายการที่เรียกว่า นิวส์โชว์เกิดขึ้น พร้อมกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการออกอากาศโทรทัศน์ในบ้านเรามาสู่ทีวีดิจิทัล

        ในช่วงการทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัล ผู้เล่นที่มาจากทีวีดาวเทียมต่างก็เปลี่ยนแปลงรูปแบบรายการข่าว เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ กสทช. โดยเฉพาะช่องข่าว ที่ในช่วงสถานการณ์การเมืองร้อนแรงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการรายงานสถานการณ์ แต่โดยรวมแล้วรูปแบบการนำเสนอก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก

        เนชั่นทีวี ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากช่องเนชั่นแชนแนลเดิม ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2557 พบว่ารูปแบบรายการไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แม้จะมีการเพิ่มเวลารายการข่าวอย่างเก็บตกจากเนชั่นในช่วงเที่ยงและช่วงค่ำก็ตาม นอกจากนี้เมื่อนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรข่าวชื่อดังมีเรื่องอื้อฉาวจนต้องงดจัดรายการ บางรายการก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

        ขณะเดียวกัน หลังการออกอากาศทีวีดิจิทัล ดูเหมือนเนชั่นทีวีจะเน้นกับการสร้างภาพลักษณ์องค์กร ตั้งแต่การเปิดตัวดาวน์ทาวน์สตูดิโอ ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ และเตรียมที่จะย้ายสำนักงานไปอยู่ที่อาคารบางกอกโค้ต สถานีบีทีเอสสุรศักดิ์ ซึ่งมีไบเทคเป็นเจ้าของ และเพิ่งหมดสัญญาเช่ากับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

        ผมเข้าใจดีกว่าช่วงนี้เนชั่นเกิดภาวะสมองไหลไปก่อนหน้านี้ เพราะมือมันสมองย้ายค่ายไปหลายสิบคน อีกทั้งยังคงรอคอยสำนักงานแห่งใหม่ที่สาทร จึงขยับขยายอะไรไม่ได้มาก แต่หากมัวแต่สร้างภาพลักษณ์ มากกว่าการสร้างความแปลกใหม่ในเชิงเนื้อหา ในระยะยาวคนดูจะรู้สึกเบื่อแล้วหันกลับไปดูช่องอื่นที่รู้สึกแปลกใหม่กว่า

        หรือจะเป็นวอยซ์ ทีวี แม้ในช่วงข่าวภาคค่ำจะให้ ธีรัตถ์ รัตนเสวี และตวงพร อัศววิไล ขึ้นมาอยู่เบื้องหน้า แต่การรายงานข่าวยังคงตอบสนองต่อกระแสข่าวจากรัฐบาล พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับนายทุนช่องคือ พานทองแท้ ชินวัตร และพินทองทา คุณากรวงศ์ บุตรของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

       ส่วนการเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2557 ซึ่งบริหารงานโดยทายาทรุ่นที่สามของผู้ก่อตั้ง จิตสุภา-วัชร วัชรพลหลังได้รับใบอนุญาตประมูลทีวีดิจิทัลจาก กสทช. ด้วยมูลค่า 3,360 ล้านบาท ระยะเวลา 15 ปี เริ่มต้นด้วยการประชัน 5 รายการสุดท้ายที่จะเข้าไปอยู่ในผังรายการที่เรียกว่า เดอะ ทีวี แบทเทิลอย่างยิ่งใหญ่

        แต่ถึงกระนั้น ผังรายการไทยรัฐทีวีในช่วงแรกๆ ก็ยังไม่แน่น เพราะในช่วงกลางวันยังคงรีรันรายการในช่วงซูเปอร์โปรแกรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการวาไรตี้ แต่ที่น่าตื่นเต้นก็คือ ไทยรัฐทีวีให้ความสำคัญกับรายการข่าวมากถึงร้อยละ 50 และกล้าที่จะเอามาชนกับละครในรูปแบบ นิวส์โชว์แตกต่างจากช่องอื่นที่มีรายการข่าวค่ำตั้งแต่เวลา 16.00 น. ด้วยซ้ำ

        รายการข่าวของไทยรัฐทีวีมีอยู่ด้วยกัน 3-4 ช่วงต่อวัน ได้แก่ เช้าข่าวชัด เวลา 06.00-09.00 น., ชัดข่าวเที่ยง 12.00-13.00 น., ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีรายการ ชัดทันข่าว เสาร์-อาทิตย์ 09.00-11.00 น. และข่าวสั้น Express News ส่วนในช่วงค่ำของทุกวันจะมีรายการข่าว ไทยรัฐ นิวส์ โชว์ เวลา 19.45-21.45 น. และครบข่าวดึก 23.45-00.30 น.

        ในส่วนของรายการ ไทยรัฐ นิวส์ โชว์ ได้ใช้สตูดิโอเสมือน (Virtual Studio) ขนาดใหญ่ เพื่อความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนฉาก ใช้อิมเมอร์ซีฟกราฟฟิก (Immersive Graphic) แบบสามมิติที่สามารถมองเห็นได้ 360 องศา ประกอบการเล่าเรื่อง และในการพยากรณ์อากาศยังใช้ข้อมูลจาก The Weather Company ซึ่งละเอียดแม้แต่ค่าแสงยูวี

        แต่ด้วยความที่ไทยรัฐทีวียังถือเป็นน้องใหม่ในวงการ จึงต้องอาศัยฐานผู้ชมจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่มียอดพิมพ์ 1 ล้านฉบับ ด้วยรายการส่งเสริมการขายที่เรียกว่า เช้าอ่านสิบ เย็นหยิบแสนด้วยการให้ผู้ชมตัดโลโก้หนังสือพิมพ์ไทยรัฐส่งชิงรางวัลทองคำหนัก 1 แสนบาท จำนวน 30 รางวัล ซึ่งจะจับรางวัลครั้งแรกในเดือนมิถุนายนนี้

        การที่ยักษ์ใหญ่ในวงการหนังสือพิมพ์ลงสนามธุรกิจสื่อโทรทัศน์ โดยเฉพาะทีวีดิจิทัล ทำให้หลายค่ายต่างหวั่นไหวพอสมควร นักข่าวภาคสนามต่างสำนักรายหนึ่งก็ชื่นชมว่าผลิตรายการข่าวได้ดี เสียอย่างเดียวคือมาช้ากว่าคนอื่น แต่ก็ดีแล้วที่ได้ออกอากาศ ไม่อย่างนั้นคนที่อยู่ข้างในจะถอดใจลาออกกัน เพราะที่ผ่านมาผลิตเองดูกันเอง เสียของเปล่าๆ

        ที่เปลี่ยนไปแบบพลิกฝ่ามือก็คือช่องทีเอชวี(THV) ซึ่งแปลงร่างมาจากช่องทีวีพูลของเจ๊ติ๋ม พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ที่ได้เครือบางกอกโพสต์ซึ่งพลาดหวังจากการประมูลร่วมผลิตข่าวในชื่อ 365 โพสต์นิวส์ ออกอากาศสามช่วงเวลา ได้แก่ 365 Morning News เวลา 06.00-09.00 น., 365 Hot News 12.00-12.30 น. และ 365 Hard News 17.00-18.30 น.

       นอกจากนี้ ยังได้ สุภาพ คลี่ขจาย มาจัดรายการเจาะประเด็นร้อน และเครือสยามสปอร์ตผลิตรายการสปอร์ตกูรู และสปอร์ตวาไรตี้ ส่วนทีวีพูลเองจะผลิตรายการข่าวบันเทิง ในสัดส่วนร้อยละ 30 ตั้งแต่รายการ อรุณสวัสดิ์จัดเต็ม, มอร์นิ่งเอนเตอร์เทน, ทีวีพูลไลฟ์, ทีวีพูลเซเล็บสปาย, คลิกมันส์ยันเช้าซึ่งเจ๊ติ๋มระบุว่า กสทช. ให้ข่าวบันเทิงจัดเป็นรายการข่าว

       แต่ที่รู้สึกงุนงง คือ ช่องทีเอชวีได้รับใบอนุญาตประเภทช่องข่าว แต่กลับมีละคร ซิทคอม ซีรีส์ วาไรตี้เรียลลิตี้ คอมมาดี้เกมส์โชว์ โดยละครเรื่องสาวน้อยคาเฟ่, ฉันรักผัวเขา, วัยฟิน, สัญญาเมื่อสายันห์, อีพริ้งคนเริงเมือง 2014, 2499 นักเลงอันธพาล, นางโชว์, เลิฟเตอรองค์, โฟร์รูม, อลหม่านบ้านสร้างดาว ฯลฯ ซึ่งแต่ละเรื่องมันไม่ได้เข้ากับช่องข่าวเลย

       สำหรับไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลมากถึง 3 ใบ คือ ช่องรายการเด็กและครอบครัว ช่องวาไรตี้ความคมชัดธรรมดา และวาไรตี้ความคมชัดสูง ปรากฏว่ากลับเลือกผลิตคอนเทนต์ที่แยกออกมาจากทีวีอนาล็อกปกติ ทำเอาคนที่อยากดูละครแบบความคมชัดสูงไม่พอใจเพราะคู่แข่งอย่างช่อง 7 ออกอากาศแบบคู่ขนานได้

       ช่วงทดลองออกอากาศ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา รายการข่าวช่อง 3 เอสดีในช่วงเย็นตั้งแต่ 16.00-18.00 น. จะเป็นรายการ ท็อปนิวส์วารตี้ (TOP NEWS VARIETY) นำเสนอ10 ข่าวเด่นประจำวันแล้วให้ผู้ชมโหวตผ่าน SMS ออกอากาศพร้อมกับช่อง 3 เอชดีส่วนหลังข่าวในพระราชสำนัก เวลา 20.00 น. จะเป็นช่วง บีอีซี นิวส์ (BEC NEWS)

       ต่อด้วยเวลา 21.45 น. จะเป็นรายการ ฮอตนิวส์ (HOT NEWS) กับ กิตติ สิงหาปัด ออกอากาศพร้อมกับช่อง 3 เอชดี ความยาว 15 นาที จากนั้นเป็นรายการวาไรตี้ ต่อด้วยเวลา 23.00 น. จะเป็นรายการ กรุณา ทอล์ค ทูมี (Talk to me) กับ กรุณา บัวคำศรี และเวลา 23.30 น. จะเป็นรายการบีอีซี นิวส์ ทูไนท์ (BEC NEWS TONIGHT)

       อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2557เป็นต้นไป ช่อง 3 เอสดี จะเป็นสถานีข่าวเต็มรูปแบบในทุกช่วงเวลา โดยเพิ่มรายการข่าวตั้งแต่ 06.00-08.00 น. รายการ เป็นข่าวเช้านี้ กับภาษิต อภิญญาวาท และอริสรา กำธรเจริญ และข่าวเที่ยงเปิดประเด็น ตั้งแต่เวลา11.00-13.00 น. ควบคู่ไปกับรายการละคร ซีรีส์ วาไรตี้ต่างๆ

       ส่วนช่อง 3 แฟมิลี่ ซึ่งเป็นช่องรายการเด็กและครอบครัว จะมีรายการแฟมิลี่ นิวส์ ทูเดย์” (Family News Today) ช่วงเวลา 17.00-18.00 น. โดยสายสวรรค์ ขยันยิ่ง, สุผจญ กลิ่นสุวรรณ, นิรมล เมธีสุวกุล และ คริสโตเฟอร์ ไรท์ ขณะที่รายการผู้หญิงถึงผู้หญิง และรายการแจ๋ว ในช่องอนาล็อกเดิมจะนำมาออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้

       นอกจากนี้ ทราบมาว่า สรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรนักเล่าข่าวชื่อดังจะผลิตรายการข่าวในช่อง 3 เอชดี ช่วงเวลา 18.00-19.00 น. ใช้ชื่อรายการ สรยุทธ ถึงคน ถึงข่าวในวันที่ 1 มิถุนายน 2557 อีกด้วย ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นรูปแบบคล้ายกับรายการถึงลูกถึงคน ในช่วงที่ผลิตให้กับ อสมท. และคาดว่าจะเป็นรายการที่สร้างเรตติ้งที่งดงามในบรรดาช่องเอชดี

       ขณะที่ช่อง พีพีทีวี (PPTV) ธุรกิจสี่อโทรทัศน์ของตระกูลปราสาททองโอสถ รายการข่าวส่วนใหญ่จะผลิตร่วม เช่น รายการยกทัพข่าวเช้า เวลา 06.00-08.00 น. ร่วมผลิตกับบริษัท ดรีมทีม เน็ตเวิร์ค หรือจะเป็นรายการเข้มข่าวค่ำ เวลา 19.00-20.00 น. ร่วมผลิตกับบริษัท นิวส์ คอนเน็ค ทั้งสองบริษัทเคยเป็นผู้ผลิตรายการข่าวให้กับ ททบ.5 มาก่อน

       หลังจากที่มีการเปลี่ยนผ่านรูปแบบจากทีวีอนาล็อก และทีวีดาวเทียม มาสู่ทีวีดิจิทัล สิ่งที่ตามมากับบุคลากรข่าวก็คือภาวะสมองไหลของค่ายสื่อต่างๆ มีทั้งการย้ายค่าย และซื้อตัวบุคลากรข่าว โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหาร ผู้อำนวยการ บรรณาธิการ ผู้ประกาศข่าว พิธีกร ผู้สื่อข่าวทีมงานเบื้องหลัง สายงานเทคนิค ช่างภาพ ประสานงานรายการ ฯลฯ

       โดยจะเลือกเอาคนที่ เป็นงานมาร่วมงาน ด้วยเหตุผลที่ว่าดึงเข้ามาแล้วก็ทำงานได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลามานั่งฝึกเด็กใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 6 เดือนถึง 1 ปีกว่าจะเข้าที่เข้าทาง อีกทั้งในช่วงที่ทีวีดิจิทัลออกอากาศ รายการข่าวมีการแข่งขันกันสูงเพื่อเพิ่มเรตติ้งจากฐานคนดูที่มีอยู่ประจำ ยิ่งหากเป็นช่องใหม่ก็หาทางแย่งชิงคนดูจากช่องเดิมให้ได้

       ภาวะสมองไหลเกิดขึ้นอย่างหนักกับค่ายสื่ออย่างน้อยสอง-สามค่าย เริ่มจากเครือเนชั่น มีคนไหลออกไปยังค่ายยักษ์ใหญ่จำนวนมาก ตั้งแต่ ประณต วิเลปสุวรรณ ย้ายข้ามห้วยไปอยู่ไทยรัฐทีวี ส่วนผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจอย่าง เทพกิจ ฉัตรสุริยาวงศ์, นเรศ เหล่าพรรณราย และสายอาชญากรรมอย่าง พชรปพน พุ่มประพันธ์ ก็ย้ายออกไปอยู่ช่อง 3

       ส่วน สมภพ รัตนวลี อดีตบรรณาธิการบริหารเนชั่นแชนแนล ลาออกพร้อมขนทีมงานนับสิบชีวิต ไปทำโปรดักชั่นเฮ้าส์ที่ชื่อ ดรีมทีม เน็ตเวิร์ค แบบเต็มตัว จากที่ก่อนหน้านี้ร่วมกับเนชั่นผลิตรายการให้กับช่อง 5 โดยเฉพาะ บรรจง ชีวมงคลกานต์ กับ วิจิตรา ดวงดี ที่ไปเป็นพิธีกรรายการ ยกทัพข่าวเช้า ทางช่อง พีพีทีวี ก็มีดรีมทีมเน็ตเวิร์คเป็นผู้ร่วมผลิต

       ขณะที่ไทยพีบีเอส ผู้ประกาศข่าวแม่เหล็กของช่องอย่าง ประวีณมัย บ่ายคล้อยและ ชัยรัตน ถมยา พร้อมด้วย กมลวรรณ ตรีพงศ์, พิมพ์นารา อรุณโน และ เบญจมาลัญช์ ทิพย์ขันทอง ย้ายไปช่อง 3 ขณะที่ อรพิน ลิลิตวิศิษฎ์วงศ์ อดีตบรรณาธิการรายการตอบโจทย์ ลาออกไปอยู่กับ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา อดีตพิธีกรรายการตอบโจทย์ที่ช่องอมรินทร์ทีวี

       ขณะที่ ททบ.5 ผู้ประกาศแม่เหล็กลาออกไปอยู่ทีวีดิจิทัล อย่าง เขมสรณ์ หนูขาว ย้ายไปไทยรัฐทีวีด้วยค่าตัวหลักแสน พร้อมกับ สืบสกุล พันธ์ดี ขณะที่ มนัส ตั้งสุข และกรสุมา เจียมสระน้อย ย้ายไปอ่านข่าวเที่ยงที่พีพีทีวี ทำให้ขณะนี้ททบ.5 ต้องประกาศรับสมัครนายทหารสัญญาบัตรชาย-หญิง ชั้นยศตั้งแต่ร้อยตรีถึงร้อยเอกเป็นผู้ประกาศข่าวไปแล้ว

       ด้าน อสมท. นอกจาก เขมทัตต์ พลเดช ที่ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ได้ทาบทามให้เข้ามานั่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่แล้ว ยังมี สุระ เกนทะนะศิล อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท. และ หทัยดิส มุ่งถิ่น อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและวิจัยตลาด อสมท. ถือเป็นมันสมองให้กับช่อง 9 มาเป็นผู้บริหารให้กับพีพีทีวีเรียบร้อย

       ขณะที่ พัชระ สารพิมพา อดีตผู้อำนวยการฝ่ายคลื่นวิทยุ 100.5 ได้ลาออกจาก อสมท. มาอยู่ที่สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ซึ่งเจ้าตัวให้เหตุผลว่า ต้องการมาทำงานให้ ศุทธิชัย บุนนาค ปัจจุบันเกษียณอายุจาก อสมท. มาเป็นประธานบอร์ดสปริงนิวส์จากการชักชวนของ ฉาย บุนนาค เจ้าของโรงพิมพ์ตะวันออก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สปริงนิวส์

       ก่อนหน้านี้ยังมีอดีตลูกหม้อของ อสมท. เข้ามามีบทบาทในสปริงนิวส์มากขึ้น ไล่ตั้งแต่ สุรชา บุญเปี่ยม นักข่าวมือรางวัลของ อสมท. มาดำรงตำแหน่ง Executive News Producer หรือจะเป็น สุวิทย์ บุตรพริ้ง นักจัดรายการวิทยุคลื่น 100.5 อสมท. ดำรงตำแหน่ง Executive News Producer และเป็นพิธีกรรายการไขปมข่าว

       ขณะที่สำนักข่าวอิศราเปิดเผยว่า นักข่าวช่อง 9 อสมท. อายุงานประมาณ 3 ปีประจำทำเนียบรัฐบาล วันนี้ได้รับการเสนอค่าตอบแทนจากช่อง 3 อัตราตอบแทน 40,000 บาทต่อเดือนซึ่งหากเป็นเรื่องจริงจะมากกว่าเงินเดือนนักข่าวเครือบางกอกโพสต์ที่ถือว่าสูงที่สุดในตลาดวิชาชีพสื่อสารมวลชน และบรรดาสำนักข่าวต่างๆ ซึ่งอยู่ที่ราว 2 หมื่นบาทต้นๆ

       ส่วนเครือบางกอกโพสต์ที่ร่วมผลิตข่าวให้กับช่องทีเอชวี ก่อนหน้านี้ได้ดึงตัว วิลาสินี แวน ฮาเรนเข้ามาดำรงตำแหน่ง Creative program group head and News anchor พร้อมดึงผู้ประกาศข่าวชื่อดัง อาทิ อัครพล ทองธราดล ที่ลาออกจากไทยพีบีเอสแล้วเป็นฟรีแลนซ์ระยะหนึ่ง กับ ศศิวรรณ เลิศวิริยะประภา ที่ก่อนหน้านี้เคยเห็นที่เดลินิวส์ทีวี

       นอกจากนี้ยังได้ดึงตัว ศุภชาติ ศุภเมธี จากโมเดิร์นไนน์ทีวี, รัฐวุฒิ มิตรมาก และ กาญจนา ทัพจีน จากเอเอสทีวี และผู้สื่อข่าวภาคสนามที่จำได้ก็มี วีระยุทธ วิริยะสัจจะจิตร จากไทยพีบีเอส, ดารินทร์ สมวงศ์ จาก ทีเอ็นเอ็น 24 รวมทั้งยังได้ดึงดีเจและดารา นางแบบมาดำเนินรายการ อาทิ ผลิตโชค อายนบุตร, พิจิตรา สิริเวชพันธ์, เกียรติยศ เกียรติสูงส่ง ฯลฯ

       ขณะที่ไบร์ท ทีวี ของสมชาย รังษีธนานนท์ ผู้ผลิตรายการข่าวห้าหน้าหนึ่ง และบันเทิงห้าหน้าหนึ่ง นอกจากได้อดีตคนข่าวไอทีวีอย่าง วรวีร์ วูวนิช มาเป็นรองกรรมการผู้จัดการสายงานผลิตแล้ว ยังได้ รัชนีวรรณ ดวงแก้ว ซึ่งย้ายมาจากสปริงนิวส์ทำหน้าที่เบื้องหลัง และหลังจากที่วรวีร์มาทำไบร์ททีวีเต็มตัว เธอได้เลิกจัดรายการเอฟเอ็ม 101 ไปแล้ว

       อดิศักดิ์ ลิมปรุงพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการเนชั่นทีวี เคยกล่าวในเฟซบุ๊กส่วนตัวไว้ว่า หากค่ายไหนประกาศตัวว่าจะเป็นสถานีข่าวแต่ทำได้ด้วยเพราะมีเงินเยอะ ตั้งหน้าตั้งตาทาบทามคนหน้าจอของสถานีอื่น หรือพูดแบบไม่ค่อยสุภาพคือซื้อคน ไม่เคยคิดลงทุนสร้างคนเองจะยั่งยืนบนความน่าเชื่อถือของข่าวสารได้อย่างไร

       สอดคล้องกับที่ให้สัมภาษณ์ในนิตยสารจีเอ็ม ระบุว่า ตอนนี้สังคมไทยถูกกระแสโฆษณาชวนเชื่อ ว่าช่อง 3 เป็นช่องข่าว ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ เขาวางโพสิชันนิ่งตัวเองไว้แบบนั้น แต่ความเป็นจริงไม่ใช่ ถ้าเป็นช่องข่าว ต้องให้ข่าวมีความสำคัญมากกว่าอย่างอื่น ไม่ใช่ว่าพอมีข่าวด่วนมาในช่วงละคร แต่คุณไม่เคยยกผังเลย แบบนี้จะถือเป็นช่องข่าวได้อย่างไร

       ขณะที่บทวิเคราะห์จากสำนักข่าวอิศรา ระบุว่า ภาวะฝุ่นตลบในวงการทีวีดิจิตอลตอนนี้ เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งว่า สื่อหลายค่ายเน้นผู้ประกาศหน้าจอ มากกว่าแข่งขันกันผลิตเนื้อหาสร้างองค์ความรู้ให้แก่ประชาชนและถ้าทีวีเมืองไทย วัดกันที่เปลือกและสายป่านอีกสักพักจะรู้กันว่าใครอยู่ ใครเก็บฉาก

       โดยส่วนตัวผมกลับมองว่า ช่องข่าวที่เกิดขึ้นอยู่ดาษดื่นขนาดนี้ นอกจากจะเน้นผู้ประกาศข่าวแล้ว การผลิตเนื้อหาก็สำคัญไม่แพ้กัน แต่เท่าที่ดูกลับพบว่าแต่ละช่องมักจะถนัดแตะข่าวชาวบ้าน ข่าวที่เป็นกระแสสังคม หรือข่าวที่มีผลกระทบกับสังคม แต่มักจะแตะข่าวการเมืองน้อยมาก หรือแตะอย่างระมัดระวังในสถานการณ์ที่ขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้

       ในปัจจุบันตลาดสถานีข่าวถูกแบ่งเป็นตลาดนีชมาร์เก็ตมากขึ้น สถานีที่มีความเกี่ยวข้องกับอุดมการณ์ทางการเมืองต่างมีฐานผู้ชมเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เอเอสทีวีก็มีฐานผู้ชมที่มีแนวคิดสนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเดิม เอเชียอัปเดตมีกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย บลูสกายมีกลุ่ม กปปส. และพรรคประชาธิปัตย์

       คนกลุ่มนี้หากจะดูข่าวจากช่องทีวีดิจิทัล ต่อให้นำเสนออย่างหลากหลายก็มักจะมองว่าไม่เข้าถึงอารมณ์เมื่อเทียบกับทีวีที่มวลชนแต่ละสีเสื้อติดตามอยู่ จะมีก็แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญที่มักจะหมุนวนไปแต่ละช่อง โดยเฉพาะสถานีข่าวหลักๆ อย่างเนชั่นทีวี สปริงนิวส์ หากสถานีข่าวอื่นๆ ไม่ตัดเข้าข่าวเพื่อตามประเด็นความน่าเชื่อก็จะลดลง

       อีกด้านหนึ่ง หากสถานีข่าวแต่ละแห่งยังเล่นประเด็นซ้ำๆ ซากๆ อยู่แทบทุกสถานี สุดท้ายคนดูจะรู้สึกภาวะที่เรียกว่า ภาวะข้อมูลท่วมท้น หรือ Information Overload เพราะทุกวันนี้ไม่ได้เสพสื่อเฉพาะโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ยังมีอินเตอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียที่เข้ามามีบทบาทต่อองค์ความรู้ แต่ก็กลายเป็นความรู้ในทำนองรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

       ขณะที่คนทำคอนเทนต์ ในเมื่อประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคมไม่มีความแปลกใหม่ ยังคงพายเรือวนอยู่ในอ่าง สุดท้ายแล้ววันหนึ่งจะเกิดภาวะที่เราต้องตั้งคำถามว่า วันนี้จะเอาอะไรไปออกอากาศเพราะแม้บางวันจะไม่มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจ แต่ทีวีก็ยังออกอากาศแบบเผาเวลากันไป ต่างจากสื่อสิ่งพิมพ์หรือเว็บไซต์ที่ยังมีความยืดหยุ่นในการนำเสนอได้

       ในช่วง 6 เดือนแรกเราจะเห็นทีวีดิจิทัลแต่ละช่องเริ่มก่อร่างสร้างตัว โดยเฉพาะช่องข่าว ก่อนที่ในช่วงปลายปีนี้จะแข่งขันกันไปอย่างน้อยๆ 1-2 ปี ตอนนั้นก็คงเห็นผลแล้วว่าใครจะเป็นดาวเด่น ใครจะเป็นดาวดับ ถึงที่สุดก็กระทบกับสัมปทานที่ กสทช. มอบให้ 15 ปี หากโฆษณาไม่เข้าเป้า ไม่มีเงินจ่าย ก็ต้องเจ๊งกันไปข้าง