วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เจ้าพ่อเพลงโรแมนติก ตอนที่ 2 (น้กร้องชื่อ ป.)

ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ (อ๊อฟ AF) นักร้องและนักแสดง ที่แจ้งเกิดจากรายการ เรียลลิตี้โชว์ ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ปี 1 (ในขณะนั้นยังเป็น ยูบีซี อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย) ปัจจุบันเป็นเจ้าของผลงานเพลงที่ได้รับความนิยมมากมาย ภายใต้สังกัด จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่   อ๊อฟ - ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ เกิดวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2528 เป็นลูกคนที่ 4 ซึ่งเป็นคนสุดท้องของครอบครัวรัตนพงษ์ โดยที่บ้านมีกิจการธุรกิจค้าไม้แปรรูป เรียนระดับประถมศึกษา ที่ โรงเรียนเทพสัมฤทธิ์วิทยา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จาก โรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน และจบการศึกษาระดับ ปวช. จาก โรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์เชียงใหม่   อ๊อฟเริ่มประกวดร้องเพลงตั้งแต่ 9 ขวบ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากเวทีต่าง ๆ มานักต่อนัก เคยขึ้นเวที Acoustic Contest ที่เชียงใหม่ ได้รางวัลวงดนตรีดีเด่น และป็อปปูลาร์โหวต เขาได้รับแรงบันดาลใจในการร้องเพลงจากพี่สาวผู้เคยอยู่ใน KU Band  กลางปี พ.ศ. 2547 อ๊อฟได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 12 นักล่าฝัน เจ้าของรหัส V6 ผ่านเข้าสู่โครงการ ยูบีซี อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ปี 1 ซึ่งมีรูปแบบเป็นรายการ เรียลลิตี้โชว์ ที่ผู้ชมสามารถชมชีวิตนักล่าฝันได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถร่วมโหวตให้กับเหล่าบรรดานักล่าฝัน เพื่อให้สามารถอยู่ในโครงการได้จบครบจำนวน 9 สัปดาห์ ซึ่งในแต่ละสัปดาห์ผู้ชมจะได้รับชมคอนเสิร์ต ที่นักล่าฝันจะมาร้องเพลงตามโจทย์เพลงที่เปลี่ยนแปลงไปทุกสัปดาห์ ซึ่งอ๊อฟก็แสดงความสามารถจนชนะใจแฟน ๆ โหวตให้อ๊อฟอยู่ถึงนัดชิงชนะเลิศ และได้ตำแหน่งรองอันดับ 2 ไปครอง  ภายหลังจากความสำเร็จของรายการ ยูบีซี อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ปี 1 บริษัท ยูบีซี จึงเซ็นสัญญา มอบหมายให้ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ บริหารนักล่าฝันทั้ง 11 คน และได้ออกอัลบั้มเดี่ยวพร้อมๆ กับเพื่อนกลุ่ม V friends ซึ่งประกอบไปด้วย อ๊อฟ -วิทย์ -จีน -ซีแนม -ปอ -น้ำตาล เมื่อ 14 ธันวาคม 2547  โดยอัลบั้มแรกของอ๊อฟ ใช้ชื่อว่า AOF : V Friends เพลง “จากคนรักเก่า” และ “Would U Please” เป็นเพลงสร้างชื่อของอ๊อฟในฐานะศิลปินหน้าใหม่ ส่งผลทำให้อ๊อฟได้รับรางวัล ศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม แชนแนลวีไทยแลนด์  ครั้งที่ 4 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2548  เพลงสร้างชื่อเสียงต่อมาคือเพลง "ตะวันยังมีให้เห็น" จากอัลบั้มพิเศษ A3 Music Project และเพลง "อย่าใกล้กันเลย" เพลง cover จากอัลบั้ม Gift   อัลบั้มที่ 2 ใช้ชื่อว่า To Be Continued  มีเพลงที่เป็นที่นิยม คือเพลง "หยุดไม่ได้...ขาดใจ" และ เพลง "คำถามที่ต้องตอบ" เป็นเพลงที่อ๊อฟถ่ายทอดอารมณ์เพลง และแสดงมิวสิควิดีโอเป็นคนบ้าได้เป็นอย่างดี  อัลบั้มที่ 3 Offering Love เพลง "ของที่เธอไม่รัก" เป็นเพลงฮิตเพลงแรก ตามด้วยเพลง "แทงข้างหลัง...ทะลุถึงหัวใจ"ด้วยเนื้อเพลงที่โดนใจ การถ่ายทอดบทเพลง รวมถึงมิวสิควิดีโอภาคต่อคนบ้าที่อ๊อฟแสดงออกมา จนเป็นข่าวดังว่าชักนำคนฆ่าตัวตาย?  ส่งผลให้เพลงนี้ไต่อันดับชาร์ตเพลงตามคลื่นวิทยุต่างๆ อย่างรวดเร็ว  ผลงานเพลงอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 4 ใช้ชื่อว่า This is...Aof  มีเพลงที่เป็นที่นิยม คือเพลง "เหตุผล 108" "ผิดทั้ง 2 คน" "เธอไม่รัก" รวมทั้งเพลงสุดฮิต "จุดอ่อนของฉันอยู่ที่หัวใจ" เพลงประกอบละครดัง "สวรรค์เบี่ยง" ทางช่อง 3 จนติดอันดับครองแชมป์อันดับ 1 มากมาย  ผลงานเพลงอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 5 Life is Colorful มีเพลงที่เป็นที่นิยม คือเพลง คือเธอหรือยัง อยากให้รู้...รักไม่มีวันเปลี่ยน ผู้ชายคนนี้กำลังหมดแรง และฝุ่นละออง พร้อมกับมีผลงานเพลง "เธอคือดวงใจของฉัน" เพลงประกอบละคร "ดวงใจอัคนี" ทางช่อง 3  ปัจจุบันมี single ล่าสุดชื่อ เจ็บแต่จบ เรื่องจริงจากรายการ Club Friday โดย เอิ้น พิยะดา


ป็อบ ปองกูล สืบซึ้ง 1 ในสมาชิกวงแคลอรี่ส์ บลาห์บลาห์  ป็อบ เข้าสู่วงการเพลงจากการเข้าร่วมประกวดร้องเพลงในรายการ First Stage Show ทางททบ.5 โดยได้รองชนะเลิศ ปีเดียวกับไอซ์ ศรัณญู วินัยพานิช (แชมป์รายการ First Stage Show) และเมื่อหนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนวัฒน์ เห็นแววในความสามารถและเสียงร้อง จึงชักชวนมาเป็นศิลปินในอัลบั้ม ร่วมร้องเพลงในอัลบั้ม Sleepless Society ชุดแรก ชื่อเพลง North Star  จากนั้นป๊อบ ก็ได้โอกาสจากผู้ใหญ่ในค่ายแกรมมี่ ให้ออกอัลบั้มในนามของศิลปินคู่ที่ชื่อ แคลอรี่ส์ บลาห์ บลาห์ ร่วมกับอีก 1 คน คือ วิน และเพลงเปิดตัวและแจ้งเกิดของเขาคือ "คนไม่เข้าตา" เป็นฝีมือการแต่งคำร้องโดยหนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ ซึ่งถือเป็นผู้ปลุกปั้นป๊อบให้วงการเพลงได้รู้จักเขา

แคลอรี่ส์ บลาห์ บลาห์ (อังกฤษ: Calories Blah Blah) เป็นคู่ดูโอสัญชาติไทย มีสมาชิกคือ “ป็อบ - ปองกูล สืบซึ้ง” และ “วิน - อัศวิน ดุริยางกูร” โดยมีผลงานอัลบั้มแรกคือ อัลบั้ม Calories ต่อมาออกผลงานอัลบั้มที่นำเพลงเก่ามาทำใหม่ในชุด Big Man & a Little Jazz ที่มีเพลงดังอย่าง “ยืนยัน” มิวสิกวิดีโอเพลงแรกจากอัลบั้มที่ได้สายป่าน - อภิญญา สกุลเจริญสุข มาเป็นนางเอก  หลังจากที่ห่างหายไป 3 ปีกับอัลบั้มแรกจึงออกผลงานอัลบั้มชุดที่ 2 Hi season ที่มีซิงเกิ้ลแรก อย่างเพลง "ฤดูอกหัก" และเพลงที่ 2 คือ "อย่าไปไหนอีกนะ"


ผลงานอัลบั้ม Calories (Extra LOVE XL) , Coffee Break  , Big Man & a Little Jazz

Hi season (2551)

Sugar added (2552)

Love Delivery (2553

ป๊อด โมเดิร์นด็อก หรือ ธนชัย อุชชิน เกิดวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 เป็นนักร้องและนักดนตรีชาวไทย นอกจากผลงานกับวงโมเดิร์นด็อกที่เขาร่วมก่อตั้งแล้ว ธนชัยมักมีผลงานร้องเพลงให้กับ บอย โกสิยพงษ์ อยู่เสมอ ซึ่งเพลงที่ทำให้เขามีชื่อเสียง เช่น ...ก่อน, รักคุณเข้าแล้ว, รักคุณเข้าอีกแล้ว, บุษบา, ติ๋ม, เจ้าหญิง   ธนชัย สำเร็จการศึกษาที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลและโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นนักร้องนำวงโมเดิร์นด็อก หนึ่งในวงที่บุกเบิกแนวดนตรีอัลเทอร์เนทีฟในประเทศไทย  โมเดิร์นด็อก (อังกฤษ: Moderndog) นักดนตรีกลุ่มแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกของไทย เป็นหนึ่งในนักดนตรีกลุ่มแรก ๆ ที่จุดประกายดนตรีทางเลือก (อัลเทอร์เนทีฟ) ให้ได้รับความนิยมได้ประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2537  โมเดิร์นด็อกเริ่มต้นจากวงดนตรีนิสิตที่ชนะการประกวด โค้กมิวสิกอวอร์ด ประจำปี พ.ศ. 2535 จากนั้นได้ออกอัลบั้มชุดแรก โมเดิร์นด็อก-เสริมสุขภาพ ในปี พ.ศ. 2537 สังกัดค่ายเบเกอรี่มิวสิค โดยมี "สุกี้" กมล สุโกศล แคลปป์ เป็นผู้อำนวยการผลิต ด้วยแนวดนตรีแบบ ฟังก์ โซล โมเดิร์นร็อก และกรันจ์ที่ผสมผสานกันลงตัว อัลบั้มดังกล่าวจึงประสบความสำเร็จมาก และได้จุดประกายดนตรีทางเลือกแก่วงการดนตรีเมืองไทยนับแต่นั้น
สมาชิกในวงประกอบด้วย ธนชัย อุชชิน • เมธี น้อยจินดา • ปวิณ สุวรรณชีพ • สมอัตถ์ บุณยะรัตเวช

ผลงานอัลบั้ม โมเดิร์นด็อก (2537) • คาเฟ่ (2540) • Love Me Love My Life (2544) • แดดส่อง (2547) • ทิงนองนอย (2551)


ผลิตโชค อายนบุตร (เป๊ก) เกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2527 เป็นนักร้องชาวไทย

เมื่อเป๊ก อายุได้ประมาณ 6 ขวบ คุณพ่อต้องย้ายไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลียจึงย้ายตามไปทั้งครอบครัว ได้ศึกษาที่โรงเรียน Cabramatta Public School ในซิดนีย์ ศึกษาระดับอนุบาลและประถมที่โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก และยังได้เป็นตัวแทนรำมังคละของโรงเรียนอีกด้วย ระดับมัธยมที่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า (ต.อ.น.) และ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สาย ศิลป์ - ภาษา ( อังกฤษ -ฝรั่งเศส) และระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาดุริยางคศาสตร์สากล (Major Voice)  มีผลงานที่เป็นที่รู้จักจากเพลง “ไม่มีใครรู้” ในอัลบั้ม ONE MAN STORY ชุดที่ 1 จากนั้นจึงมีผลงานอัลบั้มชุดแรกชื่อ ONE ผลิตโชค ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ มีเพลงดังไม่ว่าจะเป็นเพลง “หรือแค่ขำๆ”, “ใจหนึ่งก็รักอีกใจก็เจ็บ” และ “นิทานหิ่งห้อย” จากนั้นก็ได้ร่วมงาน อีกครั้งใน ONE MAN STORY #2 อัลบั้ม LOVE PASSION มีเพลงดังคือ “ชู้ในใจ” และจากนั้นก็ออกผลงานเดี่ยวชุดที่ 2 คือ I’m IN LOVE หลังจากนั้นได้รวมตัวกันตั้งวงทรีโอ ในนาม "เป๊ก-อ๊อฟ-ไอซ์" กับอัลบั้ม TOGETHER มีเพลงดังอย่าง "แค่คนโทรผิด"โดยมีเพลง ไม่รักอย่าทำให้คิด เป็นเพลงเดี่ยวของตนเองในอัลบั้ม และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เป๊กได้ย้ายจากค่ายแกรมมี่มาอยู่กับค่ายเอ็กแซ็กท์  ปัจจุบันเป๊ก ได้ย้ายกลับมาอยู่กับค่าย Humbrella ในเครือ GMM Grammy อีกครั้ง และมีแผนจะเปิดตัวอัลบั้มใหม่เร็วๆนี้


ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ (ปิงปอง) หนุ่มนักดนตรีเสียงดีจากรั้วจามจุรี ที่มักจะมากับ กีต้าร์ เพราะๆ และน้ำเสียงลีลาการร้อง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียกว่า “เสียงแหบเปี่ยมเสน่ห์” ปิงปองเข้าสู่วงการเพลงโดยเริ่มจากการร้องเพลงประกอบละครให้กับค่ายเอ็กแซ็กท์ โดยได้รับโอกาสจากคุณบอย ถกลเกียรติ ในช่วงแรกแทบจะเป็นนักร้องฝ่ายชายที่ผูกขาดการร้องเพลงประกอบให้กับละครโทรทัศน์ของค่ายเอ็กแซ็กท์มากมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเพลง “แทนใจ” เพลงประกอบละคร "เพลงผีบอก" / เพลง “รักเธอนิรันดร์” เพลงประกอบละคร “รอยรักรอยอดีต” / “รักเธอจนเหนื่อยหัวใจ” เพลงประกอบละคร “ร้อยเล่ห์ เสน่ห์ร้าย” จนได้ฉายาว่า เจ้าพ่อเพลงประกอบละคร ซึ่งในปี 2000 ศิรศักดิ์ ได้ปล่อยอัลบั้ม "Sirasak" อัลบั้มแรกในชีวิต และ “Love Story” อัลบั้มที่ 2 ในปี 2001 ตามด้วย “Third Step” อัลบั้มที่ 3 ในปี 2002 และ “Color of Love” อัลบั้มที่ 4 ในปี 2003นอกจากนี้ยังได้มีการรวบรวมเพลงไว้ในอัลบั้มพิเศษมากมาย หลังจากที่รู้สีกว่าถึงจุดอิ่มตัว จากอัลบั้ม “Color of Love” ในปี 2003 ศิรศักดิ์ ก็ได้ก้าวออกมาเพื่อที่จะตามความฝันของตน โดยการเปิดร้าน Choobeedoo Bar แต่ก็ไม่ได้ลืมสิ่งที่ตัวเองรักคือเสียงเพลง ซึ่งได้ผันตัวไปทำงานเบื้องหลัง ทำงานเพลงโฆษณา นอกจากนี้ยังได้ไปร่วมร้องเพลงใน อัลบั้ม Remind ของ Luck Music, มีส่วนร่วมในการเรียบเรียงเพลงในอัลบั้ม Behind the songs ของหมอ เอิ้น พิยะดา รวมไปถึงการเป็น Producer และร้อง 2 เพลงใน อัลบั้ม Choobeedoo Bar Test 1 ที่มีศิลปินอินดี้ ชื่อดังอย่าง Teddy Sky และล่าสุดได้ทำแต่งเพลง “ระบำ” ให้วงแก่วง Supersub
วันนี้ “ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์” กลับมาอีกครั้งกับบ้านหลังใหม่ Sony Music พร้อมด้วยแนวเพลง ดนตรีและเนื้อหาที่ลึกซึ้งมากขึ้น แต่ยังคงความโรแมนติกอยู่ในบทเพลง ผ่านน้ำเสียงที่มีเส่หน์เฉพาะตัว พร้อมจะกลับมาสร้างความประทับใจให้แฟนเพลงอีกครั้ง อัลบั้มชุดใหม่นี้ใช้เวลาอย่างจริงจัง จริงๆก็คง 1 ปี นิดๆพอดี Concept อัลบั้มนี้ก็คือจะเน้นไปทางเรื่องของดนตรี และเนื้อร้อง จริงๆหนักไปทางเนื้อร้องครับ คือผมกับพี่ต่อ กรกฎ เมฆยงค์ producer จะวิธีคิด เกี่ยวกับเรื่องเนื้อเพลงไปด้วยกันได้ทำให้รู้สึกว่า เราน่าจะทำงานเพลงร่วมกัน โดยอัลบั้มนี้ศิริศักดิ์ ได้ทำหน้าที่เป็น Co-producer โดยมีพี่ต่อ กรกฎ เมฆยงค์ เป็น Producer ที่เคยทำงานเบื้องหลังให้ศิลปินหลายท่านไม่ว่าจะเป็น หมอเอิ้น พิยะดา และ กบ เสาวนิตย์ นอกจากนี้ก็จะมี ป้อมมือกลองวง HUM, เอ๊าะมือเบสเก่า ของวง Skykick Ranger, ตั้มมือกลองวง Amateur, หนึ่ง มือกลองวง Bangkok Connection และ โจ๊ก อดีตมือกลองของวง December มาช่วย ในด้านเนื้อร้องในเพลง “ยินดีรับฟัง” ได้หมอเอิ้น พิยะดา ที่มีภาษาของการมองโลกในแง่ดี ที่เขียนเพลงอย่าง “รักยังไงมันก็คือรัก” ของ แอน ธิติมา มาช่วยเขียนเนิ้อเพลง และได้ “โป โปษยะนุกูล” ที่เคยเขียนเพลง “แอบเหงา” ของเสนาหอย มาช่วยควบคุมให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง

ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว (ปั่น) เกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2495 เป็นนักร้อง นักแสดงชาวไทย เป็นบุตรคนสุดท้องใน 8 คน ศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์พระนคร และระดับอุดมศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยทำงานที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ  และยังเป็นมัคคุเทศก์ ภาษาสเปน

เคยเป็นนักร้องนำวง The Bless มีสมาชิก คือ มือกีต้าร์ สุรสีห์ อิทธิกุล ,มือเบส สมชาย กฤษณะเศรณี ,มือกลอง โชด นานา และออกผลงานเดี่ยวหลายชุด ผลงานอัลบั้มแรกกับค่ายครีเอเทีย มีเพลงดังอย่าง "รักนิรันดร์", "ฉันยังคอย", "พ่อ" ต่อมาผลงานอัลบั้มชุดที่ 2 ก็มีเพลงดังอย่าง "รักยืนยง", "รักล้นใจ" แต่ออกผลงานกับค่ายครีเอเทียได้ 3 ชุดจึงย้ายไปอยู่กับค่าย Marketing & Concept ได้เพียงชุดเดียว จึงย้ายมาอยู่แกรมมี่ แล้วต่อมาเปิดค่ายเอง คือค่าย Oh! My God จนในปี 2544 จึงย้ายกลับไปแกรมมี่เช่นเดิม ตั้งแต่ชุด Be Cool
ทางด้านผลงานการแสดงมีผลงานละครอย่าง พ่อจ๋าหาแม่ให้หน่อย,นางฟ้าสีรุ้ง,บ้านแตกสาแหรกไม่ขาด,แม่เลี้ยงต่างดาว,พ่อแกแม่ฉัน และยังมีผลงานภาพยนตร์อย่าง ฝันบ้าคาราโอเกะ (2540), เกิร์ลเฟรนด์ 14 ใสกำลังเหมาะ (2545) ซึ่งจากภาพยนตร์เรื่องนี้เองทำให้เขาได้รับรางวัลผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จากรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ในปี พ.ศ. 2545
ผลงานที่เป็นอัลบั้มส่วนตัว 10 อัลบั้ม มีดังนี้
2528 : ปั่น (ฝันที่หลุดลอย) - ค่ายครีเอเทีย
2529 : ปั่น ปั่น (อยากรู้) - ค่ายครีเอเทีย
2530 : ปั่น ปั่น ปั่น (เฝ้าคอย) - ค่ายครีเอเทีย
2532 : สนธยา - ค่าย Marketing & Concept
2534 : พยัคฆ์ร้าย ศูนย์ ศูนย์ ปั่น - ค่ายแกรมมี่
2536 : บอกรัก - ค่ายแกรมมี่
2540 : ดอกไม้และก้อนหิน - ค่าย Oh! My God
2542 : Go On - ค่าย Oh! My God
2544 : Be Cool - ค่ายแกรมมี่
2547 : วันศุกร์ - ค่ายแกรมมี่

โปเตโต้ (อังกฤษ: Potato) คือ วงดนตรีร็อกสังกัดค่ายแกรมมี่ เป็นวงดนตรีที่ได้รับความนิยมสูงมากในหมู่วัยรุ่นไทยในปัจจุบัน มีผลงานเพลงออกมาหลายอัลบัม เคยยุบวงไปครั้งหนึ่งเมื่ออดีตนักร้องนำคือ ปีย์ชนิตว์ อ้นอารีเสียชีวิต แต่ก็กลับมาตั้งวงใหม่ โดยมีนักร้องนำคนใหม่คือ ปั๊บ หรือ พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุขและผลิตผลงานเพลงออกมาจนมีชื่อเสียงในปัจจุบัน

พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข (ปั๊บ) เกิดเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2524 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เรียนจบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการโฆษณามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประสบความสำเร็จจากการเป็นสมาชิกวงโปเตโต้ และขึ้นเป็นนักร้องนำ หลังการเสียชีวิตของปีย์ นักร้องนำคนแรกของวง
ปีย์ บ๋อม โน้ต เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่จากโฆษณาโค้ก มีความสดใสและความสามารถทางดนตรี และ ความฝันที่จะก้าวเข้าสู่ วงการเพลง จึงได้ฟอร์มวงขึ้นมา โดยเติมสมาชิกใหม่อีก 2 คนนั่นคือ ปั๊บ นักร้องนำ (เพลงช้า) และมือเบสหญิงคนเดียวของวงคือ นุช ผ่านการ audition เข้าวงโดยพี่ๆทีมงาน และ producers ผลิตผลงานเพลงในอัลบั้มแรกชื่อว่า โปเตโต้ แต่ในเวลาต่อมานุช ได้ไปศึกษาต่อ และปีย์ได้เสียชีวิต ในขณะที่กำลังทำอัลบั้มชุดที่2 โปเตโต้จึงฟอร์มวงขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับ สมาชิกใหม่อีก 2คน คือ โอม กับ วิน และทำผลงานเพลงต่อมา



หลังจากอัลบั้ม Sense (2550) หลังจากที่บ๋อมออกจากวง ชื่อวงได้เปลี่ยนจาก the POTATO เป็น Potato ใช้ในผลงานเพลงเรื่อยมา
ผลงานอัลบั้มเต็ม

1 Potato (พ.ศ. 2544)
2 Go...On (พ.ศ. 2546)
3 Life (พ.ศ. 2548)
4 Sense (พ.ศ. 2550)
5 Circle (พ.ศ. 2552)
6 Human (พ.ศ. 2554)


ไฮดร้า คือวงดนตรีไทยแนวป๊อบร็อค หรือศิลปินดูโอ ก่อตั้งและมีผลงานเพลงในปี พ.ศ. 2535 โดยมีสมาชิกหลัก 2 ท่านคือ นครินทร์ กิ่งศักดิ์ (ป้าง) และ ธนา ลวสุต (ปอนด์) โดยป้างเป็นคนแต่งคำร้อง และปอนด์แต่งทำนอง อยู่ในค่ายนิธิทัศน์ ไฮดร้าได้รับรางวัลสีสันอวอร์ด สาขาวงดนตรีหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ปี 2535 จากอัลบั้มชุดเดียวคือ "อัศเจรีย์" ซึ่งใช้เวลาเตรียมตัวทำอัลบั้มนานถึง 5 ปี   ข้อมูลการก่อสร้างวงนั้น มีรายงานอยู่สองทาง บางรายบอกว่า ป้าง แต่งเนื้อเพลงขึ้นมาแล้วนำไปให้ ปอนด์ จากนั้นก็เกิดเป็น "ไฮดร้า" ในผลงานชุดแรกจะสังเกตว่า เนื้อเพลงในอัลบั้มเป็นฝีมือของป้างแทบทั้งสิ้น โดยปอนด์เป็นผู้แต่งทำนอง ดนตรีและเรียบเรียงเสียงประสาน ทั้งนี้เพราะก่อนหน้านี้ ปอนด์เคยรวมวงกับเพื่อนทำวงดนตรี ฟีดแบค ในแนวเทคโนป๊อป(ทั้งวงใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้าทั้งหมด) และผลงานอยู่ในระดับฝีมือเสียด้วย เพียงแต่มีเหตุต้องยุบวงไป ความหมายของชื่อวงไฮดร้าจึงสื่อว่า เมื่อหน่อหนึ่งตายไปก็จะเกิดใหม่เป็นสองหน่อ ซึ่งก็คือวงเก่าของปอนด์กลายมาเป็น ป้างกับปอนด์ จึงเป็นที่มาของชื่อวงดนตรีแนวป๊อปที่มีฝีมือจัดจ้านโดยสมาชิกสองคน ส่วนอีกแนวทางคือปอนด์ได้ติดต่อป้างให้มาช่วยทำงานชุดใหม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามผลงานที่ออกมาก็คุ้มค่าแก่การจดจำของแฟนเพลงป๊อปไทยมานานหลายปี มีเพลงป๊อปชั้นดีอย่างเช่น น.ส.หุ่นยนต์, ไว้ใจ, ไกลเท่าเดิม หรือ ตัวปลอม แม้กระทั่ง "ดึกแล้ว" เพลงเดียวที่ปอนด์ร้องในอัลบั้มครั้งแรกซึ่งมีเนื้อหากินใจและท่วงทำนองอันไพเราะจนถึงทุกวันนี้  หลังแยกจากวงไฮดร้า ป้างกลายเป็นศิลปินเดี่ยวโดยออกอัลบั้มอีกหลายชุดกับค่าย โซนี่ มิวสิก และ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ตามลำดับ ขณะที่ ปอนด์ ได้ย้ายจากนิธิทัศน์ไปทำงานเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และได้เป็นผู้บริหารค่ายเพลงในเครือชื่อ "แกรมมี่ คิวเอ็กซ์" อยู่ช่วงหนึ่งจนปิดตัวลง จากนั้นได้เป็นผู้บริหารค่ายเพลง จีโนม เรคคอร์ดส ในเครือ อาร์.เอส. แล้วกลับมาทำงานเพลงให้กับแกรมมี่จนถึงปัจจุบัน
สมาชิกวงไฮดร้าได้ประกาศรวมตัวอีกครั้งเพื่อขึ้นคอนเสิร์ต "The Famous Five A Tribute To Hydra" ในวันที่ 15 มีนาคมพ.ศ. 2553 ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก โดยเป็นการแสดงสดของศิลปิน 5 วงที่นำเพลงของวงไฮดร้ามาขับร้องใหม่ ภายใต้การดูแลของ พันกร บุณยะจินดา และวงไฮดร้าในฐานะศิลปินต้นฉบับก็ได้ร่วมขึ้นเวทีในครั้งนี้ด้วย


อัลบั้ม อัศเจรีย์ พ.ศ. 2535
รายชื่อเพลง
1.ไว้ใจ
2.น.ส. หุ่นยนต์
3.ไอ้มดแดง
4.ตัวปลอม
5.นายแม้น
6.เครื่องบินตามหมา
7.ดึกแล้ว
8.ไกลเท่าเดิม
9.ของรักของหวง
10.ชุดแดง








วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บาป 10 ประการ ที่เกิดขึ้นในประเทศสาระขัณฑ์

1.รวบรวมจารชนจากทุกสาขาอาชีพโดยเฉพาะนักธุรกิจ พ่อค้า นักเลง อดีตนายทหาร นายตำรวจ ข้าราชการเก่า มาจัดตั้งบริษัทการเมือง เพื่อทำธุรกิจการเมือง ในนามของพรรคการเมือง เพื่อจุดมุ่งหมายคือเข้าสู่อำนาจให้ได้ เพราะต้องการหาผลประโยชน์จากเงินงบประมาณของแผ่นดิน ผ่านการทุจริตคอรัปชั่น ทุจริตเชิงนโยบาย หรือสร้างโปรเจ็คท์ต่างๆ โดยกำหนดเป็นนโยบายบ้างหรือโครงการต่างๆ เพื่อตอบสนองนโยบายที่ได้วางไว้แต่แรกแล้ว จากนั้นก็จะมีการจัดซื้อจัดจ้าง มีการล็อคสเป็ค กินหัวคิว ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน บางคนตั้งบริษัทขึ้นมาโดยใช้นอมินีบังหน้า เพื่อมารับงานของทางราชการอีกที ซึ่งตัวเองเป็นคนเซ็นอนุมัติโครงการประมูลเหล่านั้นก็มี ส่งคนของตัวเองไปนั่งเป็นบอร์ดในรัฐวิสาหกิจ หรือในองค์กรอิสระ องค์การมหาชนต่างๆ เพื่อจะได้มีส่วนในผลประโยชน์และรับรู้ข้อมูลเบื้องลึกอันจะเป็นประโยชน์ต่อการแสวงหาผลประโยชน์ต่างๆ ที่เรียกว่าธุรกิจการเมือง โดยใช้ประชาชนเป็นฐานบันได เป็นเพียงเครื่องมือ ข้ออ้าง หรือแม้แต่กระทั่งเป็นเหยื่อทางการตลาดเท่านั้น ซึ่งยุคหลังๆ ที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือนโยบายประชานิยมและตามมาด้วยโครงการประชานิยม และงบประมาณต่างๆ อันเกิดจากนโยบายประชานิยมเหล่านั้น


2.ออกกฎหมาย แก้ไขกฎหมาย หรือแม้กระทั่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อมารับใช้ หรือตอบสนองผลประโยชน์ของนักการเมืองเหล่านั้น โดยอ้างว่าเป็นผลประโยชน์ของประชาชน รวมถึงการเข้าไปแก้ไขสัญญาของภาครัฐกับเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายผลประโยชน์สัมปทาน ภาษี ที่จะต้องให้กับรัฐ มีการเปลี่ยนแปลงให้ลดลง หรือเปลี่ยนแปลงสารัตถะ ไปเป็นการจ่ายแบบรูปแบบอื่นที่ทำให้ค่าใช้จ่ายหรือรายจ่ายลดลง ทำให้กระทบต่อผลประโยชน์หรือรายได้ที่จะเข้ารัฐ เช่น กรณีแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือของค่ายยี่ห้อนึง ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวโยงกับผู้มีอำนาจรัฐ ที่ทำให้จ่ายค่าสัมปทานลดลง กรณีเรียกได้ว่าเป็นกรณีศึกษาที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมืองที่ชัดเจนที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสาระขัณฑ์

3.ใช้เงินซื้อเสียง ซื้อใจ ซื้อจิตวิญญาณ คนในหลายภาคส่วนมาเป็นพวกตน จัดตั้งกลุ่มก้อน ลัทธิทางการเมือง มาเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวงานมวลชนนอกรัฐสภา โดยอ้างว่าเป็นภาคประชาชนที่ไม่ได้จัดตั้ง เป็นชาวบ้านโดยบริสุทธิ์ที่มาสนับสนุนพรรคการเมืองเหล่านั้นจริงๆ เครือข่ายที่เขาต้องการซื้อมีตั้งแต่ อดีตนักการเมืองที่มีฐานคะแนนเป็นของตนเอง เป็นส.ส.หลายสมัย อดีตนายทหารใหญ่ๆ ทนาย อดีตผู้พิพากษา อัยการ ส.ว. นักการเมืองท้องถิ่น(หัวคะแนน,อบต.กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน) พ่อค้า นักธุรกิจ นักเลงหัวไม้ มือปืน ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น นักวิชาการ สื่อมวลชน บุคคลผู้เป็นผู้นำในองค์กรอิสระ ผู้นำแรงงาน ผู้นำม็อบหรือกลุ่มสมัชชาต่างๆ แม้กระทั่งดารา (Celeb) ฯลฯ มาเป็นพวกตน แล้วอาศัยเครือข่ายบุคคลเหล่านี้ ร่วมเคลื่อนไหวหรือเคลื่อนไหวออกหน้าแทน ในการสนับสนุนการกระทำของนักการเมือง หรือพรรคการเมืองเหล่านั้น โดยอ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชนโดยส่วนใหญ่ที่เลือกเขาเข้ามา ไม่ว่าการกระทำหรือกิจกรรมเหล่านั้นจะผิดต่อหลักนิติธรรม ครรลองคลองธรรม ศีลธรรมบรรทัดฐานของสังคม อย่างไรก็ได้ โดยไม่แคร์ต่อคำครหาของสังคมหรือสื่อมวลชน ขอให้บรรลุเป้าหมายที่เขาตั้งหวังเอาไว้ โดยใช้กลไกทั้งในสภาและนอกสภา บางครั้งถ้ากลไกในสภาไม่สำเร็จผล ก็จะใช้กลไกนอกสภาเป็นตัวกดดันแทน เพื่อหวังให้สังคม ประชาชนโดยส่วนใหญ่ต้องยอมรับไปด้วย

4.พอโดนจับได้ไล่ทัน จนมุมต่อหลักฐานทุจริต ติดสินบน ถูกฟ้องในคดีฉ้อฉล ทุจริตมากมาย คอรัปชั่นในหลายๆ กรณี ก็จะจัดจ้างทีมทนาย (ขายตัว,เนติบริกร)มาต่อสู้คดี เล่นลิ้น ตลบตะแลง เป็นศรีธนญชัยหาช่องโหว่ในทางกฎหมายมาต่อสู้คดีให้พ้นผิด พอประชาชนภาคส่วนอื่นที่ไม่ได้สนับสนุน ออกมาชุมนุมต่อต้าน เรียกร้องความเป็นธรรม ความไม่โปร่งใส เรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทุจริตและการใช้อำนาจรัฐไปในทางไม่ถูกต้อง ก็จะถูกกลั่นแกล้ง ถ้าเป็นสื่อมวลชนก็จะถูกสั่งปิดปาก ห้ามแฉ ถ้าแฉก็จะโดนถอดรายการหรืองดโฆษณา (ดังกรณีรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ถูกถอดรายการจากช่อง 9 แบบฟ้าผ่า โทษฐานไปวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในขณะนั้น) ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาหรือภาคประชาชน ก็จะใช้กองกำลัง ชายฉกรรจ์ที่ไปจัดตั้งหรือซื้อมาตามข้อ 3 ไปบังคับข่มขู่ คนที่ออกมาต่อต้าน หรือบางครั้งถึงกับไปลงไม้ลงมือ ใช้กำลังประทุษร้าย ทำร้ายร่างกายคนที่ถูกหมายหัวเอาไว้ว่ามีพฤติกรรมเป็นปรปักษ์จากระบอบอำนาจชั่วเหล่านั้น ตัวอย่างของกรณีนี้ก็คือ กรณีโอ๋ สืบ 6 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ของประชาชนหรือนี่) ไปลงมือลงไม้กับชายชรา ที่มาชุมนุม หรืออย่างกรณีกองกำลังของลัทธิคลั่งความรุนแรง ไปปิดล้อมสื่อมวลชนรายหนึ่งบริเวณย่านบางนา ซึ่งเป็นการคุกคามสื่ออย่างชัดเจนในยุคนั้น พอโดนทหารทำการรัฐประหารในเวลาต่อมาก็โกรธแค้น ด่าทอทหาร ด่าทอผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ (ซึ่งพยายามทำให้คลุมเคลือโดยไม่รู้ว่าหมายถึงใคร) ด่าทอขุนนางที่เรียกว่าอำมาตย์ สร้างวาทกรรมแปลกๆ เช่น 2 มาตรฐาน ไพร่กับอำมาตย์ ปากก็เรียกร้องความเป็นประชาธิปไตยปาวๆๆ แต่พฤติกรรมกลับไม่ต่างจากลัทธินาซี ของฮิตเล่อร์ คือนิยมความรุนแรง ใครเป็นปรปักษ์ก็จะส่งคนไปทำร้าย เช่น การชุมนุมของภาคประชาชนส่วนอื่นๆ ที่เป็นปรปักษ์ของระบอบอำนาจชั่วก็จะส่งมือดีไปยิงจรวด M79 เข้าไปกลางวงชุมนุมทำให้ประชาชนที่มาชุมนุมบาดเจ็บ ล้มตาย และหวาดกลัวไม่กล้าเข้ามาชุมนุม ซึ่งเป็นแผนสกัดคนที่จะมาเข้าร่วมชุมนุมต่อต้าน แล้วก็จะอ้างว่าคนที่มาทำร้ายเป็นพวกมือที่สาม รัฐบาลในระบอบอำนาจชั่วไม่เกี่ยว

5.สมคบคิดกับต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศมาย่ำยีประเทศสาระขัณฑ์ ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกี่ยวเนื่องด้านพลังงาน มีการตกลงแบ่งผลประโยชน์กันอย่างลงตัว ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติไม่ใช่ผลประโยชน์ที่จะไปแบ่งกันเป็นการส่วนตัวได้ และการเจรจาต้องแบ่งผลประโยชน์กันอย่างยุติธรรมบนเงื่อนไขของความเท่าเทียม ถูกต้องของหลักเขตแดน และจะต้องโปร่งใส ประชาชนต้องตรวจสอบได้ แต่ผู้มีอำนาจในระบอบอำนาจชั่วร้ายนั้น กลับไปมุบมิบทำกันอย่างลับๆล่อๆ และนำผลประโยชน์ของประเทศไปเป็นของส่วนตัวและไปทำข้อตกลงลับๆ แบ่งผลประโยชน์กันระหว่างผู้มีอำนาจของ 2 ประเทศ แต่ประชาชนและประเทศชาติเสียเปรียบไม่ได้ผลประโยชน์ไปด้วย ซึ่งการนำเอาผลประโยชน์ของประเทศไปแลกเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวนี้นำมาซึ่งหายนะต่างๆมากมายกับประเทศ เช่น การที่ยอมให้ประเทศเพื่อนบ้านคู่กรณีนี้รุกล้ำดินแดนอธิปไตยของชาติเข้ามากินแดนล้ำอาณาเขตประเทศเข้ามามากและเป็นการถาวร สุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดน ทำให้ประชาชนที่เคยตั้งรกรากอยู่บริเวณนั้นมาเก่าก่อนได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส โดยรัฐบาลก็ไม่เคยเหลียวแล อีกทั้งยอมให้ประเทศเพื่อนบ้านคู่กรณีจับคนสาระขัณฑ์ในดินแดนสาระขัณฑ์ไป โดยอ้างว่าบุกรุกดินแดนเขา ทั้งๆที่อยู่ในผืนดินของสาระขัณฑ์เอง โดยที่รัฐบาลก็ไปยินยอมตามประเทศเพื่อนบ้านนั้น อีกทั้งยังนำพาประเทศไปเข้าสู่กระบวนการของศาลโลก มรดกโลก ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่ามีประเทศมหาอำนาจหนุนหลังอยู่และประเทศมหาอำนาจเหล่านั้นก็ให้การสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้านคู่กรณีมากกว่าเรา เพราะล้วนมีผลประโยชน์ในอาณาดินแดนเหล่านั้น และหวังในผลประโยชน์ด้านพลังงานแทบทั้งสิ้น ล่าสุดยังเปิดประเด็นใหม่เปิดทางให้กับต่างประเทศ ทั้งอเมริกาและ UN มาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศเรา แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของเรา จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม กรณีนี้ถือว่าเข้าข่ายมีเจตนาจงใจจะให้เป็นเช่นนั้น ได้ปลุกประเด็นเรื่องการยกเลิกรัฐธรรมนูญในมาตรา 112 มาก่อนหน้าเป็นระลอกอย่างต่อเนื่องในหลายๆ กรณีต่างกรรมต่างวาระ ที่เกี่ยวกับหมวดการวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์ กับกรณีอื้อฉาว คดี sms อากง ที่ถูกศาลตัดสินว่าผิดและโดนลงโทษจำคุก 20ปี และอ้างว่าเป็นการลงโทษเกินกว่าเหตุ มีการปลุกกระแสประเด็นเรื่องนี้ทั้งประเด็นย่อยคือเรื่องอากง ซึ่งโยงไปสู่ประเด็นหลัก คือ ต้องการให้มีการยกเลิกมาตรา 112 ถ้าหากระบอบอำนาจชั่วบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ทำไมกรณีนี้ กระทรวงต่างประเทศของรัฐบาลจึงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ที่จะตอบโต้เรื่องนี้ออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา และ UN เพราะกรณีนี้ถือได้ว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในอย่างหน้าด้านๆ และยิ่งการมากล่าววิพากษ์วิจารณ์ให้ยกเลิก ม.112 ในรัฐธรรมนูญของสาระขัณฑ์ ซึ่งเป็นหมวดที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ซึ่งแม้ว่าประเทศนี้จะไม่มีกฎหมายในหมวดนี้เลยก็ตาม แต่สถาบันกษัตริย์ก็ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ ของประชาชน ผู้ใดจะมาละเมิดมิได้ นี่เป็นเสียยิ่งกว่าวัฒนธรรม รากเหง้า วิถีชีวิต จิตวิญญาณของเรา ต่างชาติมีสิทธิอะไรมาชี้นำ หรือมายุ่งอะไรด้วย คือถ้าเขาไม่รู้จริงๆ ในข้อนี้ก็ควรจะชี้แจงออกไปให้รับทราบ และถ้าเป็นรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ่าอยู่หัวอย่างแท้จริงแล้ว เขาจะต้องตอบโต้ออกไปอย่างทันควันแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้ภาคประชาชนออกแถลงการณ์ตอบโต้แทน อย่างในกรณีของกลุ่มสยามสามัคคี กลุ่มประชาชนชาว social network ร่วมกันเข้าไปต่อว่าแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อน ท่วมท้นใน facebook ของสถานฑูตอเมริกา โดยที่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ที่รักสถาบัน รักชาติจะไม่มีใครยอมเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว ผู้เขียนขอย้ำว่ากรณีนี้ต้องออกแถลงการณ์ตอบโต้และประณามการกระทำของสหรัฐและ UN ด้วยซ้ำ

6. ทำทุกอย่างให้สามารถชนะการเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาล เพื่อจะกุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ ในช่วงที่ถูกรัฐประหารไปแล้ว ในตอนแรกเมื่อรู้ว่ามีรัฐบาลชั่วคราวมาปกครองแล้วไม่จัดการขุดรากถอนโคนระบอบอำนาจชั่วนี้เสีย ทำให้เหิมเกริมได้ใจ จึงใช้กลไก เครื่องมือที่มีอยู่ ก็คือลัทธินิยมความรุนแรงออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมกดดัน ให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ให้ยกเลิกอำนาจพิเศษ องค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นมาระหว่างการรัฐประหาร เช่น คตส. เพราะมาตรวจสอบความผิดของตัว จนต้องเข้าสู่คดีและอำนาจของตุลาการ จนเป็นที่มาที่ทำให้ต้องหลบหนีออกนอกประเทศ เพราะไม่อยากติดคุก และก็ถูกศาลอายัดเงินสดกว่า 4หมื่นกว่าล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน ทำให้โกรธแค้นและต้องการอยากจะได้เงินสดคืน รวมถึงล้างความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตัว จึงต้องทำทุกวิถีทางให้ชนะเลือกตั้ง และพอเมื่อชนะเลือกตั้งกลับมาได้อย่างถล่มทลายแล้วก็ยังมีพฤติกรรมแบบเดิมๆ คือ ทุจริตคอรัปชั่น แก้ไขกฎหมาย แก้รัฐธรรมนูญ ซื้อคนมาเป็นพวก ใครเป็นปรปักษ์ก็ส่งคนไปข่มขู่ รังแก ทำร้าย และเมื่อนายกนอมินีถูกตัดสินให้มีความผิดจนต้องหลุดจากตำแหน่ง ต่อมาดันญาติอีกคนขึ้นมามีอำนาจได้ไม่นานก็ถูกศาลตัดสินในคดียุบพรรค เนื่องจากถูกฟ้องว่ากรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งให้สินบนหรือซื้อเสียงเลือกตั้ง ซึ่งมีหลักฐานพยานชัดเจน จนทำให้ศาลตัดสินยุบพรรค จนต้องมีการเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาลมาเป็นคู่แข่งทางการเมืองขึ้นมาแทน อันนี้จึงเป็นที่มาของการชุมนุมประท้วงต่อต้าน ขับไล่รัฐบาล ปิดสี่แยก มีกองกำลังคนชุดดำแอบแฝงในม็อบ ยิงทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร มีการปิดถนน สร้างบังเกอร์ สร้างชุมชน เมืองชั่วคราว ประกาศเป็นอาณาเขตอิสระปกครองตนเอง ทำราวกับประเทศไม่มีขื่อไม่มีแปร บุกโรงพยาบาล ตรวจรถยนต์ของประชาชนที่จะขับผ่านทาง มีการปาระเบิด ยิงทำร้ายประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มีการเผายางรถยนต์ที่ขนเข้ามาในย่านใจกลางเมือง โดยมีการเตรียมการไว้อยางเป็นระบบ มีการบัญชาการจากนักโทษหนีคดีตัวพ่อที่อยู่เมืองนอก โดยโฟนอินเข้ามาในที่ชุมนุมทุกวันๆ โดยอ้างว่าหากประชาชนโดนทำร้ายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ จะมานำการชุมนุมด้วยตัวเอง จนป่านนี้ยังลอยละล่องเป็นสัมพเวสีอยู่ต่างแดนอยู่เลย ไม่กล้าจะกลับมา สุดท้ายมีการบงการขั้นสุดท้ายในช่วงที่ทหารเผด็จศึกม็อบด้วยการสั่งเผาห้าง ในเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองนั่นแหละ ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่เห็นอเมริกาหรือ UN มันจะประณามผู้ชุมนุมเลย อย่างนี้เรียกว่าการชุมนุมโดยสงบหรือว่าเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยโดยบริสุทธิ์หรือ ทำไมคุณพ่อท่านอเมริกาไปหลับหูหลับตาอยู่ที่ไหน ทีอย่างเรืองแบบนี้ทำไมถึงไม่มาแทรกแซงกิจการภายในบ้านเราหล่ะ นี่แหละทำให้เห็นจุดยืน ธาตุแท้ของมหาอำนาจอย่างอเมริกาได้เป็นอย่างดี

7.เมื่อใช้ความรุนแรงและได้เข้าสู่อำนาจแล้ว แต่ยังไม่สามารถชนะใจคนชั้นกลางและคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ จึงเปลี่ยนแผนมาเป็นใช้กระบวนการบ่อนทำลายสถาบัน หรือล้มเจ้าในความหมายของกลุ่มต่อต้านระบอบอำนาจชั่ว เพราะเขารู้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของประเทศนี้ ถ้าหากเขาจะชนะได้อยางเบ็ดเสร็จก็คือทำให้ประชาชนไม่ศรัทธาสถาบันพระมหากษัตริย์ และเกลียดสถาบันพระมหากษัตริย์ กรณีนี้ก็อย่างเช่น ดา ตอร์ปิโดในที่สุดก็แพ้คดีต้องถูกศาลตัดสินจำคุก 15 ปี ในคดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือคดีอากง ก็เช่นเดียวกัน ก็ถูกศาลตัดสินแล้ว ซึ่งเป็นกระบวนการเดียวกัน
รวมถึงในกรณีของการออกมาประท้วงของคอลัมนิสต์สาวชื่อดัง พิธีกร และนักเขียน ที่ชื่อนางสมทรง (เมียไอ้ฟัก) นั่นแหละ ซึ่งทำให้ในโลก social media ฮือฮา เข้าไปด่ากันอย่างมากมาย ก็ล้วนเป็นกระบวนการเดียวกัน ซึ่งก็เกี่ยวโยงกับกรณีที่กลุ่มนิติราษฏร์ ออกมาเคลื่อนไหวให้มีการล้มล้างผลจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และพูดไปถึงรัฐบุรุษปรีดี พนมยงค์ทำการอภิวัฒน์ประเทศในช่วงปี 2475 ด้วย ที่เกี่ยวกับบทบัญญัติเรื่องการใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ทั้งหมดนี้ผู้เขียนคิดว่ามีการเขียนบทโดยมีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน ขอบอกว่าบทหนังเรื่องนี้เขียนออกมาไม่สนุก ไม่เนียน และสตอรี่ธรรมดา แต่พล็อตเรื่องจับทางได้ คนเขียนบทสาระเลวมากนะ ทีหลังอย่าทำอีกนะ เพราะไมมีใครยอมให้หนังคุณฉาย หรือทนดูได้อยู่แล้ว

8.และเมื่อเล่นไม้แข็งยังไม่สำเร็จ จึงลองวิธีใช้ไม้นวมดูบ้าง เดินแผนปรองดอง ซึ่งจริงๆ ก็เริ่มคลำทางมาตั้งแต่ก่อนหน้าจะชนะเลือกตั้งหนล่าสุดแล้วนะ จำอีตาแก่ชาละวันที่เป็นผุ้กว้างขวางอยู่ที่พิจิตรได้มั๊ย เดินสายปรองดอง ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อทุกกลุ่ม จากนั้นก็บินไปรายงานความคืบหน้าที่ดูไบ โดยแกล้งไปเจอกันโดยบังเอิญที่ศรีลังกา (จ๊ะเอ๋) เขาทำในฐานะอะไรไม่ทราบ ทั้งๆ ที่ในขณะนั้นยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลอีกขั้วนึงด้วยซ้ำ อีกทั้งตนเองเป็นผู้มีอำนาจในภาครัฐแต่กลับไปเจรจากับนักโทษหนีคดี แทนที่จะไปเจรจาให้เข้ามอบตัวกลับมารับโทษ แต่กลับไปเจรจาทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์แอบแฝง จากนั้นพอเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลโคลนนิ่งของระบอบอำนาจชั่ว ก็หายไปเลย ไม่มีบทบาท กลายเป็นมีตัวละครอื่นขึ้นมาแทน ได้แก่ บิ๊ก (อาบัง) ที่เคยเป็นผู้ก่อรัฐประหารโค่นล้มอำนาจระบอบอำนาจชั่ว มาทำหน้าที่เดินสายปรองดองแทน ซึ่งประชาชนก็มึนตึ๊บเลย ทั้งงง ทั้งเศร้า ทั้งสมเพชกับชะตากรรมของตัวเขาและบ้านเมืองจริงๆ ทำไมคนๆ นี้ถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้ จากกรรมการห้ามมวยกลายมาเป็นลูกหาบของนักชกมุมแดงไปได้ยังไงเนี่ย หรือผีบ้าเข้าสิงบังตา จนต้องเรียกริว จิตสัมผัสมาช่วยดูหน่อยแล้วว่าวิญญาณชั่วอะไรเข้าสิงแกหรือเปล่า แผนการปรองดองนี้คือต้องการล้มกระดาน คืออภัยโทษให้กับนักโทษทางการเมืองทุกกลุ่ม ทุกสี และเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงผู้มีอำนาจสั่งการ ในเหตุการณ์ทางการเมืองย้อนหลังไปถึงปี 2549 ซึ่งเป็นเพียงเหยื่อล่อ เพราะเป้าประสงค์ใหญ่ก็คือต้องการนิรโทษกรรมแก่นักโทษหนีคดีผู้นั้น ผู้เขียนอยากจะหยิบยกเอาคำปรารภของเสด็จพ่อ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ อัญเชิญมากล่าวไว้ ณ ที่นี้เพื่อเตือนใจคนไทยหรือใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในการทำร้ายทำลายบ้านเมืองให้จงระวังเอาไว้ให้ดี ดังนี้

บันทึกของเสด็จใน

กรมหลวงชุมพร เขตรอุดมศักดิ์



เจอบันทึกนี้ให้เอาคำต่อไปนี้ของกูไปประกาศให้คนรู้ว่า

"กูกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักด์"

ผู้เป็นโอรสของพระปิยมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า

แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษ ได้เอาเลือดเอาเนื้อเอาชีวิตแลกไว้

ไอ้อีมันผู้ใด คิดชั่วร้ายทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ฤา กระทำการทุจริต ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม

จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว

ก่อนที่ที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม

อันเป็นที่รักของกู

ตราบใดที่คำว่า "อาภากร"

ยังยืนหยัดอยู่ในโลก กูจะรักษาผืนแผ่นดินสยามของกู

ลูกหลานทั้งหลาย แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา

มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น

แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข

มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น

จากหนังสืออนุสรณ์พระนคร '39

9.แผนการอภัยโทษ นิรโทษกรรม ให้กับเจ้าลัทธิระบอบอำนาจชั่ว โดยอาจจะออกเป็น พรบ.แทน ภายหลังจากแผนภารขออภัยโทษในช่วง 5 ธันวา โดยออกเป็น พรฏ ไม่สำเร็จ โดยครั้งนี้ก็จะใช้วิธีเอาพวกมากลากไป กดขี่ด้วยกำลัง ไม่ให้ใครมาเป็นปรปักษ์ขัดแย้งได้ แต่หากมีก็จะใช้มวลชนจัดตั้งลัทธินิยมความรุนแรงเข้าไปเคลื่อนไหวจัดการหรือเผชิญหน้ากับพวกคัดค้าน ต่อต้าน หรือเป็นปรปักษ์ โดยไม่กลัวคำครหานินทา หรือไม่สนใจหลักนิติรัฐ นิติธรรม จรรยาบรรณ ใดๆ ที่ใครๆ จะอ้าง เพราะมันเป็นมาตรฐานของฉัน ใครไม่เห็นด้วยไม่สน แต่หากฉันทำไม่ได้ คนอื่นทำถูก ฉันจะบอกว่าเป็น 2 มาตรฐานทันที การคุกคามอำนาจตุลาการ หรือบรรทัดฐานการตัดสินคดีของศาล ถูกคุกคามหนักในยุคนี้ โดยอ้างเรื่องมาตรฐานการตัดสินที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยไม่ได้ไปดูว่ามูลเหตุแห่งคดี หรือเจตนาการกระทำผิดกฏหมายต่างกรรมต่างวาระนั้นอยู่บนพื้นฐานเดียวกันหรือไม่ ไม่ต่างอะไรกับขี้แพ้ชวนตี หรือพวกอันธพาลชอบหาเรื่อง และก็ควบคู่ไปกับอำนาจตุลาการ คืออำนาจทหาร ก็ถูกบ่อนทำลายโจมตีอย่างเป็นกระบวนการมากในยุคนี้ มีการสร้างกระแส วาทะกรรมเรื่องทหารฆ่าประชาชน ทหารต้องการทำปฏิวัติรัฐประหาร อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดหย่อน เพราะเขาต้องการทำลายอำนาจตุลาการกับอำนาจทหาร เพราะเป็น 2 สถาบันที่เหลือของสังคมเท่านั้นที่จะสามารถต่อกรหรือทำลายกระบวนการของเขาได้

10.ข้อสุดท้ายนี่สิ ผู้เขียนกลัวที่สุดและไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย นั่นก็คือหากเขาใช้ทุกวิถีทางแล้วทั้งไม้แข็งและไม้นวมแล้วไม่สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของเขา เขาอาจเลือกทางสุดท้ายนั่นคือ เผชิญหน้าใช้กำลังความรุนแรงแบบซึ่งหน้า หรือที่เรียกว่า การยึดอำนาจด้วยกำลัง เพื่อหวังเผด็จศึก ซึ่งเขามีกองกำลังเป็นของตนเองด้วย โดยการปูทางจัดตั้งหมู่บ้านคลั่งลัทธิความรุนแรง ได้แพร่กระจายไปในหลายจังหวัดหลายตำบล เปรียบเสมือนเชื้อชั่ว ผีดิบ ซอมบี้ ที่มันพร้อมจะกินเลือด และลุกขึ้นมาทำร้ายทำลายบ้านเมืองได้อีกรอบนึง โดยไม่หวั่นเกรงกฎหมายใดๆ หรืออาจจะใช้วิธีการสร้างสถานการณ์ไม่สงบ ดังเช่น ข่าวการวางระเบิดจำนวนมากมายในช่วงนี้ ซึ่งดูยังไงๆ ก็เหมือนการจัดฉากโดยหวังผลสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ บ่อนทำลายความเชื่อมั่น ให้ประเทศเสียหายย่อยยับทั้งทางเศรษฐกิจ ภาพพจน์การลงทุน การท่องเที่ยวเสียหายย่อยยับ ซึ่งก็จะเป็นแรงกดดันให้ประชาชนต้องเดือดร้อนและก็หวังพึ่งรัฐบาล พยายามทำให้ชนชั้นกลางอ่อนล้าลงทั้งทางด้านกำลังซื้อ จะได้ลดแรงต่อต้านการอยู่ในอำนาจของเขา ซึ่งทั้งหมดจะเป็นไปตามแผนการชั่วร้ายเหล่านั้นหรือไม่ คำตอบมีอยู่ในความคิดของประชาชนส่วนใหญ่อยู่แล้ว ว่าจะทนต่อกระบวนเหล่านี้ได้นานแค่ไหน

เจ้าพ่อเพลงโรแมนติก ตอนที่ 1 ( ศิลปินที่ชื่อ..สุ )

สุชาติ ชวางกูร (พี่ต้น) เป็นนักร้องชายคนแรกและคนเดียวที่ได้รับรางวัลจากการประกวดร้องเพลงในงาน Asia Amateur Singing Contest (AASC) ที่ฮ่องกง มีผลงานอัลบั้ม 5 ชุดแรกกับบริษัท EMI (Thailand) คือชุดสายธาร, ฝันรัก, Live in Concert, ไกลรัก และดั่งเม็ดทราย ซึ่งมีเพลงที่ได้รับความนิยมอยู่มากมาย เช่น เพลง สายธาร, ภวังค์รัก, ดวงฤดี, ฝากรักมากับเสียงเพลง, คืนนี้มีเพียงดาว, ฝันรัก, เมื่อใจฉันมีเธอ, ไกลรัก, สตรี, เพื่อน, เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป, ดั่งเม็ดทราย และใจรัก
จากนั้นได้ออกอัลบั้มกับบริษัท CBS SONY (Thailand) อีก 2 ชุด คืออัลบั้ม เมื่อความรักเรียกหา และจากฉันถึงเธอ หลังจากนันเขาก็ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างที่ศึกษาอยู่ก็ได้ออกอัลบั้มอีก 6 ชุด กับบริษัทรถไฟดนตรี คือ เพราะขอบฟ้ากว้าง, Love Letters, หัวใจใกล้กัน, ลูกทุ่งกรุงเทพ 1 และ 2 และพลิ้วไหวในสายลม
ทางด้านผลงานการแสดงภาพยนตร์ ในฐานะผู้แสดงนำฝ่ายชาย 4 เรื่องคือ ขอแค่คิดถึง กำกับการแสดงโดยหม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย, ดั่งเม็ดทราย กำกับการแสดงโดย สรวงสุดา ชลลัมพี ซึ่งทั้งสองเรื่องแสดงคู่กับ ใหม่ เจริญปุระ และเรื่อง พิศวาส แสดงคู่กับ อรพรรณ วัชรพล (พานทอง) กำกับการแสดงโดย สรวงสุดา ชลลัมภีร์ ส่วนเรื่อง ยิ้ม แสดงคู่กับปิยะนุช นาคคง ซึ่งกำกับการแสดงโดย คุณฉลอง ภักดีวิจิตร
 
สุชาติ ชวางกูร สำเร็จปริญญาโทถึง 3 สาขาคือ Master of International Management (MIM ) จาก University of Denver, Master of Science in Finance (MS-Finance) จาก University of Colorado และ Master of Science in Economics (MS-Economics) จาก State University of New York ภายหลังสุชาติ ชวางกูร กลับมาอยู่เมืองไทย รับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ร.ร.ดุสิตธานี หัวหิน นอกจากเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ[ABAC]และเป็นวิทยากรให้กับสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา(ITD) แล้วยังเป็นอาจารย์พิเศษประจำโครงการ Y-MBA มหาวิทยาลัยรามคำแหง สอนวิชาการบริหารการเงิน (Financial Management) ให้กับ น.ศ. ระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ
ปัจจุบันคุณสุชาติรับราชการเป็นข้าราชการประจำตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร (เทียบเท่า รองอธิบดี ระดับ 9 )สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) สังกัด กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ)


คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ที่จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันอายุย่างเข้าสู่ปีที่ ๗๗ ท่านได้รับการศึกษาตั้งแต่เบื้องต้นจนจบชั้นมัธยมปีที่ ๖ ที่จังหวัดบ้านเกิด ความมีแววของการเป็นนักร้องเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยที่เป็นนักเรียน โดยมักจะได้รับมอบหมายให้เป็นต้นเสียงร้องเพลงชาติที่โรงเรียนเสมอๆ
ครั้นเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๖ แล้ว คุณสุเทพก็ได้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่กับญาติที่กรุงเทพมหานคร และด้วยนิสัยรักการวาดเขียนและงานศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ท่านจึงได้สมัครเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งระหว่างที่เรียนอยู่นั้นนอกจากท่านจะแสดงฝีมืออย่างโดดเด่นในทางศิลปะแล้ว ท่านยังเป็นนักร้องเสียงดีประจำห้องเรียนอีกด้วย ในยามว่างท่านมักจะฝึกซ้อมร้องเพลงเสมอตามแบบอย่างของนักร้องที่ท่านชื่นชอบ เช่น วินัย จุลบุษปะ สถาพร มุกดาประกร ปรีชา บุณยเกียรติ ฯลฯ
คุณสุเทพได้มีโอกาสรู้จักและคุ้นเคยกับครูไศล ไกรเลิศ นักแต่งเพลงผู้มีชื่อเสียงเนื่องจากบ้านอยู่ใกล้กัน เมื่อครูไศลมองเห็นแววความสามารถของคุณสุเทพก็คิดจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมจึงชักชวนให้มาช่วยงาน เช่น ช่วยเขียนโน้ตเพลง เขียนตัวหนังสือ ตลอดจนติดตามไปช่วยงานในธุรกิจบันเทิงต่างๆ เสมอ ทำให้คุณสุเทพเริ่มคุ้นเคยกับบุคคลในวงการเพลงมากหน้าหลายตา ทั้งยังได้รับโอกาสให้ร้องเพลงสลับฉากละคร ร้องเพลงตามงานบันเทิงต่างๆ รวมไปถึงการทดลองเสียงแทนนักร้องตัวจริงก่อนที่จะทำการอัดเสียงเสมอ จากการที่ร้องเพลงได้อย่างดีเด่น ทำให้คุณสุเทพได้ร้องเพลงบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับคัดเลือกให้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงของตนเองบ้าง ต่อมาท่านได้รับการสนับสนุนจาก พลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบการร้องเพลงของท่านโดยช่วยส่งเสริมท่านในทางต่างๆ ครั้นคุณสุเทพมีอายุครบกำหนดกฎเกณฑ์ทหาร พลอากาศเอกทวีจึงได้ชักชวนให้ท่านเข้ารับราชการในกองทัพอากาศ โดยได้ประจำอยู่ที่วงดุริยางค์ทหารอากาศ ซึ่งมี ครู ปรีชา เมตไตรย์ เป็นผู้ควบคุมวง ระหว่างนั้น คุณสุเทพได้บันทึกแผ่นเสียงมากขึ้นอีก และสถานีวิทยุต่างๆ ก็ได้นำเพลงที่ท่านร้องบันทึกแผ่นเสียงนี้ไปเปิดจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างรวดเร็ว  ภายหลังจากออกจากกองทัพอากาศแล้ว คุณสุเทพก็ได้ร้องเพลงเป็นอาชีพหลักอย่างเต็มตัว ท่านได้เข้าร่วมกับคณะชื่นชุมนุมศิลปิน และได้มีโอกาสร้องเพลงทั้งในรายการวิทยุและโทรทัศน์อยู่เนืองๆ ทำให้ชื่อเสียงของท่านเริ่มเพิ่มขึ้น งานต่างๆ จึงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย และยิ่งในช่วงนั้น วงการภาพยนตร์ไทยกำลังเฟื่องฟู ท่านจึงได้งานร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้ร่วมแสดงภาพยนตร์บางเรื่องด้วย ท่านได้มีโอกาสร้องเพลงคู่กับนักร้องรุ่นพี่ท่านหนึ่งคือ คุณสวลี ผกาพันธุ์ อยู่เสมอ ในเวลานั้น คุณสวลีเป็นนักร้องยอดนิยมแห่งยุคที่มีแฟนเพลงชื่นชอบมากมาย ดังนั้นเมื่อใครซื้อแผ่นเสียงของคุณสวลีไป ก็มักจะมีเสียงคุณสุเทพติดไปด้วย ชื่อเสียงของคุณสุเทพจึงโด่งดังขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้น คุณสุเทพจึงถือว่าความสำเร็จในเบื้องต้นส่วนหนึ่งของท่านนั้น ได้รับอานิสงส์มาจากการที่ได้ร้องเพลงคู่กับคุณสวลี ผกาพันธุ์ด้วย

จุดเด่นของคุณสุเทพก็คือการที่ท่านมีน้ำเสียงที่ดีเป็นเลิศ มีลีลาในการร้องเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนุ่มนวลชวนฟัง อีกทั้งอารมณ์ที่แสดงออกมาทางน้ำเสียงและสีหน้านั้นก็สามารถสะกดใจผู้ฟังให้คล้อยตามและเข้าถึงอารมณ์ของเพลงนั้นได้อย่างพิเศษ ประกอบกับการที่ท่านเป็นผู้ที่เอาใจใส่อย่างจริงจังในการทำงาน ทำให้ท่านเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงภายในระยะเวลารวดเร็ว จนได้รับฉายาจาก รงค์ วงษ์สวรรค์ว่า "นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์" มีผลงานดีเด่นเป็นเวลาต่อเนื่องมานานกว่า 40 ปี  ในช่วงก่อนปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ คุณสุเทพได้ร่วมเดินทางไปฮ่องกง และสาธารณรัฐประชาชนจีนกับศิลปินแขนงต่างๆ กลุ่มใหญ่ จากนั้น ท่านก็ได้เดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อศึกษาทางด้านการวาดรูปที่ท่านเคยรักมาก่อนในอดีต ระหว่างนั้นท่านก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลงคนไทยที่นั่น ท่านได้เรียนวาดรูปตามความประสงค์และร้องเพลงขับกล่อมคนไทยที่ไปพำนักยังแดนอาทิตย์อุทัยประมาณ ๓ ปี จึงได้เดินทางกลับประเทศไทย

งานร้องเพลงของ สุเทพ วงศ์กำแหง สามารถแบ่งออก ๓ ช่วง ตามช่วงเวลาดังนี้
• - งานในช่วงแรก คือช่วงเริ่มต้นก่อนที่จะเดินทางไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น งานส่วนมากเป็นงานร้องเพลงประกอบละครและภาพยนตร์ งานอัดแผ่นเสียง และงานร้องเพลงตามไนต์คลับเพลงดังที่สร้างชื่อเสียงให้คุณสุเทพมากเป็นพิเศษในช่วงนั้นก็คือเพลงรักคุณเข้าแล้ว ซึ่งเป็นผลงานแต่งทำนองโดย ครูสมาน กาญจนผลิน และแต่งคำร้องโดย สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ เพลงๆ นี้ถือได้ว่าเป็นเพลงอมตะที่ยังเป็นที่นิยมต่อเนื่องตลอดมาจนทุกวันนี้ นอกจากนั้นยังมีเพลงคุณจะงอนมากไปแล้ว ผมต้องวิวาห์เสียที เพียงคำเดียว นางอาย สวรรค์มืด เท่านี้ก็ตรม และลาก่อนสำหรับวันนี้ เป็นต้น
• - งานช่วงที่ ๒ อยู่ในช่วงเวลาประมาณปี ๒๕๐๓ ภายหลังจากที่เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นในช่วงนั้น แฟนเพลงให้การต้อนรับการกลับบ้านของคุณสุเทพอย่างอบอุ่น คุณสุเทพจึงมีงานร้องเพลงเข้ามามากมายไม่ขาดสาย งานเพลงดังๆ ที่ท่านขับร้องในช่วงนั้นได้แก่เพลง เกิดมาอาภัพ อาลัยโตเกียว อนิจจา น้ำตาลใกล้มด สัญญารัก เธออยู่ไหน และเย้ยฟ้าท้าดิน เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพลงเย้ยฟ้าท้าดินนั้นเป็นเพลงที่นับว่าทำให้คุณสุเทพประสบความสำเร็จมากที่สุดเพลงหนึ่งในชีวิต
• - ช่วงที่สาม ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๑๒ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนั้น นับว่าเป็นช่วงที่คุณสุเทพก้าวไปถึงจุดสูงสุดแล้วทั้งด้านชื่อเสียงและผลงาน ดังเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้  กล่าวได้ว่า คุณสุเทพ วงศ์กำแหง เป็นนักร้องเพลงไทยสากลฝ่ายชายที่ร้องเพลงไว้มากที่สุดถึงกว่า ๓,๐๐๐ เพลง

สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว หรือ บี้ เป็นนักร้อง และ นักแสดงชาวไทย สังกัดเอ็กแซ็กท์ ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ บี้ได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศจากการแข่งขันรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาวปี 3 โด่งดังจากผลงานเพลง I Need Somebody ซึ่งได้รับรางวัลจากหลายสถาบัน ปัจจุบันมีผลงานในวงการบันเทิงในหลากหลายสาขา เช่นผลงานเพลง, ผลงานการแสดง ละครโทรทัศน์, ละครเวที, ซิทคอม  ระยะเวลา 2 ปีในการวงการบันเทิง บี้ ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลของไทยประจำปี 2551 ร่วมกับบุคคลสำคัญของไทยในแวดวงต่างๆทั้งด้านการเมืองและสังคม โดยนิตยสาร Positoning และหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลวงการบันเทิงไทย จัดอันดับโดยหนังสือพิมพ์สยามรัฐ และเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับต้นๆ จากตำแหน่ง พรีเซ็นเตอร์ชายยอดนิยม จาก OHO อวอร์ดส ปี 2551  พรีเซ็นเตอร์แห่งปี จากนิตยสาร Marketeer ในเดือนธันวาคม 2552
บี้เริ่มต้นมีชื่อเสียงในประเทศจีน จากผลงานละครโทรทัศน์ รอยอดีตแห่งรัก ที่ออกอากาศทางช่อง CCTV8 ที่ได้เรตติ้งความนิยมเป็นอันดับสอง จากการจัดอันดับเรตติ้งละครต่างประเทศของปีนั้น และได้รับเชิญขึ้นโชว์ในงาน เซี่ยงไฮ้ ทีวี เฟสติวัล 2011 และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งได้รับการต้อนรับจากแฟนชาวจีนอย่างเกรียวกราว จากผลงานละครที่ได้รับความนิยมในหลายๆเรื่องทำให้ บี้ ได้รับเลือกให้เป็น ทูตละครไทย ของสถานีโทรทัศน์ อันฮุยทีวี
ความสำเร็จในวงการบันเทิงจากรางวัลที่ได้รับเป็นปีที่สองหรือหลายปีติดต่อกัน เช่น รางวัลขวัญใจมหาชน จาก ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์, นักร้องยอดเยี่ยม จาก ท็อปอวอร์ด, นักร้องยอดนิยม จาก ซี๊ดส์ อวอร์ดส, นักร้องยอดนิยม จาก สุดสัปดาห์ อวอร์ดส เป็นต้น  ในปี พ.ศ. 2549 บี้ เข้าประกวดร้องเพลงในรายการ เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาวปี 3 ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย ทำการแข่งขัน ณ สตูดิโอมูนสตาร์ ลาดพร้าว ขณะแข่งขัน ได้รับฉายา เจ้าจิ้งจกน้อย แห่งเวทีเดอะสตาร์ และสามารถผ่านเข้าถึงรอบสองคนสุดท้าย ทำการแข่งขัน ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ได้รับตำแหน่งรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และทำให้ชื่อ บี้ (อังกฤษ: Bie) กลายเป็นที่รู้จัก  ปลายปี พ.ศ. 2549 บี้เริ่มต้นสร้างผลงานในวงการบันเทิงด้วยการรับบทเป็นพระเอกในละครเรื่อง “รอยอดีตแห่งรัก” แสดงคู่กับ พีรชยา พิณเมืองงาม กำกับการแสดงโดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ซึ่งได้รับความนิยมในขณะนั้น และเขายังได้รับโอกาสร้องเพลงประกอบละครเป็นครั้งแรก ในเพลง "ตัดใจไม่ไหว" ซึ่งเป็นเพลงในอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรก คือ อัลบั้ม เลิฟ ซีน (อังกฤษ: Love Scenes)  โดยซิงเกิลแรกที่ปล่อยออกมา คือเพลง "I Need Somebody" ซึ่งขึ้นอันดับ นิว เอนทรี (อังกฤษ: New Entry) ตามชาร์ตวิทยุอย่างรวดเร็ว ได้รับกระแสนิยมมากในขณะนั้น และยังสามารถครองอันดับ 1 ของซี๊ดเรดิโอชาร์ตได้ถึง 4 สัปดาห์ และเป็นเพลงที่ได้รับรางวัลเพลงยอดนิยมสุดซี๊ดประจำปี จาก ซี๊ด อวอร์ดส 2007 (อังกฤษ: Seed Awards 2007)  รางวัล เพลงรักแห่งปี จาก อินยังเจเนอรชันชอยส์ อวอร์ดส 2006 (อังกฤษ: In Young Generation Choice Awards 2006) และรางวัลเพลงยอดนิยม จาก รางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส 2006 (อังกฤษ: Star Entertainment Awards 2006) นอกจากนี้แล้วเพลง "I Need Somebody" ยังเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์โฆษณาโฟโมสต์ ไฮไฟว์ ซึ่งออกอากาศในปี 2550 อีกด้วย  เดือนพฤศจิกายน เอเชี่ยน เทเลวิชั่น อวอร์ดส์ (อังกฤษ: Asian Television Awards) ได้ส่งการ์ดเชิญ บี้ เดอะสตาร์ เป็นตัวแทนศิลปินไทย ขึ้นโชว์เพลง “I Need Somebody” ในงานประกาศรางวัลเอเชี่ยน เทเลวิชั่น อวอร์ดส์ 2006 ที่ ซันเทค สิงคโปร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเวนชั่น แอนด์ เอกซ์ซิบิชั่น เซ็นเตอร์
ในปี พ.ศ. 2550 “บี้” เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับนมถั่วเหลืองโฟร์โมสต์ โดยค่ายโฟร์โมสต์เลือกกลยุทธ์ใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นเจ้าแรกในตลาดสินค้านมถั่วเหลืองในขณะนั้น และในอีกไม่กี่เดือนต่อมา “บี้” เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ “โซนี่ ไซเบอร์ช็อต” (อังกฤษ: Sony Cyber Shot) ซึ่งเป็นครั้งแรกเช่นกันที่โซนี่เลือกใช้กลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์  และเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ (อังกฤษ: Brand ambassador) ให้กับโซนี่ มาจนถึงปัจจุบัน ในปีนี้บี้ได้รับโอกาสให้ลงเล่นละครเป็นเรื่องที่ 2 กับค่ายเอ็กแซ็กท์ในเรื่อง “หัวใจศิลา” คู่กับ พิชญา ศรีเทพย์  และในระหว่างถ่ายทำละครเรื่องนี้ทำให้บี้ได้รับโอกาสไปเรียนการแสดงเป็นครั้งแรก กับ หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล (หม่อมน้อย) ทำให้การแสดงของเขาพัฒนาขึ้น จึงทำให้บี้ได้รับโอกาส รับบท "ปกรณ์" ในละครเวทีเรื่องบัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล กำกับการแสดงโดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ เจ้าของละครเวทีแห่งค่ายซีเนริโอ (อังกฤษ: Scenario) ซึ่งจัดแสดงในปีเดียวกัน และทำให้เขาได้แจ้งเกิดในศาสตร์การแสดงละครเวที

รายละเอียดเกี่ยวกับบี้ เพิ่มเติมเข้าไปที่เว็บไซต์นี้ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9


สุรักษ์ สุขเสวี เป็นนักแต่งเพลงที่มีเอกลักษณ์ในการใช้ภาษาในการเขียนเพลงคือมักจะมีภาพหรือฉากอยู่ในเพลง มีผลงานเขียนเพลงทั้งกับบริษัท GMM จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (มหาชน),งานเพลงส่วนตัวกับค่ายเพลงของตัวเอง,ค่ายเพลงอื่นๆ และเพลงเพื่อบริษัทเอกชน,องค์กร,มหาวิทยาลัยต่างๆ กว่า 250 เพลง (รวมผลงานการแต่งเพลงทั้งหมดของสุรักษ์ สุขเสวี)

ประวัติ สุรักษ์ สุขเสวี เกิดวันที่ 10 ตุลาคม 2510 ที่โรงพยาบาลหมอสงวน อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นบุตรคนที่ 5 ของนายวิเชียร สุขเสวี และนางเฉลียว สุขเสวี (สถาพรศิริกุล) สุรักษ์เป็นนักเดินทางตั้งแต่เด็กเพราะครอบครัวมีอาชีพค้าผลไม้ส่ง จึงมักติดรถบรรทุกไปเที่ยวต่างจังหวัดทุกภาคของประเทศไทยด้วยเสมอ ทำให้สุรักษ์ได้ซึมซับบทเพลงทั้งลูกทุ่ง ลูกกรุง และเพลงสากลในยุค 1970 ที่ทั้งพี่ชายและคนขับรถบรรทุกผลัดเปลี่ยนกันเปิดให้ฟัง เป็นพื้นฐานสำคัญให้เขารู้จักความสละสลวยงดงามทั้งภาษาและท่วงทำนองของบทเพลงแต่ละแบบทั้งเพลงไทยและสากล จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่สุรักษ์เป็นหนึ่งในนักแต่งเพลงจำนวนน้อยคนที่สามารถเขียนเพลงด้วยภาษากลอนกวีได้แบบเพลง “วิมานดิน” (นันทิดา แก้วบัวสาย) หรือ “ลมหนาวและดาวเดือน” (ปนัดดา เรืองวุฒิ) , รัตนโกสินทร์ (สุรสีห์ อิทธิกุล) , King Of Kings ฯลฯ ประวัติการศึกษา ประถมศึกษา 1 - 5 ร.ร.อภิบาลกุลบุตร อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ประถมศึกษา 6 ร.ร.สตรีวรนาถ เทเวศร์ มัธยมศึกษา ร.ร.วัดมกุฏกษัตริยาราม ประโยควิชาชีพ ปวช. การตลาด วิทยาลัยพณิชยการพระนคร ประโยควิชาชีพ ปวส. การโฆษณา วิทยาลัยพณิชยการพระนคร (ปัจจุบันคือคณะสื่อสารมวลชนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร)  เข้าสู่วงการเพลง สุรักษ์เริ่มตามหาความฝันและเส้นทางดนตรีของตัวเองด้วยการแต่งเพลงเก็บเอาไว้จำนวนหนึ่ง จากกีตาร์ราคาถูกและวิทยุเทปบันทึกเสียงที่คุณพ่อยอมลงทุนซื้อให้เมื่อรู้ว่าบุตรชายของตัวเองชอบแต่งเพลง แม้ฐานะของครอบครัวไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วอัดส่งไปให้ค่ายเพลงต่างๆ ต้องผ่านอุปสรรคมากมายเพราะไม่รู้จักคนในวงการดนตรี ทำตั้งแต่ไปดัก เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ ที่ห้องบันทึกเสียงศรีสยาม เปิดหนังสือดนตรีหาที่อยู่ของ ชาตรี คงสุวรรณ นักแต่งเพลงที่ชื่นชอบแล้วตามไปถึงบ้าน ในที่สุดก็พบว่าคนที่ให้คำตอบเรื่องนี้กับเขาได้โดยตรงคือ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดังของ บ.แกรมมี่ แล้วตามนิติพงษ์จนเจอด้วยการเปิดสมุดโทรศัพท์โทรหาถึงบ้าน ลูกศิษย์รุ่นแรกๆของนิติพงษ์ที่ประสบความสำเร็จมาพร้อมๆกับสุรักษ์คือ จักราวุธ แสวงผล, วรัชยา พรหมสถิต, ชนะ เสวิกุล, กฤชยศ เลิศประไพ (The Must),มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ปี 2533 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นการเป็นนักแต่งเพลงอาชีพของสุรักษ์ เพียงปีแรกที่เริ่มทำงาน ลายมือของเขาก็เริ่มบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ทางภาษา เช่นเพลง หัวใจขอมา วิมานดิน หมากเกมนี้ แทนคำนั้น นาทีที่ยิ่งใหญ่ ฯลฯ งานเขียนเพลงทำให้เขาได้พบชีวิตที่อิสระ เดินทางคนเดียว ใช้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของประเทศไทยเป็นที่เขียนเพลง แต่สุรักษ์บอกว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตการทำงานของเขาคือการได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับ เรวัต พุทธินันทน์ หลังวงการเพลงต้องสูญเสีย เรวัติ พุทธินันทน์ ไปในปลายปี 2539 สิ่งทิ่เกิดขึ้นทำให้คนในตึกแกรมมี่ปั่นป่วน ทีมงานแตกออกเป็นหลายทีมย่อย สุรักษ์เป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจลาออกเป็นนักแต่งเพลงอิสระตั้งแต่ต้นปี 2544 เปิดบริษัทเล็กๆของตัวเองชื่อบริษัท MIND MEDLEY (I Feel Fine Music) ทำอัลบั้มอินดี้ รับแต่งเพลงให้บริษัทองค์กรต่างๆ มากมาย เขียนหนังสือ และเป็นวิทยากรสอนการแต่งเพลงให้กับสถาบันต่างๆเป็นบางครั้ง ผลงานหลังจากที่ออกจากการเป็นนักแต่งเพลงประจำบริษัทแกรมมี่ ที่เห็นคืออัลบั้ม “ดนตรีสีคราม” (2544) เป็นอัลบั้มอินดี้ที่สุรักษ์ สุขเสวี แยกออกจากแกรมมี่มาทำเอง โดยไม่ได้ทำโปรโมชั่น แนวเพลงเป็นแนวป๊อบร็อค แต่ไม่ตามแนวตลาด จนอัลบั้มนี้กลายเป็นของสะสมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบผลงานของสุรักษ์ มีเพื่อนฝูงพี่น้องคนดนตรีระดับแนวหน้าของเมืองไทยมากมายร่วมงานในอัลบั้มนี้ โดยสุรักษ์ สุขเสวี รับเหมาหน้าที่เป็นทั้งโปรดิวเซอร์ แต่งเพลงเองทั้งคำร้อง - ทำนอง และร้องเอง เป็นอัลบั้มที่มีกลิ่นอายทางดนตรีตามแบบศิลปินต่างประเทศที่สุรักษ์ชื่นชอบคือ Phil Collins, Bryan Adams, Toto , The Moody Blues ได้รับคำวิจารณ์ว่าเนื้อเสียงของเขาบางเกินไปสำหรับการเรียบเรียงดนตรีที่อัดแน่นไปด้วยไลน์ดนตรีมากมายในแต่ละเพลงของอัลบั้มนี้  อัลบั้ม “ภาพผ่านวันเขียนเพลง” (2545) เป็นซีดีรวมผลงานการแต่งเพลงของสุรักษ์ สุขเสวี มีเพลงฮิตที่คุ้นหูคนฟังมากมายในอัลบั้ม อาทิ เธอผู้ไม่แพ้ (ธงไชย),ชายคนหนึ่ง (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล),วิมานดิน (นันทิดา),ลมหนาวและดาวเดือน(ปนัดดา),เก็บมันเอาไว้(เจตริน)ฯล ออกในสังกัด Grammy Big  หนังสือ “ความรักเขียนเพลง” (2545) สุรักษ์ได้ชักชวนนักแต่งเพลง 15 ท่าน จากค่ายเพลงต่างๆ ให้เลือกเพลงที่ตัวเองแต่งมาเขียนถึงแรงบันดาลใจและที่มาในเพลงนั้นๆ มีตัวอย่างลายมือของผู้แต่งแต่ละเพลงด้วย นักแต่งเพลงที่รับเชิญมาร่วมเขียนในพ๊อคเก็ตบุ๊คเล่มนี้ อาทิ ครูสลา คุณวุฒิ / เหนื่อยไหมคนดี ,กมลศักดิ์ สุนทานนท์ / เล่าสู่กันฟัง สารภี ศิริสัมพันธ์ / ลึกสุดใจ ,วรรธนา วีรยวรรธน / เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม  อัลบั้ม ALL STARS FOR CARE (2546) เป็นอัลบั้มเพลงรักการกุศลเพื่อมูลนิธิรักษ์ไทย - องค์การแคร์ ที่สุรักษ์ สุขเสวี รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์และแต่งเพลงเองทั้งหมด โดยมีดาราและวีเจระดับแนวหน้าของเมืองไทย รับเชิญมาเป็นศิลปินร่วมร้องเพลงในอัลบั้มนี้คือ นุ่น – สินิทธา, พลอย – เฌอมาลย์ บุณยศักดิ์, เชอรี่ เข็มอัปสร , นาเดีย นิมิตวานิช, เติ้ง,เอก,บอส,วุ้นเส้น วีเจจาก Channel V, แพท พัทสน, เอ็ม อภินันท์ , ชาย – ออม นวดี,ธัญญาเรศ รามณรงค์ , ครีม เปรมสินี และน้องๆจากสถาบันสอนภาษาครูเคท   อัลบั้ม THE WINTER SONG (2547) เป็นอัลบั้มอินดี้ของสุรักษ์ สุขเสวี อีกอัลบั้มหนึ่ง สุรักษ์รับหน้าที่โปรดิวซ์และแต่งเพลงทั้งอัลบั้ม ใช้นักร้องที่ทำงานอยู่เบื้องหลังมาเป็นศิลปินรับเชิญทุกเพลงในอัลบั้มนี้ เป็นอัลบั้มเพลงป๊อบแจ๊ซ ที่เน้นอารมณ์ เนื้อหา และเรื่องราวของเทศกาลปีใหม่ มีทั้งเพลงสนุก เศร้า เหงา และอบอุ่น รวมทั้งเพลงบรรเลง เพลงที่หลายๆคนคุ้นหูกันดีเพลงหนึ่งในอัลบั้มนี้คือ เพลง “ถือว่าเป็นอีกปีที่ฉันพอใจ” ที่ แอม เสาวลักษณ์ นำมา Cover ใหม่ ต้นปี 2551
หนังสือ “เราจะนอนมองฟ้าด้วยกันอีกครั้ง” (2548) ที่มา แรงบันดาลใจ และมุมมองส่วนตัวกับ 24 บทเพลงประทับใจ จากปลายปากกาของสุรักษ์ สุขเสวี อาทิ เพลง คู่แท้ (ธงไชย),ชายคนหนึ่ง(ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล),ตัวจริงของเธอ(จั๊ก ดับเบิ้ลยู),นิยามรัก(นูโว),ลาก่อน(อัสนี),ทำไมต้องเธอ(ธงไชย)ฯลฯ มีซีดีเพลงจำนวน 16 เพลงแถมมากับหนังสือด้วย (Bliss Publishing)
อัลบั้ม Playlist By สุรักษ์ สุขเสวี (2551) เป็นอัลบั้มรวมผลงานของนักแต่งเพลงระดับหัวกะทิของค่ายจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ในโครงการ 25 ปีแกรมมี่ โดยออกเป็นชุดรีมาสเตอร์ริ่งเสียงจากเพลงต้นฉบับ เป็นแผ่นซีดีคู่ ในรูปแบบซีดีและวีซีดี ผลงานเพลงของสุรักษ์ที่นำมารวมเช่น วิมานดิน (นันทิดา), คู่แท้ (เบิร์ด), นิยามรัก (นูโว), นาทีที่ยิ่งใหญ่ (คริสติน่า) ฯลฯ  หนังสือ “ท้องฟ้าริมหน้าต่าง” (2551) เป็นหนังสือที่เป็นภาคต่อจากเล่ม “เราจะนอนมองฟ้าด้วยกันอีกครั้ง” โดยบอกเล่าถึงที่มาของเพลงที่สุรักษ์แต่งให้กับศิลปินในค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำนวน 21 เพลง อาทิ เพลง หากันจนเจอ (กบ ทรงสิทธิ์ – กบ เสาวนิตย์), หมากเกมนี้ (อินคา),แทนคำนั้น (วสันต์),ยอม (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล),ฉันจะจำเธอแบบนี้ (โบ สุนิตา),เจ้าของฉันคือเธอ (มาช่า) ฯลฯ มีซีดีแถม 16 เพลงเหมือนเล่มแรก (Bliss Publishing)  หนังสือนวนิยาย “มิวส์กับหมู่ดาวกีตาร์” (2551) เป็นนิยายเรื่องแรกในชีวิตการเขียนหนังสือของสุรักษ์ โดยแอบเล่าประสบการณ์ เส้นทางในการตามหาความฝันทางด้านดนตรีของตัวเอง ผ่านตัวละครผู้หญิงที่ชื่อ “มิวส์” และยังคงความเป็นนักแต่งเพลงไว้ด้วยการแต่งเพลงถึง 10 เพลงเพื่อเป็น Sound Track ประกอบหนังสือเล่มนี้โดยเฉพาะ เพลงที่คุ้นหูสำหรับนักฟังเพลง อาทิ โปสการ์ดจากคนไกล (แอน ฐิติมา), ภาพฉันในวันเดิมๆ (ศักดา พัทธสีมา), หนาวเที่ยงวัน (พลอย พัชรพร),เรื่องยาวๆของเธอกับฉัน (นัท มีเรีย) ฯล

สุเมธ แอนด์ เดอะ ปั๋ง เป็นศิลปินดูโอคู่ เกิดจากการรวมตัวกันของสุเมธ องอาจและประกาศิต โบสุวรรณ สังกัด Genie Record ในเครือ GMM Grammy เพลงที่เป็นที่รู้จักของผู้ฟังได้แก่ แจกัน ไม่เสียใจที่รักเธอ กาลครั้งหนึ่งความรัก วันนี้ฉันมีเธอ

นอกจากนี้ สุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง ยังมีการนำเพลงเก่าๆ มาคัฟเวอร์ใหม่ในสไตล์ของตัวเองในแต่อัลบั้ม เช่น พรานล่อเนื้อ หัวหินสิ้นมนต์รัก ชั่วฟ้าดินสลาย รักเอาบุญ ขอให้เหมือนเดิม เป็นต้น

ผลงานอัลบั้ม สุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง ออกวางแผงในปีพ.ศ.2541 โดยมีเพลงดังที่เป็นที่รู้จักคือเพลง แจกันชวินหน้าย่น

อัลบั้ม บังกะโล
อัลบั้ม แกรมมี่ โกลด์ ซีรีส์ สุนทราภรณ์ ชุด 5 (เฉพาะสุเมธ)
อัลบั้ม กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก
อัลบั้ม แกลอรี่ คลาสสิค (รวมเพลงฮิต)
อัลบั้ม แกลอรี่ ป๊อป (รวมเพลงฮิต)
อัลบั้ม โต๊ะเดิม
อัลบั้ม Good old days 1 (เฉพาะสุเมธ)
อัลบั้ม Good old days 2 (เฉพาะสุเมธ)


สุทธิพงษ์ วัฒนจัง (ชมพู) เกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2507 เป็นอดีตมือกีตาร์และนักร้องนำของวงฟรุตตี้วงดนตรีสตริงชื่อดังของไทยยุค 80 และเป็นนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ของ อาร์เอส มีผลงานควบคุมการผลิต หรือแต่งเพลงให้กับศิลปินในสังกัดมากมายเช่น เกิร์ลลี่ เบอร์รี่, ทู, เดอะ เน็กซ์, เรนโบว์, ไอน้ำ, เฟม ฯลฯ โดยเฉพาะงานเพลงประกอบละครโทรทัศน์หลายๆ เรื่อง ที่สร้างชื่อเสียงให้กับชมพูเป็นอย่างดีในฐานะนักแต่งเพลง เช่น คู่กรรม,ดวงตาสวรรค์,หงษ์ทอง,มณีร้าว,สายโลหิต,ญาติกา,รัตนโกสินทร์ ฯลฯ โดยส่วนใหญ่จะเป็นละครโทรทัศน์ของทาง ช่อง 7 ชมพูยังมีผลงานการแสดงละครและภาพยนตร์หลายเรื่อง โดยส่วนมากมักจะได้รับบทเป็นเพื่อนของพระเอกหรือตัวตลกในเรื่อง และยังเป็นกรรมการการตัดสินของ เคพีเอ็น อวอร์ด อีกด้วย

หน้าที่การงาน เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดในบริษัทอาร์เอส เป็นรองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายผลิตธุรกิจเพลงไทย อีกทั้งเป็นผู้บริหารค่ายกามิกาเซ่ ต่อมาได้มีการลาออกไปดํารงตําแหน่งเป็นผู้บริหารอาวุโสฝ่ายดูแลคอนเทนท์ศิลปิน บริษัทโซนี่ มิวสิค (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ผลิตศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่าง ซิงกูล่า เป็นต้น และล่าสุดคุณชมพูได้ลาออกจากบริษัทโซนี่ มิวสิค (ไทยแลนด์) จำกัด เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2554

ผลงานอัลบั้มเพลงในนามของวงฟรุ้ตตี้ ได้แก่ เหมือนนกไร้ปีก (2526) คนข้างเคียง (2527) 2 สไตล์ (2528) รอยนิรันดร์ (2529) อยากบอกรัก (2530) 5.5 (2530) คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง (2531) Fruity (aka.มีก็เหมือนไม่มี) (2532) สุดขีด (2533) คั้น-รวมฮิต (2534) อัลบั้มพิเศษร่วมกับศิลปินอื่น รวมดาว (2527) พบดาว (2527) รวมดาว 2 (2528) นพเก้า (2528) มรดกไทย (2528) นพเก้า 2 (2529) พบดาว 2 (2529) นพเก้า 3 (2530)ตราบนิรันดร์ 1-3 (2531) เพลง ความรักไม่รู้จบ อยู่ในอัลบั้ม ตราบนิรันดร์ 2 ผลงานการแต่งเพลงประกอบละครเรื่องสายโลหิต ,ความรัก...ไม่มีวันละลาย (สายโลหิต) ญาติกา ,อาณาจักรแห่งรัก (ญาติกา) ด้วยแรงอธิษฐาน ,ดั่งดวงหฤทัย,รัตนโกสินทร์,รักเธอไม่มีพรมแดน (ภูตพิศวาส)ภูตพิศวาสอาญารัก,ปริศนา,ฝากรัก (ปริศนา)ดวงตาสวรรค์,กนกลายโบตั้น,เสียงสะอื้น (แม่อายสะอื้น)รักไม่มีคำตอบ (บ้านไร่-เรือนรัก)รัก (เงาราหู)มีสักวัน (เงาราหู)บอกกับฉัน (น้ำผึ้งขม)มณีร้าว,คู่กรรม












วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554

โปสการ์ดถ่ายทอดอารมณ์ คำคมของชีวิต 1



ความท้อแท้ ความเบื่อหน่าย ความสิ้นหวัง
เป็นต้นตอของความทุกข์ จะทำให้ชีวิตจมลงสู่ความล้มเหลว

“อารมณ์ขันคือความสมบูรณ์แห่งจิต ความโศกศัลย์ คือยาพิษ” Stanislaus

“มนุษย์เกิดมาเพื่อทำงาน หากไม่แล้ว ย่อมไร้ค่า” Joseph Conrad

“ถ้าต้องการให้เหตุผลนำทางเรา จิตใจของเราต้องเข้มแข็ง” Justice Brandeis

“จงยอมรับความจริง ไม่เช่นนั้นความจริงจะเล่นงานคุณ และเมื่อคุณยอมรับ ต้องแน่ใจว่าคุณเข้าใจถูกต้อง ไม่เช่นนั้นความจริงนั่น จะนำคุณไปสู่ทางที่ผิด” Fuller

“ทุกๆ คนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ที่จะประสบความสำเร็จดังที่หวัง” Jerey Collier

“อย่ากลัวที่จะแข่งขัน จำไว้ว่า ว่าวไม่ได้ลอยตามลม แต่ต้านลม”


ความรัก ความศรัทธา และความหวัง
เป็นจุดเริ่มต้นของความสุข จะทำให้ชีวิตทะยานสู่ความสำเร็จ

“ความสุขของคนต่างวัย ได้แก่ เด็กคือการเล่น ความสุขของหนุ่มสาวคือความรัก พอวัยกลางคนขึ้นมา ความสุขคือเกียรติยศ ชื่อเสียง” พระยาอนุมานราชธน

“พยายามมองธุรกิจว่าเป็นกฏของชีวิต เวลาที่มีปัญหาเกิดขึ้น ก็ต้องพยายามแก้ปัญหา ไม่เคยคิดว่างานเป็นอุปสรรค ทำให้เราไม่ชอบ อย่างที่สยามซิตี้ ยอมรับว่าช่วงแรกรู้สึกไม่แน่นอน ไม่รู้อะไรเป็นอะไร แต่หลังจากพยายามเรียนรู้และเข้าใจกับงานที่ทำ ก็จับจุดของงานได้และเริ่มทำเป็นแผนกขึ้นมา” มาริสา สุโกศล แคลปป์

เมื่อชีวิตด่ำดิ่งสู่ความทุกข์จะทำอย่างไร

“หลักการทำงานทึ่ยึดถือประจำตัว คือไม่มีงานไหนสบาย แต่ละงานล้วนมีอุปสรรค เป็นสิ่งที่ท้าทายเราในการที่จะเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้น ดังนั้นจึงรู้สึกสนุกกับงาน เพราะเป็นโอกาสให้ประสบความสำเร็จ เน้นการสร้างความสนุกกับงาน ซึ่งจะทำให้ลืมอย่างอื่นและชื่นชมกับผลงานของตนเอง” ธาดา จารุกิจไพศาล


สร้างกำลังใจ ค้นหาแรงบันดาลใจ ให้ชีวิต

“คนเราถ้าได้ทำในสิ่งที่รัก เราก็จะให้ความสนใจกับมัน ส่งผลให้งานออกมาดี ในศักยภาพที่อำนวยให้ได้ อย่างงานที่ร้านอาหารซึ่งเป็นงานบริการ ถึงแม้เราอาจจะมีบุคลิกไม่เหมาะกับงานด้านนี้ แต่เราก็ทำได้ การทำงานต้องมีเป้าหมาย ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็จะไม่ได้อยู่อย่างนั้น ควรที่จะพยายามทำและมีทัศนคติที่ดีกับมัน” พีรนาถ โชควัฒนา

ทุกๆ วัน คือ จุดเริ่มต้นของชีวิตที่เหลือของเรา เราอาจใช้วันนี้ ของเราทิ้งๆ ขว้างๆ หรือให้เป็นประโยชน์ก็ได้ สำคัญที่เราจะทำอย่างไรกับมัน เพราะเรากำลังแลกด้วยช่วงเวลาที่เรามีชีวิตอยู่ เมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง วันนี้ก็จะผ่านไปไม่มีวันหวนคืน เหลือเพียงสิ่งที่เป็นผลซึ่งแลกมาถ้วยเวลา เราต้องการได้และไม่ต้องการเรียน ต้องการสิ่งที่ดีมากกว่าที่ไม่ดี เราต้องการความสำเร็จ ไม่ใช่ความล้มเหลว ทั้งนี้เพราะเราจะได้ไม่ต้องเสียใจกับสิ่งที่เราเสียไปในวันนี้

ความเห็นของคนที่มองโลกในแง่ร้ายนั้น มีพื้นฐานจากอคติ ซึ่งเหมารวมจากจุดด้อยที่มีเพียงน้อยนิดแทนทั้งหมด

การมองโลกในแง่ร้ายนั้น ไม่ได้นำไปสู่การค้นพบใดๆ ไม่ได้สร้างสะพาน ไม่ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง คนที่มองโลกในแง่ร้าย อาจลำพองคิดว่าตัวเองมองตรงไปตรงมาตามจริง แต่ความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์นั้น ต้องอาศัยแรงจูงใจและแรงบันดาลใจ ซึ่งการมองโลกในแง่ร้ายนั้นให้ไม่ได้ เราต้องมองไปข้างหน้าด้วยการมองโลกในแง่ดี หากเราต้องการความก้าวหน้า

“แรงบันดาลใจเกิดจากการเรียนรู้และใส่ใจในสิ่งที่ทำ ซึ่งจะไม่มีทางเกิดขึ้นถ้าเราละเลย” Horace Kallen

“นักประพันธ์เพลงที่ยิ่งใหญ่ บีโธเฟน วากเนอร์ บาค และโมสาร์ท ไม่ได้แต่งเพลงแต่ต่างทำงานของตนตามปกติวันแล้ววันเล่า เหมือนอย่างที่นักบัญชีนั่งคำนวณตัวเลขทุกวัน คนเหล่านี้ไม่ยอมเสียเวลารอให้เกิดแรงบันดาลใจก่อนแล้วค่อยทำงาน” Erness Newsman

“ฉันคิด ดังนั้นฉันเป็น” Je Pense, donc je suis

“ฉันปฏิวัติ ดังนั้นฉันเป็น” Je me revolte, donc je suis

“มนุษย์คือนายแห่งความคิด คือเบ้าหลอมแห่งอุปนิสัย คือผู้สร้างและกำหนดเงื่อนไข สภาวะแวดล้อม และชะตากรรมให้แก่ตนเอง” James Ellen

“ผู้ที่เสาะหาจะได้พบ ผู้ที่เคาะ ประตูจะเปิดแก่เขา” James Ellen

“มนุษย์จะพัฒนาการไปตามอย่างที่ตนคิดเท่านั้น หรือ มนุษย์จะตกต่ำไปตามอย่างที่ตนคิดเท่านั้น” บัณฑิต อึ้งรังษี

“ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย” วิทยากร เชียงกูล


เมื่อฟ้าหลังฝนผ่านไป เราจะทำอย่างไรกับชีวิตที่เหลืออยู่

“เกิดมาเป็นมนุษย์เป็นเรื่องยาก เธอก็รู้ เมื่อเกิดมาแล้ว เราก็ต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมอย่างดีที่สุด คนที่ไม่กล้าสู้ชีวิตคือคนขี้ขลาด เธอเองก็รู้ข้อนี้ไม่ใช่หรือ เธอเป็นหลานเจ้าคุณทหาร เธอได้เลือดนักสู้จากท่านมาเต็มตัว แล้วสู้อะไรก็ไม่ยากเท่าสู้กับความอ่อนแอของตนเอง ทับทิม เธอเองก็เอาชนะมาได้ทุกครั้ง ฉันเคยบอกเธอแล้วไม่ใช่หรือว่า เธอไม่ใช่คนแรกทีร้องไห้ และจะไม่ใช่คนสุดท้ายด้วยที่เสียของรัก ถ้าเธอมองไปรอบๆ จะเห็นว่าคนทั้งแผ่นดินต่างก็สูญเสียยิ่งกว่าเธอเสียอีก...” ว.วินิจฉัยกุล


แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ย่อมเกิดขึ้นเสมอ

ถ้าเราต้องการความร่ำรวยและชื่อเสียง เราต้องไม่จัดการกับโอกาสที่ได้มาเหมือนกับตอนที่เรานั่งก่อทรายที่ชายหาด

เรากำทรายเอาไว้ในมือ และปล่อยให้ไหลผ่านทีละเม็ดจนหมด การเพิ่มโอกาสที่ล้ำค่าและไขว่คว้าสิ่งที่ไม่ไกลเกินเอื้อมเป็นการใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ

“เป้าหมายของชีวิต คือการทำงาน ประสบการณ์ และความสุข การทำงานคือ ความสุข เงินตราทำได้เพียงจ้างให้คนอื่นทำงานแทนเรา ความสุขจะเกิดขึ้น เมื่อเราตระหนักว่า เราทำบางอย่างสำเร็จ” Henry Ford

ดังนั้น ทุนที่แท้จริงในชีวิตและการทำธุรกิจ คือความคิด ไม่ใช่เงินตรา

“ผู้ที่ให้อภัย จะได้รับการให้อภัยมากที่สุด” Josiah W.Bailey

“คุณเป็นผู้ใหญ่แล้ว...ถ้าวันนี้เป็นวันที่คุณหัวเราะกับตัวเองอย่างจริงใจไม่เสแสร้ง” Ethel Barrymore


ผลักดันชีวิตไปสู่ความฝัน ทะยานสู่ความสำเร็จ

“จงต่อสู้กับชีวิตไม่คิดท้อ ไม่คิดงอมือเท้าให้เขาหยาม สู้ด้วยความมานะพยายาม สู้ด้วยความมั่นใจชัยย่อมมี

จงกล้าหาญในการงานทั้งผอง จิตใจต้องมั่นจิตไม่คิดหนี ยิ่งอุปสรรคเพียงใดใจต้องดี ต้องทวีความกล้าท้าทายมัน

ความแข็งแรงทั้งกายและใจด้วย จักอำนวยช่วยงานการแข็งขัน ต้องฝึกจิตฝึกกายหมายป้องกัน สารพันโรคาบรรดามี

ความอดทนต้องเสริมเพิ่มให้หนัก ต้องรู้จักทนได้ในทุกที่ ทนกิเลสยั่วยอนและชวนตี ทนลำบากไม่หนีเพราะท้อใจ

ทำเดี๋ยวนี้ทำไปด้วยใจสู้ ทำทันทีที่รู้ว่าทำได้ ทำด้วยความแข็งขันพลันว่องไว ทำด้วยใจผูกพันมั่นในงาน

พยายามทำไปให้แล้วเสร็จ แม้จะเหน็ดเหนื่อยนักสร้างหลักฐาน พยายามต่อสู้ผู้ระราน จนแผนการเสร็จไปดังใจเรา

สม่ำเสมอทำไปไม่ใจร้อน อย่างแน่นอนทำไปไม่โง่เขลา งานประจำทำไปไม่ใจเบา งานกี่เท่าทำไปไม่ทิ้งเลย

อย่าประมาทภารกิจชนิดไหน ต้องตั้งใจทำเถิดโดยเปิดเผย ให้รอบคอบเป็นทุนจนคุ้นเคย ระวังไว้อย่านิ่งเฉยจนเฉื่อยชา

คุณธรรมทั้งหมดที่กล่าวแล้ว คือดวงแก้วผลักใจให้ก้าวหน้า สิ่งสำคัญนั้นหรือคือเวลา ต้องใช้มันให้คุ้มค่าจึงดีเอย

สมิต อาชวนิจกุล

“ความเป็นเหตุเป็นผลคือเรื่องราวของความคิด สิ่งที่คุณคิดจะกลายเป็นจริงสำหรับคุณ ความคิดเป็นสิ่งสร้างสรรค์และส่วนใหญ่คุณก็มักจะเป็นไปตามสิ่งที่คิด จงคิดถึงสิ่งที่คุณต้องการสม่ำเสมอ โดยไม่เผลอไผลไปคิดถึงสิ่งอื่นที่ไม่ต้องการ”

Brian Tracy

“อย่าผลัดผ่อนจนถึงวันพรุ่ง ตราบใดที่คุณยังมีวันนี้” Benjamin Franklin

"เรายังไม่ล้มเหลว เพียงแต่เรายังไม่ประสบความสำเร็จในวันนี้เท่านั้น เราโชคดีที่เรารู้ว่า มีแปดร้อยวิธีที่ไม่ทำให้เกิดหลอดไฟ และเรายิ่งโชคดีที่ยังมีอีกสองพันกว่าวิธี ที่เรายังไม่ได้ทดลองทำ"  Thomas A.Edison


หลุมดำของความสำเร็จ

ความพ่ายแพ้อยู่ไม่ไกลจากผู้ที่คิดว่าตนเองวางเฉยได้

“ไหวพริบ เป็นความคิดส่วนที่คุณไม่ได้พูด ในทางตรงกันข้าม ไหวพริบเป็นการพูดในส่วนที่คุณไม่ได้คิด” Henry Van Dyke

ทีมเวิร์คจะไม่เป็นประโยชน์ต่อเรา ถ้าเราไม่ตระหนักว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของทีมเวิร์ค

“การยอมสุรุ่ยสุร่าย เท่ากับเป็นการยอมรับความทุกข์ยาก” Thomas Fuller

“การเป็นคนขี้โมโห เป็นอารมณ์ที่แก้ได้ยาก” Charlott Greenwood

“การเรียนรู้เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์” Young

“ผู้ที่ร่ำรวยไม่ใช่ผู้ที่มีมาก แต่เป็นผู้ที่ให้มาก” Erich Fromm

“ความลำเอียงและอคติเป็นเหตุผลของคนโง่” Voltaire

“การบังคับใจไม่ให้ไปตามกิเลสและสิ่งยั่วยวนคือชัยชนะ” Frederick W. Faber


จุดสูงสุดของชีวิต เป็นสิ่งที่ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่การรักษามันไว้ยากยิ่งกว่า

“จิตสำนึกที่โดดเด่น คือสิ่งที่เรียกว่าปัญญา” Samuel Coleridge


จากสูงสุดคืนสู่สามัญ ชีวิตเผชิญชะตาชีวิตขาลง จะทำอย่างไร

“จงใช้ชีวิตอย่างที่เมื่อเราตาย แม้แต่สัปเหร่อยังต้องเสียใจ” Mark Twain

เมื่ออ่านจบถึงตรงนี้แล้ว วกกลับไปอ่านหัวข้อด้านบนใหม่
ความท้อแท้ ความเบื่อหน่าย ความสิ้นหวัง เป็นต้นตอของความทุกข์ จะทำให้ชีวิตจมลงสู่ความล้มเหลว ,เมื่อชีวิตด่ำดิ่งสู่ความทุกข์จะทำอย่างไร

อารมณ์ ความคิด ชีวิต ของคนทุกคนก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ มันเป็นเช่นนี้เอง














วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทีมประสิทธิภาพแห่งปี 2011

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ปีนี้สื่อหลายแขนงและรวมถึงบล็อกนี้ก็ขอยกย่องให้ สตีฟ จ็อบส์ เป็นบุคคลแห่งปี อย่างไร้คู่แข่ง ด้วยผลงาน วิสัยทัศน์ และแนวคิด หลักคิดการทำงานของเขา ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ได้นำไปปรับใช้หรือเดินตาม แม้ว่าสิ่งที่เขาทำได้หรือได้ทำมันเป็นสิ่งที่เกินมนุษย์ทั่วไปจะทำได้ บางคนอาจบอกว่าเขาคือมนุษย์ต่างดาว หรือลีโอนาร์โด หรือ ไอน์สไตน์กลับชาติมาเกิดหรือเปล่า แต่ผู้เขียนคิดว่าสิ่งที่เขาทำได้ มันไม่ได้เกินจากความพยายามหรือความมานะอดทนของปุถุชนคนธรรมดาจะพึงทำได้หรอก เพียงแต่สิ่งที่ปุถุชนคนธรรมดาอื่นๆ ทำได้ในโลกนี้อีกมากมายนั้น อาจไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียง ได้รับการกล่าวขวัญถึง ไม่ได้ประดิษฐ์ผลงานที่ปฏิวัติวิถีชีวิตของผู้คนบนโลกนี้ก็เท่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่สตีฟ จ็อบส์ ทำเอาไว้บนโลกนี้ รวมถึงปุถุชนคนธรรมดาพึงจะกระทำได้ แม้ว่าไม่ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง แต่หากเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อบุคคลอื่นโดยส่วนรวม ก็ถือได้ว่าคุณได้ทำสิ่งดีๆ ทิ้งเอาไว้บนโลกนี้แล้ว เสมือนกับทีมประสิทธิภาพแห่งปี ที่ได้สร้างคุณประโยชน์ไว้ให้กับประเทศหรือสังคมโดยส่วนรวม ซึ่งทางบล็อกได้รวบรวมมาไว้ได้ดังนี้


1.ทีมจิตอาสา ต่างๆ ที่ได้ออกมาปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้คนในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมนับตั้งแต่เดือน สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ปีนี้ อย่างไม่ลดละความพยายาม ไม่เรียกร้องผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ อาทิ เว็บไซต์ Thai Flood, กลุ่มนักเล่นเจ็ตสกี (เปิ้ล เจ คุณพาที สารสิน และผองเพื่อน) เว็บไซต์ รู้สู้ Flood ที่ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูล ทำความเข้าใจให้กับประชาชนแทนหน่วยงานของรัฐที่ด้อยประสิทธิภาพ และยังเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่ลงไปช่วยเหลือประชาชน
2.หน่วยงานทหาร ไม่ว่าจะเป็น กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ รวมถึงทหารเกณฑ์อาสาต่างๆ ที่ปลดประจำการไปแล้ว หน่วยทหารที่ลงภาคสนามไปช่วยเหลือประชาชน ทั้งลำเลียงเสบียงอาหาร ถุงยังชีพ อุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย เช่น เรือ  ลำเลียงผู้ป่วย คนชรา ซึ่งกระจายไปยังจุดต่างๆ ที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนเข้าไปไม่ถึง อีกทั้งยังทำหน้าที่ในการช่วยขนส่งประชาชนเข้ายังจุดที่น้ำท่วมขังสูง ทำหน้าที่เสมือน รถเมล์ประจำทาง มาช่วยเสริมกำลังรถเมล์ รถประจำทางที่เลิกวิ่งไป ในช่วงน้ำท่วม  เราจึงได้เห็นรถทหารอยู่เต็มไปหมด ในช่วงน้ำท่วม ซึ่งได้ใจคนไทยทั้งประเทศไปเรียบร้อยแล้ว สมกับคำขวัญที่วา ทหารรับใช้ประชาชน และการออกมาทำหน้าที่เป็นทหารหน่วยสื่อสารอย่าง พ.ต.วันชนะ (พระเอกจากเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ)  ก็เป็นทั้งพระเอกในจอและนอกจอ เสร็จงานนี้หนังของท่านมุ้ยต้องมีคนอุดหนุนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ต้องขอขอบคุณ ผบ.ทบ.ที่ท่านมีสมาธิกับการทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ไปเสียเวลา เสียสมาธิกับนักการเมืองที่คอยจะหาเรื่องหรือดิสเครดิตอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คอยเป็นพวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ซึ่งคุณๆ ก็รู้ว่าเขาคือใคร

3.มูลนิธิกู้ภัยต่างๆ อาทิ ปอเต๊กตึ๊ง ,ร่วมกตัญญู และมูลนิธิกู้ภัยท้องถิ่นตามจังหวัดต่างๆ ที่ประสบมหาอุทกภัย เชื่อว่างานนี้มูลนิธิชื่อดังในท้องถิ่นต่างๆ ที่เป็นจังหวัดที่ประสพอุทกภัย ก็มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชนอย่างมาก เพียงแต่ผู้เขียนไม่รู้จักชื่อ หรือรับทราบอย่างละเอียด (ต้องขออภัย) แต่คิดว่าประชาชนในท้องถิ่นเขาทราบดี รวมถึงทีมงานของ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต่างๆ ซึ่งเป็นคนทำงานใกล้ชิดประชาชนมากกว่าพวก ส.ส. ต่างมีส่วนช่วยเหลือไม่มากก็น้อย


4.ทีมครอบครัวข่าว 3 ,ทีมข่าวช่อง TPBS (ทีวีไทย) ,ทีมข่าว Nation TV, ช่องระวังภัย ที่โดดเด่นมากในการทำการเกาะติดรายงานข่าวเรื่องมหาอุทกภัยน้ำท่วม นอกจากทีมครอบครัวข่าว 3 ที่ทำตัวเป็นเหมือนรัฐบาลเสียเอง ลงไปช่วยเหลือผู้ประสพภัย บทบาทของคุณสรยุทธ์ ในการทำตัวเป็นนายกรัฐมนตรี รับเรื่องร้องทุกข์ บรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน จัดหาสิ่งของมาบริจาค เป็นศูนย์กลางประสานงานช่วยเหลือ คือถ้ามองในด้านดี ก็ถือว่ามาช่วยเสริมการทำหน้าที่ของภาครัฐที่ขาดตกบกพร่องเป็นอย่างมาก และไม่ทั่วถึง  แต่ผู้เขียนมองว่ามันเป็นการอาศัยสถานการณ์เพื่อทำ CSR มากเกินไป ทำไมถุงบริจาคสิ่งของต้องติดตราโลโก้ช่อง 3 หราเลย ซึ่งช่อง 5,ช่อง 7 เขายังไม่คิดที่จะทำ  ในส่วนของช่องทีวีสาธารณะอย่างทีวีไทยหรือ TPBS ก็ทำหน้าที่ได้ดี กับบทบาทร่วมกันกับ ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ในการให้ข้อมูลรายวันแก่ประชาชน ซึ่งทำหน้าที่ได้ดีกว่า ศปภ. และทีมข่าว Nation กับช่องระวังภัยนั้นโดดเด่นด้านการรายงานข่าวลงพื้นที่ และเข้าถึงพื้นที่ประสพภัย มีการรายงาน ทำสกู๊ปพิเศษ วิเคราะห์และสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือมีหน้าที่ทำงานแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี

5.ทีมกีฬาที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย อาทิ ทีมวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติไทย, ทีมแบดมินตันหญิงทีมชาติไทย, ทีมฟุตบอลยุวชนชายทีมชาติไทยในส่วนของทีมวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติไทยนั้นได้สร้างเกียรติประวัติที่ไม่เคยทำได้มาก่อนนั้นคือ คว้าแชมป์เอเซียในปี 2009 และยังติด1ใน5 ของทีมที่ดีที่สุดในเอเซีย ได้โควต้าไปเล่นเวิลด์กรังปรีด์ ได้ตำแหน่งที่ 6 ปัจจุบันไทยติดอยู่ในอันดับที่ 12 ของโลก ในส่วนของทีมแบดมินตันหญิงทีมชาติไทย ก็เพิ่งจะไปคว้าเหรียญทอง ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้เหรียญทองประเภททีมหญิงมาครองได้สำเร็จ โดยโค่นอินโดนีเซียแชมป์เก่าได้สำเร็จคาบ้าน  ถือเป็นเกียรติประวัติสูงสุดที่น่ายกย่อง
6.อาสาสมัครพลีชีพ (50 คน) ในเหตการณ์อุดรูรั่วเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โรง 3-4 ที่มีสารกัมมันตภาพรังสีรั่ว ที่เมืองฟูกูชิม่า เหตุการณ์สึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น

7.สันติอโศก เป็นชุมชนทางด้านพุทธศาสนา มืออาชีพด้านการชุมนุม ที่มีระเบียบวินัยสูงสุดในโลก ทำการชุมนุมประท้วงเรื่องกรณีพิพาทเขาพระวิหารมาเกือบครึ่งปี อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อเลิกชุมนุมทุกครั้งจะมีการทำความสะอาด และจัดการข้าวของทรัพย์สินอย่างเป็นระเบียบ ไม่ทิ้งขยะไว้เป็นภาระของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ไม่เรียกร้องเงินทองเป็นค่ารถกลับบ้าน ไม่มีการทำลายข้าวของ ทรัพย์สินของทางราชการ ไม่มีการพ่นสี กร่นด่า ด้วยถ้อยคำหยาบคาย และไม่ทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อีกทั้งเป็นชุมชนที่พึ่งพาตัวเองได้ โดยนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวไปใช้ และทำประโยชน์ให้กับชุมชนโดยรอบ จนเป็นต้นแบบของการทำกสิกรรม เกษตรกรรม การสอนหลักธรรมให้กับเยาวชน เป็นชุมชนพอเพียงต้นแบบที่น่าศึกษาแห่งหนึ่งของไทย

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

10 สุดยอดปรากฏการณ์ทางการตลาดแห่งปี 2011

พอครบ1 ปี บล็อกก็ขอสรุปรวบรวมเอาเหตุการณ์ทางการตลาดที่เป็นข่าวใหญ่ข่าวดังในรอบปี มาประมวลเพื่อจัดอันดับ หาความเป็นสุดยอดปรากฏการณ์ทางการตลาดแห่งปี ซึ่งบล็อกได้รวบรวมมาไว้ได้ดังนี้

อันดับที่ 10 การเปิดตัวโรงภาพยนตร์ 4 มิติ แห่งแรกในประเทศไทย
เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่แห่งโลกภาพยนตร์ ที่จะให้คุณได้สัมมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ผู้ชมจะได้รับอรรถรสในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ภาพ แสง สี เสียง สัมผัส และกลิ่น เอฟเฟคต่าง ๆ ด้วย การเพิ่มความ พิเศษให้กับโรงภาพยนตร์ด้วยเก้าอี้แบบเฉพาะ พร้อมเอ็ฟเฟ็กซ์ตระการตาถึง 24 ชนิด และระบบฉายแบบดิจิตอล 3 มิติ ซึ่งเอ็ฟเฟ็กซ์แต่ละชนิดถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี เพิ่มความตื่นเต้นให้กับภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็น การขยับของเก้าอี้ ลมเป่า ละอองน้ำ กลิ่น แรงสั่นสะเทือน สะกิดขา สะกิดหลัง และ เทคนิคอื่น ๆ อีกมากมาย โดยภาพจะฉายบนจอภาพซิลเวอร์สกรีน ที่ให้ภาพคมชัดสมจริง ภาพที่ฉายเป็นระบบ Masterimage 3D พร้อมแว่นตาบางเบาที่รับภาพเฉพาะระบบ 4 มิติเท่านั้น พร้อมให้ได้สัมผัสกันวันที่ 7 กรกฏาคม 2554 เปิดตัวครั้งแรกที่ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

อันดับที่ 9 การเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมโนเบิล เพลินจิต หรือเพลินจิตซิตี้ บริษัทโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) จัดงานใหญ่เปิดจองโครงการโนเบิลเพลินจิต คอนโดฯหรูแห่งใหม่บนทำเลเพลินจิต ซึ่งจัดกิจกรรมตลาดด้วยการจัดงานปาร์ตี้เปิดตัว และแจกบัตรให้ผู้สนใจเริ่มลงทะเบียนแจ้งความสนใจซื้อมาตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.และเปิดรับลงทะเบียนต่อเนื่องมาถึงวันที่ 17 มิ.ย. ปรากฎว่ามีลูกค้าแสดงความสนใจลงทะเบียนเข้ามากว่า 2,000 ราย มากกว่าจำนวนห้องชุดที่มีขายเกือบเท่าตัว มีผู้มาลงชื่อรับคิวในงานกว่า 1,000 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้ที่ตัดสินใจ จองซื้อโครงการภายในงานไปกว่า 700 ราย รวมยอดขายในงานวันเดียวได้กว่า 7,000 ล้านบาท สินค้าที่ขายดี คือ ห้องชุดขนาดใหญ่แบบดูเพล็กซ์ ขนาดกว่า 600 ตารางเมตร ราคายูนิต ละกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคาร 50 ชั้น ทั้งนี้ โนเบิลเพลินจิต มีห้องชุดทั้งโครงการกว่า 1,442 ยูนิต พัฒนาบนที่ดิน 9 ไร่ ประกอบ ด้วย 3 อาคาร ความสูง 14, 45, และ 50 ชั้น ห้องชุดเริ่มต้นตั้งแต่ขนาด 1 ห้องนอน 40 ตร.ม. พร้อม สิ่งอำนวยความสะดวก และจุดขายลิฟท์ส่วนตัว ซึ่งใช้ลิฟท์ทั้งโครงการรวม 32 ตัว จะใช้เวลาก่อ สร้างและพัฒนาจากนี้ไปอีก 4 ปี กำหนดแล้วเสร็จในปี 2558

อันดับที่ 8 การเปิดตัวกล่องรับสัญญาณ 1-SKY และเป็นการรวมตัวกันของพันธมิตรทีวีดาวเทียมค่ายดังๆ ภายใต้การนำของอากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม แห่ง GMM grammy แกรมมี่ทุ่ม 3,000 ล้าน เปิดตัวกล่อง "1 SKY" ชูกลยุทธิ์ "All in one" รวมพันธมิตร ไทย-เทศ เสริมทัพ ปฏิวัติการดูทีวีของคนไทย เปิดตัวได้ยิ่งใหญ่ทีเดียว สำหรับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ย่านอโศก อย่าง "จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่" ที่ยอมทุ่มเงินถึง 3,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจ เปิดตัวกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม 1SKY งานนี้" อากู๋- ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม" ประธานใหญ่กลุ่มบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "ธุรกิจใหม่นี้ ทุ่มทุนถึง 3,000 ล้านบาท เป็นความร่วมมือของเหล่าพันธมิตรกลุ่มธุรกิจบันเทิงไทยและเทศ บุคคลชั้นนำในวงการโทรทัศน์ รวมทั้งผู้ประกอบการเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม อาทิ เจเอสแอล, กันตนา, อาร์เอส, เวิร์คพ้อยท์ฯ, ลักษ์ 666 , ทีวีพูล ฯลฯ ตลอดจนผู้ผลิตรายการชั้นนำจากต่างประเทศ ทั้งช่องรายการเอ็นเตอร์เทนเมนและกีฬา อาทิ คิกซ์, Thrill,วอเนอร์ ทีวี ,เอเอสเอ็น และยูโรสปออร์ต โดยเชื่อมั่นว่าธุรกิจนี้ จะกลายเป็นธุรกิจหลักสำคัญในอนาคต โดยคาดหมายทำรายได้ในปีแรก 2,500 ล้านบาท จากการขายกล่อง 1.5 ล้านกล่อง ซึ่งปัจจุบันมียอดสั่งซื้อจากทั่วประเทศแล้วกว่า 1.5 แสนกล่อง และจากการสั่งสมประสบการณ์ด้านบันเทิงมาถึง 28 ปี จะสร้างความเชื่อมั่นในการสร้างแบรนด์ให้กับคอนเทนต์ชั้นนำ ได้รับความนิยมในตลาดเมืองไทยแน่นอน นอกจากกล่อง 1SKY ยังสามารถเชื่อมต่อกับจานดาวเทียมทุกประเภท มีทั้งช่องรายการแบบฟรีทีวี ให้ชมกว่า 100 ช่อง และยังเพิ่มเติมด้วยช่องรายการพิเศษแบบเพย์ทีวี ที่เลือกจ่ายเมื่ออยากดู ไม่นับรวมอีก 3 ช่องรายการพิเศษระดับโลก ที่ให้เฉพาะลูกค้าชมฟรี แบบไม่มีรายเดือน โดยกล่อง "วันสกาย" จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พ.ย. 54 นี้

อันดับที่ 7 การเปิดตัวชาสายพันธุ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ ICHITAN โดยการกุมบังเหียนเองของคุณตัน ภาสกรนที บริษัท ไม่ตัน จำกัด โดย ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ ผู้สร้างตำนานเครื่องดื่มชาเขียวในไทย จัดงาน Once Upon a T Time เปิดตัวเครื่องดื่มชาเขียว 3 รสชาติใหม่ ที่กลั่นกรองจากหัวใจและประสบการณ์ทั้งชีวิต เพื่อเอาใจคนรักสุขภาพอย่างแท้จริง ภายใต้ แบรนด์ อิชิตัน ออร์แกนิค กรีนที 100% ร่วมดื่มด่ำกับรสชาติและเรื่องราวที่ “ชงจากใจ สุดฝีมือ” ของมาสเตอร์ ออฟ กรีนที ณ เซ็นทรัล คอร์ท ชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2554 เวลา 13.30 น.ภายในงานพบกับ “10 ตัน ภาสกรนที” ที่ร่วมลงแรงแข็งขันผลิตเครื่องดื่มชาเขียว สุดพิถีพิถัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ชาจากใจ สุดฝีมือ” เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา อิชิตัน ออร์แกนิค กรีนที 100% พร้อมดาราและเซเลบริตี้ นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไม่ตัน เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวเครื่องดื่มชาเขียวออร์แกนิค 100% 3 รสชาติใหม่ รสดั้งเดิม รสน้ำผึ้งผสมมะนาว และ รสเก๊กฮวย ภายใต้แบรนด์ อิชิตัน ออร์แกนิค กรีนที 100% ขนาด 420 มล.ในราคาขวดละ 16 บาท โดยชูจุดขายเรื่องความเป็นใบชาเขียวออร์แกนิค 100% ที่ปลูกโดยวิถีธรรมชาติ ปลอดสารเคมี และราคาขายที่ขวดละ 16 บาท เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค โดยมองว่าขนาด 420 มล.เป็นขนาดที่พอเหมาะกับความต้องการของผู้บริโภค หากเป็นขนาด 500 มล.จะมากเกินไป หรือหากเป็น 350 มล.ก็จะน้อยเกินไป สำหรับเป้าหมายการตลาดบริษัทคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะถึง 3,000 ล้านบาทในปี 2556 อีกทั้ง จะเป็นสินค้าหลักที่ทำรายได้ให้แก่ บริษัท ไม่ตัน โดยภายในต้นปีหน้าโรงงานผลิตที่บริษัทใช้งบลงทุนไป 2,400 ล้านบาท มีความพร้อมที่จะเดินสายการตลาด ภายใต้กำลังการผลิต 180 ล้านขวดต่อปี และได้แต่งตั้งให้ดีทแฮล์มเป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันได้ครอบคลุมร้านจัดจำหน่ายรูปแบบใหม่ หรือโมเดิร์นเทรดแล้ว

อันดับที่ 6 คนทะลัก! แห่เข้าคิวซื้อไอโฟน ดีแทคลด 50% หน้าพารากอน
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ( 3 ก.ย.) ประชาชนจำนวนมาก มาเข้าแถวต่อคิวเพื่อรอซื้อโทรศัพท์มือถือในงาน Dtac 3G EXPO ที่หน้าห้างสยามพารากอน ซึ่งไฮไลท์สำคัญของงาน มีการจัดแคมเปญ ลดครึ่งราคา จัดส่วนลด 50% มือถือทุกรุ่นในจำนวน 100 เครื่องแรกของวัน ส่งผลให้สาวกแอปเปิล ทยอยมาต่อแถวกันเป็นจำนวนมาก บางคนมานอนรอตั้งแต่เมื่อวาน ทั้งนี้มีเหตุประท้วงขึ้นเล็กน้อยเมื่อ มีการเบียดเสียดยัดเยียดกัน และรอคิวนาน มีการแซงคิวจนเกิดการกระทบกระทั่งกัน ทางดีแทคจึงประกาศเพิ่มสิทธิ จาก 100 คิวแรก มาเป็น 1,100 คิวแรก เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้กับผู้ที่มาเข้าคิวตั้งแต่ 2 วันที่ผ่านมา ส่วนการจราจรบริเวณหน้าห้างพารากอนนั้นติดขัด แนะเลี่ยงเส้นทางเพราะมีการรอเข้าแถวลงไปในช่องทางการจราจรถึงครึ่งเลน

อันดับที่ 5 การรีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ของบริษัท แอ๊ดวานซ์อินโฟเซอร์วิส หรือ AIS เอไอเอส ทุ่มเงิน 500 ล้านบาท ประกาศรีแบรนดิ้งภาพลักษณ์ และโลโก้ใหม่ หลังใช้สัญลักษณ์เก่ามากว่า 22 ปี เผยรีแบรนด์ครั้งใหญ่รอบ 20 ปี รับบริษัทแม่เปลี่ยนสู่อินทัช หนีภาพเอี่ยวการเมือง คาดไม่เกินสิ้นปีเปลี่ยนโฉมเสร็จทั้งหมด พร้อมขยายเน็ตเวิร์ค 3G อีกกว่า 1,600 แห่ง คาดแล้วเสร็จเดือน เม.ย.ปี 55 มั่นใจรายได้ปีหน้ายังโตตาม GDP ประเทศ 4-5% วิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ในวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เอไอเอสได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 22 ที่ให้บริการแก่ลูกค้า โดยปัจจุบันมีลูกค้ารวมในระบบแล้ว 32 ล้านราย ซึ่งที่ผ่านมา เอไอเอสได้ใช้สัญลักษณ์ลูกโลกสีฟ้าของบริษัทโดยจะเป็นโลโก้เดียวกับกลุ่มชินคอร์ปอเรชั่น ซึ่งบริษัทมองว่าถึงเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ใหม่ (รีแบรนด์) เป็นรอยยิ้มสีเขียว แทนความเป็นมิตร การสร้างสรรค์ การเติบโต และการแสดงออกทางความรู้สึกที่มุ่งมั่น และชัดเจน ภายใต้แนวคิด “เอไอเอส ชีวิตในแบบคุณ"ทั้งนี้ สัญลักษณ์รูปรอยยิ้มสีเขียว จะเป็นเหมือนกับกลุ่มชินคอร์ป ที่ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "อินทัช" และรีแบรนด์มาตั้งแต่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยในส่วนของเอไอเอสเอง ได้ทำการพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบจึงเพิ่งสามารถรีแบรนด์ได้เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นได้ตั้งงบประมาณสำหรับใช้ในการรีแบรนด์ได้จำนวน 500 ล้านบาท ซึ่งจะรวมถึงการปรับเปลี่ยนร้านค้าเทเลวิซ ช้อปทั้ง 500 แห่ง เครื่องแบบพนักงาน โลโก้ตามที่ต่างๆ และลงประกาศโฆษณาทางโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ ซึ่งประเมินว่าภายในสิ้นปีนี้ การรีแบรนด์จะแล้วเสร็จทั้งหมด นอกจากนี้ วิเชียรกล่าวอีกว่า สาเหตุสำคัญที่เอไอเอสรีแบนด์ในครั้งนี้ ไม่มีนัยสำคัญที่เกี่ยวโยงกับรัฐบาลที่มาจากพรรคเพื่อไทย เพราะการประกาศรีแบรนดิ้งทำก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ดังนั้น การรีแบรนด์เพราะเอไอเอสต้องการแยกตัวออกมาจากบริษัทแม่ และไม่ขอมีภาพลักษณ์ที่เกี่ยวโยงทางการเมือง เพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านมา และแบรนด์ลูกโลกสีฟ้าที่เคยใช้มานั้น ยอมรับว่าดูแก่เกินไปแล้วสำหรับลูกค้า และกระแสของเทคโนโลยี ดังนั้น ช่วงเวลานี้คงเหมาะสมที่สุดที่จะปรับภาพลักษณ์ใหม่ “ผมไม่สามารถตอบได้ว่า เรารีแบรนดิ้งเสร็จแล้วภาพจะหายจากการถูกเกี่ยวโยงกับการเมือง และอดีตผู้ถือหุ้น ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้ประชาชนเป็นผู้พิสูจน์ แต่สิ่งที่เราคือได้คือ ให้บริการที่ดีกับลูกค้า มีเทคโนโลยีใหม่มารองรับความต้องการอยู่เสมอ” สำหรับภาพรวมของเอไอเอสในปี 2555 วิเชียร กล่าวว่า ในแง่ของรายได้ยังเชื่อว่า จะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เป็นไปในทางเดียวกับ GDP ของประเทศที่ 4-5% ส่วนในปีนี้นั้น เดิมคาดการณ์ไว้ว่าผลประกอบการจะขยายตัวในเลขหลักเดียวระดับสูง หรือ 7-9% แต่จากไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ยอมรับว่า ปัญหาน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ อาจจะส่งผลกระทบต่อการประเมินเป้าหมายไปได้บ้าง แต่ก็ต้องรอประชุมกับที่ประชุมผู้บริหาร และบอร์ดบริษัทก่อน อีกทั้ง เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บอร์ดบริษัทได้อนุมัติแผนการลงทุนขยายโครงข่ายให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์เพิ่ม จากเดิมที่ให้บริการแล้ว 1,884 แห่ง โดยจะเพิ่มอีกราว 1,610 แห่ง โดยคาดว่าภายในเดือน เม.ย.ปี 2555 จะสามารถติดตั้งโครงข่ายได้แล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้ในช่วงเดือนเม.ย.ดังกล่าว เอไอเอสจะมีโครงข่ายให้บริการ 3G คลื่น 900 รวมเป็น 3,500 แห่งทั่วประเทศ รองรับปริมาณคาปาซิตี้ ได้ 6 ล้านเลขหมาย คาดว่าจะมีลูกค้าใช้บริการ 3G เป็น 2 ล้านรายในสิ้นปีหน้า จากปัจจุบันมีลูกค้าแล้ว 8.9 แสนราย “วันนี้คนไทยกว่า 69 ล้านคน ใช้งานมือถือซึ่งถือเป็น 1 ในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ในแต่ละเดือนมีการใช้งานกว่า 180 ล้านครั้งต่อวัน รวมไปถึงมีการเชื่อมต่อเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตมากกว่าวันละ 250 ล้านครั้ง ทำให้อุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมมีส่วนนำส่งรายได้ในภาพรวมมากกว่า 2% และก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 300,000 บุคลากร” อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงให้ความสำคัญและสนใจกับการเข้าร่วมประมูลไลเซ่นส์ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เนื่องจากเป็นการให้บริการ 3G มาตรฐานสากล และยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกสัญญาสัมปทานเดิม ก้าวสู่การแข่งขันเสรี และเป็นธรรม แต่ขึ้นอยู่ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จะผลักดันให้เกิดการประมูลได้เร็วแค่ไหน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 3 ปี 2555

อันดับที่ 4 การเปิดตัวรถยนต์ Toyota – VIOS
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดตัวรถยนต์ โตโยต้า วีออส รุ่นพิเศษ Toyota Vios TRD SPORTIVO มีเพียง 3,000 คัน ทั่วประเทศ ตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถที่ตกแต่งสไตล์สปอร์ต โดย โตโยต้า วีออส สปอร์ตติโว่ ถูกตกแต่งมาจากรุ่น 1.5J เครื่องยนต์ 1497 cc 109 แรงม้า
การตกแต่งภายนอกของ Toyota Vios TRD Sportivo
มาพร้อมชุดแต่ง สเกิร์ตรอบคัน และสปอยเลอร์ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่
โคมไฟหน้าแบบ Smoked Chrome
ปลายท่อไอเสียสแตนเลส
สัญลักษณ์ TRD SPORTIVO บริเวณฝากระโปรงท้ายด้านขวา
สติ๊กเกอร์ TRD SPORTIVO บริเวณด้านข้าง
ล้อแม็ก 15 นิ้ว พร้อมยาง 186/60 R15
การตกแต่งภายในของ Toyota Vios TRD Sportivo 2010
ตกแต่งโดยใช้โทนสีดำแดง ทั้งเบาะผ้า
พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง เย็บด้วยด้ายแดง
ฐานเกียร์ชุบโครเมียม คอนโซลหน้าและแผงประตูสุดสปอร์ตด้วยสีเงิน เมทัลลิก
เบาะผ้าสีดำ-แดงพร้อม สัญลักษณ์ TRD SPORTIVO
พรมปูพื้นลายพิเศษ TRD SPORTIVO
Toyota Vios Sportivo มาพร้อมเครื่องยนต VVT-i 1500cc 109 แรงม้า
ราคาค่าตัว อยู่ที่ 604,00 บาท มีให้เลือก 2 สีคือ สีขาว และสีดำ

อันดับที่ 3 การปิดดีลยิ่งใหญ่แห่งปี เป็นการจากกันไปแบบไม่สวยระหว่าง Pepsi Inc กับ เสริมสุข นายสมชาย บุลสุข ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.เสริมสุข (SSC) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับแจ้งจากบริษัท เป๊ปซี่ – โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด Seven-Up Nederland, B.V. (เซเว่น-อัพ) (รวมเรียกเป๊ปซี่และเซเว่น-อัพ ว่า“PepsiCo Group”) และ บริษัท เอสเอสเนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (SSN) (รวมเรียก PepsiCo Group และ SSN ว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่) ว่า PepsiCo Group และ SSN ได้ทำความตกลงเกี่ยวกับบุคคลที่จะเป็นผู้ซื้อหุ้น บุคคลที่จะเป็นผู้ขายหุ้น ราคาหุ้น และจำนวนหุ้น ภายใต้สัญญาจะซื้อจะขายหุ้นระหว่างกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2554 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติก จำกัด ตกลงจะซื้อหุ้น SSC จาก PepsiCo Group จำนวน 110,461,960 หุ้น ราคาหุ้นละ 58 บาท โดยมีมูลค่ารวมการ ซื้อขาย 6,406,793,680 บาท การซื้อขายหุ้นจะดำเนินการโดยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ โดยสมัครใจ อยู่ภายใต้เงื่อนไขบังคับก่อนการทำคำเสนอซื้อหุ้นฯ หากเงื่อนไขบังคับก่อนสาเร็จลงตามวันและเวลาที่กาหนดไว้ในวันที่ 14 กันยายน 2554 ผู้ลงทุนฝ่ายผู้ซื้อหุ้นจะยื่นคำเสนอซื้อหุ้นฯ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในวันเดียวกันนั้น และผู้ลงทุนฝ่ายผู้ซื้อหุ้นจะทำคำเสนอซื้อหุ้นฯ จากผู้ถือหุ้นทุกรายของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงผู้ขายหุ้น โดยมีกาหนดระยะเวลาการทำคำเสนอซื้อหุ้นฯ ทั้งหมด 25 วันทำการ นับแต่วันที่ 15 กันยายน 2554 จนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2554ปัจจุบันกลุ่ม เป๊ปซี่โค กรุ๊ป ถือหุ้นในเสริมสุขจำนวน110.46ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน41.55%ของทุนจดทะเบียน

อันดับที่ 2 ณเดชณ์ คูกิมิยะ ดาราค่าตัวแพงฝ่ายชายแห่งยุค พร้อมกับควบตำแหน่ง “เจ้าพ่อพรีเซ็นเตอร์” ตัวจริงแห่งปี ด้วยการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาเกือบ 30 ตัว บันทึกเป็นสถิติโลกได้เลย
“ตอนนี้พรีเซ็นเตอร์ที่เห็นก็น่าจะมี 4-5 ชิ้นครับ ไม่เยอะขนาด 20-30 ชิ้นหรอก ไม่เยอะขนาดนั้น ไม่ถึงกับเป็นเจ้าพ่อพรีเซ็นเตอร์ครับ ยังเรื่อยๆ เหมือนเดิม แต่ก็ยังรับได้เรื่อยๆ นะครับ(หัวเราะ) จะมีอีกหรือเปล่ายังไม่แน่ใจเหมือนกัน” เป็นคำบอกกล่าวที่จะบอกว่าผิดไปจากความจริงก็ไม่เชิง แต่จะถูกทั้งหมดก็คงจะไม่ใช่  เพราะหากลองไปไล่เรียงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผ่านไป 3 เดือนแรกของปีพ.ศ.2554 นักแสดงหนุ่มคนนี้รับเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าแล้ว 8 ประเภทสินค้า รวม 9 ชิ้นด้วยกัน   ตั้งแต่ มันฝรั่งทอดกรอบเลย์ รสหมึกย่าง+รสน้ำจิ้มซีฟู้ด, รถมาสด้า 2 ซีดาน, นมโฟร์โมสต์ แคมเปญ "สุขภาพดี 24 ชั่วโมงกับโฟร์โมสต์", เลย์ ชุด พาเพื่อนซี้เที่ยวฟรีกับเลย์, รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน (Yamaha Fino) ชุด รักยกกำลัง 2, น้ำส้มมินิทเมท พัลพิ, แป้งเย็นทเวลฟ์ พลัส เอ็กซ์ตร้า คูล แอนตี้แบคทีเรีย, ครีมอาบน้ำ โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ โชกุบุสซึ ฟอร์เมน ที่ทำเอาสาวๆ กรี๊ดกันสนั่น รวมถึงล่าสุดกับซัมซุง โน้ตบุ๊ก ซีรีส์ 9   ซึ่งจากเวลาที่เหลืออีก 9 เดือนกับตัวเลขจำนวนโฆษณาที่มีการคาดเดากันไว้นั้น หากไม่ใช่ก็คงจะใกล้เคียงที่เป็นไปได้ทั้งในจำนวนปริมาณที่มากกว่าและน้อยกว่า   ว่ากันด้วยเรื่องของเม็ดเงินกับตัวเลข 100 ล้านบาทที่ระบุว่าเป็นค่าตัวเฉพาะจากการรับเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณานั้นต้องถือว่าค่อนข้างจะสูงเกินจริง เนื่องจากอัตตราการว่าจ้างงานงานโฆษณาต่อชิ้นส่วนใหญ่โดยทั่วไปจะอยู่กันที่หลักแสนสองแสนบาท อาจจะถึงหลักล้านในส่วนของเครื่องไฟฟ้า เครื่องมืออิเลคทรอนิกส์ มือถือ คอมพิวเตอร์ และอาจจะถึงหลัก 2-3 ล้านในส่วนของรถยนต์หรืออาจจะรวมถึงหน่วยงานบางภาคส่วนของรัฐที่เงินหนา อาทิ ททท. ฯ ซึ่งหากเขามีงานโฆษณาอยู่ที่ 20 กว่าตัวจริงๆ โดยรวมทั้งหมดเต็มที่ก็ไม่น่าจะเกิน 40 ล้านบาท  ขณะที่รายได้จากงานอื่นๆ ทั้ง งานถ่ายแบบ ซึ่ง 3 เดือนที่ผ่านมาเจ้าตัวขึ้นปกให้กับนิตยสารต่างๆ ไปแล้ว 14 ปกด้วยกัน, งานละครที่คาดว่าปีนี้จะมีออกมาเพียงเรื่องเดียวคือ "เกมร้าย เกมรัก" ส่วนงานอีเว้นท์ที่จัดได้ว่าเป็นงานที่สามารถทำเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในเวลานี้เจ้าตัวของดไปก่อนทั้งหมด(ยกเว้นที่เกี่ยวกับสินค้าที่ตัวเองรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ไว้แล้วที่อาจจะต้องไปโชว์ตัวบ้าง) เนื่องจากจะเอาเวลาไปทุ่มให้กับเรื่องเรียนเป็นหลักนั้น ต่อให้นำเอารายได้เหล่านี้มารวมด้วยก็คงจะเป็นไปได้ยากที่จะมีรายได้ถึง 100 ล้าน เจ้าตัวกล่าว

ผลงานโฆษณาของณเดชน์
• หมากฝรั่ง Trident Recaldent ร่วมกับ พัชราภา ไชยเชื้อ (พ.ศ. 2552)
• ครีมอาบน้ำ โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ โชกุบุสซึ ฟอร์เมน (พ.ศ. 2552)
• ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า Nivea for Men (พ.ศ. 2553)
• โทรศัพท์ Samsung Monte 3G (พ.ศ. 2553)
• โทรศัพท์ Samsung Galaxy S (พ.ศ. 2553)
• รถจักรยานยนต์ YAMAHA Fino ชุด We Love Fino (พ.ศ. 2553)
• รองเท้า บาโอจิ (Baoji) ร่วมกับ เขมนิจ จามิกรณ์ (พ.ศ. 2553)
• รถจักรยานยนต์ YAMAHA New Fino (พ.ศ. 2554)
• มันฝรั่งทอดกรอบ Lays รสหมึกย่างและน้ำจิ้มซีฟู้ด ร่วมกับ พอลล่า (พ.ศ. 2554)
• รถยนต์ Mazda2 Sedan (พ.ศ. 2554)
• มันฝรั่งทอดกรอบ Lays ชุด พาเพื่อนเที่ยวกับเลย์ (พ.ศ. 2554)
• เครื่องคื่ม สุขภาพดี 24 ชั่วโมง ร่วมกับ ญาญ่า อุรัสยา (พ.ศ.2554)
• เครื่องคื่ม น้ำส้มมินิเมด พัลพิ ร่วมกับ บัว อาภาภัทร(พ.ศ. 2554)
• แป้ง 12Plus Extra Cool Powder Anti-Bacteria (พ.ศ. 2554)
• ครีมอาบน้ำ โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ โชกุบุสซึ ฟอร์เมน ชุด ผู้ชายสะอาด ผู้ชายโชกุ (พ.ศ. 2554)
• มันฝรั่งทอดกรอบ Lays ชุด ความสุขเล็กๆ ที่แบ่งกันได้ ร่วมกับ ญาญ่า อุรัสยา (พ.ศ.2554)
• เครื่องคื่ม โออิชิ ฟรุตโตะ (พ.ศ. 2554)
• TrueMove ซิมฮักกัน ชุด อีสาน In the City (พ.ศ.2554)
• คอมพิวเตอร์ Samsung Notebook Series9 (พ.ศ. 2554)
• โทรศัพท์ Samsung Candy (พ.ศ. 2554)
• มันฝรั่งทอดกรอบ Lays ชุด คิดรสแบ่งปัน เฮกันเป็นล้าน ร่วมกับ ญาญ่า อุรัสยา (พ.ศ.2554)
• เครื่องสำอางค์ Mistine BB Angel ร่วมกับ ญาญ่า อุรัสยา (พ.ศ.2554)
• มันฝรั่งทอดกรอบ Lays Magic ชุด SAME HEART ร่วมกับ ญาญ่า อุรัสยา (พ.ศ.2554)
• มันฝรั่งทอดกรอบ Lays ชุด รสแซนวิช แฮมชีส ร่วมกับ ญาญ่า อุรัสยา (พ.ศ.2554)
• เครื่องคื่ม Foremost ชุด Good Morning ร่วมกับ ญาญ่า อุรัสยา (พ.ศ.2554)
• บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยำยำ จัมโบ้ รสต้มยำกุ้ง ร่วมกับ ญาญ่า อุรัสยา (พ.ศ.2554)
• คอนโดมิเนียม The Capital Condo ชุด Bedroom และชุด Enjoy (พ.ศ.2554)
• เครื่องคื่ม น้ำส้ม มินิเมด พัลพิ ชุด Heaven (พ.ศ. 2554)
• รถยนต์ New Mazda2 Elegance (พ.ศ. 2554)

อันดับที่ 1 CPN รุกธุรกิจค้าปลีกในระดับโลก ส่วนเซ็นทรัล เปิดยุทธศาสตร์ค้าปลีกทุกแนวรบ เพื่อครองอันดับ 1 ในระดับเอเชีย
กลยุทธ์ในประเทศ เปิดตัวห้างไฮเอ็นด์ที่ชื่อ Central Embassy บริเวณเพลินจิต ในปี 2556 มีการรีโนเวตห้างเดิมอย่าง Central ลาดพร้าว, Zen CentralWorld , เปิดตัวห้างใหม่ในกรุงเทพฯ Central พระราม 9 ใช้Tops Daily เป็นหัวหอกรุกธุรกิจ convenient store ชนกับ โลตัสเอ็กซ์เพรส และ 7-eleven

ในขณะที่กลยุทธ์ต่างประเทศ ซื้อห้างหรู
เป็นการซุ่มเงียบท่ามกลางการรุกคืบข้ามห้วย ข้ามทวีป ของกลุ่มเซ็นทรัล จากที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวและภาพการลงทุนของกลุ่มเซ็นทรัลเน้นโฟกัสเปิดตัวที่ตลาดเมืองจีนเป็นหลัก และบิ๊กดีลครั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัลได้เซ็นสัญญาซื้อขายกับกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมแล้วเสร็จเมื่อช่วงเย็นของวันศุกร์ (27 พฤษภาคม) ที่ผ่านมา "ทศ จิราธิวัฒน์" ชี้ว่า ธรรมเนียมการทำงานของจิราธิวัฒน์ ถ้ายังไม่เรียบร้อย เราจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ ไม่เพียงแต่ของกลุ่มเซ็นทรัล แต่ยังหมายถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของวงการค้าปลีกไทย เพราะไม่ใช่การซื้อห้างปกติทั่วไป แต่เป็นห้างที่ยิ่งใหญ่และมีตำนานของยุโรปกว่า 150 ปี เป็นการซื้อกิจการที่มีมูลค่าสูงด้วยทุนเงินสดของกลุ่มเซ็นทรัล

ไม่เพียง "อิตาลี" เป็นศูนย์กลางการค้าและแฟชั่นระดับโลกที่จะกลายเป็นสปริงบอร์ดให้กลุ่มธุรกิจเซ็นทรัลต่อยอดเทียบชั้นกลุ่มธุรกิจระดับโลกแล้ว แต่อีกด้านหนึ่งยังเป็นการนำพาซัพพลายเออร์คู่ค้ากว่า 5,000 ราย ที่เคียงคู่ทำธุรกิจร่วมกันมาในเมืองไทยให้เติบโตนอกบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ การเดินหน้าทางธุรกิจด้วยสูตรควบรวมกิจการครั้งนี้ ได้กลายเป็นแนวทางที่ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลมีการวางตำแหน่งแบรนด์ครบ 4 รูปแบบเติมเต็มทุกความต้องการของตลาด คือ เซ็นทรัล เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยมแมส และเป็นสูตรที่ให้บุกตลาดต่างประเทศในเอเชีย เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้าเซนที่โฟกัสกลุ่มแฟชั่นและเปิดตลาดในเอเชียขนานกันไปกับแบรนด์เซ็นทรัล ขณะที่โรบินสันจะเป็นหัวหอกในการบุกตลาดต่างจังหวัดและหัวเมืองที่มีกำลังซื้อและดีมานด์ขนาดใหญ่ในประเทศ ส่วนน้องใหม่ "ลา รีนาเชนเต" เป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ที่จะนำพากลุ่มเซ็นทรัลก้าวเข้าสู่วงการรีเทลระดับนานาชาติหัวเรือใหญ่เซ็นทรัลรีเทลเล่าถึงเบื้องหลังการตัดสินใจซื้อโปรเจ็กต์มูลค่าหมื่นล้านในครั้งนี้ว่า รู้จักกับซีอีโอห้างลา รีนาเซนเต "วิททอริโอ ราดิเซ" มากว่า 10 ปี คุ้นเคยกันและเมื่อปีที่แล้วรู้ว่าเจ้าของเดิมกิจการดังกล่าวซึ่งเป็นกลุ่มกองทุนด้านการเงิน (ไฟแนนซ์ อินเวสเตอร์) ต้องการขายออกไปจึงเข้าไปประมูล

ด้วยการเสนอราคาที่เหมาะสม และตรงกับยุทธศาสตร์การเติบโตของกลุ่มเซ็นทรัลจึงทำให้สามารถคว้าดีลครั้งนี้ได้ สำหรับโครงสร้างการบริหารกิจการใหม่ "ทศ" จะยังคงใช้ทีมบริหารชุดเดิมพร้อมส่งทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ของกลุ่มจิราธิวัฒน์เข้าไปร่วมทำงานและฝึกงานด้วย ด้วยเป้าหมายให้แบรนด์ "ลา รีนาเซนเต" เปิดตลาดเป็นห้าง "เวิลด์คลาส ไลฟ์สไตล์ แบรนด์" ในตลาดยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกาควบคู่กับการขยายในอิตาลี 5 สาขา ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันมี 11 สาขา ในอิตาลี และสาขาที่เป็นแฟลกชิปตั้งอยู่ข้างวิหารดูโอโม ในเมืองมิลาน ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในทางกลับกัน การที่เซ็นทรัลมีห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศย่อมส่งผลดีต่อบรรดาซัพพลายเออร์กว่า 5,000 รายที่เป็นคู่ค้ากับเซ็นทรัลมานาน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพให้ได้มีช่องทางขายใหม่ ๆ มีโอกาสสร้างแบรนด์ในระดับสากล ที่สำคัญกว่านั้น คีย์แมนเซ็นทรัลมองว่า การซื้อกิจการในครั้งนี้ ไม่เพียงเข้ามาเสริมรายได้การเติบโตของกลุ่มเซ็นทรัล 15% ภายในปีนี้เท่านั้น แต่ยังได้ "โนว์ฮาว" ที่สำคัญในทางธุรกิจเพื่อนำมาต่อยอดและเสริมให้ทีมงานเซ็นทรัลแข็งแกร่งและเก่งขึ้นสำหรับการเติบโตนอกบ้านและรับมือกับการแข่งขันในประเทศ ซึ่งหาไม่ได้ง่าย ๆ